Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 864 ศีลธรรมและหลักการ
“เจ้าสารเลวน้อย เจ้าพ่นเรื่องไร้สาระอันใดออกมากัน!?”
ซือถูเหยาซีโกรธเคืองอย่างมากจนนางเกือบจะเป็นลม นางได้เสนอ
หินลมปราณจิตวิญญาณ 1.5 ล้านก้อนต่อหลินหมิง แต่หลินหมิงกลับเปิด
ปากของเขากว้างเหมือนสิงโตและเรียกร้องกระจกป้องกันหัวใจปีศาจและ
ง้าวโลหิตล้างผลาญ! มูลค่าของพวกมันเป็นไปไม่ได้ที่จะประมาณ!
หลินหมิงมองไปยังซือถูเหยาซีด้วยความเฉยเมย หัวเราะและกล่าว
ออกมาว่า “นี่เป็นการต่อสู้เป็นตายตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ข้าเอาชนะซือถู
เหยาเยว่ข้าก็สามารถเอาชีวิตของนางและทุกสิ่งทุกอย่างที่นางมีมาเป็น
ของข้า สิ่งเหล่านี้เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่เนิ่นนานบนทวีปนภารินไหล
เจ้าคิดว่าสามารถใช้กระบี่เพื่อพยายามฆ่าข้า และเมื่อแผนการของเจ้า
ล้มเหลวข้าควรจะให้กระบี่เล่มนั้นคืนแก่เจ้าหรือ!?”
หลินหมิงไม่ได้หวาดกลัวซือถูเหยาซี ไม่ว่าในกรณีใด เขาก็ไม่สามารถ
ทำอะไรได้อีก ไม่ใช่ว่าเขาวางแผนที่จะฆ่าซือถูเหยาเยว่ แต่การฆ่านาง
ไม่ได้เป็นประโยชน์กับเขา ถ้าเช่นนั้นแล้ว การทำข้อตกลงกับอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะดีกว่า
แต่ซือถูเหยาซีหยิ่งทะนงอย่างมาก นางเริ่มต้นด้วยข้อเสนอเพียง 1.5
ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ นั่นเป็นเพียงข้อเสนอที่น่าอับอายยิ่ง
“เจ้าสารเลวน้อย…” ซือถูเหยาซีหันไปมองซือถูฮ่าวเทียน “ฮ่าวเทียน
เจ้าสารเลวน้อยนี้ไม่สามารถปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ พวกเราสามคนจะ
สู้ด้วยกัน ท่านลุงจักรพรรดิและข้าจะหยุดยั้งซื่อไป๋และชายชราสวม
หน้ากาก ในขณะที่เจ้าไปฆ่าเจ้าสารเลวนั่น ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า ก็
น่าจะมีความมั่นใจอย่างน้อย 70-80% ว่าจะสำเร็จ!”
หลังจากการต่อสู้เป็นตายได้ผลลัพธ์ไม่เป็นดั่งหวัง ซือถูเหยาซีก็ได้ละ
ทิ้งเหตุผลและเริ่มโจมตีอย่างรุนแรง ในเมื่อนางได้ฉีกหน้าของตนที่นี่ไป
แล้ว นางก็ไม่สนใจว่าโลกแห่งนักสู้จะมองนางอย่างไร
ซือถูฮ่าวเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆและกล่าวอย่างใจเย็นว่า “ผู้ทรง
พลังขั้นเทพสมุทรคนที่ 3 ของตระกูลเทพเจ้าพิโรธได้มาถึงเรียบร้อยแล้ว
เขากำลังซ่อนตัวอยู่ในมิติบิดเบี้ยวรอบๆหลินหลานเจี้ยน ด้วยภายใต้การ
คุ้มครองของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่มีทักษะในด้านกฏแห่งมิติแล้ว เจ้า
ยังคิดว่าข้าจะมีโอกาส 70-80% ที่จะฆ่าเขาอีกหรือ?”
เมื่อซือถูเหยาซีได้ยินคำกล่าวของซือถูฮ่าวเทียน นางก็ตกตะลึง นาง
เปิดปากของนางราวกับว่านางต้องการกล่าวบางอย่าง แต่ในที่สุดก็ไม่ได้
กล่าวสิ่งใดออกมา
ซือถูฮ่าวเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้เขาจะแข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโส
คนที่สาม แต่การจะกำราบเขาภายในไม่กี่กระบวนท่านั้นคงจะเป็นไป
ไม่ได้ แม้ว่าเขาจะไม่สนใจว่าโลกแห่งนักสู้จะคิดเห็นอย่างไรที่เขาโจมตี
หลินหลานเจี้ยน แต่เขาก็ยังต้องทำเช่นนั้นในสถานการณ์ที่เขาจะสามารถ
ฆ่าได้ทันที 100 %
บรรยากาศกดดันอย่างยิ่ง 3 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของตระกูลเทพ
เจ้าพิโรธได้เผชิญหน้ากับ 3 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า แม้ว่าคำกล่าวก่อนหน้าของซือถูฮ่าวเทียนจะเต็มไปด้วย
ความองอาจ แต่ความจริงก็คือเขาไม่อยากต่อสู้ที่นี่ เขาอาจจะไม่กลัวใคร
แต่การมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่นี่ แล้วหนึ่งในนั้นอาจใช้ประโยชน์จาก
ความสับสนวุ่นวายและลอบโจมตีซือถูเหยาเยว่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็เห็นได้ชัด
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาง
ในท้ายที่สุด ซือถูฮ่าวเทียนได้นำเอาผู้ทรงพลังมาเพียงไม่กี่คนในวันนี้
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามีผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรจำนวนกว่าสิบคน
3 คนเป็นลุงจักรพรรดิที่เคยปิดด่าน กำลังอยู่ระหว่างเดินทางไปทั่วโลก
หรือกำลังผจญภัยเพื่อหาโชคของตัวเอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะ
ขอร้องทั้งสามคนให้คุ้มกันซือถูเหยาเยว่สำหรับการต่อสู้ครั้งเดียว
สำหรับส่วนที่เหลือของผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร พวกเขาต้องถูก
ทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อปกป้อง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ดังนั้นอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าไม่มีผู้ทรงพลังมากมายที่พวกเขาสามารถนำมาได้ในวันนี้
เสียงกระดิ่งดังขึ้นอย่างฉับพลัน ชายชราชุดฟ้าได้ขี่วัวเขียวและมีไม้
เท้าอยู่ในมือกำลังมุ่งหน้ามา เสียงเรียกดังกล่าวดังมาจากกระดิ่งทองแดง
รอบคอวัวสีเขียว
ชายชราชุดฟ้าผู้นี้คือผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว
“ทุกท่าน โปรดสงบลงและอดทนก่อน”
คำกล่าวอย่างไม่เป็นทางการของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเพียงไม่กี่คำ แต่มันดู
เหมือนจะมีเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น บรรยากาศตึงเครียดได้ผ่อนคลายลง
อย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ซือถูฮ่าวเทียนเห็นผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว แววตาของเขาก็หดลง
ทันที สหายผู้นี้มีข่าวลือว่ามีชีวิตอยู่มากว่า 8000 ปี! ในทวีปนภารินไหล
เขาเป็นมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ซือถูฮ่าวเทียนจึงเป็น
ธรรมดาที่จะหวาดกลัวเขา
‘เขาเป็นผู้ที่เตือนข้าถึงการลอบโจมตี…’ เมื่อซือถูปั๋วหนานแอบโจมตี
เขา หลินหมิงก็เคยได้ยินเสียงชราที่เต็มไปด้วยความผันผวนของชีวิตซึ่งได้
เตือนเขา เสียงนั้นเหมือนกับเสียงผู้อาวุโสจ้าวฮั่วตอนนี้
หลินหมิงอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ถ้าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วไม่เตือนเขาถึง
การลอบโจมตีของซือถูปั๋วหนานละก็ อย่างน้อยเขาก็จะโดนคลื่นพลังงาน
กระแทกไปบ้าง ในสถานการณ์ตึงเครียดนี้ ถ้าเขาได้รับบาดเจ็บอย่าง
รุนแรงและสูญเสียประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาแล้ว เช่นนั้นก็ไม่ต้อง
สงสัยเลยว่าเขาจะอยู่ในตำแหน่งที่อันตรายอย่างมาก
ดังนั้นหลินหมิงจึงรู้สึกขอบคุณมากที่ได้รับความช่วยเหลือ
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียน เอาเป็นว่ามาฟังคำกล่าวของชายชรา
ผู้นี้เป็นอย่างไร?”
ในการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่าย ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
อย่างฉับพลัน และได้เพิ่มตัวแปรที่ซับซ้อนหลายอย่างเข้าด้วยกัน นักสู้ทุก
คนในปัจจุบันเต็มไปด้วยความสนใจ รอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
และชะตากรรมของตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ มันจึงเป็นธรรมดาที่จะ
ดึงดูดความสนใจของทุกคน
ซือถูฮ่าวเทียนคิ้วขมวด เมื่อเกี่ยวข้องกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
เขาก็ย่อมไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกมาแทรกแซง เพราะเรื่องของวันนี้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็คือความผิดพลาดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
ตราบเท่าที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลและหลักการแล้ว
เช่นนั้นไม่ว่าสิ่งใดที่เขากล่าว มันก็จะเสียเปรียบอย่างมากต่ออาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ซือถูฮ่าวเทียนจะยินดีให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเล่า?
อย่างไรก็ตาม สถานะของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วสูงส่งอย่างมาก มันทำให้
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนต่อสิ่งนี้ เขากล่าวอย่างไม่เต็มใจ
ว่า “ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ได้โปรดกล่าวออกมาเถิด”
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วพยักหน้า เขามองไปยังซื่อไป๋และหลินหมิง อยากจะรู้
ว่าพวกเขาคิดเรื่องนี้อย่างไร
หลินหมิงยกมือขึ้นคารวะและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ได้โปรดกล่าว
ออกมาเถิด ผู้เยาว์ต้องการที่จะฟัง”
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยิ้ม “ในเมื่อเจ้าทั้งสองคนเต็มใจที่จะไว้หน้าข้าแล้ว
เช่นนั้นข้าจะทำหน้าที่เป็นผู้ประนีประนอมในครั้งนี้ สหายน้อยหลินหลาน
เจี้ยน ตามที่ข้ารู้ วันนี้เป็นวันที่เจ้าได้พบกับซือถูเหยาเยว่ครั้งแรก เจ้า
ไม่ได้มีความแค้นหรือความขุ่นเคืองใดๆต่อนางมาก่อน แม้ว่านี่คือการ
ต่อสู้เป็นตาย แต่การแสดงความเมตตา และการให้อภัยก็คือสิ่งที่ผู้ชาย
ควรทำเช่นกัน ดังนั้น วันนี้เราปล่อยนางไปเป็นอย่างไร?”
ขณะที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกล่าว ซื่อไป๋ก็คิ้วขมวดเข้าหากัน แม้ว่าเขาจะรู้
ว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยังกล่าวไม่จบ และเขาควรจะมีเงื่อนไขบางประการที่มุ่ง
ไปยัง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า หากพวกเขาตกลงกันได้ มันก็จะเป็นไป
ไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะกลับคำต่อสัญญานี้ พวกเขาจะสูญเสียการ
สนับสนุนเพื่อต่อรองทั้งหมดและทำได้เพียงรับฟังคำขอของผู้อาวุโสจ้าว
ฮั่ว เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเห็นด้วยอย่างไม่ลังเลเลย มิต้องกล่าวถึงว่าผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วยังกล่าวไม่จบ แค่ความเมตตาในการเตือนเขาถึงอันตราย
มันก็เพียงพอแล้วที่ทำให้หลินหมิงจะยอมรับเงื่อนไขนี้
“ดี! เช่นนั้น จักรพรรดิฮ่าวเทียน สำหรับเรื่องของวันนี้ อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของเจ้าเป็นคนแรกที่ลงมือและตัดสินใจที่จะต่อสู้เป็นตาย
ในวันนี้ การต่อสู้ครั้งนี้ควรจะแก้ปัญหาความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างกันและ
กัน อย่างไรก็ตาม หลังจากสงครามครั้งนี้จบลง สองผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทร
ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าของเจ้ากลับชิงลงมือ หนึ่งของพวกเขายัง
ได้ลอบโจมตีอีกด้วย! ข้าเกรงว่าไม่ว่าเจ้าจะไปยังที่ใดในโลก มันก็จะไม่มี
ทางใดที่เจ้าจะสามารถโน้มน้าวทุกคนได้ว่าฝ่ายเจ้านั้นถูกต้อง!”
ขณะที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกล่าวถึงตรงนี้ ซือถูเหยาซีและซือถูปั๋วหนานก็
มีสีหน้ากลายเป็นน่าเกลียดอย่างยิ่ง ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเห็นได้ชัดว่าช่วยเหลือ
หลินหมิง หรืออาจกล่าวได้ว่าเขายืนอยู่ฝั่ง ‘หลักการและศีลธรรม’
ถ้าไม่ใช่สถานะและความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว พวกเขาก็จะ
ไม่สนคำกล่าวเหล่านี้เลย
ซือถูฮ่าวเทียนหรี่ตาของเขาลงเล็กน้อย เขาคาดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิด
ขึ้นอยู่แล้ว ในเมื่อผู้อาวุโสจ้าวฮั่วปรากฏตัว ถ้าเขาไม่ได้ยืนหยัดเคียงข้าง
หลักการและศีลธรรมแล้ว เขาก็ย่อมจะถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยทุกคนที่นี่
อาจกล่าวได้ว่า วันนี้เขามาเพื่อช่วยเหลือหลินหมิง
“ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านต้องการสิ่งใดบ้าง?”