Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 866 แยกมิติ
เดิมทีอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเสียเปรียบต่อสถานการณ์นี้ แต่ด้วย การเดินหมากที่น่าอัศจรรย์ของซือถูฮ่าวเทียนทำให้เพิ่มตัวแปรใหม่เข้าไป!
ในการต่อสู้ครั้งนี้ ถ้าเขาสามารถจบลงด้วยการเสมอได้แล้ว ไม่ เพียงแต่เขาจะมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่ซือถูฮ่าวเทียนก็ยังจะสามารถแก้ไข ปัญหาของซือถูเหยาเยว่ได้เช่นกัน
“เขาต้องเอาชนะซือถูฮ่าวเทียนใน 3 กระบวนท่าหรืออย่างน้อยก็ต้อง เหนือกว่าอย่างชัดเจนให้ได้ มิเช่นนั้นมันก็จะเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะ ทำให้ทุกคนเกิดความเคารพ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะสามารถทำเช่นนั้นได้ หรือไม่?”
“ถ้านี่เป็นเมื่อ 4 พันปีก่อน เมื่อผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยังอยู่ในสถานะสูงสุด ของเขามันก็คงจะไม่เป็นปัญหา แต่ตอนนี้… ข้าคิดว่ามันยากที่จะคาด เดา!”
“ซือถูฮ่าวเทียนฉลาดเกินไปและได้จำกัดไว้เพียง 3 กระบวนท่า เท่านั้น ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยแม้ว่าเขา จะต้องการ เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นผู้อาวุโสที่สุดในที่แห่งนี้”
“บางที… ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วอาจจะหลีกเลี่ยง 3 กระบวนท่านี้และใช้ ข้ออ้างที่ไม่เป็นทางการบางอย่างเพื่อปฏิเสธซือถูฮ่าวเทียน แม้มันจะเพียง พอที่จะรักษาหน้าของเขาได้ แต่ก็จะเหมือนกับการแสดงความอ่อนแอ ออกมาด้วย เขาจะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงเรื่องของหลินหลานเจี้ยน ได้อีกต่อไป!”
ดวงตาของทุกคนหันไปหาผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ซื่อไป๋และนักสู้คนอื่นๆใน ตระกูลเทพเจ้าพิโรธดูเครียดเล็กน้อย พวกเขาทั้งหมดช่วยไม่ได้ที่จะคิดว่า
อายุ 8000 ปีนั้นดูเหมือนชรามากจริงๆ และดูเหมือนเขาจะอยู่ในช่วง สุดท้ายของชีวิตด้วย?
การจะกำราบซือถูฮ่าวเทียนด้วยความแข็งแกร่งอย่างท่วมท้นใน 3 กระบวนท่านั้น โอกาสดังกล่าวย่อมไม่ง่ายที่จะคาดเดา…
ชุดสีฟ้าของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วสะบัดไปในสายลม เขาถือไม้เท้า และมี รอยยิ้มดูใจดีอยู่บนใบหน้าของเขา อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มนี้ได้ตกอยู่ใน สายตาของคนอื่นๆ มันดูลึกซึ้งและล้ำลึกอย่างมาก ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว กระแอมเบาๆและกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่… การดื้อรั้นไม่ดีเสมอไป…”
คำเหล่านี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่ววางแผนที่จะยอมรับ การประลองหรือไม่ คิ้วของซือถูฮ่าวเทียนตั้งขึ้น “ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านไม่มี เจตนาที่จะชี้แนะจักรพรรดิผู้นี้บางหรือ?”
“ฮ่าๆ…” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วลูบเคราสีขาวของเขาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่คิดว่าข้าจะสามารถชี้แนะเจ้าได้ แต่สำหรับผู้อาวุโสที่ได้มีโอกาส แลกเปลี่ยนกระบวนท่ากับรุ่นเยาว์นั้น อย่างน้อยมรดกของชายชราผู้นี้ก็ จะไม่สูญเปล่าในโลงศพ นี่ยังสามารถถือได้ว่าเป็นโชคดีของข้า”
นักสู้โดยรอบเริ่มรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกล่าวเช่นนี้ เขา ตัดสินใจที่จะต่อสู้จริงๆ!
