Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 827 ซื่อไป๋
“เขาเดินเข้าไปในตระกูลเทพเจ้าพิโรธ…” จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าซือถูชวนได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของ
หลินหมิงในงานเลี้ยงเก้าบุปผาแล้ว และเขาเองก็ยังสามารถยืนยันได้ว่าไม่
มีผนึกคำสาปเลือดบนใบหน้าจริง ดังนั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจึงเชื่อ
ว่าหลินหมิงมาจากตระกูลเทพเจ้าพิโรธ ตระกูลเทพเจ้าพิโรธมีภูมิหลังที่
ลึกลับและเป็นไปได้สูงมากที่พวกเขาจะสามารถยกระดับรุ่นเยาว์ที่ท้าทาย
สวรรค์เช่นหลินหมิงขึ้นมาได้ ตระกูลเทพเจ้าพิโรธมีตัวตนมานานนับพันๆ
ปีแล้ว และได้ผลิตผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดมากมาย
ในขณะนี้ ผู้คุ้มกันของตระกูลเทพเจ้าพิโรธทักทายพวกเขา “พวก
ท่านคือใคร?”
“เรามาจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเพื่อเยี่ยมผู้นำตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ ให้เขามาพบเราอย่างรวดเร็ว!”
ไม่จำเป็นที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะต้องกล่าวสิ่งใด ซือถูชวนได้
กล่าวออกไปแทน ด้วยสถานะของเขาในฐานะองค์ชายอาชูร่า เขาไม่
สนใจที่จะรำคาญกับผู้คุ้มกันที่ต่ำต้อยขั้นปราณปลายฟ้าเหล่านี้ เขาเริ่ม
เปล่งออร่าของผู้ทรงพลังขั้นทำลายชีวิตออกมา ผู้คุ้มกันตระกูลเทพเจ้า
พิโรธเป็นเพียงนักสู้ขั้นปราณปลายฟ้า ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกกดดันอย่าง
มากในการเผชิญกับออร่าอันท่วมท้นนี้
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า?
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเป็นหนึ่งใน 4 มหาอำนาจ แม้แต่อำนาจ
ของแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่กล้าที่จะหย่อหยิ่งต่อหน้าพวกเขา
เผชิญหน้ากับแรงกดดันของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า มันเป็นไป
ไม่ได้ที่จะบอกว่าผู้คุ้มกันขั้นปราณปลายฟ้าจะไม่ได้ถูกกดดัน อย่างไรก็
ตาม ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่รู้สึกอ่อนแอเช่นกันหัวหน้าผู้คุ้มกล่าวขึ้นว่า
“ผู้นำตระกูลกำลังประชุมกับแขกอยู่ในตอนนี้ โปรดรอสักครู่”
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธซ่อนตัวอยู่ภายในดินแดนมิติของตัวเองตลอด
หลายปี พวกเขาไม่ค่อยรู้เรื่องเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก
มากนัก อย่างน้อยก็ไม่รู้ในเรื่องที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าไล่ล่าหลินหมิง
แม้ว่าพวกเขาจะรู้ แต่พวกเขายังไม่รู้ว่าเหตุใดตัวตนระดับสูงเหล่านี้จาก
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าถึงลงมือด้วยตัวเองและมาถึงประตูบ้านของ
พวกเขา
“แขกหรือ?”
คิ้วของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าตั้งขึ้นขณะที่เขาเหลือบไปยังซือถู
เหยาซี มีแนวโน้มว่าแขกผู้นี้คือหลินหมิง ตราบเท่าที่หลินหมิงเข้าสู่
ดินแดนมิตินี้แล้ว เขาก็ไม่ต่างจากนกพิราบที่ถูกขังมันไม่มีทางที่หลินหมิง
จะหนีรอดจากฝ่ามือของพวกเขาไปได้
………
ชายสวมหน้ากาก ถือแหวนมิติซึ่งหลินหมิงได้ส่งให้เขาและได้กวาด
ผ่านมันด้วยสัมผัสรับรู้ ทันใดนั้น เขารู้สึกว่าถึงเจตจำนงที่ยิ่งใหญ่และ
โบราณกดทับลงบนตัวเขา
นี่คือ…
หัวใจของชายวัยกลางคนสะท้าน สายฟ้าสีม่วงที่เห็นได้ชัด คมกระบี่
อันน่าสะพรึงกลัว… นี่คือกระบี่เงินขาว, กระบี่เงินขาวที่ได้ถูกบันทึกลงใน
พงศาวดารของตระกูลของพวกเขา!
