Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 87 กวัดแกว่งไปทั่วทุกสารทิศ
“ข้าอยากจะรู้นักว่าหลินหมิงจะทนต่อสู้ได้อีกนานซักแค่ไหน?” ด้าน
นอก แท่นอาคมหมื่นอสูรสังหาร ทุกคนต่างจับจ้องหลินหมิงอยู่ แม้แต่
ศิษย์จากห้องสวรรค์ที่มีอันดับ70กว่าๆก็ยังไม่เป็นที่สนใจเท่ากับหลินหมิง
ในตอนนี้
“เขาน่าจะใช้เวลาไปประมาณ4ก้านธูปแล้วนี่ หรืออาจจะเกือบถึง5
แล้วก็ได้ ขนาดซางฉางยังอยู่ต่อสู้อยู่ในนั้นได้เพียง3ก้านธูปครึ่งเอง และ
เขายังเอาชนะซางฉางได้อีก หากหลินหมิงจะได้อันดับในช่วง 80-90 ข้าก็
จะไม่แปลกเลยแม้แต่น้อย”
“การไต่อันดับขึ้นมาเป็น100อันดับแรกอาจจะไม่ใช่เรื่องยากเท่าไร
นัก แต่จะให้สูงกว่า 80 ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ 80อันดับแรกคือพวกห้อง
สวรรค์ หากมีอันดับสูงกว่า80ละก็ จะสามารถท้าประลองกับพวกนั้นได้”
“ถ้ามันเป็นจริงละก็นะ ข้าไม่อยากจะคิด เด็กอายุ15ปีที่พึ่งเขามาใน
สำนักได้เดือนเดียว จะเข้าห้องสวรรค์ได้ บ้าไปแล้ว!!! ”
“สำหรับเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีที่จะมีอันดับสูงกว่า 100 นะรึ เรื่องแบบ
นั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นมาเป็นร้อยๆปีแล้ว”
“อืมม.. ฉินซิงเซวียนสามารถทำเช่นนั้นได้สำเร็จ และนางก็ยังได้รับ
การแต่งตั้งให้เป็นศิษย์ระดับสูงโดยตรอีกด้วย”
…
จำนวนก้านธูปผ่านไปอย่างรวดเร็ว 1…2…3…
ขณะที่ก้านธูปก้านที่4กำลังไหม้อยู่ ร่างของหลินหมิงเปียกโชคได้วย
เลือดจากศัตรูของเขา
“อืม… พี่ชิงหยุน ดูเหมือนว่าหลินหมิงจะทนได้อีกไม่นานนัก ก้านที่สี่
พี่งจะเริ่มไหม้เอง เขาอาจจะขึ้นมาไม่ถึงอันดับที่100แล้วล่ะ หากดูจาก
สภาพของเขามนตอนนี้”
มู่หลงชีมีสายตาที่แหลมคมมาก นางสามารถมองเห็นได้อย่างปรุ
โปร่งถึงลมหายใจของหลินหมิงที่เริ่มจะแปรปรวน เขาคงจะใช้พลังเยอะ
เกินไป
ไบชิงหยุนก็ทำหน้าเซ็งๆ พวกนางคิดว่า หลินหมิงจะอยู่ได้ถึง ห้าก้าน
ธูปเสียอีก แต่ดูเหมือนสี่ก้านธูปก็จะเป็นขีดจำกัดของเขาเสียแล้ว
“หลินหมิงกำลังอ่อนแอลง เขาคงจะประมาทเกินไป เขาประมาทจน
บาดเจ็บตั้งแต่ช่วงแรกหรือป่าว?”
หากใครได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงแรก พลังปราณที่ต้องใช้ในการต่อสู้
ก็จะมากกว่าปกติ ซึ่งเป็นความสิ้นเปลื้องที่จะส่งผลให้พวกเขาได้อันดับที่
ไม่น่าพอใจ ซึ่งทุกคนต่างก็รู้เรื่องนี้ดี และพยายามหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ
ในการต่อสู้อย่างสุดความสามารถ
“พี่ชิงหยุน ดูเหมือนหลินหมิงจะไม่ได้เก่งกาจเหมือนที่ท่าน
คาดการณ์เอาไว้เสียแล้ว” มู่หลงชีกล่าว มู่หลงชีนั่นเก่งกาจและเป็นอัฉริ
ยะที่ใครต่อใครต่างยกย่อง เมื่อมีเด็กหนุ่มอยากหลินหมิงมาบดบังรัศมี
ความเจิดจรัสของนาง และเขายังอายุน้อยกว่านางถึง2ปี นางจึงรู้สึก
หมั่นไส้เขาเป็นธรรมดา
“หึ… เขาไม่เก่งอย่างนั้นเหรอ? ถ้าหลินหมิงอ่อนแออย่างที่นางว่าจริง
นางยังจำเมื่อหนึ่งเดือนหลังจากนางเข้ามาในสำนักได้ไหม นางอยู่ในนั้น
ได้นานกว่าเขาในตอนนี้หรือป่าว”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น มู่หลงชีถึงกับพูดไม่ออก ครั้งแรกที่นางทำการ
ทดสอบจัดอันดับ นางยังไม่ติด150อันดับแรกด้วยซ้ำ และในรอบที่สอง
นางก็ได้อันดับที่ 140 ซึ่งต่ำกว่าครั้งแรกของหลินหมิงเสียอีก นางหันหน้า
กลับไปมองบนแท่นอาคมและทำเป็นไม่ได้ยิน
ความจริงก็คือ การสอบในครั้งนี้ หนึ่งเดือนหลังจากมีศิษย์ใหม่เข้า
สำนัก จะมีศิษย์เก่าที่จบออกไปเยอะในช่วงนี้ ทำให้การสอบในครั้งนี้แทบ
ทุกคนจะมีอันดับที่เพื่มสูงขึ้น
เพราะแบบนี้เอง แม้ว่าในครั้งแรกของศิษย์ใหม่ที่จัดอันดับ อันดับที่
ได้อาจจะไม่ได้น่าพอใจนัก แต่ในครั้งนี้เอง อันดับของพวกเขาก็จะเพิ่ม
สูงขึ้น เพียงแค่ฝึกฝนไปเรื่อยๆ ก็จะมีศิษย์จบออกไปเรื่อยๆ และอันดับก็
จะเพื่มสูงขึ้นเรื่อยๆเอง
เมื่อได้เห็นมู่หลงชีมำตัวเหมือนเด็ก ไบชิงหยุนก็ยิ้มและไม่ได้กล่าวว่า
อะไรต่อ หากหลินหมิงจะสามารถไต่ขึ้นมาอยู่ 100 อันดับแรกได้ มันก็ถือ
เป็นเรื่องน่าภูมิใจอยู่ คนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้
…
“พี่ใหญ่ หลินหมิงดูเหมือนจะทนได้อีกไม่นานเสียแล้ว” ต้ากู่พูดกับห
ลิงเซ็น
“ฮึ สำหรับครั้งที่สองของการจัดอันดับ แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว”
“ฮ่าๆ ก็แน่ละ เขาใช้หอกนี่น่า และยังเป็นหอกหนักด้วย ถึงมันจะ
กวาดล้างศัตรูหลายๆตัวได้ในคราเดียว แต่มันก็กินพลังไปมากเหมือนกัน
ในอาคมหมื่นอสูรสังหาร แม้จะใช้อาวุธหอกก็ใช่ว่าจะได้เปรียบอาวุธอื่นๆ
เพราะศัตรูที่เก่งขึ้นโผล่มาเรื่อยๆ ไม่มีเวลาให้หยุดพัก ทั้งยังเสียแรง
มากกว่าอาวุธอื่นๆอีก การใช้หอกในอาคมหมื่นอสูรสังหารก็เพียงช่วย
