Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 868 ไม่สามารถจับต้องได้
ทุกคนคิดว่าเพราะผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้ถึงจุดจบของชีวิตแล้ว ดังนั้นถ้า
เขาต่อสู้อย่างแท้จริงกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียนแล้ว มันก็ไม่รู้ว่าใคร
จะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะ ไม่มีใครคิดว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะส่งจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียนลอยกระเด็นออกไปด้วยเพียงการโจมตีครั้งเดียว พวก
เขาอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
“มันเป็นไปได้อย่างไร…?” นาวาจิตวิญญาณ ฉางเยว่เทียนพูดไม่
ออกเป็นเวลานาน มันอยู่ในความคาดหวังของเขาว่าซือถูฮ่าวเทียนจะ
ได้รับสายเลือดปีศาจยักษ์และแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ในฐานะอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่ง ความแข็งแกร่งของเขาได้ติด 5 อันดับแรกของทวีปนภา
รินไหล ดังนั้นเขาต้องมีไพ่ตายบางอย่างที่ยังไม่เคยใช้ออกมาจนถึงขณะนี้
แต่ซือถูฮ่าวเทียนผู้นั้นกลับไม่ได้มีพลังต่อต้านการโจมตีของผู้อาวุโสจ้าว
ฮั่วเลย!
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะเองก็มีความแข็งแกร่ง
เช่นนี้หรือไม่? นี่เป็นความแข็งแกร่งของผู้ทรงพลังที่ใกล้เคียงกับการเป็น
ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์เช่นนั้นหรือ?
เหล่านักสู้ช่วยไม่ได้ที่จะคิดเช่นนี้ มีรายงานว่าเมื่อพันปีก่อน ผู้อาวุโส
จ้าวฮั่วเคยต่อสู้กับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะและเกิด
การเสมอกัน แม้ว่านี่เป็นเพียงข่าวลือ แต่ที่ใดมีควัน มันก็มักจะหมายถึงมี
ไฟอยู่เสมอ มันต้องมีบางส่วนของความจริงเกี่ยวกับมัน สำหรับทุกคน มัน
หมายความว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วและจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอม
เทวะยืนอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน
ตอนนี้หลายพันปีผ่านไปแล้ว ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วก็ควรจะอ่อนแอลงกว่า
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะ เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็มี
อายุมากกว่า แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?
บางที… ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วมีความก้าวหน้าขึ้นอีกในช่วงไม่กี่พันปีที่ผ่าน
มานี้! ถ้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะและลุงใหญ่
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาไม่ได้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น พวกเขาก็
อาจจะไม่ได้เป็นคู่มือของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วอีกต่อไป…” ฉางเยว่เทียนพึมพำ
นี่เป็นคำอธิบายที่ใครๆพบว่ายากที่จะยอมรับได้ ตามปกติแล้ว เวลา
ที่ง่ายที่สุดต่อการเติบโตของนักสู้คือเมื่อพวกเขายังเยาว์ นี่คือช่วงเวลาที่
เพลิงแห่งชีวิตอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ยิ่งอายุขัยที่มากขึ้น นักสู้ก็จะอยู่ใน
รูปลักษณ์หนุ่มสาวของพวกเขาไปอีกนาน ตัวอย่างเช่น นักสู้ขั้นทำลาย
ชีวิตจะถือว่ายังเยาว์หากสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้ก่อนที่พวก
เขาจะอายุครบ 100 ปี ดังนั้นหากพวกเขาไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ตามเวลานี้แล้ว พวกเขาก็จะพบว่ามันยากที่จะเข้าสู่ระดับต่อไป ทำได้
เพียงพึ่งพาความช่วยเหลือภายนอกเท่านั้น
เมื่อนักสู้นักถึงวัยผู้ใหญ่ การบ่มเพาะของพวกเขาจะโตขึ้นเหมือน
หอยทากคลานเท่านั้น แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของ
นักสู้อยู่ที่จุดสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น ความสามารถในการต่อสู้ของซือถูฮ่า
วเทียนได้มาถึงจุดที่สูงที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว มันเป็นเรื่องยากสำหรับ
เขาที่จะเพิ่มการบ่มเพาะของเขา มิเช่นนั้น ถ้าเขาสามารถก้าวหน้าไปได้
อีกก้าวหนึ่ง เขาก็จะกลายเป็นตัวตนที่อยู่ในระดับเดียวกับจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะ
หลังจากนั้นก็จะเป็นวัยชรา นี่คือช่วงเวลาที่กำลังต่อสู้และการบ่ม
เพาะเกือบจะไม่มีวันเพิ่มขึ้นผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรหลายคนอาจเข้าสู่
ระดับใหม่ของเจตจำนงและจิตวิญญาณ แต่สำหรับอย่างอื่นแล้ว มันจะ
เริ่มลดลงเรื่อยๆ
ดังนั้นผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะสร้างความก้าวหน้าดังกล่าวได้อย่างไร?
“เขาต้องมีความลับภายในร่างกาย!” ขณะที่ฉางเยว่เทียนเชื่อว่ากฎ
แห่งเวลาสามารถยืดอายุของนักสู้ได้ แต่เขาไม่เชื่อว่ามันจะนาน 4000-
5000 ปี!
สิ่งที่เขาพบยิ่งไม่น่าเชื่อ ก็คือกฎแห่งเวลาสามารถที่จะเปลี่ยนอายุ
ของนักสู้ได้ชั่วคราว และเป็นเวลานานพอที่จะทำให้เกิดการพัฒนาครั้ง
ใหม่ได้
ดังนั้น มันจึงมีเพียงสองความเป็นไปได้
ข้อแรกคือ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้เจอโชคที่เขาไม่สามารถจินตนาการได้
และข้อที่สองคือ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้เหนือกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่เขาซ่อนความแข็งแกร่งของ
เขามาจนถึงปัจจุบัน
โอกาสของความเป็นไปได้อย่างที่สองมีไม่มากเกินไป แม้ว่าผู้อาวุโส
จ้าวฮั่วจะใช่ชีวิตที่ซ่อนตัวจากโลกมาหลายพันปีแล้ว แต่ในอดีตเขาก็เคย
เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ของทวีปนี้ ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะต้องซ่อนความ
แข็งแกร่งไว้จนกระทั่งบัดนี้
ข้อแรกมีความเป็นไปได้มากที่สุด เขาได้พบกับโชคอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ที่
ใด? มันเป็นทะเลแห่งปาฏิหาริย์หรือไม่?
ขณะที่ฉางเยว่เทียนคิดถึงเรื่องนี้หัวใจของเขาก็สะท้าน ถ้าเป็น
เช่นนั้น ตัวเขาไปพบเจอโชคอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร?
ปัง!
ภูเขาใหญ่ที่อยู่ไกลออกไปก็ระเบิดขึ้นและซือถูฮ่าวเทียนพุ่งออกจาก
กองหิน ถึงแม้ว่าเขาจะโดนอัดกระเด็นและรู้สึกอับอายมาก แต่ก็ไม่ได้รับ
บาดเจ็บมากนัก แขนของเขาฟื้นฟูอย่างรวดเร็วทำให้ไม่มีอะไรเหลืออยู่
เลยนอกจากแผลเป็น นี่คือคุณลักษณะที่ทรงพลังที่สุดของสายเลือดปีศาจ
ยักษ์ – ความสามารถในการฟื้นฟู
ตามตำนานกล่าวว่า ปีศาจยักษ์มีร่างกายอมตะ สามารถที่จะงอก
แขนขาที่ขาดใหม่ได้ ในแง่ของความสามารถในการฟื้นฟูนั้น สายเลือด
ปีศาจยักษ์เหนือกว่าประตูแห่งการรักษา อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟู
บาดแผลนั้นจำเป็นต้องใช้ปราณแท้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นสายเลือดปีศาจ
ยักษ์จึงด้อยกว่าประตูแห่งการรักษาในแง่ของความทนทาน
ในขณะที่ซือถูฮ่าวเทียนมองไปยังผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ใบหน้าของเขาเต็ม
ไปด้วยความกลัวและความตกใจ
แม้ว่าเขาจะยังคงมีการโจมตีที่สามเหลืออยู่ และมันยังแข็งแกร่งที่สุด
แต่เขาก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสามารถเทียบผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้
ในตอนนี้
บางทีผู้อาวุโสจ้าวฮั่วอาจจะด้อยกว่าจักรพรรดิซื่อในอดีต แต่ในยุคนี้
ไม่มีใครสามารถเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้ แม้แต่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้า
เตาหลอมเทวะก็อาจจะไม่ใช่คู่มือของเขา
ชายชราผู้นี้ไปเจอโชคอันยิ่งใหญ่มาจากที่ใดกัน?