กระบี่เงินขาวเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกส่งต่อมาในตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญส่งผ่านมายังบรรพบุรุษของพวก
เขา! กระบี่เล่มนี้มีประวัติมากว่า 100,000 ปี และเป็นข้อพิสูจน์ถึงประวัติ
ความเป็นมาที่ยากจะหยั่งถึงของตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้! มันเป็น
สัญลักษณ์ของตระกูลและความภาคภูมิใจของพวกเขา!
คมกระบี่นี้มีเจตจำนงกระบี่อันเป็นอมตะซึ่งจะไม่อ่อนแอลงเลยแม้
จะผ่านไปกว่า 10,000 ปี นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้กระบี่ต้องการมากที่สุด
40,000 ปีที่ผ่านมา บรรพบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลเทพเจ้า
พิโรธได้รับตำแหน่งสูงสุดภายใต้สวรรค์ชั้นฟ้า และได้รับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นี้
มา เพราะกระบี่นี้ เขาจึงเปลี่ยนชื่อของตนเป็นฮ่าว ในเมื่อเขาเองก็ยังมี
ชื่อเสียงในฐานะจักรพรรดิ เขาจึงถูกเรียกว่าจักรพรรดิฮ่าวตั้งแต่นั้นเป็น
ต้นมา
กระบี่เงินขาวได้ผสานกับเจตจำนงของบรรพบุรุษจักรพรรดิฮ่าว และ
ยังได้ถูกเสริมความแข็งแกร่งในเขตแดนเก้าสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ มัน
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมของโลกใบนี้! เมื่อมันหายไปใน
ทะเลปาฏิหาริย์ มันก่อให้เกิดผู้อาวุโสจำนวนมากที่อิจฉา และเข้าไปทะเล
แห่งปาฏิหาริย์เพื่อค้นหามันแม้จะเต็มไปด้วยอันตรายก็ตาม ไม่เพียงแต่
กระบี่เท่านั้นที่ทรงพลัง แต่เจตจำนงกระบี่ที่มีอยู่ภายในก็ยังสามารถสร้าง
แรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้กระบี่ได้ด้วย ช่วยให้ฝึกฝนกระบี่ไปจนถึงระดับที่
สูงขึ้น!
แต่… กระบี่เงินขาวดูเหมือนราวกับว่ามันหายไปจากโลกนี้ ไม่ว่าพวก
ผู้อาวุโสสูงสุดค้นหามันอย่างไรก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถหาร่องรอย
ของมันได้เลย กลับกัน พวกเขาทั้งหมดตกตายมากกว่า 90% ในการ
แสวงหามัน
ชายวัยกลางคนที่สวมหน้ากากไม่เคยนึกคิดว่าในสักวันหนึ่ง กระบี่
ศักดิ์สิทธิ์นี้จะถูกส่งกลับมายัง ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ!
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยความสุข ขณะที่เขาถือแหวนมิติไว้ใน
มือ เขารู้สึกราวกับว่ามันมีน้ำหนักถึง 10,000 จิน เกือบจะทำให้เขา
สูญเสียการทรงตัวและล้มลงไปบนพื้น
“ท่านผู้นำตระกูล…” ในขณะที่ผู้หญิงซึ่งอยู่ข้างหลังชายวัยกลางคน
เห็นการแสดงออกที่ตื่นเต้นของเขา นางช่วยไม่ได้ ที่จะกล่าวถามออกไป
“ข้าสบายดี…” ชายวัยกลางคนสวมหน้ากากนี้เป็นผู้นำตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ ผู้นำตระกูลถอดหน้ากากออกมา เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของ
เขา และทำให้หลินหมิงประหลาดใจมาก
มันเป็นไปได้อย่างไร?
ชายวัยกลางคนสวมหน้ากากตัวสูงและมีรัศมีอันสูงส่ง ดังนั้น ใบหน้า
ของเขาควรจะสง่างามเหมือนกัน! อย่างไรก็ตาม ราวกับหลินหมิงมองดู
หน้าของเขาผ่านผ้าโปร่งแสง ใบหน้าของชายวัยกลางคนทั้งหมดพร่ามัว
ราวกับว่าใบหน้าของเขากำลังค่อยๆหายไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงดวงตาดู
สงบและสว่างไสวเหมือนกับดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรี
ผนึกคำสาปบนใบหน้าของเขามีขนาดใหญ่ 3 เท่าของสมาชิกตระกูล
เทพเจ้าพิโรธคนอื่นๆ มันปกคลุมเกือบทั่วใบหน้าของเขา
ผู้นำตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้เดินไปยังทางเข้าของห้องโถงหลักที่แถว
ของรูปปั้นเรียงราย เขาคุกเข่าลงทั้งสองข้าง มือสั่นขณะที่เขาถือแหวนมิติ
และดึงกระบี่เงินขาวออกมา กระบี่ยาว 4 ก้าวและตรงเหมือนไม้บรรทัด
ส่องสว่างด้วยแสงที่เฉียบคม
คมมีดยังมั่นคงและมีเจตจำนงที่ไม่ย่อท้อ นี่เป็นจิตวิญญาณต่อสู้ของ
แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีที่หลงเหลือไว้ในกระบี่
“กระบี่เงินขาว … ในที่สุดก็กลับมายังตระกูลของข้า! ข้าไม่ได้ทำให้
บรรพบุรุษของข้าต้องละอายอีกต่อไป!”
ในฐานะผู้นำตระกูลเทพเจ้าพิโรธคุกเข่าลงบนพื้น ชายและหญิงที่อยู่
ข้างหลังเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นเช่นกัน กระบี่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธใน
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธเท่านั้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองและประวัติ
อันงดงามของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ และถือเป็นความสำคัญอันลึกซึ้งต่อ
พวกเขา
ต้องเป็นที่รู้กันดีว่าตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้สูญเสียประวัติความเป็นมา
ของพวกเขาไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา หากพวกเขาสูญเสียกระบี่เงินขาวที่
ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษตลอดชั่วอายุ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มี
มรดกอย่างแท้จริง
“น้องชาย ข้าเป็นผู้นำตระกูลรุ่นที่ 39 ของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ ข้า
ชื่อ ซื่อไป๋, และความมีน้ำใจนี้จะถูกแกะสลักลงบนหัวใจของข้าและทั่วทั้ง
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ! ”
แม้ว่าซื่อไป๋มีลักษณะแปลกๆที่อาจเรียกได้ว่าดุร้าย แต่ดวงตาของ
เขาในตอนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความขอบคุณอย่างจริงใจ ตระกูลเทพเจ้า
พิโรธได้เคยสัญญาว่าจะให้รางวัลมากมายสำหรับทุกคนที่สามารถกู้คืน
กระบี่เงินขาวและส่งมันมาให้พวกเขาเมื่อเข้าไปในทะเลแห่งปาฏิหาริย์
อย่างไรก็ตาม มันไม่มีใครเคยกลับมา
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้กำหนดรางวัลจำนวนมหาศาลสำหรับกระบี่
เงินขาว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมละทิ้งการค้นหามาหลายชั่วอายุคน
ภารกิจของพวกเขาก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ และพวกเขาก็จะถูกบังคับ
ให้ยอมแพ้ไปครึ่งทาง แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้นำกระบี่เล่มนี้กลับมาให้กับ
ตระกูลของพวกเขาแล้ว ความเมตตานี้หนักเท่าขุนเขากับตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ
“ท่านผู้นำตระกูลจริงจังเกินไป ในเวลานั้น ข้าได้เข้าสู่บึงทมิฬแปด
พันลี้และโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากเจตจำนงที่ถูกทิ้งไว้โดยผู้อาวุโส
จักรพรรดิฮ่าว มิเช่นนั้น ข้าเกรงว่าข้าอาจจะไม่สามารถเดินทางมาถึงที่นี่
ได้”
หลินหมิงเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เป็นอันตรายในบึงทมิฬแปด
พันลี้ และกระบี่เงินขาวก็ได้ช่วยเขาอย่างมากในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ต้อง
