Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 852 ต่อสู้กับซือถูหลัวซา
สนามประลองทั้งหมดพังยับเยินเกินที่จะซ่อมแซมได้แล้ว ด้านบน
ของเนินนี้มีรอยร้าวเป็นทางยาวหลายลี้และลึกหลายร้อยก้าว ถ้ามิใช่
เพราะรูปแบบค่ายกลของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าที่สนับสนุนพื้นที่
ทั้งหมดนี้แล้ว สถานที่แห่งนี้ก็คงจะพังทลายลง
ที่นี่ยังมีเศษเนื้อหนัง โลหิตและอวัยวะกระจายไปทั่วทุกแห่ง หลาย
ซากศพยังไม่ถูกกู้กลับไปเพราะมันกระจายไปหลายที่
ทั้งสนามประลองเต็มไปด้วยกลิ่นฉุนที่รุนแรงของโลหิต
อย่างไรก็ตาม หอกของหลินหมิงไม่ได้เปื้อนโลหิต และชุดของเขา
ไม่ได้แม้แต่จะฉีกขาดเลย ชุดสีขาวของเขายังคงสะอาดเหมือนหิมะ เขา
ลอยสูงและดูภาคภูมิเหนือสนามประลอง เส้นผมและชุดของเขาโบกสบัด
ไปตามสายลม
การแสดงออกของเขาสดชื่นราวกับว่าเขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการ
ต่อสู้เป็นตายนี้เลย ด้วยความหล่อเหล่าดั่งหยกสลักและท่าทางสบายๆ
ของเขา เขาก็ดูเหมือนนักรบอมตะที่ถูกเนรเทศออกจากสวรรค์
ภายในสวรรค์และแผ่นดินที่ไร้รอยต่อ หลินหมิงยืนอย่างสง่างามอยู่
เหนือที่ราบโลหิตเลือดที่คล้ายกับเขตแดนสังหารของอาชูร่า ความ
แตกต่างที่ชัดเจนนี้ทำให้รู้สึกราวกับว่าฉากนี้ไม่เป็นจริง ราวกับว่าความ
ตายทั้งหมดก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ไม่นานครึ่งชั่วโมงก็ได้ผ่านและอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ยังคงไม่ได้ส่งผู้ใดออกมาเลย
นักสู้ทั้งหมดกำลังรอคอยอย่างอดทน
“มันเกิดอะไรขึ้น? อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ายอมรับการพ่ายแพ้แล้ว
หรือ?”
นักสู้หลายคนช่วยไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้ ภูมิหลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
อาชูร่าทรงพลังอย่างมาก ในครั้งเดียวพวกเขาได้ส่ง 20 หุ่นเชิดสังหาร
ออกไป ไม่มีใครกล้าที่จะดูถูกถึงพลังของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า แต่
ตอนนี้มันดูเหมือนว่าหลินหมิงจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า!
“ได้เวลาแล้ว ไปเลย…” ซือถูฮ่าวเทียนพยักหน้าให้ซือถูหลัวซา แม้
เขาจะห่วงว่าซือถูหลัวซาจะตกตายที่นี่ แต่ก็ยังต้องส่งเขาขึ้นไปสู้
“ระวังตัวด้วย ถ้าเจ้าไม่สามารถเอาชนะเขาได้ก็ถอยกลับมา ตราบ
เท่าที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เช่นนั้นข้าก็จะสามารถปกป้องเจ้าได้”
ซือถูฮ่าวเทียนกล่าวกับซือถูหลัวซาด้วยกระแสเสียงปราณแท้
“ฝ่าบาท โปรดมั่นใจว่าข้าจะเอาชนะหลินหลานเจี้ยนได้ ข้าจะไม่ทำ
ให้ท่านผิดหวัง!” เมื่อได้ยินว่าซือถูฮ่าวเทียนจะรับประกันชีวิตของเขา ซือ
ถูหลัวซาก็รู้สึกขอบคุณอย่างมาก แต่เขาจะไม่ถอย การต่อสู้ครั้งนี้เป็นสิ่งที่
เขาต้องชนะ
“เรารอมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ซือถูฮ่าวเทียนคงจะกำลังคิดหนัก” ในเรือ
หยก เทพธิดาวายุหิมะได้เห็นซือถูหลัวซาเข้าสู่สนามประลองและยิ้มอย่าง