ให้ผลออกมาเร็วขึ้นเท่านั้น” ต้ากู่นั้นใช้ไม้พลองเป็นอาวุธ ซึ่งก็เป็นอาวุธ
ประเภทเดียวกับหอก
“งั้นก็มารอดูกันดีกว่าว่าหลินหมิงจะทนได้อีกนานแค่ไหน…”
…
ในอาคมหมื่นอสูรสังหาร หลินหมิงที่มีใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเลือด
พูดขึ้น “เฮ้อ.. ตายได้ซะทีนะแก”
หลินหมิงมองไปข้างหน้า อัศวินในชุดเกราะดำถือง้าวกำลังอยู่บน
หลังม้าศึกตัวโตดูแข็งแกร่ง
มันมีการฝึกฝนขั้นที่ห้า ขั้นหลอมกระดูก
หลินหมิงกวัดแกว่งหอกกวาดศัตรูอย่างบ้าคลั่ง หากสามารถฆ่าศัตรู
ได้หนึ่งตัวในแต่ละครั้งที่กวาดหอกก็ถือว่าเยอะมากแล้ว แต่ในช่วงแรกๆ
การกวาดหอกของเขาฆ่าศัตรูไปได้เยอะกว่านั้นหลายเท่า
เพราะแบบนั้น ถึงเวลาจะผ่านไปไม่นาน แต่ศัตรูที่มีการฝึกฝนขั้นที่
ห้าก็ปรากฏตัวมาแล้ว
ซึ่งมันเหนือกว่าหลินหมิงอยู่ถึงสองขั้นทีเดียว
หลินหมิงได้สู้กับอัศวินนั้นมาหลายรอบแล้ว มันแข็งแกร่งและ
เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ตอนมันพุ่งมาด้วยม้า มันแทบจะไร้จุดอ่อน
สำหรับสำนักเจ็ดแก่นแท้แล้ว ปกติแล้วต่อให้เป็นนักสู้ที่เก่งกาจจะ
สามารถต่อสู้ได้สูสีกับคนที่ระดับสูงกว่าได้ไม่มากนัก เช่น ซางฉางที่มีการ
ฝึกฝนขั้นสามปลายๆ อาจจะสามารถต่อสู้ได้สู้สีกับนักสู้ขั้นสี่ได้
แต่หลินหมิงสามารถสู้กับนักสู้ระดับสูงกว่าตนได้ เขาเอาชนะซางฉาง
ที่มีการฝึกฝนขั้นสามได้ แต่อัศวินนี้มีการฝึกฝนขั้นห้า แค่จะให้เสมอกับ
มันได้ยังยากเลย ถึงพวกเงาจะไม่ได้ฉลาดเหมือนมนุษย์ก็เถอะ แต่ถ้าจะมี
ปริมาณขนาดนี้ก็เป็นเรื่องยากที่จะสู้ด้วยได้
เปรี้ยง!!
ขณะที่หลินหมิงปะทะกับอัศวินเกราะดำ แม้หอกของหลินหมิงจะมี
ความสามารถในการทะลวงก็เถอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะรได้ซักเท่าไร
อัศวินดำ ได้พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง แต่หลินหมิงก็ได้กระโดดหลบไป
กลางอากาศหลบออกมาได้ทัน
“โฮกก” ปีศาจระดับสอง อาศัยจังหวะนี้ ขณะที่หลินหมิงอยู่กลาง
อากาศ พุ่งเข้ามาหาเขา กรงเล็บอันแหลมคมกำลังพุ่งเข้ามายังอกของ
หลินหมิง
หลินหมิงได้ยินแต่เสียงเท่านั้น เขาจับหอกและใช้มันเพื่อสร้างสมดุล
ขึ้นกลางอากาศ เขาหายใจเข้าลึกๆ และมองไปที่ปีศาจนั้น และปล่อย
หมัดออกไป
หมัดสลายกระดูก!!
โพล๊ะ!! ปีศาจร่างนั่นร่างแหลกสลาย พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นไป
ทั่ว
หนึ่งหมัดสังหาร!
หลินหมิงกลิ้งไปหาพวกปีศาจนั้น ก่อนที่เขาจะได้หายใจอีกครั้ง
ปีศาจที่อยู่ตรงนั้นทุกตัวต่างก็พุ่งทะยานเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว…