Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 858 กรงแห่งความมืด
“เหยาเยว่!”
ขณะที่ซือถูเหยาซีเห็นไหล่ของซือถูเหยาเยว่ปกคลุมไปด้วยโลหิตนั้น
นางรู้สึกทันทีว่าหัวใจของนางได้บีบรัดขึ้น พรสวรรค์ของเหยาเยว่แทบไม่
เคยเห็นมานานนับพันปีในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า นางเป็นความหวังที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาในการเป็นผู้นำและหล่อเลี้ยงคนรุ่นต่อไป! ที่
สำคัญกว่านั้นนางเป็นลูกหลานโดยตรงของกลุ่มตระกูลซือถู ไม่เหมือนซือ
ถูหลัวซาที่มีสายเลือดหลักมาจากตระกูลเหยี่ยวทมิฬโบราณ และมีความ
เกี่ยวพันกับตระกูลซือถูเพียงแซ่ของเขาเท่านั้น
ไม่ใช่การกล่าวเกินจริงที่จะกล่าวได้ว่าคุณค่าของซือถูเหยาเยว่ต่อ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเกินกว่าที่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร 2-3 คน
สำหรับซือถูเหยาซี, ซือถูเหยาเยว่เป็นดั่งโลหิตชีวิตของนาง
“เจ้าสารเลวน้อยกล้าที่จะทำร้ายเหยาเยว่! ถ้าเขาตกลงอยู่ในมือของ
ข้าเมื่อใดแล้วนั้น ข้าจะฉีกกระดูกและตัดเอ็นของเขาซะ!”
คำกล่าวของซือถูเหยาซีสั่นสะท้านด้วยความโกรธขณะที่นางยังคง
สาปแช่งหลินหมิง นี่คือหนทางเดียวที่นางจะสามารถจะระบายความโกรธ
ในหัวใจได้
ตอนนี้นางรู้สึกกังวลมาก เมื่อซือถูเหยาเยว่พ่ายแพ้ ผลที่ตามมา
ย่อมจะกลายเป็นภัยพิบัติ!
“ไม่ มันเป็นไปไม่ได้, เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน! หลังจากเขตแดน
บูรพาพยัคฆ์ของนางพังทลายลงแล้ว นางยังสามารถปลดปล่อยมัน
ออกมาได้อีกครั้ง แต่เจ้าสารเลวน้อยหลินหลานเจี้ยนก็น่าจะต้องบาดเจ็บ
พอๆกัน ซึ่งการบาดเจ็บของเขาควรจะมากกว่าเหยาเยว่!” ซือถูเหยาซี
กล่าวว่าเพื่อปลอบโยนตัวเอง จากนั้นดวงตาของนางก็จ้องไปยังหลินหมิง
แม้ว่าเขตแดนบูรพาพยัคฆ์จะถูกทำลายลงไปแล้วก็ตาม แต่พายุปราณแท้
ก็ได้ทำให้การโจมตีของหลินหมิงอ่อนลงอย่างมาก และด้วยการเพิ่มการ
ป้องกันของกระจกป้องกันหัวใจปีศาจ มันก็ยิ่งทำให้พลังโจมตีของหลินห
มิงลดลงถึงจุดต่ำสุด
ในทางกลับกัน หลินหมิงต้องทนต่อการโจมตีของซือถูเหยาเยว่อย่าง
เต็มที่! แม้ว่าทั้งสองจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็จะต้องมีความแตกต่างในความ
รุนแรงของบาดแผล
ซือถูเหยาเยว่หวังอย่างมากว่านางจะได้เห็นร่างของหลินหมิงที่ปก
คลุมไปด้วยบาดแผลและดูเหมือนคนที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ขณะที่นางมองไปยังหลินหมิงนั้น ใบหน้าของนางก็ต้องแข็ง
ค้าง สีหน้าของนางกลายเป็นน่าเกลียด
นางได้เห็นหลินหมิงกระอักโลหิต และจากนั้นก็ลุกขึ้นยืนจากซาก
ของขุนเขาที่พังลง เขาชี้หอกลงไปยังพื้น
พลังงานเริ่มเติมเต็มภายในร่างกายของหลินหมิงอีกครั้ง สนามพลัง
เทพแห่งความตายและสนามพลังอาชูร่าได้ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง!
บึมมมมมม!
พลังงานของสนามพลังปะทุขึ้นดั่งน้ำหลาก แผ่ขยายออกไปในทุก
ทิศทาง มันไม่ได้อ่อนแอลงกว่าเลย!
ซือถูเหยาซีกัดฟันของนางและเปล่งคำสาปแช่ง “หลินหลานเจี้ยนเจ้า
สารเลวน้อย!”
…….
หลินหมิงรู้สึกเจ็บปวดที่หลังราวกับถูกเผา โชคดีที่เขามีเกราะ
จักรพรรดิปีศาจปกป้องร่างกาย มิเช่นนั้น การโจมตีเมื่อครู่ย่อมทำให้
อวัยวะของเขาฉีกขาด
ความแข็งแกร่งของซือถูเหยาเยว่เหนือกว่าความคาดหวังของเขา
เขาแอบโคจรพลังของประตูแห่งการรักษา ไหลเวียนพลังงานผ่านเส้นชีพ
จรของเขาไปทั่วร่าง ร่องรอยแห่งความเย็นที่น่ารื่นรมย์ได้ตามมา และทำ
ให้เขารู้สึกสดชื่นและทำให้เขารู้สึกสบายขึ้น
เมื่อนักสู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเห็นหลินหมิงได้ปลดปล่อยสนาม
พลังคู่ของเขาออกมาอีกครั้ง พวกเขาทั้งหมดต่างก็ต้องตกตะลึง เขาได้รับ
บาดเจ็บอย่างรุนแรงถึงจุดที่กระอักโลหิตออกมา ดังนั้นออร่าของเขาจะ
ยังคงแข็งแกร่งอยู่ได้อย่างไร?
“เขาสามารต้านทานการโจมตีของซือถูเหยาเยว่และยังไม่อันใดมาก
อีกด้วย…”
“ออร่าของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาทำจากโลหะ
ระดับสูงหรืออันใดกัน?”
“เขาเป็นสัตว์อสูรดุร้ายในร่างมนุษย์ชัดๆ!”
ซือถูเหยาเยว่ มองไปยังหลินหมิง พลังป้องกันของหลินหมิงเหนือ
เกินกว่าตัวนางเอง
ความทนทานที่เหนือกว่า ความเร็วเหนือกว่าและไม่จำเป็นต้อง
กล่าวถึงจิตวิญญาณต่อสู้ ซือถูเหยาเยว่ค้นพบว่านอกเหนือจากการบ่ม
เพาะที่สูงกว่าของนางแล้ว มันก็ไม่มีอะไรที่นางจะเทียบกับหลินหมิงได้
หลินหมิงเช็ดโลหิตที่มุมปากของเขา เขาเหลือบมองไปยังหน้าอก
ซ้ายของซือถูเหยาเยว่ที่มีกระจกโลหะส่องประกายแสงสีดำอยู่
“กระจกป้องกันหัวใจปีศาจ”
นี่เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย และซือถูเหยาเยว่ก็เป็นรุ่นเยาว์ที่โดดเด่น
ที่สุดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าแล้ว ก็พอสมเหตุสมผลที่ซือถูฮ่า
วเทียนได้ให้กระจกป้องกันหัวใจปีศาจกับนาง
กระจกเงาสีดำที่ยาวเพียงหนึ่งก้าวนี้ไม่สามารถมองข้ามได้ เนื่องจาก
ในแง่ของความสามารถในการป้องกันแล้ว มันก็ได้เหนือกว่าชิ้นส่วนหลัก
ที่เขามี!
กระจกป้องกันหัวใจปีศาจต้องเปิดใช้งานโดยวิถีแห่งความมืดจึงจะ
สามารถแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันออกมาได้ และซือถูเหยาเยว่ก็
ชำนาญในวิถีนั้น
“นี่เป็นเรื่องยากทีเดียว” หลินหมิงคิดออกมาดังๆ การโจมตีเมื่อครู่
แทบจะเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว แต่เพียงทำให้ซือถู
เหยาเยว่บาดเจ็บสาหัสเท่านั้น และมันก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างชัยชนะ
ให้กับเขาอย่างเด็ดขาด
ซือถูเหยาเยว่เรียกใช้ปราณแท้สำรองเพื่อสนับสนุนอาการบาดเจ็บที่
หน้าอก เพราะเสื้อผ้าของนางถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ผิวขาวที่ข้างซ้ายของ
นางจึงถูกเปิดเผย ซือถูเหยาเยว่สัมผัสบาดแผลและทำให้ความมืด
รอบๆตัวนางควบแน่นบนไหล่ เปลี่ยนเป็นผ้าม่านสีดำปกคลุมไว้
“หลินหลานเจี้ยน ถ้าไม่ใช่เพราะกระจกป้องกันหัวใจปีศาจ เช่นนั้น
ข้าก็อาจจะพ่ายแพ้ไปแล้วอย่าคิดว่าข้าจะให้โอกาสกับเจ้าอีกครั้ง!”
ดวงตาของซือถูเหยาเยว่กลายเป็นเย็นชาและจิตสังหารของนางก็พุ่ง
ถึงขีดสุด
นางพบว่ามันยากที่จะเชื่อว่านางจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย
เพียงนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 รุ่นเยาว์เท่านั้น
ซือถูเหยาเยว่ตะโกนเสียงดังขึ้น เขตแดนบูรพาพยัคฆ์เปิดออกอีก
ครั้ง!
ในขณะนี้ วิถีแห่งความมืดได้รวมตัวกันอย่างคลุ้มคลั่งเหมือน
กระแสน้ำหลากที่กวาดล้างไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ทะเลกลืนสวรรค์สีม่วง
กลืนกินพื้นที่ภายในรัศมีร้อยลี้!
“นี่มัน…”
นักสู้ที่อยู่ห่างหลายสิบลี้ห่างออกไปต่างหน้าซีดขณะที่ถูกล้อมรอบ
ด้วยทะเลม่วงนี้ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจาก
กระแสน้ำหลากเหล่านี้ แต่พวกเขาก็ยังคงพบว่าลมหายใจของพวกเขาติด
อยู่ในลำคอของพวกเขาและหัวใจบีบรัดขึ้น พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องล่าถอยอีกครั้ง!
เห็นได้ชัดว่าอำนาจและความน่าเกรงขามของเขตแดนบูรพาพยัคฆ์
เพิ่มสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง!
“นี่คือวิถีแห่งความมืด! ความมืดที่ปกคลุมรัศมีหนึ่งร้อยลี้!
ความสำเร็จของซือถูเหยาเยว่ในกฎแห่งความมืดเทียบเท่ากับผู้อาวุโส
สูงสุดขั้นเทพสมุทร!”
ไม่เพียงแต่ซือถูเหยาเยว่จะมีเขตแดนบูรพาพยัคฆ์ แต่นางก็ยังมี
ความสำเร็จอย่างมากในวิถีแห่งมิติอีกด้วย!
ระดับจักรพรรดิสูงสุดมักจะมีลักษณะที่พวกเขาชำนาญ แต่มี
คุณสมบัติอื่นๆด้วยก็ไม่เลว ขณะที่ซือถูเหยาเยว่ธรรมดาในเรื่องความ
แข็งแกร่ง ความเร็ว พลังจิตวิญญาณ และโลหิตชีวิต แต่ก็ยังมีอีกแง่มุม
หนึ่งที่นางเหนือกว่านักสู้อื่นๆในระดับนี้ นั่นคือความเข้าใจในวิถีและกฎ
ในเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวมันก็ทำให้นางไปถึงระดับที่สูงมากได้แล้ว
องค์รัชทายาทเก้าเตาหลอมเทวะเหยียงอวิ๋นยืนบนเกวียนศักดิ์สิทธิ์
ทองคำ เฝ้าดูสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากระยะไกล เขาไม่แปลกใจที่อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะส่งซือถูเหยาเยว่ออกมาสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนี้
การที่อาณาจักรอันศักดิ์สิทธิ์ได้เลี้ยงดูรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งของตน
อย่างลับๆเพื่อที่จะได้มีโอกาสกลายเป็นตัวตนเช่นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะแล้วนั้น มันก็ไม่แปลกอันใดเลย
เขาพึมพำกับตนเองว่า “ครั้งหนึ่งในรอบพันปี หากเพียงตันเถียน
บูรพาพยัคฆ์ก็ไม่ได้มากมายเลย แต่หากมีตันเถียนไร้ลักษณ์ กายศักดิ์สิทธิ์
และสายเลือดพิเศษได้รวมตัวกันแล้ว นั่นจึงจะสามารถเป็นบทนำเข้าสู่ยุค
ทองที่ข้าต้องการ…”
……………
ซือถูเหยาเยว่ยกหอกขึ้นและพุ่งไปข้างหน้า ร่างของนางจางหายไป
ในเฉดสีดำนับไม่ถ้วนในความว่างเปล่า
“ซือถูเหยาเยว่ต้องการแข่งด้านความเร็วหรือ?”
เมื่อกลุ่มรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นมองเห็นร่างของซือถูเหยาเยว่จางหายไป
พวกเขาทั้งหมดก็สับสน
ในแง่ของความเร็วเพียงอย่างเดียวนั้น ถ้าหลินหมิงเปิดประตูแห่ง
ความพิศวง และใช้ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม’ เขาก็จะถือว่าเป็นชายที่
มีความเร็วสูงสุดภายใต้ขั้นเทพสมุทร ไม่มีใครสามารถท้าทายตำแหน่ง
ของเขาได้ในเรื่องนี้ ซือถูเหยาเยว่นั้นแข็งแกร่ง แต่นางไม่ได้ทำผิดพลาด
หรอกหรือหากเลือกแข่งในด้านความเร็ว?
“หืม?” มีบางอย่างผิดปกติ! หลังจากที่เขตแดนบูรพาพยัคฆ์มาผสม
กับวิถีแห่งความมืดแล้ว มันก็ราวกับว่ามิติว่างกลายเป็นหนืดขึ้น!”
มันเหมือนกับวิถีแห่งเพลิงที่มี 9 ระดับกฏ วิถีแห่งความมืดเองก็ยังมี
มากกว่าหนึ่งกฎ กฎที่หนึ่งคือการกลืนกินปราณแท้และกฎที่สองคือการ
ทำให้มิติมีความหนืดขึ้น!
ความมืดคล้ายกับความโกลาหล เมื่อความมืดเริ่มหนาแน่นมาก
พอแล้ว มันก็จะทำให้มิติมีความหนืดขึ้น ความหนืดนี้จะทำให้การ
เคลื่อนไหวทั้งหมดช้าลง เมื่อหลินหมิงอยู่ที่กรงราชันในหอคอยดาวเหนือ
นั้น เขาได้ผ่านกรงแห่งความโกลาหลมาแล้ว และความมืดในปัจจุบันนี้
มันได้นำเขาไปสู่ความทรงจำในช่วงเวลานั้น
“วูป!”
ความมืดนับร้อยลี้เข้าปกคลุมด้วยพลังอันท่วมท้น มันเป็นสิ่งที่
หลีกเลี่ยงไม่ได้!
หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าตกลงไปในบึงทมิฬ การหายใจของเขาติดขัด
เล็กน้อย และแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวก็จะผลาญปราณแท้มากขึ้น
นอกจากนี้แล้ว ความเร็วของเขายังลดลงกว่า 30% ของมาตรฐานปกติ
แม้แต่การโจมตีของเขาก็จะลดลงอย่างมากเนื่องจากความเร็วที่ลดลง
“ช่างเป็นวิถีแห่งความมืดที่ลึกลับยิ่ง!’
วิถีแห่งความมืดเป็นวิถีที่เหนือกว่าห้าธาตุหลัก มันสามารถ
เทียบเคียงกับวิถีแห่งมิติและเวลา วิถีแห่งการทำลายล้าง และวิถีแห่งนิ
รันดร์
และวิถีแห่งความมืดย่อมมีข้อดีของตัวเอง!
ก่อนหน้านี้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีแห่งความมืดของหลินหมิง
ก็ไม่มีอะไรมากนัก จักรพรรดิปีศาจมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวิถีแห่ง
ความมืด และเกราะจักรพรรดิปีศาจเองก็ยังต้องการวิถีแห่งความมืด
เพื่อที่จะใช้งานมันได้อย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดาย ที่เสี้ยวจิตวิญญาณของ
จักรพรรดิปีศาจที่หลินหมิงกลืนกินมันไม่สมบูรณ์และยังขาดข้อมูล
เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
“หลินหลานเจี้ยน ตอนนี้เจ้าได้เข้าสู่เขตแดนบูรพาพยัคฆ์และกรง
แห่งความมืด ความพ่ายแพ้ของเจ้าได้รับการตัดสินแล้ว!”
กรงแห่งความมืดสามารถส่งผลต่อความเร็วในโจมตีและความเร็วใน
การเคลื่อนไหว ซือถูเหยาเยว่สามารถใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้เปรียบในด้านการ
เคลื่อนไหว และโจมตีหลินหมิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่า
“ผนึกจันทราปีศาจ!”
จันทราปีศาจสีเลือดไหลพุ่งออกมาจากหอกของซือถูเหยาเยว่อีกครั้ง
, กู่ร้องอย่างรุนแรง!
หลินหมิงเพิ่งตกอยู่ในกรงแห่งความมืดและยังไม่สามารถระบุ
ลักษณะของกฎแห่งความมืดได้เลย แต่ในเวลานี้ เขาก็เห็นจันทราปีศาจสี
เลือดพุ่งตรงมายังเขา!
มิติโดยรอบแตกเป็นเสี่ยงๆ เสียงหวีดหวิวตรงเข้าไปในหูของเขา!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง เขาเปิดประตูแห่งความพิศวงอย่างไม่
ลังเล
ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลม!
เขาก้าวไปบนมิติที่บิดเบี้ยวใต้ฝ่าเท้า โดยปกติเขาย่อมสามารถผ่าน
ไปได้อย่างง่ายดายนับ 10 ลี้ในก้าวเดียว แต่ตอนนี้เขาสามารถข้ามผ่านได้
เพียงไม่กี่ร้อยก้าวในแต่ละก้าว
ผนึกจันทราปีศาจไล่ตามเขาไม่ลดละ
‘นี่ไม่ดีแล้ว!’
ถึงแม้เขาจะได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ แต่หลินหมิงก็ไม่เคยคิด
เลยว่ากรงแห่งความมืดจะสามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของเขาได้ใน
ระดับนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วเพียงใด แรงต้านก็จะยิ่ง
เพิ่มขึ้นเท่านั้น
ในที่สุดผนึกจันทราปีศาจก็ตามมาทัน ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ หลินหมิง
ตะโกนเสียงดังขึ้น เกล็ดของรูปแบบต่อสู้สายฟ้าจู่ๆก็ระเบิดออก และ
กลายเป็นกระบี่สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สีม่วงในมือของเขา!
นี่คือทักษะการต่อสู้แบบที่สอง ซึ่งแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีได้พึ่งพา
มันเพื่อเป็นหนึ่งในโลกนี้
กระบี่แห่งการพิพากษา!
ตอนนี้มันถูกใช้ร่วมกับเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ของหลินหมิง
ดังนั้นพลังของมันจึงด้อยกว่าเมื่อแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนีใช้อย่างมาก แต่
ก็ยังสามารถแยกขุนเขาที่ยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี!
“ขาดไปซะ!” หลินหมิงตะโกนดังขึ้น เขาฟันลงมาด้วยกระบี่สายฟ้า
ศักดิ์สิทธิ์ แยกท้องฟ้าอันไร้สิ้นสุดออกจากกัน!
เขาจะตัดผนึกจันทราปีศาจพร้อมกับกรงแห่งความมืดนี้ไปพร้อมกัน!
บึมมมมมมมมมมม!
กระบี่แห่งสายฟ้าปะทะกับผนึกจันทราปีศาจ เสียงระเบิดดังกระหึ่ม
ขณะที่แสงสายฟ้าแตกกระจาย พลังงานอันเกรี้ยวกราดได้อาละวาดไปทุก
ทิศทางบนท้องฟ้า ผนึกจันทราปีศาจแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ถึงแม้ว่ากรง
แห่งความมืดจะถูกตัดออก แต่มันก็ผสานส่วนที่ฉีกขาดลงได้ทันที!
“ฮ่าๆๆๆๆ! หยุดผลาญพลังของเจ้าอย่างเปล่าประโยชน์ได้แล้ว! เจ้า
จะสามารถตัดความมืดออกได้อย่างไร? มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าที่จะ
ทำลายกรงของข้า!” ซือถูเหยาเยว่กล่าวออกมาอย่างช้าๆขณะที่นางเห็น
การโจมตีของหลินหมิงไม่ได้ผลกับกรงแห่งความมืดของนาง ในสนามพลัง
นี้ที่กรงแห่งความมืดและเขตแดนบูรพาพยัคฆ์ซ้อนทับกัน นางเป็นผู้
ควบคุมทุกอย่าง!
“เข้าใจแล้ว! มันเป็นเช่นนี้นี่เอง ความมืดเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและไม่มี
ตัวตน มันมีภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีทางกายภาพทั้งหมด…”
ในครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้ามที่มีความเชี่ยวชาญในวิถีแห่ง
ความมืด หลินหมิงพ่ายแพ้เพราะเขาไม่เข้าใจมัน แต่ตอนนี้ เขาได้เข้าใจ
อย่างคร่าวๆได้แล้วว่ามันเป็นอย่างไร
เขามองไปยังซือถูเหยาเยว่และกล่าวอย่างสงบว่า “ในเมื่อเจ้าบอกว่า
กรงแห่งความมืดของเจ้าไม่สามารถทำลายลงได้แล้ว เช่นนั้นก็ให้ข้าแสดง
ให้เจ้าเห็นว่าข้าจะทำลายมันลงได้อย่างไร”