อ่อนโยน “นี่เป็นเช่นเดียวกับการยอมรับว่าทุกอย่างที่เขาได้ทำก่อนหน้า
นั้นไร้ผล หลินหลานเจี้ยนปกปิดความสามารถไว้เป็นอย่างดี ซือถูฮ่า
วเทียนจึงลำบากอย่างยิ่งในเวลานี้”
เมื่อสามารถจัดการฝ่ายตรงข้ามได้เรื่อยๆแล้ว มันก็จะสลักความรู้สึก
ของความมุ่งมั่นไว้ในกระดูกของผู้ชนะ ความเชื่อที่ว่าพวกเขาจะชนะ มัน
จะสร้างสนามพลังงานที่มองไม่เห็นซึ่งจะผลักดันพวกเขาไปสู่ชัยชนะ
นั่นเอง นี่จะทำให้นักสู้จะต่อสู้อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ซือถูฮ่าวเทียนกลัว
เรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วหัวเราะ “ซือถูฮ่าวเทียนระวังตัวมากเกินไป แต่ไม่ว่า
จะมีเจตจำนงที่มุ่งมั่นเพียงใดมันก็จะไร้ประโยชน์ต่อหลินหลานเจี้ยนใน
เวลานี้!”
ความเชื่อที่สะสมไว้ในนักสู้จะอยู่ต่ออีก 2-3 วัน – แน่นอนว่าจะไม่
ถูกทำลายภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงนี้อย่างแน่นอน ส่วนใหญ่ที่ซือถูฮ่า
วเทียนทำได้ก็คงแค่เพียงลดแรงผลักดันบางส่วนของหลินหมิงลง แต่เขา
ไม่สามารถทำลายมันได้อย่างสิ้นเชิง
ภายใต้ความสนใจของทุกคน, ซือถูหลัวซาถือหอกของเขาและลอย
ลงจากนาวาจิตวิญญาณเทวะ
“มันคือ ซือถูหลัวซา! ในที่สุดซือถูหลัวซาก็ออกมาต่อสู้!” ในขณะที่
เหล่านักสู้ที่ได้รอคอยมานานเห็นเงาของซือถูหลัวซาค่อยๆลอยเข้าสู่เวที
สายตาของพวกเขาก็เบิกกว้างและจับจ้องไปยังเขา
“ข้าคิดว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะส่งกองกำลังฆ่าตัวตายออกไป
เรื่อยๆเพื่อสู้หลินหลานเจี้ยนมากกว่านี้เสียอีก แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพวก
เขาจะส่งซือถูหลัวซาออกมาเร็วเพียงนี้ นี่หมายความว่าอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ายังคงมีผู้ทรงพลังที่ปกปิดตัวตนอยู่อีก
พวกเขาจะมีผู้ทรงพลังที่ซ่อนอยู่จำนวนมากได้อย่างไร? เมื่อสิบปี
ก่อน ซือถูหลัวซาได้ติดอันดับที่ 15 ในประกาศิตชะตาฟ้า และตอนนี้เขา
ติดอันดับ 12 และไม่มีใครรู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน ข้าได้ยินว่าเขากำลัง
ใกล้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว เขาควรจะเป็นนักสู้ขั้นทำลายชีวิตที่
แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า!”
การต่อสู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดสามารถทำให้โลหิตเดือดพล่าน
ไปด้วยความตื่นเต้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการต่อสู้ระหว่าง
ประกาศิตชะตาฟ้าระดับสูงได้แก่ ซือถูหลัวซาและหลินหลานเจี้ยน ความ
แข็งแกร่งของซือถูหลัวซานั้นไม่เป็นที่รู้จัก แต่หลินหมิงก็เช่นกัน คนที่มี
สายตาดีจะสามารถมองเห็นได้ว่าหลินหมิงยังไม่เคยใช้กำลังเต็มที่ในการ
ต่อสู้ครั้งใดๆ มันมีวิถี กฎและทักษะการต่อสู้ที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน
เมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่รู้จักเช่นนี้ มันก็ยิ่งจะทำให้การต่อสู้เต็มไปด้วย
ความคาดหมาย ทุกคนอยากรู้ว่าขอบเขตของความแข็งแกร่งของพวกเขา
มีมากเพียงใด!
วืบบบ!
ปีกคู่สีดำขนาดใหญ่กางออกจากด้านหลังของซือถูหลัวซา ทำให้เขา
ลอยอยู่ในอากาศ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักสู้ที่มีปีกคู่สมบัติ – แม้แต่
ซือกุ่ยเหยินก็ยังมีเป็นของตัวเอง แต่ปีกคู่ของซือถูหลัวซานั้นแตกต่างกัน
ไม่ใช่ของสมบัติที่ได้รับการกลั่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายซือถูหลัวซา
ปีกเหล่านี้เป็นเนื้อหนังและโลหิตของเขา!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ซือถูหลัวซามีสายเลือดพิเศษ มันน่าจะเป็นไปได้
ว่าสิ่งนี้ได้รวมถึงความสามารถตราประทับสายเลือดพิเศษด้วย!
“หลินหมิง ด้วยการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ของข้า แม้ว่าข้า
จะเอาชนะเจ้าได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นชัยชนะส่วนตัวของข้า และข้าจะไม่ออม
มืออย่างเด็ดขาด ในสงครามครั้งนี้ ข้าจะฆ่าเจ้าด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามี!”
เมื่อซือถูหลัวซากล่าว ผนึกดูดกลืนโลหิตหลายพันไหลออกมาจาก
ร่างของเขาอย่างฉับพลัน จากนั้น ก็มีฉากที่ทำให้หลินหมิงตกใจ ผนึก
ดูดกลืนโลหิตเหล่านี้ผสานเข้ากับปีกสีดำของซือถูหลัวซา ผนึกดูดกลืน
โลหิตอัดแน่นลงไปบนปีกสีดำ ทำให้มันกลายเป็นปีกสีแดงโลหิต!
“ทักษะการต่อสู้เช่นนี้…” หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่า นี่คือเคล็ดบ่มเพาะส่วนตัวของซือถูหลัวซาได้คิดค้นขึ้นมาจาก ‘เคล็ด
บ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ เขาเหมือนกับหลินหมิง ปรมาจารย์นักสู้ที่
ก้าวเข้าสู่เส้นทางของการสร้างทักษะต่อสู้ของตัวเอง!
ไม่ว่าเคล็ดบ่มเพาะของคนอื่นจะดีเพียงใด แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็เป็น
ของคนอื่น พวกมันไม่เหมาะกับตนเองอย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น ซือถู
หลัวซา ด้วยการรวมลักษณะพิเศษของสายเลือดกับ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าว
โลหิตล้างผลาญ’ เขาก็สามารถแสดงประสิทธิภาพการต่อสู้ออกมาได้
อย่างยอดเยี่ยม
‘สมกับเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆของประกาศิตชะตาฟ้าที่ถูกเลือกโดย
สวรรค์!
แม้ว่าพรสวรรค์ในปัจจุบันของหลินหมิงจะเกินกว่ามาตรฐานของ
ทวีปนภารินไหลออกไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่เขายังคงไม่ประมาทผู้ทรง
พลังแห่งโลกนี้ นี่เป็นเพราะพวกเขาเป็นตัวตนที่โดดเด่นจากร้อยล้านหรือ
แม้กระทั่งนับพันล้านชีวิต
แต๊งงง!
ระฆังเหนือยอดเขาดังขึ้นอีกครั้งทั่วดินแดนมิติแห่งนี้
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
ซือถูหลัวซาเริ่มเคลื่อนไหวก่อน โดยปราศจากความลังเลใดๆ เขา
คว้าหอกและกลายเป็นลำแสงสีดำพุ่งไปข้างหน้า ความเร็วของเขาทะลุ
จินตนาการ!
แสงหอกสาดประกายเป็นทางยาวในอากาศ จนทำให้ดวงตาพร่ามัว!
“เจ้าต้องการเปรียบเทียบความเร็ว?”
ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม สิ่งที่เขาหวาดกลัวน้อย
ที่สุดก็คือการเปรียบเทียบความเร็ว หรือ กล่าวให้ถูกต้องมากขึ้นคือ เขา
ไม่กลัวการเปรียบเทียบในด้านต่างๆเลย ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งทาง
กายภาพ ความทนทาน เจตจำนงหรือสิ่งอื่น แค่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้
คู่ต่อสู้กระอักโลหิตแล้ว
โดยมิได้เปิดใช้ประตูแห่งความพิศวง หลินหมิงได้เปิดใช้เพียง ‘ก้าว
ย่างวิหคทองคำถลาลม’ ก็สามารถสร้างภาพติดตาขึ้นในอากาศได้แล้ว
หอกสีแดงในมือของเขาพุ่งออกไป ปะทะกับหอกของซือถูหลัวซา
เคล้ง เคล้ง เคล้ง!
มันเหมือนกับคลื่นกระทบฝั่ง เนินเขาสนามประลองที่ถูกเสริมด้วย
รูปแบบค่ายกลของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
สายลมจากหอกที่รุนแรงได้บดขยี้ก้อนหินเป็นผุยผง กลุ่มฝุ่นผงจากก้อน
หินที่ถูกบดขยี้เริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า!
พลังงานสีดำและสีแดงเป็นเหมือนดั่งมังกรวารีสองตัวที่ปะทะกัน
อย่างรุนแรงในทะเลทราย!
“ช่างรวดเร็วยิ่งนัก ข้าไม่สามารถแม้แต่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เลย!”
เหล่านักสู้รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นทั้งหลายได้ถอยห่างออกไป 10 ลี้แล้ว
ด้วยสายตาของพวกเขา การเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้จากระยะทาง 10 ลี้ก็
ย่อมไม่มีปัญหาเลย อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับไม่สามารถเห็นการ
เคลื่อนไหวของหลินหมิงและซือถูหลัวซาได้อย่างชัดเจน ความเร็วของ
พวกเขานั้นรวดเร็วเกินไป
มันมิใช่เพียงแค่พวกเขา แต่แม้แต่ผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงของนิกายต่างๆ
ก็ยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นมากนัก ทั้งหมดที่พวกเขาเห็นคือ พายุที่มีแสง
สีดำและสีแดงห้ำหั่นด้วยกันในท้องฟ้า แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
นั้น ไม่มีใครสามารถแยกแยะอะไรได้ในศึกแห่งความเร็วสุดขีดเช่นนี้
“ดูเหมือนว่า…พวกเขาจะเป็นคู่มือของกันและกันได้เช่นนั้นหรือ?” ผู้
อาวุโสจากนิกายระดับ 5 กล่าวออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
“บางที…” ผู้อาวุโสสูงสุดอีกห้าคนก็เออออเจ้าไปตามกัน พวกเขาเอง
ก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในประกาศิตชะตาฟ้า และก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้
ว่าผู้ใดเหนือกว่า นี่เป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับเขา
วูปป!
ปีกสองปีกของซือถูหลัวซากางออกเต็มที่ ปีกสีโลหิตของเขาดูเหมือน
ราวกับแกะสลักมาจากทับทิมบริสุทธิ์ หลังจากที่ผนึกดูดกลืนโลหิตหลอม
รวมเข้ากับมันแล้ว พวกมันก็มีความคมหาเปรียบมิได้ และสามารถ
ป้องกันหอกแสงได้จำนวนมากด้วยตัวเอง
แสงสีแดงจางๆข้ามท้องฟ้าเหมือนสายรุ้ง หกขนนกสีแดงแยกออก
จากด้านหลังของซือถูหลัวซาอย่างเงียบๆ วนรอบหลินหมิงและพุ่งไปยัง
แขนขา หลังและศีรษะของเขาพร้อมกัน!
ขณะเดียวกัน ซือถูหลัวซาก็ได้แทงหอกมายังหลินหมิงเช่นกัน
“เขาเร็วมาก!”
แสงแห่งความตื่นเต้นแล่นผ่านแววตาของหลินหมิง ถ้าเขาไม่ได้เปิด
ประตูแห่งความพิศวงและใช้เพียงแค่ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ แล้ว
การเคลื่อนไหวของเขาก็จะช้ากว่าซือถูหลัวซาเล็กน้อย มันทำให้หลินหมิ
งตกใจไม่น้อย ดูเหมือนว่าความสามารถในสายเลือดพิเศษของซือถูหลัว
ซาจะก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
หวืดด!
หอกสีแดงกวาดออกเป็นรูปจันทร์เต็มดวงรอบตัวหลินหมิง สกัดกั้น
การโจมตีของซือถูหลัวซาทั้งหมดไว้ได้อย่างสมบูรณ์
เคล้งงงง!
พายุปราณแท้ที่รุนแรงได้ม้วนขึ้น ทำให้ปราณแท้ที่เกรี้ยวกราดเต็ม
อยู่ในอากาศ รูปแบบค่ายกลที่สนับสนุนเนินเขาดูเหมือนจะไม่สามารถ
รองรับได้อีกและเกิดรอยแตกหลายร้อยลี้ปรากฏขึ้นภายใน!
สำหรับหลินหมิงและซือถูหลัวซา เวทีนี้เป็นเพียงหนึ่งสถานที่เท่านั้น
สนามรบที่แท้จริงของพวกเขาอยู่ในท้องฟ้า!
ครึนน ครึน ครึนน!
สายฟ้าสาดประกาย มิติสั่นสะเทือน หลินหมิงใช้ตันเถียนของเขา
เป็นศูนย์กลางและปล่อยแสงสีม่วงออกมา นี่คือความรุ่งโรจน์ของสายฟ้า!
พายุสายฟ้าเริ่มควบแน่นกัน กลายเป็นเกล็ดสีม่วงมากมายทั่ว
ร่างกายหลินหมิง ชั้นแล้วชั้นเล่า พวกมันครอบคลุมทั้งร่างของเขา มี
สายฟ้าไหลเวียนอยู่บนเกล็ดเหล่านี้ จุดชีพจรทั่วร่างได้ช่วยเชื่อมต่อเขา
เข้ากับพลังอำนาจของสายฟ้ารอบตัว
“พลังแห่งชีวิต – รูปแบบต่อสู้สายฟ้า”
นี่เป็นทักษะที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี ใช้
สายฟ้าเป็นพลังแห่งชีวิตและเปลี่ยนร่างกาย กระตุ้นให้เกิดความ
แข็งแกร่งมากขึ้น นี่คือประเภทของทักษะการต่อสู้สายสนับสนุน เพื่อที่จะ
ใช้มันได้ ผู้หนึ่งจะต้องมีความเข้าใจอย่างมากเกี่ยวกับกฎที่เป็นรากฐาน มิ
เช่นนั้น การใช้ทักษะนี้อย่างไม่ระมัดระวังจะไม่ช่วยกระตุ้นศักยภาพใน
ชีวิตของพวกเขา แต่จะส่งผลเสียหายต่ออวัยวะภายในและเส้นชีพจร
ในขณะที่นักสู้พบว่าร่างกายของหลินหมิงเริ่มปกคลุมด้วยเกล็ดสีม่วง
นี้ พวกเขาก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งอะไรที่ผิดปกติ แต่บรรดาผู้ทรงพลังในขั้นเทพ
สมุทรหลายคนนั้น โดยเฉพาะผู้อาวุโสตระกูลเทพเจ้าพิโรธและผู้นำ
ตระกูลซื่อไป๋ต่างก็ได้ตกตะลึงมากที่สุด!
นี่เป็นรูปแบบต่อสู้สายฟ้าอย่างแท้จริง!
นี่เป็นทักษะพิเศษที่แปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีได้พึ่งพาเพื่อก้าวไปทั่ว
โลก ถึงแม้ว่ามรดกที่สมบูรณ์นี้จะถูกทิ้งไว้ในตระกูลเทพเจ้าพิโรธ แต่ก็ไม่
มีใครสามารถฝึกมันได้สำเร็จ!