พูดถึงครั้งอื่นๆ แค่เพียงตอนที่เขาพบมูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วงในระยะ 90
ลี้ของเขตแดนสายฟ้า ซึ่งถ้าหากไม่ใช่เพราะกระบี่เงินขาวที่ปกป้องเขาไว้
เขาอาจจะถูกกลืนกินโดยมูลฐานอัสนีนั่นไปแล้ว
“น้องชาย ไม่จำเป็นต้องพูดอีกต่อไป ตระกูลเทพเจ้าพิโรธของข้าจะ
ระลึกถึงความมีน้ำใจนี้ไว้ถ้าน้องชายมีคำร้องขอใดๆได้โปรดกล่าวออกมา
อย่างไม่ต้องเกรงใจ” ซื่อไป๋กล่าวอย่างเด็ดขาด
ความสง่างามของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรและดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่
อยู่เบื้องหลังเขาเป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง หลินหมิงไม่ได้พยายามจะปฎิเสธ
ต่อไป สำหรับปัจจุบัน การได้รับการคุ้มครองจากขุมพลังอันยิ่งใหญ่ก็ดี
พอแล้ว
ซื่อไป๋เก็บกระบี่เงินขาวกลับไปและมองไปยังรายการอื่นๆในแหวน
มิติ สิ่งเหล่านี้เป็นแผ่นหยกส่วนตัวของจักรพรรดิฮ่าว
เมื่อซื่อไป๋หยิบแผ่นหยกมาไว้ในมือ และกวาดสัมผัสรับรู้ผ่านมัน เขา
พบว่ามันยากมากที่จะรักษาความสงบไว้ได้ ในแต่ละแผ่นหยกเหล่านี้ มัน
มีประสบการณ์ที่หลากหลายและบันทึกเกี่ยวกับมรดกของตระกูลเทพเจ้า
พิโรธ ที่สำคัญที่สุดคือ มีบันทึกประสบการณ์ของจักรพรรดิฮ่าวเมื่อเขา
พยายามที่จะทำลายผนึกคำสาปและกระบวนการของเขาในการทำ
เช่นนั้น สำหรับตระกูลเทพเจ้าพิโรธนี่เป็นข้อมูลที่มีค่าหาใดเปรียบ!
แหวนมิติที่หลินหมิงได้นำกลับมาให้ตระกูลเทพเจ้าพิโรธเป็นสมบัติ
ล้ำค่าอย่างที่สุดสำหรับพวกเขา!
ซื่อไป๋พยามสงบใจตัวเอง จากนั้น เมื่อเขาหยิบแผ่นหยกออกมาและ
กำลังจะพูดกับหลินหมิง ก็มีเสียงดังออกมาจากอีกฟากหนึ่งของประตู
“ท่านผู้นำตระกูล มีแขกมาเยี่ยมเยียน”
“พวกเขาเป็นใคร? ให้พวกเขารออยู่ข้างนอก” ซื่อไป๋โบกมือของเขา
อย่างไม่ใส่ใจ ในเวลานี้ ไม่มีแขกใดที่สำคัญเท่าหลินหมิงอีกแล้ว
“พวกเขาเป็นคนจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ผู้คุ้มกันได้แจ้งให้
พวกเขารอไปก่อนเรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขาไม่ต้องการทำเช่นนั้น ผู้คุ้ม
กันไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้”
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า?
คิ้วของซื่อไป๋บิดเข้าหากัน ตระกูลเทพเจ้าพิโรธไม่ได้ล่วงเกินต่อ 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากพวกเขามีชีวิตที่เงียบสงบในดินแดนมิติของ
ตนเอง พวกเขาจึงมีแขกน้อยมาก โดยปกติ จะมีเพียงตระกูลที่ซ่อนอยู่ใน
บริเวณใกล้เคียงเท่านั้นที่จะมาเยี่ยมพวกเขาเป็นครั้งคราว
ในขณะที่ซื่อไป๋มีข้อสงสัย หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเกิดแผ่นดินไหว
เคลื่อนผ่านมายังเขา
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า!?
บัดซบ! พวกเขารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่!?!?
เขาย่อมไม่ได้คิดว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามา
เยี่ยมตระกูลเทพเจ้าพิโรธ พวกเขาต้องใช้วิธีการที่ไม่รู้จักเพื่อติดตาม
ตำแหน่งของเขามาอย่างแน่นอน!
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ซื่อไป๋มีความรู้สึกไวอย่างมากต่อการ
เปลี่ยนแปลงรอบตัวเขา เขาสังเกตเห็นความรู้สึกตกใจของหลินหมิงและ
พูดว่า “น้องชาย เจ้ามีความเป็นปฏิปักษ์กับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
เช่นนั้นหรือ?”
หลินหมิงถอนหายใจยาว ในเวลานี้ไม่มีอะไรที่เขาสามารถปกปิดจาก
ซื่อไป๋ได้อีกแล้ว หลังจากความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุด อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าได้ส่งผู้เล่นตัวจริงที่แข็งแกร่งออกมา นอกจากนี้ พวกเขายังมีวิธีการ
ติดตามที่เขาไม่มีรู้จักอีกด้วย มันไม่มีทางที่เขาจะซ่อนตัวได้อีกต่อไป!
หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลินหมิงก็ตระหนักว่าเขามีทางเลือก
เพียงอย่างเดียวซึ่งเป็นความเชื่อมั่นในตระกูลเทพเจ้าพิโรธว่าจะปกป้อง
เขา หลังจากที่มาที่นี่ ภูมิหลังของตระกูลเทพเจ้าพิโรธก็ได้เกินกว่าที่เขา
จินตนาการเอาไว้มาก เมื่อมาถึงจุดนี้เขาเพียง ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะมี
เกียรติและตอบแทนความมีน้ำใจของเขา
เมื่อถูกถามจากซื่อไป๋ หลินหมิงก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดว่า “ข้าจะ
ไม่ปิดบังความจริงจากผู้อาวุโส เหตุผลที่ข้าเสี่ยงชีวิตของข้าและเข้าสู่บึง
ทมิฬแปดพันลี้ เพราะข้าถูกไล่ล่าจากกองกำลังของ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อาชูร่า”
“หืม?” ซื่อไป๋คิดว่ามันแปลกที่หลินหมิงกับการบ่มเพาะเพียงขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายของเขาและเข้าสู่ทะเลแห่งปาฏิหาริย์ และยัง
ค้นพบมรดกของบรรพบุรุษจักรพรรดิฮ่าวอีกด้วย ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขา
ถูกบังคับให้ทำเช่นนั้นโดยผู้อื่น อย่างไรก็ตาม สำหรับเขาที่รอดชีวิตมาได้
นั่นเป็นเพราะทักษะและโชคชะตาที่ซื่อไป๋พบว่ายากที่จะเข้าใจ
ซื่อไป๋กล่าวว่า “เจ้ากลายเป็นศัตรูกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า และ
ถูกบังคับให้เข้าไปในทะเลแห่งปาฏิหาริย์ อย่างไรก็ตาม เจ้ากลับสามารถ
ค้นหามรดกบรรพบุรุษจักรพรรดิฮ่าวซึ่งผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนต่างล้มเหลว
ด้วยเพียงการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลายของเจ้ากลับ
สามารถรอดชีวิตออกจากพื้นที่นั้นได้อย่างปลอดภัยด้วย นี่เป็นข้อพิสูจน์
ว่าเจ้ามีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าและตระกูลของข้าย่อมมี
ชะตาต้องกัน มากับข้า และข้าจะช่วยให้เจ้าสะสางความเกลียดชัง
ระหว่างเจ้าและอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า”
ซื่อไป๋ไม่คิดว่าหลินหมิงซึ่งเป็นเพียงนักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วง
ปลายจะสามารถเป็นปฏิปักษ์กับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าที่ไม่สามารถ
แก้ไขได้ ตระกูลเทพเจ้าพิโรธของเขามีภูมิหลังที่สำคัญ และไม่ควรจะยาก
ที่จะทำให้เกิดความเป็นปฏิปักษ์กับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเพียงเพื่อ
นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย แม้ว่าหลินหมิงจะฆ่าองค์ชาย
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า แต่ก็ยังสามารถจัดการปัญหาได้ ด้วยตำแหน่ง
ของความแข็งแกร่งแน่นอนของที่นี่เป็นรากฐาน และหากจ่ายด้วยราคาที่
สูงพอแล้ว เรื่องนี้อาจจะถือว่าเสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม การบ่มเพาะของ
หลินหมิงยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะฆ่าองค์ชายอาชูร่า นอกจากนี้
ยังมีองค์ชายอาชูร่าหลายร้อยคนและลูกหลานขององค์ชายอีกมากมาย
สำหรับราชทูตปีศาจที่แข็งแกร่ง, มหาบัณฑิตจักรพรรดิและผู้ทรง
พลังขั้นเทพสมุทร ซื่อไป๋ไม่เชื่อว่าหลินหมิงจะมีคุณสมบัติที่จะทำร้ายพวก
เขาได้
หลินหมิงยิ้มออกมาขณะที่เขาได้ยินซื่อไป๋กล่าวคำเหล่านี้ “ความ
เกลียดชังนี้… . อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้”
“หืม?”
“ข้าได้สังหาร 3 ราชทูตปีศาจโดยตรงหรือทางอ้อมของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและมหาบัณฑิตจักรพรรดิ นอกจากนี้ ข้ายังสังหารทั่วทั้ง
แผนกสาขาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าอีกด้วย ดังนั้น…” หลินหมิงก
ล่าวเช่นนี้ออกอย่าช่วยไม่ได้
หน้าของซื่อไป๋ก็ถึงกับตกตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน