Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 806 บดขยี้
นักสู้ส่วนใหญ่จะสร้างจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองได้ก็เมื่อพวกเขา
มาถึงขั้นเทพสมุทร และบรรดาเหล่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรต่างก็มี
พรสวรรค์ระดับจักรพรรดิเมื่อพวกเขายังเยาว์ ส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ระดับ
จักรพรรดิสูงสุด
ไม่ว่าอย่างไร ส่วนใหญ่ของผู้มีพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิล้มเหลวใน
การเข้าถึงขั้นเทพสมุทรด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ สำหรับตัวตนที่สามารถ
รักษาความสามารถและโชคของตนไว้ได้ พวกเขาย่อมเป็นบุคคลพิเศษ
อย่างแท้จริง!
และจากผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจากสวรรค์เหล่านี้ ก็ยังมีเพียงคนกลุ่ม
น้อยที่จะสามารถเข้าใจจิตวิญญาณต่อสู้ของตนเองได้เมื่ออยู่เพียงขั้น
ทำลายชีวิต มีแม้แต่บางคนที่จะสามารถสัมผัสกับจิตวิญญาณต่อสู้ได้
อย่างช้าๆหลังจากที่ไปถึงขั้นเทพสมุทร เพราะพวกเขาจะพึ่งพาอายุขัยอัน
ยาวนานที่ได้รับจากขั้นเทพสมุทรและจากนั้นค่อยๆบ่มเพาะจิตวิญญาณ
ต่อสู้ของตนได้
ซือถูปั๋วหนานเดิมทีเป็นอัจฉริยะในการต่อสู้ของจิตวิญญาณต่อสู้ เมื่อ
จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาแข็งกล้าขึ้นแล้ว เขาก็ได้เสริมความแข็งแกร่งของ
มันมาเป็นเวลากว่า 3000 ปี จากขั้นพื้นฐานจนไปถึงขั้นเล็ก เขาก็เริ่มที่จะ
สัมผัสได้ถึงขั้นใหญ่บางแล้ว สำหรับการสำเร็จขั้นสมบูรณ์นั้น เขาไม่กล้าที่
จะคิดถึงมันด้วยซ้ำ จิตวิญญาณต่อสู้ขั้นสมบูรณ์นั้นเป็นเพียงของตัวตนใน
ตำนานเท่านั้น
แต่ตอนนี้ ด้วยอายุยังน้อย หลินหมิงกลับประสบความสำเร็จขั้นใหญ่
ในจิตวิญญาณต่อสู้แล้ว การบ่มเพาะของเขาอยู่เพียงขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลายเท่านั้น!
ถ้าหลินหมิงสามารถข้ามไปสู่ขั้นทำลายชีวิตได้ในอนาคต แล้ว
จากนั้นก็ก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้… ซือถูปั๋วหนานไม่กล้าจินตนาการถึง
ความน่ากลัวของจิตวิญญาณต่อสู้ในตอนนั้นเลย!
“มันเป็นไปไม่ได้!”
ซือถูปั๋วหนานไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ เขายังสงสัยว่าร่างกายหลินหมิง
อาจถูกครอบงำโดยสัตว์ประหลาดชราบางคนเช่นกัน
เมื่อเห็นหอกขุนเขามหึมาฟาดลงมายังเขาเช่นนี้ ซือถูปั๋วหนานก็
ตะโกนอย่างบ้าคลั่งและแทงง้าวออกไปเผชิญหน้า
“โฮกกก!!”
“โฮกกก!!”
ด้วยเสียงโห่ร้องที่น่าสยดสยอง 4 สัตว์อสูรดุร้ายขนาดยักษ์ปรากฏ
ออกมาจากปลายง้าวของซือถูปั๋วหนาน 2 ในนั้นเป็นอสรพิษสีดำขนาด
ใหญ่เท่าถังน้ำ ร่างกายของพวกมันยาวหลายร้อยก้าว อีกหนึ่งคือสุนัขนรก
สามหัวที่ปกคลุมไปด้วยขนสีแดงโลหิต มันมีกรงเล็บและฟันคมดั่งกระบี่
และตัวสุดท้ายคือแมงป่องสีแดงขนาดใหญ่ มันมีหางดั่งทวนสีแดงเข้ม
ทั้ง 4 สัตว์อสูรดุร้ายพุ่งเข้าหาหลินหมิงพร้อมกัน
แต่หลินหมิงก็เมินพวกมันอย่างสมบูรณ์ หอกของเขาฟาดลงมา
เช่นเดิม
ปังงงง!
4 สัตว์อสูรดุร้ายระเบิดออกอย่างสมบูรณ์! หอกนี้ชะลอตัวลงเพียงชั่ว
ครู่ก่อนที่จะฟาดลงมายังหัวของซือถูปั๋วหนาน
ช่องว่างระหว่างพลังแห่งเจตจำนงของพวกเขาก็ยิ่งใหญ่เกินไป จิต
วิญญาณต่อสู้ของซือถูปั๋วหนานอยู่ใกล้กับความสำเร็จขั้นใหญ่ – ซึ่งด้อย
กว่าหลินหมิงเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ซือถูปั๋วหนานซึ่งอยู่ที่นี่เป็น
เพียงร่างจิตวิญญาณต่อสู้ เมื่อเปรียบเทียบกับจิตวิญญาณต่อสู้หลักของ
หลินหมิงแล้ว ทั้งคู่ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกันได้
ปัง!
ร่างจิตวิญญาณต่อสู้สัตว์อสูรดุร้ายถูกฟาดโดยหอกของหลินหมิง
โดยตรง ร่างของมันแตกออกเป็นชิ้นๆขณะที่มันยุบลงไปในดิน
ในโลกแห่งจิตวิญญาณต่อสู้ ผู้ที่มีเจตจำนงแข็งแกร่งที่สุดคือราชา
“เจ้า…”
เสียงที่คลุมเครือของซือถูปั๋วหนานออกมาจากกองเนื้อและโลหิต
“สุนัขชราซือถู เจ้าต้องการที่จะเอาจิตวิญญาณของข้าออกมาและ
ทรมานข้ามิใช่หรือ? ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าเป็นคนที่จะฆ่าเจ้าแทน ถึงแม้
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณต่อสู้จะเป็นเพียงร่างเจตจำนงของเจ้า แต่ถ้าข้าฆ่า
มันแล้ว มันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อจิตวิญญาณต่อสู้
ของเจ้า!”
ปัง!
หอกของหลินหมิงฟาดลงมาอีกครั้ง ซากศพของซือถูปั๋วหนานจึง
กลายเป็นสิ่งที่น่าสังเวชยิ่งขึ้น
“หลินหลานเจี้ยน! ข้าจะจำความอัปยศในวันนี้!” ซือถูปั๋วหนาน
ตะโกนขณะที่ร่างของเขาจะพยายามปฏิรูปร่างกายขึ้นอีกครั้ง
“เหตุใด ข้าจึงจะสนใจว่าเจ้าจะจำข้าได้หรือไม่ด้วยเล่า?” หลินหมิง
หัวเราะเยาะ เขาใช้มือขวายกหอกขึ้นและฟาดลงมาอีกครั้ง “สุนัขชราซือ
ถู เจ้าไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันใช่หรือไม่? และเจ้ายังคงทำเช่นนั้นเพื่อ
หวังจะข่มขู่ข้า? ความเป็นปฏิปักษ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ากับข้า
สามารถเลวร้ายกว่านี้ พวกเขาจะไม่มีวันหยุดจนกว่าข้าจะตาย เหตุใดเจ้า
ถึงคิดว่าข้าสนใจเกี่ยวกับการคุกคามจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเพิ่ม
ขึ้นมาอีกด้วยเล่า? วันหนึ่งในอนาคตข้าจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้าได้หั่น
เจ้าเป็นชิ้นๆและนำไปให้อาหารแก่สุนัข!”
เสียงของซือถูปั๋วหนานเริ่มผิดปกติตามความเจ็บปวดที่เขาประสบอยู่
เขาสาปแช่งอย่างเย็นชา “หลินหลานเจี้ยนถ้าเจ้ากล้าที่จะทำลายร่างนี้
ของข้า ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยตนเองในอนาคต! ข้าจะเอาจิตวิญญาณของเจ้า
กลั่นเอาไขกระดูกของเจ้า! ข้าจะหาเผ่าของเจ้า ภรรยาของเจ้า ลูกของ
เจ้า! ข้าจะใช้ชายในการสร้างผนึกดูดกลืนโลหิต และข่มขื่นผู้หญิง!”
ปัง!
ร่างกายของซือถูปั๋วหนานจะแตกแยกออกอีกครั้ง
สีหน้าของหลินหมิงมืดมน
“ดี! ดีมาก! เช่นนั้นแล้วข้าจะรอเจ้า!”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
หลินหมิงได้ฟาดหอกลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แผนการขมขู่ของซือถูปั๋ว
หนานได้ผลตรงกันข้ามอย่างมาก
เนื้อและโลหิตของซือถูปั๋วหนานกระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่ง
ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวราวกับว่ามันถูกยัดเข้าไปในเครื่องบดเนื้อ นี่ไม่ใช่
แค่การที่ไม่อาจเป็นคู่มือ แต่เป็นการบดขยี้ที่โหดเหี้ยมอยู่ฝ่ายเดียว
หลังจากที่ถูกฟาดหลายสิบครั้งแล้ว ซือถูปั๋วหนานพยายามที่จะ
ปฏิรูปร่างขึ้นใหม่ทุกครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามที่จะทำเช่นนั้น ร่างกาย
ของเขากลายเป็นเลือนรางลงทุกครั้งเช่นกัน
“สุนัขชราซือถู เจ้านี่มันหนังเหนียวอย่างแท้จริง” หลินหมิงยิ้มจางๆ
ซือถูปั๋วหนานโกรธจนถึงจุดที่เขาจะลุกไหม้แล้ว เขาย่อมไม่สนใจที่
จะพูดคุยกับหลินหมิง ต่อหน้าจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทองแดงขั้นใหญ่ของ
หลินหมิง จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาจะไม่สามารถหลบหนีได้
ทะเลทรายในโลกแห่งเจตจำนงเกิดหลุมขนาดใหญ่จากฟาดลงมา
หลายครั้ง และในผืนทรายที่ขอบหลุมมีเนื้อถูกกระจัดกระจายไปทั่ว
“เพลิงผลาญดารา!”
หลินหมิงทำตามความทรงจำในเพลิงผลาญดารา และสร้างเปลว
เพลิงมหึมาขึ้นในโลกแห่งเจตจำนงนี้ เสาเพลิงมหึมาตกลงมาจากฟากฟ้า
และกลืนกินซือถูปั๋วหนานอย่างสมบูรณ์!
ชิ้นเนื้อบดทั้งหมดถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน ในกองเพลิง ผู้หนึ่งสามารถได้
ยินคำสาปแช่งสุดท้ายของซือถูปั๋วหนานว่า “ข้าจะหาเจ้าพบในสักวัน! ข้า
จะหาครอบครัว ภรรยาและบุตร หลานของเจ้าด้วย! ข้าจะใช้ชายในการ
สร้างผนึกดูดกลืนโลหิต และข่มขื่นผู้หญิง!”
บึมม!
เปลวเพลิงระเบิดขึ้น ซือถูปั๋วหนานได้กลายเป็นเถ้าถ่านและสลายไป
ในสายลม
หลินหมิงถอนตัวออกจากโลกแห่งความเจตจำนง คำสาปแช่งสุดท้าย
ของซือถูปั๋วหนานยังคงสะท้อนอยู่ในหูของเขา ด้วยความเกลียดชังถึง
เพียงนี้ หลินหมิงไม่สงสัยเลยว่าซือถูปั๋วหนานจะยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่จะทำตามคำพูดของตน
“ไม่มีภูผีในโลกนี้ มันมีเพียงมนุษย์มีความไม่พอใจและความเกลียด
ชัง ความโลภและความคิดชั่วร้ายเท่านั้นที่จะสร้างภาพลวงตาขึ้นมาใน
จิตใจ และมองผู้ที่ตนเกลียดชังกลายเป็นปีศาจ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือมี
เพียงน้อยคนที่สามารถหาทางออกจากกรงนี้ได้ และจึงสามารถเห็นถึง
ความจริง…”
“มารเจิดจรัสแจ้งหยี่เอ๋อร์และคนอื่นๆและให้พวกเขาออกจากทะเล
ทางใต้เพื่อหาที่ปลอดภัยแห่งอื่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาปิดบังที่อยู่
ไว้เป็นความลับอย่างถึงที่สุด!” คิ้วของหลินหมิงตั้งชันขึ้น แม้ว่าเขาจะใช้
ชื่อปลอมและสวมหน้ากากหยกไม้จิตวิญญาณ และยังมีดินแดนและผู้คน
นับไม่ถ้วนภายในทวีปนภารินไหล เขาจะไม่ประมาทเครือข่ายข่าวกรอง
ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า หากมีวันที่มีคนสามารถขุดเบื้องหลังของ
เขาขึ้นมาได้แล้ว ผลที่ตามมาจะไม่อาจคาดคิด!
นอกจากนี้ ยังมีหลี่อี้เฟิง ชายผู้นั้นรู้ถึงต้นกำเนิดของเขาอย่างชัดเจน
และคงคาดเดาได้ว่าเขาคือหลินหลานเจี้ยน
“ไม่มีปัญหา!” มารเจิดจรัสตอบกลับอย่างเข้าใจ เมื่อมารเจิดจรัสออก
จากภูมิภาคเขตแดนทางใต้กับหลินหมิง เขาได้แยกวิญญาณไว้ในสัตว์อสูร
ทะเลมหึมาด้วย มันมีหน้าที่ในการควบคุมสัตว์อสูรทะเลมหึมารวมถึงการ
ถ่ายทอดข้อความจากเขา
4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อยู่ห่างไกลจากภูมิภาคเขตแดนทางใต้มาก
เกินไป เขาไม่มียันต์สื่อสารที่สามารถส่งผ่านระยะหลายล้านลี้ได้
“เราไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ไปกันเถอะ!”
หลินหมิงไม่ได้อยู่สำรวจความมั่งคั่งของแผนกสาขาหุบเขาเหลาเฉียน
เขาล่าช้ามานานแล้ว ความมั่งคั่งของกองหุบเขาสาขาย่อมได้รับการ
คุ้มครองโดยรูปแบบค่ายที่ต้องใช้เวลาในการทะลวง นอกจากนี้ แผนก
สาขาน่าจะมีความมั่งคั่งที่จำกัดอยู่ มันก็ไม่คุ้มค่าความเสี่ยง
จิตวิญญาณของเขากวาดผ่านแหวนมิติของเจ้าคฤหาสน์ซือถู และ
เห็นได้ชัดว่ามีโอสถเทวะผันแปรอยู่ภายใน จากนั้น หลินหมิงก็ไม่ล่าช้าอีก
ต่อไป เขาคว้าเอาหอกระดับสวรรค์ชั้นกลางและแหวนมิติของชายชรา
เยี่ยนด้วยก่อนที่จะพุ่งออกไปด้วยก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมด้วย
ความเร็วเต็มพิกัด หลังจากบินมาเป็นระยะทาง 600-700 ลี้ เขาค้นพบว่า
มีศิษย์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าพุ่งเข้ามาในทิศทางของเขาขณะที่
บินตรงไปยังหุบเขาเหลาเฉียน
จิตใจของหลินหมิงเย็นยะเยือก เขาบิดเบี้ยวมิติโดยรอบและหายไป
จากสายตาได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยความเข้าใจในปัจจุบันของหลินหมิงในวิถีแห่งมิติ เขายังไม่ถึง
ระดับที่สามารถแยกมิติออกอย่างง่ายดายโดยไม่ใช่อาวุธและซ่อนตัวอยู่ใน
นั้นได้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถบิดเบี้ยวและใช้พลังอันปั่นป่วนของมิติ
เพื่อซ่อนพลังงานทั้งหมดของเขา และแม้แต่ทำให้แสงรอบตัวดูพร่าเลือน
จนนักสู้ไม่สามารถมองเห็นเขาได้
“หืม? มันแปลกมาก มันครู่ข้ารู้สึกราวกับว่ามีใครอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้
มันหายไปแล้ว”
นักสู้วัยกลางคนปรากฏตัวขึ้นใกล้กับบริเวณที่หลินหมิงหายตัวไป
เขาอยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2
เขานำหน่วยนักสู้มา และทั้งหมดอยู่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ หากเพียง
แค่กลุ่มนี้ถูกเทียบกับในภูมิภาคเขตแดนทางใต้แล้ว พวกเขาก็จะสามารถ
ที่จะสร้างนิกายระดับ 4 ชั้นสูงสุดขึ้นมาได้ แต่ใน 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาเป็นเพียงกลุ่มภารกิจย่อยเท่านั้น
“เจ้าคฤหาสน์ฉาง ท่านคิดไปเองหรือไม่?” นักสู้หลายคนถาม
เนื่องจากมีการสังหารหมู่ครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่หุบเขาเหลาเฉียน หน่วยต่างๆ
จึงได้รับคำสั่งย้ายฐานชั่วคราว แต่พวกเขายังคงวิ่งไปที่แผนกสาขาหุบเขา
เหลาเฉียนเพื่อรับคำสั่งเพิ่มเติม
“อืม บางที…” เจ้าคฤหาสน์ฉางคิ้วขมวด แม้ว่าเขาจะไม่แข็งแกร่งนัก
แต่เขาก็มีความสามารถพิเศษในการรับรู้ ดังนั้นจึงได้รับการแต่งตั้งเป็น
เจ้าคฤหาสน์ของแผนกสืบสวนสอบสวน โดยปกติแม้แต่ผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตในระดับที่สูงกว่าเขายังไม่สามารถซ่อนตัวต่อหน้าเขาได้เลย
เขาได้สำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้ง หลังจากไม่พบสิ่งใด เขาก็จมอยู่
ในความคิดชั่วครู่หนึ่ง
ในเวลานี้ หลินหมิงกำลังหลบซ่อนตัวอยู่ห่างไปเพียง 30 ก้าวจากเจ้า
คฤหาสน์ฉาง เขาปิดกั้นพลังงานทั้งหมดและกระทั่งหยุดลมหายใจแต่
หัวใจยังคงเต้นอยู่ เขาสัมผัสที่แหวนมิติของตน พร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อ
ด้วยพลังของเขา เมื่อใดเขาต้องการ มันก็สามารถสังหารหมู่คนเหล่านี้
ในทันที แต่ตอนนี้ เขาอยู่ในพื้นที่ซึ่งอันตรายมาก เป็นไปได้ว่ามีผู้อาวุโส
สูงสุดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามาที่นี่ด้วย ถ้าเขาถูกพบเข้า มันจะ
เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง
เจ้าคฤหาสน์ฉางยังคงไม่ออกคำสั่งให้จากไป ดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่
จะตรวจสอบพื้นที่นี้ต่อไปอีก แต่ในขณะนี้ ลำแสงได้ตัดผ่านขอบฟ้า
สามารถทำให้รู้ว่าเป็นนาวาจิตวิญญาณ และด้านบนของนาวาจิตวิญญาณ
คือสัญลักษณ์ปีศาจยักษ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
“นั่นคือราชทูตปีศาจสูงสุด! ราชทูตปีศาจสูงสุดมาถึงแล้ว!” ศิษย์ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้หลายคนกล่าวอย่างตื่นเต้น พวกเขากลัวว่าจะเกิด
อันตรายขึ้นที่นี่ แต่ตอนนี้พวกเขาได้เห็นราชทูตปีศาจสูงสุดมาถึงมาแล้ว
พวกเขาทุกคนจึงยินดีในทันที
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามีราชทูตปีศาจทั้งสิ้น 6 คน คนแรกคือผู้ที่
แข็งแกร่งที่สุด และเมื่อเทียบกับราชทูตปีศาจปีศาจอีก 5 คนแล้ว เขาก็
อยู่ในอีกระดับเลย มีข่าวเล่าลือได้กล่าวว่าราชทูตปีศาจสูงสุดสามารถ
สกัดกั้นการโจมตีร่วมกันของทั้ง 5 ราชทูตปีศาจ 5 ได้
“เร็วเข้า รีบไปรายงาน”
“ขอรับ”
เมื่อเจ้าคฤหาสน์ฉางไม่ได้พบอะไรแปลกๆอีกเขาก็รวบรวมหน่วย
และจากไป
หลังจากครึ่งชั่วธูปผ่านไป คลื่นมิติที่ผันผวนดั่งคลื่นบนผิวน้ำก็
ปรากฏ เมื่อหลินหมิงยืนยันว่าทุกคนจากไปแล้ว เขาจึงค่อยปรากฏตัว
ออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว…