Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 800 ละเลงหุบเขาเหลาเฉียนด้วยโลหิต
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 800 ละเลงหุบเขาเหลาเฉียนด้วยโลหิต
สำหรับส่วนใหญ่ของกลุ่มผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียง เพลิงแห่งชีวิตของพวก
เขาได้อ่อนลงแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะทะลวง
ระดับพลังขั้นต่อไป ในกรณีนี้ โอสถเทวะผันแปรสามารถที่จะเพิ่มโอกาส
ในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรก็ยังไม่ได้ดึงดูดพวกเขามากเกินไป
เหตุผลหลักที่หลายคนมาก็เพื่อโอากาศจะได้รับโอสถเทวะผันแปร
ให้กับศิษย์ของตนนั่นเอง แม้ว่าพวกเขาจะกลืนกินโอสถเทวะผันแปรเอง
แต่ก็ไม่ได้เพิ่มโอกาสที่พวกเขาจะทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ได้
แต่กับโอสถสวรรค์ประทานชีวิตนี้มันตรงข้ามกัน มันไม่เพียงแต่
ดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้อาวุโส แต่มันเป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้พวก
เขาบ้าคลั่งได้!
ยิ่งระดับพลังที่สูงขึ้น นักสู้ก็จะต้องใช้ศักยภาพพลังชีวิตมากขึ้น
เรื่อยๆ ยิ่งพลังชีวิตอ่อนลงเพียงใดมันก็จะยิ่งยากที่จะยืดอายุขัยออกไปได้
สำหรับนักสู้ขั้นปราณต้นฟ้า โอสถอายุ 100 ปีสามารถยืดอายุขัยได้นาน
หลายสิบปี สำหรับนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า โอสถคุณภาพสูงอายุ 1000 ปี
จะมีผลคล้ายคลึงกัน แต่สำหรับนักสู้ขั้นทำลายชีวิต โอสถที่สามารถยืด
อายุของพวกเขาได้นั้นอาจเรียกว่าเป็นสมบัติในตำนาน ถ้าผู้หนึ่งไม่มีพื้น
หลังเป็นอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะนึกถึงการได้รับมัน!
และโอสถสวรรค์ประทานชีวิตเป็นหนึ่งในโอสถมหัศจรรย์เหล่านั้น
ไม่เพียงแต่มันสามารถยืดอายุขัยได้เท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้เพลิงแห่งชีวิต
ของพวกเขาโชติช่วงมากขึ้นและทำให้อายุน้อยลงกว่า 500 ปี!
นี่คือการเปลี่ยนแปลงชีวิต โอสถศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าทายสวรรค์ที่แม้แต่ 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ยังมีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น สำหรับผู้อาวุโสเหล่านี้
อายุน้อยลง 500 ปีหมายความว่าพวกเขามีโอกาสก้าวหน้าในการบ่มเพาะ
ได้อีก ถ้าสิ่งนี้ถูกรวมเข้ากับโอสถเทวะผันแปร โอกาสที่พวกเขาจะทะลวง
เข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 อาจจะเป็นไปได้!
หลังจากถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ถ้าพวกเขามีประสบการณ์อื่นหรือ
มีโชคแล้ว มันอาจจะมีความหวังเล็กน้อยที่จะไปถึงขั้นเทพสมุทร!
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงคนที่อ่อนแอที่สุดของขั้นเทพสมุทรก็ตาม แต่
นั่นก็ยังเป็นขั้นเทพสมุทร! พวกเขาจะเกิดใหม่! ตันเถียนของพวกเขาจะ
ได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและพวกเขาจะมีอายุขัยอย่างน้อย 5000
ปีที่พวกเขาสามารถใช้ได้ตามปรารถนา! สำหรับพวกเขา นี่เหมือนกับการ
ใช้ชีวิตดั่งอมตะทุกวัน!
“ลงมือโจมตีร่วมกันเถอะ!” เขาติดเพียง 300 อันดับแรกในประกาศิต
ชะตาฟ้าเมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเอง และการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ช่วงปลายเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะประสบความสำเร็จ
ในการบ่มเพาะหรือความแข็งแกร่งของเขาที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากใน
ช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้ เราเองก็มีผู้เชี่ยวชาญประกาศิตชะตาฟ้าถึง 4 คนที่นี่
ตราบเท่าที่เราเข้าร่วมกองกำลัง เราจะสามารถจับกุมเขาได้โดยที่ยังชีวิต!”
เจ้าคฤหาสน์ซือถูตะโกนออกมา ขณะที่เขากล่าว ดวงตาของหลินห
มิงก็ได้จับจ้องมายังเขา หน้ากากที่ดูเย็นยะเยือกและเส้นสีดำบนหน้ากาก
ดูเหมือนจะแผ่จิตสังหารที่แทบจะไร้สิ้นสุดออกมา ทำให้เขารู้สึกราวกับได้
ตกลงไปในทะเลสาบที่ลึกและเย็นยะเยือก
อย่างไรก็ดี เขาจำได้ว่ายังมีประกาศิตชะตาฟ้าอีก 3 คนอยู่ข้างหลัง
เขาด้วย หากรวมกับเขา นั่นคือ 4 ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของที่นี่ พวกเขามี
ข้อได้เปรียบมหาศาลกว่าหลินหมิง จู่ๆเขาก็เต็มไปด้วยความกล้าหาญขึ้น
อีกครั้ง
“ลงมือโจมตีกันเถอะ!” เฟิงเยี่ยน, จูซุน, ไปยังวิหารหลักและเปิดใช้
งานรูปแบบค่ายกลป้องกัน!”
วิหารหลักของจัตุรัสหุบเขาเหลาเฉียนมีรูปแบบค่ายกลป้องกันตัวเอง
ที่ยอดเยี่ยมเฉพาะ แม้ว่าหลินหมิงจะมีความชำนาญในรูปแบบค่ายกล
จักรพรรดิปีศาจ แต่ก็จะไม่ง่ายอย่างแน่นอน เมื่อรูปแบบค่ายกลถูกเปิดใช้
งานขึ้นแล้วมันจะสามารถขังหลินหมิงไว้ได้ระดับหนึ่ง
นักสู้ในจัตุรัสเริ่มวิ่งไปยังห้องโถงใหญ่ทันที สำหรับนักสู้ขั้นทำลาย
ชีวิต พวกเขากระจายกันไปล้อมหลินหมิง พวกเขาพร้อมที่จะใช้วิธีการ
ลอบโจมตีหลินหมิง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง
แต่พวกเขาก็สามารถใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่หลินหมิงกำลังต่อสู้กับ
ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 คนเพื่อลอบโจมตีได้
เพราะไม่ว่าอย่างไร รางวัลของเจ้าคฤหาสน์ซือถูก็ทำให้พวกเขามิ
อาจห้ามใจได้!
“อย่ากลัวไปเลย! เรามีข้อได้เปรียบในด้านความแข็งแกร่ง! หลิน
หลานเจี้ยน ต้องผลาญปราณแท้ของเขาในการหลบหนีไปจำนวนมากแล้ว
อย่างแน่นอน!” เสียงของเจ้าคฤหาสน์ซือถูสะท้อนอยู่ในหูของทุกคน
“นักสู้ทั้งหมดของนิกายสายหมอกเร้นลับจงปฏิบัติตามคำสั่งของข้า!
เตรียมการรูปแบบสายหมอกเร้นลับ!” เจ้านิกายสายหมอกเร้นลับเป็น 1
ใน 3 ผู้มีชื่อเสียง โอสถสวรรค์ประทานชีวิตเป็นสิ่งที่ล่อล่วงใจได้อย่างมาก
เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มัน! นอกจากนี้เขายังคงต้องแก้แค้น
ให้กับศิษย์ของเขา เยี่ยนจุนเซวียนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักด้วย
รูปแบบสายหมอกเร้นลับจำเป็นที่จะต้องมีศิษย์ที่โดดเด่นถึง 12 คน
โดยอาศัยความร่วมมือกันของพวกเขา พวกเขาก็จะสามารถผสานการ
โจมตีรวมพลังที่อ่อนแอเพื่อเอาชนะผู้แข็งแกร่ง ศิษย์ที่โดดเด่นหลายคนก็
รู้จักรูปแบบสายหมอกเร้นลับนี้ดี เมื่อสร้างรูปแบบได้แล้ว แม้ว่าจะไม่
สามารถทำร้ายหลินหมิงได้ แต่ก็ยังคงสามารถถ่วงเขาเอาไว้ได้
ศิษย์เหล่านี้เป็นรุ่นเยาว์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แม้ว่า
สถานการณ์จะวุ่นวายและตึงเครียด แต่ก็ยังคงมองหาจุดที่ดีในการ
จัดรูปแบบได้ เจ้านิกายสายหมอกเร้นลับยืนอยู่ตรงหน้าศิษย์เหล่านี้ ปิด
กั้นหลินหมิงไว้ เมื่อหลินหมิงเริ่มจู่โจมเจ้านิกายสายหมอกเร้นลับจะ
ป้องกันมัน เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าการจัดรูปแบบจะเสร็จสมบูรณ์
ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน แม้ว่าเขาจะ
ไม่ได้เห็นรูปแบบการต่อสู้เหล่านี้อยู่ในสายตา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
เขาจะยอมให้ทำได้ตามใจชอบ
“เจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะสามารถขวางทางข้าได้?”
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์, เปิดออกถึงขีดสุด!
บึมมมมมม!
พลังงานของสนามพลังที่น่าสะพรึงกลัวทะลักออกมาดั่งน้ำหลาก เขา
โคจรปราณเทพทรราชคลั่งถึงขีดสุด พร้อมกับปลดปล่อยความแข็งแกร่ง
ของประตูที่ 3 ใน 8 ประตูเร้นลับภายใน ขณะที่เขาถ่ายเทจิตวิญญาณ
ต่อสู้ระดับทองแดงขั้นใหญ่เข้าสู่สนามพลังอีกด้วย
สนามพลังอาชูร่ามีความสามารถในการยับยั้งร่างกายและจิต
วิญญาณ!
สนามพลังเทพแห่งความตายสามารถตัดและดับพลังชีวิตทั้งหมดได้!
พวกศิษย์ของนิกายสายหมอกเร้นลับที่กำลังจัดรูปแบบค่ายกลสาย
หมอกเร้นลับก็ได้ถูกครอบคลุมด้วยสนามพลังคู่โดยฉับพลัน เนื่องจาก
ศิษย์ที่มีการบ่มเพาะอ่อนแอไม่สามารถทนต่อความกดดันของสนามพลัง
อาชูร่าได้ หัวของพวกเขาจึงระเบิดเหมือนแตงโม และของเหลวในสมองสี
ขาวก็กระเซ็นทั่วพื้น!
ในขณะที่คนอื่นๆ ร่างของพวกเขาก็สั่นสะท้าน ดวงตากระเด็น
ออกมา เส้นเลือดของพวกเขาระเบิดออก เส้นชีพจรฉีกขาดเป็นชิ้นๆ และ
ตันเถียนเองก็พังทลายลง!
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงระเบิดหลายเสียงดังขึ้น นักสู้หลายคนก็ได้ทรุดลงกับพื้นใน
ขณะเดียวกัน หลายศพมีหัวขาดแต่ยังคงยืนอยู่ได้ ร่างกายของพวกเขา
กระตุก
ฉากที่เกิดขึ้นฉับพลันนี้ทำให้นักสู้หลายคนตกตะลึงด้วยความ
หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด สหายของพวกเขาหลายคนได้ตกตายง่ายดายถึง
เพียงนี้?
พวกเขาไม่เห็นว่าหลินหลานเจี้ยนทำสิ่งใดเลย!!!
มันเหมือนกับว่าเขาเพียงมองไปยังพวกเขา และพวกเขาทั้งหมดตก
ตายทันที!
“หลินหลานเจี้ยน! เจ้ากล้าที่จะฆ่าศิษย์ของนิกายสายหมอกเร้นลับ
ของข้า!? ข้าจะเอาชีวิตของเจ้าซะ!”
สายตาของชายชราเยี่ยนกลายเป็นแดงก่ำ เขาดึงกระบี่ยาวออกมา
จากแหวนมิติ โคจรพลังงานทั้งหมดภายในร่างขณะที่ชี้ตรงไปยังหลินหมิง
หลินหมิงเย้ยหยัน “เรื่องตลกอันใดกัน! เจ้าต้องการที่จะฆ่าข้า แต่ข้า
ไม่สามารถฆ่าพวกเจ้าได้เช่นนั้นหรือ? เจ้าคิดว่าข้าควรยืดคอไปให้ตัดได้
ตามที่เจ้าพอใจ?”
ชายชราเยี่ยนไม่ได้ตั้งใจจะสนทนาอันใดกับหลินหมิง เขาลูบไปที่คม
กระบี่ ทำให้ใบมีดดูโปร่งแสงคล้ายหยก พลังงานสั่นสะเทือนและแสง
ศักดิ์สิทธิ์พุ่งสู่ท้องฟ้าสีคราม
“กระบี่สะบั้นฟ้า!”
ชายชราเยี่ยนฟันกระบี่ลงมายังหลินหมิง นิกายสายหมอกเร้นลับเป็น
นิกายระดับ 5 ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นมรดกของพวกเขาจึงมีดีไม่น้อย กระบี่
สะบั้นฟ้านี้เป็นทักษะที่ดีที่สุดของเคล็ดกระบี่สายหมอกเร้นลับ ผู้หนึ่งต้อง
บ่มเพาะบทสวดในหัวใจที่ในระดับสูงสุดเพื่อที่จะใช้มันได้
ตามตำราโบราณของนิกายสายหมอกเร้นลับ เมื่อกระบี่สะบั้นฟ้าไป
ถึงจุดสูงสุด ว่ากันว่าเพียงกระบี่เดียวก็สามารถแยกท้องฟ้าที่ไร้สิ้นสุดได้!
วูซซ!
กระบี่แสงเปลี่ยนรูปร่างไป มันดูคล้ายมังกรหยกที่ลงมายังหุบเขา
เปล่งเสียงคำรามที่กวาดไปทั่วท้องฟ้าและสามารถแยกหินผาได้
ในการเผชิญหน้ากับกระบี่ของประกาศิตชะตาฟ้า หลินหมิงไม่ได้
แสดงท่าทางอันใดมากนัก เขาเพียงยกหอกในมือขึ้น วิถีแห่งเพลิงหมุนวน
ร่วมกับกฏแห่งมิติ
กฎแห่งการทำลายล้าง, โซ่แห่งดวงดาว!
เพล้งงงง!
มิติแตกออกดั่งแก้ว พลังงานเพลิงหลอมรวมกับพลังมิติ ควบแน่น
เป็นเศษชิ้นส่วนหมุนในอากาศราวกับดวงดาวขนาดเล็ก จากนั้น พวกมัน
ก็พุ่งไปหาชายชราเยี่ยน เข้าปกคลุมกระบี่แสงของเขา
เปล้งง!
เสียงปะทะที่รุนแรงเต็มอยู่ในอากาศ เศษชิ้นส่วนของดาวฉีกกระบี่
แสงและคลื่นปราณแท้ที่น่าสะพรึงกลัวก็ได้ระเบิดออกไปภายนอก ทำให้
เกิดพายุขนาดใหญ่ขึ้นทั่วบริเวณโดยรอบ
ภายใต้แรงกระแทกของพลังงานอันน่าสะพรึงกลัว ชายชราเยี่ยนถูก
พลังงานกระแทกที่หน้าอก กระเด็นออกไป โลหิตภายในร่างปั่นป่วนแทบ
จะสำลักโลหิตออกมา!
“ท่านเจ้านิกาย!”
สำหรับรุ่นเยาว์นิกายสายหมอกเร้นลับที่ได้เห็นชายชราเยี่ยนกระเด็น
กลับมาในสภาพที่น่าสยดสยอง ทุกคนต่างก็หวาดกลัวอย่างไม่สามารถ
อธิบายได้ กระบี่สะบั้นฟ้าของเจ้านิกายเป็นสุดยอดทักษะของนิกายสาย
หมอกเร้นลับ! แล้วเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร!?
ในขณะเดียวกัน หลินหมิงก็ไม่ได้ให้โอกาสชายชราในการตั้งตัว เขา
หันหอกสีแดงตรงไปและโซ่แห่งดวงดาวก็ออกมาอีกครั้ง!
คราวนี้ หลินหมิงเป็นผู้เริ่มโจมตีบ้าง พลังของมิติควบแน่นเป็น
ชิ้นส่วนมิติที่นับไม่ถ้วนพุ่งออกไป ชายชราเยี่ยนป้องกันมันได้เพียง
บางส่วน การโจมตีที่เหลือจึงพุ่งไปยังนักสู้ที่อยู่โดยรอบ
“ระวัง!”
“ถอยออกมา!”
ผู้อาวุโสหลายคนร้องตะโกนเตือนในขณะที่พวกเขาปลดปล่อยโล่
ปราณแท้ออกมาป้องกันพร้อมๆกัน อย่างไรก็ตาม โล่นี้ส่วนใหญ่ได้
ปกป้องแค่ตัวเองพวกเขาเอง; มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะช่วยคนอื่นได้
ทัน
ชิ้นส่วนมิติมีความเร็วมากเกินไป พวกเขาพุ่งมาข้างหน้าดั่งพายุ
ลูกเห็บ โจมตีใส่พวกเขา
ส่วนหนึ่งของชิ้นส่วนมิติได้ชนเข้ากับโล่ปราณแท้ของผู้อาวุโส ทำให้
เกิดประกายไฟที่สดใสและเป็นประกาย แต่ส่วนใหญ่ของชิ้นส่วนมิติได้
ไหลปะทะเข้ากับนักสู้ที่ไม่ได้รับการป้องกัน ส่วนใหญ่มีการบ่มเพาะที่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ และบางส่วนก็อยู่เพียงขั้นปราณปลายฟ้า มันเป็นไป
ไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะต่อต้านการโจมตีดังกล่าวนี้!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
โลหิตสาดกระเซ็นเต็มอยู่ในอากาศ เสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองดัง
ออกมาจากทั่วทุกมุม หัวนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้จำนวนมากได้ถูกเสียบ
โดยชิ้นส่วนมิติ จากนั้น พลังงานที่รุนแรงของมิติได้ปะทุออกมา ทำให้หัว
ของพวกเขาแตกออก และของเหลวในสมองจะสาดกระเซ็นดั่งฝนตก
“เร็วเข้า ถอยออกไป!”
นักสู้ที่เหลือได้สูญเสียความกล้าหาญไปทั้งหมด จิตใจของพวกเขา
แตกตื่นในความหวาดกลัวขณะที่เริ่มหลบหนีเอาตัวรอด พวกเขามาที่นี่
เพื่อโอสถเทวะผันแปรและโชคอื่นๆ แต่ตอนนี้ หลินหมิงที่อยู่ตรงหน้าพวก
เขานั้นไม่ต่างจากปีศาจตัวเป็นๆ!
ไม่มีความมั่งคั่งหรือโชคอันใดที่มีค่าเท่าชีวิตของพวกเขา!
อย่างไรก็ตาม พวกเขาหนีไปได้ไม่ไกลนักก็ได้ค้นพบความจริงที่ทำให้
สิ้นหวัง ทั่วทั้งวิหารถูกปิดกั้นโดยรูปแบบค่ายกลของแผนกสาขาหุบเขา
เหลาเฉียน
พวกเขาไม่สามารถหนีออกไปได้!!!
“เปิดมันออก! ได้โปรด เร็วเข้า!”
นักสู้รุ่นเยาว์หลายคนเริ่มกรีดร้องสุดเสียง และนักสู้บางคนเริ่มที่จะ
โจมตีรูปแบบค่ายกล แต่มิต้องกล่าวถึงพวกเขา แม้แต่หลินหมิง
ผู้เชี่ยวชาญในรูปแบบค่ายกลของจักรพรรดิปีศาจก็ยังคงต้องใช้เวลาถึง
10 ลมหายใจจึงจะทะลวงผ่านมันไปได้
“หยุดการตื่นตระหนกได้แล้ว! จงเปิดค่ายกลสังหารของวิหารขึ้น!”
เจ้าคฤหาสน์ซือถูตะโกนออกมาในขณะที่เขาเห็นสถานการณ์เริ่มวุ่นวาย
เกินการควบคุม
ผู้คุ้มกันของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าส่วนใหญ่ได้ยืนอยู่เหนือ
รูปแบบค่ายกลนั้นเรียบร้อยแล้ว ในเวลานี้ หลินหมิงไม่แม้แต่จะชำเลือง
มองพวกเขา เขาทำเพียงแค่สะบัดนิ้ว 3 ลูกศรปราณแท้อากาศที่หลอม
รวมกับจิตวิญญาณต่อสู้ก็ถูกยิงออกไป
ลูกศรปราณแท้อากาศเหล่านี้เงียบเชียบและมองไม่เห็น ด้วยจิต
วิญญาณต่อสู้ระดับทองแดงขั้นใหญ่ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากวิถีของเขา
ลูกศรปราณแท้อากาศเหล่านี้จึงเทียบเท่ากับการโจมตีด้วยพลังทั้งหมด
ของผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิต 3 หรือ 4 ที่ใช้สมบัติระดับสวรรค์ร่วมด้วย!
ด้วยสองเสียง ‘ปัง ปัง’ ลูกศรปราณแท้อากาศแทงเข้าสู่ตันเถียนของ
นักสู้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่ยืนอยู่บนรูปแบบ
ค่ายกล พลังของจิตวิญญาณต่อสู้ปะทุออกมาจากภายใน มันทำให้แก่น
แท้หมุนวนของพวกเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ทั้งสองคนได้ตกตายในทันที
สำหรับนักสู้คนสุดท้ายที่ยืนอยู่บนรูปแบบค่ายกลและแข็งแกร่งที่สุด
เขาก็ตะโกนเสียงดังขณะที่ดึงเอากระบี่ระดับปฐพีชั้นสูงออกมา และฟัน
ไปยังลูกศรปราณแท้อากาศ อย่างไรก็ตาม ด้วยเสียงดัง ‘เพล้งง’ สมบัติ
ระดับปฐีกลับถูกทำลายโดยลูกศรปราณแท้อากาศ และลูกศรปราณแท้
อากาศก็ไม่ได้ชะลอความเร็วลงเลย มันเจาะผ่านปราณแท้ปกป้องร่าง
ก่อนที่จะทะลุผ่านหัวของเขา ทำให้เกิดฝนโลหิตกระจายไปทั่ว
ในชั่วพริบตา ชีวิตและทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขาได้ถูกทำลายโดย
ลูกศรปราณแท้อากาศอย่างสิ้นเชิง