เขาไม่เชื่อว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วสามารถสร้างความก้าวหน้าได้อีกครั้งใน
ขณะที่ย้อนกลับอายุของเขาเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ กฎแห่งเวลาที่
เขาแสดงนั้นไกลเกินกว่าในทวีปนภารินไหล ไม่ว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะมี
พรสวรรค์ในกฎแห่งกาลเวลาและมิติมากเพียงใด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลย
ที่เขาจะมาถึงจุดนี้โดยไม่มีมรดกอันใด!
ซือถูฮ่าวเทียนจ้องมองไปยังผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเป็นเวลานานและจากนั้น
ก็กัดฟันกล่าวสองคำออกมา
“ข้ายอมรับ!”
“เหย่าเยว่จะอยู่ในตระกูลเทพเจ้าพิโรธเป็นเวลาสามปีและทุกอย่างที่
ข้าเป็นหนี้ต่อหลินหลานเจี้ยน จะถูกส่งมอบมายังที่นี่ในหนึ่งเดือน ส่วน
ง้าวโลหิตล้างผลาญและกระจกป้องกันหัวใจปีศาจนั้น, หลินหลานเจี้ยน
สามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เขาชอบ!”
ซือถูฮ่าวเทียนมองไปยังหลินหมิง ร่างของเขายังคงเป็นปีศาจยักษ์
เพียงแค่การจ้องมองก็เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของผู้หนึ่งสั่นด้วยความ
กลัวได้
“เจ้าเลือกชิ้นใด!?!?”
หลินหมิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวโดยไม่ลังเลใจว่า “ง้าวโลหิตล้าง
ผลาญ!”
กระจกป้องกันหัวใจปีศาจย่อมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หลินหมิง
เชื่อเสมอว่าการป้องกันที่ดีที่สุดคือการโจมตี หอกยาวที่ไม่มีชื่อในมือของ
เขาเป็นเพียงหอกมาตรฐานทั่วไปจากเมืองฟีนิกซ์โบราณเท่านั้น แม้ว่าจะ
มีความทนทานอย่างมาก แต่พลังก็ยังขาดอยู่
ถ้าเขามีง้าวโลหิตล้างผลาญแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ ‘เคล็ดบ่มเพาะ
ง้าวโลหิตล้างผลาญ’ แต่ด้วยพละกำลังหนึ่งล้านจิน รวมทั้งปราณแท้ของ
เขาและจิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงินของเขา จากนั้นผู้ใดบ้างจะจินตนาการ
ถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังที่เขาฟาดมันไปยังใครบางคน!
ด้วยง้าวโลหิตล้างผลาญ พลังต่อสู้ของหลินหมิงจะเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วน
กระจกป้องกันหัวใจปีศาจนั้น ถึงแม้ว่าพลังป้องกันของเขาจะเพิ่มขึ้น แต่
เขาก็ยังคงต้องตกตายถ้าเขาโดนการกระหน่ำโจมตีจากผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทร และไม่สามารถตอบโต้กับพวกเขาได้มากนัก
“ดี! แล้วข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ถูกสาปให้ตายไปเสียก่อน!” ซือถูฮ่าวเทียน
เค้นเสียงเย็นชา หัวใจเจ็บปวดอย่างยิ่ง ทั่วทั้งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า
มีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเพียงอย่างเดียวส่วนที่เหลืออีกสองชิ้นเป็นเพียง
สิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญเท่านั้น
สำหรับการพึ่งพาคำสาปของง้าวโลหิตล้างผลาญเพื่อฆ่าหลินหมิงนั้น
ซือถูฮ่าวเทียนไม่ได้หวังว่าจะเกิดขึ้น ชะตาชีวิตของหลินหมิงนั้นยากที่จะ
ถูกตัดขาด โชคชะตาของเขาได้เอาชนะผู้มีพรสวรรค์ชั้นยอดที่คล้ายคลึง
กันในยุคเดียวกันไปแล้ว และเขายังผ่านสถานการณ์แห่งชีวิตและความ
ตายมามากมายอีกด้วย มันจึงย่อมเป็นการยากอย่างมากที่จะตัดชะตา
ของเขาให้ขาดด้วยสิ่งใด
ในอนาคตหลินหมิงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่า
จักรพรรดิปีศาจอีกด้วย การพึ่งพาเพียงคำสาปของง้าวเพื่อฆ่าเขาย่อมไร้
ประโยชน์
วิ้งงง –
ง้าวโลหิตล้างผลาญ ออกเสียงแหลมยาวเมื่อมั่นพุ่งเข้ามาอยู่ในมือ
ของหลินหมิง ในช่วงเวลาสั้นๆ หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขากำลังแบกภูเขา
และเท้าของเขาจมลงสู่พื้น ถ้าเขาไม่ได้ใช้พลังของ 8 ประตูเร้นลับภายใน
แล้ว เขาก็จะไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้!
‘อย่างน้อยมันก็ต้องหนัก 700,000-800,000 จิน โดยปกตินักสู้ต้อง
ใช้ปราณแท้กระตุ้นเพื่อเคลื่อนย้ายมัน และมันจะไม่ง่ายสำหรับข้าที่จะ
เคลื่อนย้ายมันด้วยเพียงพละกำลังกายอย่างเดียว’
หลินหมิงต้องใช้ความสามารถในการบินของเขาเพื่อป้องกันตัวเอง
จากการจมลงสู่พื้น จากนั้นเขาก็และบินขึ้นไปในอากาศพร้อมกับง้าว
โลหิตล้างผลาญ นี่เป็นอาวุธที่เหมาะจะถูกเรียกว่าเป็นลางร้ายที่สุดในโลก
ข้าขอขอบคุณผู้อาวุโสสำหรับความมีน้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้!”
หลินหมิงยกมือคารวะขณะที่เขาโค้งคำนับต่อผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว และ
สลักความมีน้ำใจนี้ไว้
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยิ้มให้เขา ตอนนี้เขาได้กลับคืนสู่สภาพเดิมของ
รูปลักษณ์ผู้อาวุโส แม้ว่าเขาจะดูไม่ธรรมดา แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของผู้ที่ถึง
จุดจบของชีวิตดั่งเดิม
แต่ตอนนี้ ไม่มีใครคิดว่า เหตุการณ์ต่อไปจะกลายเป็นเรื่องที่น่าตกใจ
อย่างมาก
“สหายน้อยหลินหลานเจี้ยนไม่จำเป็นต้องสุภาพเกินไป ข้าจะอยู่ใน
ดินแดนมิตินี้ไปอีกหลายวัน เราจะสนทนากันในรายละเอียด”
สนทนากันในรายละเอียด?
เมื่อได้เหล่านักสู้ได้ยินสิ่งนี้ พวกเขาก็ย่อมต้องตกตะลึง ผู้อาวุโสจ้าว
ฮั่ววางแผนที่จะสนทนาสิ่งใดกับหลินหลานเจี้ยน?
“ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ท่านวางแผนที่จะรับเขาเป็นศิษย์จริงๆหรือ?”
เทพธิดาวายุหิมะถามด้วยกระแสเสียงปราณแท้ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วไม่มี
ความเป็นปฏิปักษ์หรือไม่พอใจกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า และไม่มี
เหตุผลใดที่เขาจะจัดการซือถูฮ่าวเทียน แต่เขาได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือเพื่อ
เอาชนะซือถูฮ่าวเทียนและช่วยหลินหมิง ถ้านี่คือการทำเพื่อชนะใจหลินห
มิงแล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เพราะผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้เดินทางไป
ทั่วโลกอย่างอิสระและไม่ได้ยึดติดกับขุมกำลังใด ความแข็งแกร่งของเขา
อาจจะเหนือกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะไปแล้ว
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องทำเช่นนั้น
สำหรับเขาที่จะทำเช่นนี้มันย่อมมีความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว นั่น
ก็คือการรับศิษย์!
“ฮ่าๆ หิมะน้อย, ข้าได้กล่าวว่าข้าไม่สามารถสอนสิ่งใดให้สหายน้อย
หลินหลานเจี้ยนได้ สำหรับการรับเขาเป็นศิษย์ ข้าจึงไม่สามารถทำได้”
นี่เป็นครั้งที่สองที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้กล่าวถึงสิ่งที่คล้ายกัน เขาไม่ได้
อ่อนน้อมถ่อมตน แต่กลับคิดว่าตนไม่สามารถสอนหลินหมิงได้มากนัก
จริงๆ
“เช่นนั้นแล้วเหตุใดท่านถึงทำเรื่องต่างๆในวันนี้…” เทพธิดาวายุหิมะ
ไม่สามารถช่วยได้ที่จะถามออกไป
“ฮ่าๆ…” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วยิ้มแต่ไม่ตอบ เขาเห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการที่
จะบอกอะไรมากไปกว่านี้เทพธิดาวายุหิมะจึงทำได้เพียงยับยั้งคำถามใน
จิตใจของนาง
นักสู้อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้จากไป เหลือไว้เพียงซือถูเหยาเยว่
เร็วๆนี้พวกเขาจะส่งผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรมาเพื่อปกป้องนาง ซือถูฮ่า
วเทียนไม่กล้าที่จะทิ้งซือถูเหยาซีไว้ – ผู้ซึ่งยากที่จะบอกได้ว่านางจะก่อ
ความหายนะอันใดขึ้นมาอีกหรือไม่
แต่วีรบุรุษคนอื่นๆในภาคกลางของทวีปนภารินไหลไม่ได้จากไป
กลับกัน พวกเขายังคงอยู่ในดินแดนมิติและดูเหมือนว่าจะมีคนมากขึ้น
เรื่อยๆ
นี่เป็นเพราะ… หลินหมิง
ปัจจุบันหลินหมิงอาจเรียกได้ว่าไม่สามารถจับต้องได้ เต็มไปด้วย
ความสูงส่งและเป็นที่เคารพ!
หลังจากที่เอาชนะซือถูเหยาเยว่ได้ หลินหมิงก็ได้ผ่านพ้นวิกฤติที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด อนาคตของเขาสดใสและรุ่งโรจน์
แม้จะสิ้นหวังในการชนะใจหลินหมิง แต่ทุกคนก็ยังอยากจะสร้าง
ความสัมพันธ์อันดีกับเขา
ที่พักของหลินหมิงพลุกพล่านไปด้วยผู้คน ขุมกำลังทั้งหลายได้มา
ทักทายเขาและหลินหมิงก็ต้อนรับทั้งหมดโดยไม่ปฏิเสธ มีขุมกำลังที่
ยิ่งใหญ่เช่นตระกูลฉางแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาและเผ่าไป่แห่ง
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ
มีผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรหลายคนเช่น ฉางเยว่เทียนและเทพธิดา
วายุหิมะที่มาเยี่ยมเยียนเขาด้วย หลินหมิงต้อนรับพวกเขาพร้อมกับซื่อไป๋
เมื่อขุมกำลังใหญ่เหล่านี้ได้มาทักทาย พวกเขาก็นำของขวัญมากมาย
มาให้หลินหมิงด้วยเช่นกัน ของขวัญส่วนใหญ่เหล่านี้เป็นวัสดุสวรรค์และ
โอสถหายาก เมื่อรวมกันมันก็มีมูลค่าอย่างน้อย 3-4 ล้านหินลมปราณจิต
วิญญาณ เพียงแค่จากเหยียงอวิ๋นคนเดียวก็มากถึง 800,000 หินลมปราณ
จิตวิญญาณแล้ว และเมื่อรวมกับสองโอสถเทวะผันแปรที่เคยให้ก่อนหน้า
นั้น มันก็จะมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ
“เหยียงอวิ๋น…” หลินหมิงมองไปยังสมบัติมากมายข้างหน้าเขาและ
ครุ่นคิดชั่วครู่ เหยียงอวิ๋นชื่นชอบเขาจนน่าตกใจ แต่หลินหมิงรู้สึกว่ามัน
ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาได้จริงๆ เหยียงอวิ๋นคิดว่าเขา
จะเข้าร่วมกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะจริงๆใช่หรือไม่?