ทั้งสองเป็นผู้ทรงพลังระดับสูงของทวีปนภารินไหล! การต่อสู้นี้อาจ กล่าวได้ว่ายากที่จะเห็นในรอบพันปี!
เพราะว่าตัวตนของระดับของพวกเขาจะต่อสู้ในการปะทุของ สงครามระหว่างอาณาจักรเท่านั้น มิเช่นนั้น พวกเขาก็จะไม่สนใจการต่อสู้ ทั่วไปเลย หากพวกเขาต่อสู้อย่างรุนแรงแล้ว พวกเขาก็จะต้องผลาญ
พลังงานจำนวนมาก เมื่อพวกเขาทำให้แหล่งพลังงานชีวิตได้รับความ เสียหาย กำไรก็จะไม่เท่ากับการสูญเสีย
ซือถูฮ่าวเทียนหรี่ตาลง ในขณะนี้ เขาเป็นเหมือนมังกรขนาดใหญ่ที่ กำลังสะสมพลังงานอันน่าหวาดกลัวอยู่ภายในตัวเขา เมื่อมันปะทุออก มาแล้ว มันจะเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนโลก!
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วถือไม้เท้าและเดินไปอยู่ต่อหน้าซือถูฮ่าวเทียน เมื่อ เปรียบเทียบกับออร่าของซือถูฮ่าวเทียนแล้ว เขาก็เหมือนกับคนชรา ธรรมดาที่ไม่มีลักษณะพิเศษใดๆเลย
“ผู้อาวุโสเจ้าฮั่ว มาเริ่มกันเถอะ” ในเวลานี้ จิตวิญญาณการต่อสู้ของ ซือถูฮ่าวเทียนโชติช่วงขึ้น เขาไม่ได้มีความคิดที่จะประมาทฝ่ายตรงข้าม แม้แต่น้อย เขาจะทุ่มทุกอย่างในสงครามครั้งนี้!
เขาจะแพ้ไม่ได้!
“ย่อมได้” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยกเท้าขึ้นจากพื้นขณะที่ลอยขึ้นไปข้างบน โดยไม่มีเสียง วัวสีเขียวก็ลอยขึ้นไปยังตำแหน่งภายใต้เท้าของเขาเช่นกัน
ทั้งสองลอยอยู่ในอากาศสูงถึง 10,000 ก้าว สำหรับนักสู้รุ่นเยาว์ พวกเขาก็ย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลจากผู้อาวุโสของตน มีผู้ที่ยังอยู่ใน ระยะ 10 ลี้ แต่พวกเขาล้วนเป็นตัวตนที่ทรงพลัง
“การต่อสู้ระหว่างผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร” หลินหมิงสูดลมหายใจ เข้าลึกๆ หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความคาดหมาย นี่เป็นการต่อสู้ระดับ สูงสุดที่เขาเคยเห็นมาจนถึงปัจจุบัน
ใกล้กับหลินหมิง ซื่อไป๋รู้สึกกังวลเล็กน้อย ผลของการประลองครั้งนี้ จะเป็นอย่างไร? ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะสามารถกำราบซือถูฮ่าวเทียนได้ใน 3 กระบวนท่าจริงหรือ?
“ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านไม่ได้วางแผนที่จะเก็บพาหนะไปก่อนหรือ?”
10,000 ก้าวในอากาศ ซือถูฮ่าวเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะที่เขา เห็นผู้อาวุโสจ้าวฮั่วนั่งบนวัวสีเขียวของเขา เมื่อการต่อสู้ครั้งนี้เริ่มขึ้นแล้ว มันจะเป็นฉากที่รุนแรง พาหนะนี้จะถูกบดเป็นเศษเนื้อ
“ไม่จำเป็น วัวสีเขียวตัวนี้จะเข้าสู่การต่อสู้พร้อมกับข้า” ผู้อาวุโสจ้าว ฮั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซือถูฮ่าวเทียน เดาได้ว่าวัวสีเขียวตัวนี้ต้องเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญา แต่เขาไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก มันเป็นเรื่องที่มีเหตุผลอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับนักสู้ที่ต้องใช้สัตว์อสูรพันธสัญญาของพวกเขา
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียน เริ่มลงมือได้” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วบอกเริ่ม การต่อสู้ด้วยตนเอง
“เช่นนั้นจักรพรรดิผู้นี้จะทำตามที่ท่านต้องการ!” ในเวลานี้ ย่อมเป็น ธรรมดาที่ซือถูฮ่าวเทียนจะไม่สนใจเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน ในการ ต่อสู้ครั้งนี้ อย่างน้อยเขาต้องรับประกันให้ได้ว่าจะเกิดการเสมอ ถ้าเขา สามารถสร้างแรงกดดันให้กับผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้แล้ว มันก็จะดีอย่างยิ่ง!
ซือถูฮ่าวเทียนพยายามถ่อมตนมาหลายปีและได้รวบรวมไพ่ตายไว้ เป็นจำนวนมาก เมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสจ้าวฮั่วที่ใกล้ถึงจุดจบของชีวิต เขาก็มั่นใจว่าเขาจะกดดันเขาได้
ปัง!
พลังที่ยิ่งใหญ่ปะทุขึ้น ซือถูฮ่าวเทียนดึงง้าวสีดำออกจากแหวนมิติ ของเขา ง้าวนี้ยาว 10 ก้าวและปลดปล่อยแสงสีดำที่รุนแรง เพลาของมัน มีรูปแบบที่กะทัดรัดและซับซ้อน นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญ!
หากนับง้าวสีดำที่ไม่รู้จักชื่อนี้ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ได้เปิดเผย สองสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญและอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ในหมู่พวกมัน ถึงแม้กระจกป้องกันหัวใจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่ง นักบุญ แต่เนื่องจากมันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญด้านการป้องกัน ดังนั้นมันจึงไม่ได้ต่ำกว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ในขณะนี้ เส้นผมดำหนาของซือถูฮ่าวเทียนสยายอยู่ในสายลม เขาดู เหมือนพระเจ้าที่มองดูมนุษย์ด้วยความเย่อหยิ่งและดูถูก!
“สังหารเทพ!”
ครึมมม –
เสียงดังลึกออกมาจากง้าวสีดำตามมาด้วยพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุด ขยายออกไปภายนอกราวกับกาแล็กซีที่กำลังขยายตัว ซือถูฮ่าวเทียนได้ใช้ ทักษะที่รุนแรงที่สุดของ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวโลหิตล้างผลาญ’ ซึ่งมัน ต้องการพลังของขั้นเทพสมุทรเพื่อเปิดใช้
เผชิญหน้ากับการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนี้ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยังคงขี่อยู่ บนวัวสีเขียวของเขาอย่างไม่ไหวติง ชุดสีฟ้าของเขาเริ่มสะบัดไปในสายลม ที่รุนแรงขึ้น ด้วยสีหน้าที่มีความสงบ เขายกมือขึ้นและวาดเส้นสาย บางอย่างลงไป พลังงานที่เหมือนแสงดาวก็ปรากฏตัวขึ้นดั่งภาพมายา ตก ลงมาบนโลก
วูป!
การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวของซือถูฮ่าวเทียนพุ่งไปยังผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว อย่างไรก็ตาม เมื่อการโจมตีของเขาถึงระยะ 10 ก้าวมันก็หายไปในความ ว่างเปล่า หายไปตลอดกาล มันเหมือนกับเอวจีลึกลับที่มองไม่เห็นได้
ปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว พลังงานใดๆที่เข้ามาหาเขาก็จะจาง หายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย!
“อะไรกัน!?”
บรรดานักสู้ที่เฝ้ามองจากระยะไกลต่างก็ตกตะลึง การโจมตีที่น่า สะพรึงกลัวของซือถูฮ่าวเทียนกลับหายไปเช่นนี้ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยังคงขี่วัว สีเขียวของตนอยู่อย่างสงบ และชุดสีฟ้าสะบัดไปในสายลม ขณะที่ฉากนี้ ตกอยู่ในสายตาของทุกคนที่เฝ้ามอง พวกเขาก็มีความรู้สึกที่ยากจะ อธิบาย
หลินหมิงรู้สึกสั่นสะท้าน ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้แยกมิติออกอย่างง่ายดาย!
ในขณะนี้ แม้ว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะยืนนิ่งและอยู่ใกล้ แต่ความจริงก็ คือเขาอยู่ในโลกที่แยกตัวออกจากมิตินี้อย่างสิ้นเชิง ระหว่างเขากับซือถู ฮ่าวเทียน มันเป็นช่องว่างมหึมาที่มองไม่เห็นและไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ ไม่ว่าจะมีพลังโจมตีมหัศจรรย์เพียงใดพุ่งไปยังเขา พวกมันก็จะหายเข้า ไปสู่มิติที่ไม่รู้จัก และไม่เป็นอันตรายต่อกระทั่งผมเส้นผมเดียวของผู้ อาวุโสจ้าวฮั่ว
ความเข้าใจกฏแห่งมิติของผู้หนึ่งจะต้องลึกซึ้งเพียงใดเพื่อที่จะใช้ ความสามารถที่ท้าทายสวรรค์ออกมาได้อย่างสบายๆเช่นนี้?
หลินหมิงสูดลมหายใจเย็น วิถีแห่งมิติ, สายฟ้าและเพลิง พวกมันต่าง แบ่งออกเป็นหลายระดับ จนถึงขณะนี้ หลินหมิงยังเข้าใจเพียงระดับเดียว และนั่นก็คือการบิดเบือนและหดมิติ การโจมตีและการเคลื่อนไหวที่น่า กลัวทั้งหมดขึ้นอยู่กับเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นวิธีการของผู้อาวุโส จ้าวฮั่วในการใช้ วิถีแห่งมิติ โดยไม่ต้องสงสัย การกระทำของผู้อาวุโสจ้าว ฮั่วในวันนี้ย่อมได้เปิดประตูลึกลับแห่งการรู้แจ้งขึ้นมาสำหรับหลินหมิง
ตอนนี้ ด้วยการโจมตีครั้งแรกของเขาที่ไม่ประสบผลสำเร็จนั้น ซือถู ฮ่าวเทียนก็ยังคงสงบอยู่โดยไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ “แยกสวรรค์ ทักษะนี้ของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วมี ระดับสูงจนน่าประหลาดใจอย่างแท้จริง ในเมื่อการโจมตีครั้งแรกล้มเหลว นี่ก็จะเป็นการโจมตีที่สองของข้า!”
ขณะที่ซือถูฮ่าวเทียนกล่าวถึงตรงนี้เขาก็ตะโกนเสียงดังออกมาอย่าง ฉับพลัน เสียงของเขาไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นของมนุษย์เลย ในขณะนั้น มัน ดูเหมือนมังกรดุร้ายได้ตื่นขึ้นภายในร่างกายของเขา ข้อต่อของเขาเริ่มที่ จะส่งเสียงดังขึ้น และกล้ามเนื้อของเขาก็พองโตขึ้นทั่วร่าง ร่างกายของ เขาเริ่มขยาย และในเวลาไม่กี่ลมหายใจ เขาก็ตัวโตขึ้นสูงเพิ่มอีก 10 ก้าว กล้ามเนื้อของเขากลายเป็นแข็งเหมือนหิน ใบหน้าของเขาโหดเหี้ยมและดุ ร้าย ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเป็นสีโลหิต
หลังจากที่เปลี่ยนแปลงร่างแล้ว ออร่าของซือถูฮ่าวเทียนก็ได้เพิ่มขึ้น หลายเท่า พลังโลหิตของเขาทะยานสู่ท้องฟ้าเหมือนลำแสง ในเวลานี้ เขา เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งดั่งเช่นเทพปีศาจที่มาถึงโลกแล้วมองไปยังทุกสิ่ง ที่ต้อยต่ำกว่าตนเอง!
แม้ว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะสามารถแยกมิติได้ แต่ซือถูฮ่าวเทียนก็มีพลัง มากพอที่จะทำลายมันได้!
ขณะที่หลินหมิงเห็นภาพของซือถูฮ่าวเทียนเปลี่ยนร่าง เขาก็ตกใจ อย่างมาก ร่างกายของซือถูฮ่าวเทียนกลายเป็นร่างของปีศาจยักษ์ นี่มัน เขาทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!? ในขณะนั้น เขารู้สึกได้ถึงสายเลือดของปีศาจ ยักษ์ที่อุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์จากภายในร่างของซือถูฮ่าวเทียน
สายเลือดนี้เหมือนกับว่าเป็นปราณโลหิตของปีศาจยักษ์ที่หลินหมิงเคย เห็นเมื่อเขาเปิดเตาหลอมจักรวาล!
