Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 825 จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเริ่มเคลื่อนไหว
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 825 จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเริ่มเคลื่อนไหว
พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ –
ทางเดินที่มืดมิดลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงเป็นทางยาว ตรงสุดทาง
ทางเดินนี้เป็นห้องกว้างใหญ่ที่มีรูปปั้นปีศาจดุร้าย
เด็กชายชุดแดงและชายวัยกลางคนกำลังคารวะรูปปั้นนี้ ข้างๆ
เด็กชายคือผู้ดูแลชุดดำ ผู้ดูแลคนนี้ถือถาดอยู่ในมือ และบนถาดเป็น 4
แผ่นหยกวิญญาณชีวิต และ 3 ชิ้นแตกออก และชิ้นสุดท้ายถูกบดเป็น
ผุยผง
บุคลากรระดับสูงของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะต้องทิ้งแผ่นหยก
วิญญาณชีวิตไว้ภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ ด้วยทักษะพิเศษเพื่อทำให้นัก
สู้ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยจากมัน
“พวกเขาตายหมด…”
เสียงที่น่าหวาดหวั่นสะท้อนออกมาภายในห้อง เด็กชายชุดแดงและ
ชายวัยกลางคนก้มหัวลงต่ำด้วยความกลัวในจิตใจ
“ผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้ไร้ความสามารถยิ่ง!”
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในประกาศิตชะตาฟ้าเช่นพวกเขาก็ยังรู้สึกกดดัน
อย่างมากเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรที่แท้จริง
ถาดในมือผู้ดูแลสีดำลอยขึ้นมาและ 4 แผ่นหยกเองก็ลอยขึ้นภายใต้
พลังงานบางอย่าง
แสงสีดำพุ่งออกมาจากรูปปั้นปีศาจ พุ่งไปยังแผ่นหยกอันสุดท้ายที่
เป็นผุยผง
ร่องรอยของพลังงานจางหายไปจากแผ่นหยกวิญญาณชีวิต
“วิญญาณถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ปราณโลหิตหมดไป ร่างกาย
กลายเป็นเถ้าถ่าน นี่คือ… คำสาปเคียวมัจจุราช?”
เสียงที่ไร้รูปแบบดังก้องออกมา ก่อนที่ราชทูตปีศาจสองจะตกตาย
เขาใช้คำสาปเคียวมัจจุราช มันน่าแปลกใจมาก ผู้ใดเป็นคนฆ่าจนเขาไม่
ลังเลที่จะใช้คำสาปเคียวมัจจุราชเพื่อกำจัดโอกาสทั้งหมดที่เขาจะเข้าสู่วัฏ
จักรแห่งการกลับชาติมาเกิดใหม่เช่นนี้?
คำสาปเคียวมัจจุราชไร้ประโยชน์กับคนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง มัน
สามารถใช้งานได้โดยผู้ที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าหรือน้อยกว่า ผู้ใดที่
โดนคำสาปนี้?
หลินหลานเจี้ยน!
ด้วยเหตุผลทั้งหมด หลินหลานเจี้ยนไม่ควรที่จะมีพลังในการฆ่า
ราชทูตปีศาจสองได้ แต่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและเป็นอันตรายใน
บึงทมิฬแปดพันลี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่นี้ก็ย่อมไม่สามารถคาด
เดาได้ตามปกติ
วูป!
เศษชิ้นส่วนหยกหายไป รูปปั้นสีดำค่อยๆสั่นไหวและผู้ทรงพลังขั้น
เทพสมุทรก็ได้จากไปแล้ว ในวินาทีต่อมา เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่ยอดเขามืด
มิด
มีหุบเขาลึกที่นี่ ในหุบเขา มันมีพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่อุดม
สมบูรณ์อย่างเหลือเชื่อ ดอกไม้จิตวิญญาณและหญ้าจิตวิญญาณเติบโต
เบ่งบานอย่างเต็มที่
“พระราชธิดา!” เจ้าของเสียงปรากฏตัวขึ้น เขาเป็นชายวัยกลางคนที่
ตัวสูงเป็นพิเศษ ดวงตาของเขามีสองนัยน์ตาและคิ้วของเขาก็ตั้งชันดั่ง
กระบี่ เขามีออร่าของของราชันตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเป็นจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์, ซือถูฮ่าวเทียน
พระราชธิดาคือพี่สาวของเขา, ซือถูเหยาซี ซือถูเหยาซีเข้าสู่ขั้นเทพ
สมุทรเมื่อหนึ่งพันปีที่แล้วจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ตอนนี้ นางยังคงอยู่
ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้น แม้ว่าความแข็งแกร่งของนางไม่โดดเด่นเกินไป แต่
นางก็มีพรสวรรค์มากในด้านพลังจิตวิญญาณ เหตุผลที่ทำให้ซือถูฮ่า
วเทียนมาในครั้งนี้ก็เพื่อให้ซือถูเหยาซีตรวจสอบแผ่นหยกที่แตกกระจาย
ด้วยพลังจิตวิญญาณของนาง เพื่อที่นางจะได้สร้างเหตุการณ์จำลองการ
ตายของราชทูตปีศาจสอง
……
“วูป!”
เปลวเพลิงลุกไหม้ในอากาศ แผ่นหยกวิญญาณชีวิตหลอมละลายและ
เสี้ยววิญญาณลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อตัวขึ้นเป็นภาพมายา
“ข้าไม่สามารถสร้างฉากแห่งความตายของเขาได้” ซือถูเหยาซีส่ายหัว
ราชทูตปีศาจสองได้ระเบิดวิญญาณของเขาเองและไม่มีข้อมูลแม้แต่น้อยที่
หวนกลับคืนมา ถึงแม้ว่าซือถูเหยาซีจะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ
พลังจิตวิญญาณ แต่นางก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้
“อย่างมากที่สุดที่ข้าสามารถคาดการณ์การบ่มเพาะของผู้ที่ถูกคำ
สาปและตำแหน่งทั่วไปของเขาได้”
เมื่อซือถูเหยาซีกล่าว นางก็คว้าสายเสี้ยววิญญาณเหล่านั้นไว้ในมือ
และผนึกพวกมันไว้ในผลึกสีแดง
“ดี!” ซือถูฮ่าวเทียนพยักหน้า
มันเพียงพอแล้วหากได้รู้การบ่มเพาะโดยประมาณของผู้ที่โดนคำ
สาป
ซือถูเหยาซีเอาหัวกะโหลกสีดำออกจากแหวนมิติของนางและถ่ายเท
เส้นด้ายปราณแท้ลงไป กะโหลกลุกไหม้ขึ้นทันทีด้วยเปลวเพลิงสีเขียว
อ่อน ราวกับว่ามันเป็นเศษเสี้ยวเจตจำนง
นางบดขยี้ผลึกสีแดงในมือ ผลึกกลายเป็นผงที่ระเบิดออกเป็นควัน
ขณะลอยเข้าไปในเปลวเพลิงสีเขียวอ่อน
ผงนี้มีเสี้ยวจิตวิญญาณ ทั้งหมดถูกกลั่นด้วยเพลิง ใบหน้าบิดเบี้ยว
ปรากฏขึ้นเหนือเปลวเพลิง; นี่คือใบหน้าของราชทูตปีศาจสอง
ใบหน้าเลือนรางและคลุมเครือ ประกอบกับฉากที่น่างงงวยนับไม่
ถ้วน นอกจากซือถูเหยาซีก็ไม่มีใครสามารถเข้าใจถึงความหมายของสิ่งนี้
พิธีน่าหวาดกลัวนี้ยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาสองชั่วโมง เปลวเพลิง
ค่อยๆดับลง
“ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้าง?” ซือถูฮ่าวเทียนถาม
ซือถูเหยาซีลังเลครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดอย่างช้าๆว่า “การบ่มเพาะของ
บุคคลที่โดนคำสาปควรอยู่ที่ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายจนถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 ตำแหน่งปัจจุบันของเขาอยู่ห่างไปประมาณ
100,000 ลี้ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารา
นอกจากนี้ เขายังคงมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความเร็วสูง”
“ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายจนถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1! มัน
เป็นเจ้าสารเลวน้อยนั่นจริงๆ…” ซือถูฮ่าวเทียนไม่มีการแสดงออกบน
ใบหน้าของเขานอกความสงบที่น่าสะพรึงกลัว สำหรับขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลายถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ที่สามารถฆ่าราชทูตปีศาจสอง
และบังคับให้เขาใช้คำสาปเคียวมัจจุราชได้ คนผู้นั้นจะต้องเป็นหลินหลาน
เจี้ยนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่หลินหลานเจี้ยนจะฆ่าราชทูตปีศาจ
สองด้วยความแข็งแกร่งของเขา เขาจะต้องยืม ‘พลัง’ แปลกๆที่มีอยู่
ภายในบึงทมิฬแปดพันลี้เพื่อที่จะทำเช่นนั้น แต่เขาขอยืมอำนาจนี้โดยไม่
พินาศไปพร้อมกับมันได้อย่างไร ซือถูฮ่าวเทียนพบว่ามันยากที่จะ
จินตนาการได้
“เจ้าสารเลวน้อยผู้นี้มีความลับมากเกินไปในร่าง! เขาคือขุมสมบัติดีๆ
นี่เอง มันต้องมีสมบัติอื่นนอกเหนือจากเกราะจักรพรรดิปีศาจและมรดก
ของจักรพรรดิปีศาจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีจะต้องเป็นประโยชน์อย่างมาก
ต่อผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร เมื่อคนอื่นรู้เรื่องนี้แล้ว มันไม่ใช่แค่เราเท่านั้น
ที่จะเคลื่อนไหว แต่ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรคนอื่นๆก็จะเริ่มเคลื่อนไหว
เช่นกัน!”
“เช่นนั้นท่านหมายถึงคือ… ท่านต้องให้ข้อมูลนี้รั่วไหลออกไป เพื่อที่
หลินหลานเจี้ยนจะไม่มีที่หลบซ่อนเช่นนั้นหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ เขาเป็นเพียงไก่ที่ยังไม่โต เราได้สูญเสียไปเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถจัดการกับเขาได้ ในเวลานี้ ข้าจะไป
จับเขาด้วยตัวเอง!”
น้ำเสียงของซือถูฮ่าวเทียนไม่แยแสกับความเคร่งขรึมและรัศมี
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของตนเลยสำหรับเขาที่จะลงมือด้วยตัวเองกับรุ่นเยาว์
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย มันก็เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างมากแล้ว
“เจ้าไม่สนใจเกี่ยวกับสถานะของตนเลยสินะ” พระราชธิดายิ้มอย่าง
อ่อนโยน
“แม้แต่เสือก็ยังต้องใช้กำลังทั้งหมดเพื่อจับกระต่าย ข้าคิดว่า
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าส่ง 2 มหาบัณฑิตจักรพรรดิและ 4 ราชทูต
ปีศาจจะเพียงพอแล้ว แต่พวกเขากลับตกตายภายใต้น้ำมือของหลินหลาน
เจี้ยน! ผู้มีพรสวรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดดังกล่าวมักจะมีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ใน
ร่าง พวกเขาเป็นเพียงมังกรในร่างมนุษย์ และจะเป็นจักรพรรดิในอนาคต
อย่างไม่ต้องสงสัย เพื่อจัดการกับเขา เราต้องใช้ความแข็งแกร่งยิ่งใหญ่
ที่สุดทำลายเขาอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้น ถ้าเราเอาความแข็งแกร่งไปเทียบ
กับตัวเขาเสมอ ผลที่ได้ก็คือช่วยให้เขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เขาจะค่อยๆ
เอาชนะกองกำลังของเรา และเติบโตขึ้นมากพอที่จะทำลายอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของเราในอนาคต! ดังนั้น… คราวนี้เจ้าจะตามข้าไป
พร้อมๆกันและช่วยเหลือในการหาตำแหน่งของหลินหลานเจี้ยน”
ขณะที่ซือถูฮ่าวเทียนกล่าว นัยน์ตาคู่ของเขาสาดประกายพร้อมกับ
แสงดวงดาวที่ทำให้หัวใจของคนผู้หนึ่งต้องสั่นไหว
“ทำลายอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของเราเช่นนั้นหรือ? นั่นมันเกิน
จริงไปมาก! ไม่มีใครในทวีปนี้สามารถทำลายหนึ่งใน 4 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวคนเดียวได้”
“เพียงเพราะไม่มีใครในอดีตที่ทำได้ มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี
ใครในอนาคต ข้ามีความรู้สึกว่า… หลินหลานเจี้ยนจะกลายเป็นตัวตนที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ช้าก็เร็วเขาจะทำให้เกิดความตื่นตระหนกท่ามกลางขุม
พลังที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมด เขา… เขาดูเหมือนจะไม่ใช่อัจฉริยะที่มีอยู่ในโลกนี้
ได้…”
ซือถูฮ่าวเทียนเลียริมฝีปากของเขา ถ้าเขาสามารถทำลายอัจฉริยะ
ดังกล่าวและขุดเอาความลับออกมาจากร่างกายนั้นได้แล้ว มันก็มีความ
เป็นไปได้ที่เขาจะได้รับโชคชะตานั้นมาแทน ทะยานไปสู่ความสำเร็จสูงสุด
ในอนาคต!
เพียง 15 นาทีต่อมา นาวาจิตวิญญาณเทวะขนาดมหึมาซึ่งยาวหลาย
ร้อยก้าวก็ได้บินออกสู่ท้องฟ้าเหนือพระราชวังศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ภายใต้การ
ควบคุมของซือถูฮ่าวเทียน เรือลำนี้บินไปยังตำแหน่งหลินหมิงด้วย
ความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
บนนาวาจิตวิญญาณเทวะนี้ มันไม่ได้มีเพียง 2 ผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทร แต่ยังมี 2 มหาบัณฑิตจักรพรรดิที่เป็นศิษย์ของซือถูฮ่าวเทียน, 2
องค์ชายอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า, ผู้สืบทอดระดับสูงหลายคนและ
แม้แต่ซือถูชวนและซือถูเฟิงผู้ซึ่งได้พ่ายแพ้ต่อหลินหมิงในงานเลี้ยงเก้าบุป
ผา
ซือถูชวนมีความสุขอย่างมากที่ได้รับโอกาสนี้ในการมาร่วมกับ
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และค้นหาหลินหมิง เขาจะไม่มีวันลืมความอัปยศที่
เคยได้รับ!
“หลินหลานเจี้ยน รอข้าก่อนเถอะ! ตอนนี้บิดาจักรพรรดิของเรากำลัง
จะไปถึง ข้าต้องการจะดูว่าเจ้าหนีไปยังที่ใดได้อีก!”
ซือถูชวนยืนอยู่ที่หัวเรือและรู้สึกลมแรงพัดผ่านเขา เส้นผมยาวของ
เขาสยายไปในอากาศขณะที่เขายิ้มแย้มอย่างพึงพอใจ
…………..
ในเวลานี้ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารา
หลินหมิงกำลังอยู่บนนาวาจิตวิญญาณเทวะและบินไปข้างหน้าด้วย
ความเร็วเต็มพิกัด
นาวาจิตวิญญาณเทวะที่เขาได้มาควรค่าที่จะถูกเรียกว่าสมบัติชั้น
ยอดในการบิน หลังจากบรรจุหินลมปราณจิตวิญญาณไว้ภายในและ
ถ่ายเทปราณแท้ของเขาลงไปแล้ว ความเร็วของเรือนี้ก็ไม่ช้าไปกว่า
ความเร็วสูงสุดของหลินหมิงเลย
มันมีข้อจำกัดว่าหลินหมิงสามารถรักษาความเร็วสูงสุดไว้ได้เพียงใด
ก่อนที่เขาจะหมดแรง แต่นาวาจิตวิญญาณเทวะนี้สามารถบินได้โดยไม่มี
ขีดจำกัดตราบเท่าที่เขามีหินลมปราณจิตวิญญาณมากพอ
ด้านหน้าของเขาคือดินแดนมิติซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ
การมาถึงที่นี่ หลินหมิงก็เต็มไปด้วยความรู้สึก เมื่อนึกย้อนกลับไปยัง
บึงทมิฬแปดพันลี้ ในขณะที่เขาไม่เกรงกลัวต่อเขตแดนสายฟ้า และเขายัง
มีสายฟ้าสีแดงทอง กระบี่เงินขาวและเตาหลอมจักรวาลเป็นไพ่ตาย แต่ก็
ยังเป็นอันตรายมากในการหนีออกมา
บึงทมิฬแปดพันลี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรดุร้ายโบราณจำนวนมาก สัตว์
อสูรดุร้ายเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดกลัว ทุกๆสิบตัว จะมีอย่าง
น้อย 8 ตัวแข็งแกร่งกว่าเขา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการพึ่งพา
ไพ่ในมือเพื่อต่อสู้กับศัตรูเหล่านี้
ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด หลินหมิงต้องซ่อนตัวอยู่ในเตาหลอม
จักรวาล เตาหลอมจักรวาลถูกตบอย่างรุนแรงโดยสัตว์อสูรดุร้ายลิงยักษ์
ซ่อนตัวอยู่ในเตาหลอมจักรวาล หลินหมิงถูกเขย่าอย่างรุนแรง โลหิตไหล
ออกมาจากหัวและเกือบจะตกตายไป
โชคดีที่เขาได้รับประโยชน์จากช่วงเวลาที่ถูกตบไปและพบว่ามีโอกาส
ช่วงเวลาหนึ่ง เขาหนีออกมาจากเตาหลอมจักรวาล เก็บมันกลับไปและ
โคจรปราณแท้ของเขาถึงขีดสุด เขาเปิดประตูแห่งความพิศวงและใช้ก้าว
ย่างวิหคทองคำถลาลมด้วยความเร็วเต็มที่เพื่อหนีเข้าสู่ เขตแดนสายฟ้า
แต่เขตแดนสายฟ้าก็ไม่ปลอดภัยเช่นกัน มันยังมีสัตว์อสูรดุร้าย
โบราณที่สามารถอยู่รอดได้ที่นั่น
เขตแดนสายฟ้าสามารถกล่าวได้ว่าเป็นพื้นที่ซึ่งมีพลังต้นกำเนิด
สายฟ้าที่มหาศาลและบริสุทธิ์ที่สุดในทวีปนภารินไหล มีสัตว์อสูรดุร้ายที่มี
ธาตุจำเพาะสายฟ้าอาศัยอยู่ในที่นั่นจำนวนมาก
แม้ว่าสัตว์อสูรดุร้ายของเขตแดนสายฟ้าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าในบึง
ทมิฬ แต่โชคดีที่หลินหมิงมีกระบี่เงินขาวช่วยปกป้องตัวเอง โดยการพึ่งพา
จิตวิญญาณสายฟ้าที่ผสานอยู่กับกระบี่ เขาก็แทบจะไม่ต้องทำอย่างอื่น
เพื่อปกป้องตัวเองเลย
ด้วยวิธีนี้ หลินหมิงบางครั้งก็หลบหนีเข้าสู่เขตแดนสายฟ้า และ
บางครั้งก็บินใกล้กับบึงทมิฬ เขาเดินทางผ่านไปอย่างระมัดระวังจน
สามารถมาถึงขอบด้านนอกของทะเลสาบบึงทมิฬแปดพันลี้ได้
หลังจากถึงขอบบึงทมิฬแปดพันลี้แล้ว ในที่สุดเขาก็ทะลวงผ่านผ่าน
สนามพลังปิดของที่นี่ได้หลังจากพยายามอย่างมาก มันไม่น่าแปลกใจเลย
สำหรับทุกคนที่อยู่ต่ำกว่าขั้นเทพสมุทรจะไม่มีโอกาสรอดกลับไปหลังจาก
เข้ามาในพื้นที่นี้