ในเตาหลอมจักรวาลบรรจุสองปราณโลหิตของปีศาจยักษ์เอาไว้ อัน แรกถูกดูดกลืนโดยลูกบาศก์ศักดิ์สิทธิ์และอันที่สองส่งให้กับมารเจิดจรัส
“มารเจิดจรัส, เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่? ซือถูฮ่าวเทียนมาจากสายเลือด ของปีศาจยักษ์หรือไม่?”
หลินหมิงกล่าวถามด้วยกระแสเสียงปราณแท้ นับตั้งแต่หลินหมิงได้ ตัดสินใจทะลวงขั้นทำลายชีวิต มารเจิดจรัสก็ได้ออกจากร่างกายของ หลินหมิงชั่วคราว ไม่ว่าจะเป็นการทะลวงขั้นทำลายชีวิตหรือการต่อสู้เป็น ตายกับซือถูเหยาเยว่ หลินหมิงก็มีโอกาสที่จะตกตาย ดังนั้น มารเจิดจรัส จึงเลือกที่จะออกจากทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิงชั่วคราว
“ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพียงแค่ซือถูฮ่าวเทียนอาจได้รับปราณโลหิตของ ปีศาจยักษ์มาจากที่ไหนสักแห่งแล้วถ่ายโอนมันเข้าไปในร่างกายของ ตนเอง ทำให้เขาได้รับความสามารถในการเปลี่ยนร่าง สายเลือดชนิดนี้ เป็นสายเลือดที่ต่ำกว่าสายเลือดฟีนิกซ์โบราณของเจ้านัก”
ปีศาจยักษ์โบราณเคยมีอยู่ในทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์ แตกต่างจากปีศาจ ยักษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เหล่าปีศาจยักษ์โบราณมีสายเลือดที่มีความทรง พลังอย่างมาก แน่นอน มันไม่สามารถเทียบได้กับสายเลือดของสัตว์อสูร เทวะเช่นฟีนิกซ์ที่แท้จริงหรือมังกรที่แท้จริง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซือถูฮ่าวเทียนใช้คือปราณโลหิตของปีศาจยักษ์ โบราณ และสิ่งที่หลินหมิงได้รับเป็นเพียงสายเลือดที่ธรรมดาที่สุดของ ฟีนิกซ์โบราณ และยังมีปริมาณน้อยมากเกินไปด้วย ดังนั้น ความแตกต่าง ในสายเลือดของพวกเขาจึงไม่มากเกินไปในขณะนี้
ในขณะที่หลินหมิงจมอยู่ในความคิดเหล่านี้ เขาก็ได้ยินเสียงนักสู้ที่ อยู่ใกล้ร้องออกมาด้วยความตกใจ “กายศักดิ์สิทธิ์! กายาต่อสู้จักรพรรดิ ปีศาจ มันเป็นอีกหนึ่งชนิดของกายศักดิ์สิทธิ์!”
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามีกายาต่อสู้จักรพรรดิปีศาจ? ข้าไม่เคยได้ ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย!”
“เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเกิดมา เขาไม่มีกายศักดิ์สิทธิ์ เขา อาศัยเพียงความสามารถพิเศษของตนเองจนมีวันนี้ เป็นไปได้ว่าเขาอาจ ได้รับกายศักดิ์สิทธิ์มาภายหลังด้วยการพบโชคในบางแห่ง
“ในเวลาเพียงวันเดียว ข้าได้เห็นทั้งสองกายศักดิ์สิทธิ์รวมทั้งตันเถียน บูรพาพยัคฆ์ สิ่งนี้ได้เปิดหูเปิดตาของข้าอย่างแท้จริง!
ขณะที่คนเหล่านี้โห่ร้องออกมาด้วยความยินดี หลินหมิงก็ตกตะลึง เพราะเขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ดังนั้น นี่คือสิ่งที่พวกเขาคิดและ เรียกว่ากายศักดิ์สิทธิ์นี่เอง ดูเหมือนว่าทุกคนที่มีกายภาพแตกต่างจากคน ทั่วไปและสามารถแสดงความแข็งแกร่งในการต่อสู้ได้มากขึ้นก็จะถูก เรียกว่ามีกายศักดิ์สิทธิ์