Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 870 โอสถหมื่นจิตวิญญาณ
หลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่การต่อสู้ของหลินหมิงและซือถูเหยา
เยว่จบลง ต๋วนมู่ฉินได้ทิ้งเครื่องหมายส่งสัญญาณเสียงไว้ที่ตระกูลเทพเจ้า
พิโรธและจากไป สำหรับเหยียงอวิ๋น หลี่อี้เฟิง องค์ชายผู้สืบทอดและ
ตัวตนอื่นๆต่างก็ได้จากไปทีละคน
อย่างไรก็ตาม เพราะหลินหมิงนั้นยิ่งใหญ่เกินไป เมื่อขุมกำลังใหญ่
จากไป เหล่าขุมกำลังเล็กจึงกลับมาอีกครั้ง แม้หลินหมิงจะได้ปฏิเสธที่จะ
รับผู้มาเยือนมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังคงมีขุมกำลังเล็กจำนวนมากที่
เข้าและออกจากดินแดนมิตินี้เรื่อยๆ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะได้พบเจอ
หลินหมิงหรือไม่ และพวกเขาก็ไม่คิดว่าจะได้พบเจอตัวตนระดับนั้นอยู่
แล้ว มันเพียงพอสำหรับพวกเขาหากเพียงได้เห็นใครบางคนจากตระกูล
เทพเจ้าพิโรธ
ไม่ว่าในกรณีใด พวกเขาไม่จำเป็นต้องมอบของขวัญให้หลินหมิง
โดยตรง พวกเขาเพียงแค่ต้องการส่งพวกมันผ่านตระกูลเทพเจ้าพิโรธ
ตามธรรมเนียมของทวีปนภารินไหล ของขวัญทั้งหมดจะถูกบันทึกลงไว้ใน
ทะเบียน ในขณะที่ไม่มีใครคาดว่าจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินหมิงได้
และเพียงต้องการที่จะแสดงถึงทัศนคติที่เป็นมิตรของพวกเขาก็พอ
หลังจากหลายเดือนผ่านไป แม้ว่าของขวัญที่ได้รับจากขุมกำลังขนาด
เล็กเหล่านั้นจะคนละไม่มาก แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกันแล้ว ของขวัญเหล่านี้
จึงมีมูลค่า 2-3 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ ซื่อไป๋ขายหรือแลกเปลี่ยน
ของขวัญทั้งหมดเหล่านี้เพื่อซื้อวัสดุสวรรค์ จากนั้นก็สร้างเป็นสมุนไพร
จำนวนมากให้หลินหมิง
เมื่อซื่อไป๋นึกไปถึงมูลค่ารวมของวัสดุ 16-17 ล้านหินลมปราณจิต
วิญญาณเขาก็ถึงกับไร้คำพูด ร่างกายของหลินหมิงคือสิ่งใดกันแน่? เขา
เป็นเหมือนหลุมไร้ก้น ด้วยทรัพยากรจำนวนมาก มันเพียงพอที่จะเลี้ยงดู
นักสู้ผู้หนึ่งจนทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้ แน่นอนว่าคนผู้นั้นจะต้องมี
พรสวรรค์เพียงพอด้วย
ถึงกระนั้นก็ตาม ทั้งหมดกลับเพียงเพื่อให้หลินหมิงทะลวงขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 2 เท่านั้นหรือ?
ซื่อไป๋ไม่รู้ว่าหลินหมิงกำลังจะเปิดประตูแห่งความเจ็บปวด เขาเพียง
คิดว่าเขากำลังพยายามทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 เท่านั้น ใน
ความเห็นของเขา หลินหมิงได้ใช้ทรัพยากรจำนวนมากเมื่อทะลวงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 1 ดังนั้นเขาจะต้องใช้ทรัพยากรที่เท่ากันหรือมากกว่า
สำหรับการทะลวงระดับต่อไป
ในห้องโถงฝึกฝน เตาหลอมจักรวาลกำลังหมุนและล้อมรอบตัวด้วย
เพลิงผลาญดารา หลินหมิงได้โยนสมุนไพรเข้าไปในนั้น ครู่ต่อมา สมุนไพร
นี้ถูกละลายลงกลายเป็นฟองที่ห่อหุ้มด้วยปราณแท้และค่อยๆลอยออกมา
ด้วยการสะบัดมือ ริ้วเปลวเพลิงสีแดงพวยพุ่งออกมาและของเหลวสี
เขียวก็ระเหย เหลือไว้เพียงแก่นแท้พฤกษาที่ได้รับการกลั่นโดยหลินหมิง
สำเร็จ นี่เป็นส่วนผสมที่ 920
หลินหมิงถอนลมหายใจเบาๆ ไม่ใส่ใจที่จะเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก
เขาใช้ขวดหยกไม้จิตวิญญาณล้านปีเพื่อค่อยๆเก็บพลังงานปราณของมัน
ไว้
ปัจจุบันเขากำลังสร้างโอสถพิเศษที่ชื่อว่า โอสถหมื่นจิตวิญญาณ ผู้
หนึ่งจะต้องเอาแก่นแท้พฤกษาจากสมุนไพรหลายพันออกมา ผสานพวก
มันเข้าด้วยกันและจากนั้นกลั่นมันหลายครั้งจนในที่สุดก็จะได้โอสถหมื่น
จิตวิญญาณ!
นักเล่นแร่แปรธาตุปกติจะไม่เลือกที่จะสร้างโอสถดังกล่าว นี่เป็น
เพราะขั้นตอนการกลั่นเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายอย่างมาก และยังต้อง
ผลาญพลังจิตวิญญาณอย่างมากเช่นกัน! ไม่เพียงแค่นั้น แต่ต้องใช้หยกไม้
จิตวิญญาณเป็นจำนวนมากอีกด้วย หยกไม้จิตวิญญาณมีมูลค่าไม่น้อยกว่า
พืชจิตวิญญาณ ดังนั้น มันจึงมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นมากเกินไปเพื่อใช้ใน
การกลั่นโอสถหมื่นจิตวิญญาณ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันของหลินหมิงเป็นเรื่องพิเศษ ด้วย
กองสมุนไพรขนาดใหญ่ที่ด้านหน้า นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเขาใน
การกลั่นโอสถหมื่นจิตวิญญาณ สำหรับหยกไม้จิตวิญญาณที่ต้องใช้ในการ
กลั่น เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ด้วยขุมกำลังต่างๆได้ส่งหยกไม้จิตวิญญาณ
มา พวกมันก็มีปริมาณเท่าเนินเขาเล็กๆ และยิ่งมีสมบัติที่ถูกแกะสลักจาก
หยกไม้จิตวิญญาณมากยิ่งกว่าด้วย
วูป – -!
อีกสมุนไพรได้ละลายเข้าไปในฟองสีเขียวของหลินหมิง ฟองสีเขียวนี้
ถูกสัมผัสโดยเปลวเพลิงอย่างระมัดระวังก่อนที่จะกลายเป็นเสี้ยวแก่นแท้
พฤกษา
กระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ความผัน
ผวนเพียงเล็กน้อยของพลังจิตวิญญาณอาจทำให้สมุนไพรที่ถูกเผาไหม้
เป็นเถ้าถ่าน
มันมีเถ้าสมุนไพรอยู่ที่เท้าหลินหมิงจำนวนมาก มันมาจากสมุนไพรที่
เขาเคยฝึก แม้แต่นักเล่นแร่แปรธาตุชั้นยอดก็อาจทำผิดพลาดได้ง่าย การ
เล่นแร่แปรธาตุต้องการพลังจิตวิญญาณจำนวนมาก
ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุของหลินหมิงแน่นอนว่าไม่สามารถได้รับ
การพิจารณาว่าอยู่สูงสุด มันเพียงไม่มีเวลามากพอในการฝึกฝนเท่านั้น
แต่หลินหมิงได้สืบทอดความทรงจำจากนักเล่นแร่แปรธาตุของดินแดน
แห่งทวยเทพมา ซึ่งรวมถึงความสำเร็จและประสบการณ์ทั้งหมดของเขา
ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถสอนกันได้ หลังจากที่หลินหมิงได้รับ
ความทรงจำเหล่านี้แล้ว เขาก็สามารถรวบรวมมันทำให้ความคืบหน้าของ
เขาในการเล่นแร่แปรธาตุรุดหน้ามากขึ้น
และปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือความเข้าใจของหลินหมิงในวิถีและกฎ
แห่งเพลิงอยู่ระดับสูง ด้วยเพลิงผลาญดาราที่เขาสั่งการ เขาก็สามารถ
ควบเปลวเพลิงตามต้องการ นี่คือสิ่งที่นักเล่นแร่แปรธาตุปกติจะพบว่า
ยากที่จะทำได้
“อันถัดไป!”
ด้วยการสนับสนุนจากประตูแห่งการรักษา ความสามารถของหลินห
มิงในการรักษาจึงมีความน่าทึ่งอย่างแท้จริง หลังจากผลาญปราณแท้ไป
เป็นเวลานาน เขายังคงไม่ได้แสดงสัญญาณสีหน้าใดๆถึงการผลาญปราณ
แท้ไปในปริมาณมากออกมาเลย กลับกัน เป็นพลังจิตวิญญาณของเขาที่
เริ่มขาดไป
ประตูแห่งการรักษาสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งของร่างกายและ
ปราณแท้ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นฟูทั่วร่างของผู้หนึ่งได้อีก
ด้วย แต่สำหรับด้านพลังจิตวิญญาณนั้น มันไม่สามารถช่วยได้เลย
ซี่!
สมุนไพรที่มีค่าหลายพันหินลมปราณจิตวิญญาณได้กลายเป็นเถ้า
ถ่านในฝ่ามือของหลินหมิง
“พลังจิตวิญญาณของข้ามาถึงขีดจำกัดแล้ว มันจะเป็นการยากที่จะ
ดำเนินต่อไป” หลินหมิงไม่ได้หยุดเพราะความล้มเหลวนี้ เขายังคงกลั่นอยู่
บ้าง แต่อัตราความสำเร็จก็ต่ำเกินไป จากนั้นหลินหมิงก็หยุดกลั่นสมุนไพร
เขาหยุดขวดหยกไม้จิตวิญญาณและพักการสร้างโอสถหมื่นจิตวิญญาณ
ชั่วคราว เขาหยิบสมุนไพรระดับต่ำที่สุดจากแหวนมิติออกมาและเริ่ม
ฝึกฝนอย่างอื่น
ในสถานการณ์ที่เขาผลาญพลังจิตวิญญาณของตนอย่างบ้าคลั่ง
หลินหมิงก็เกือบจะล้มเหลวทุกครั้งที่เขาพยายามฝึกฝน กองเถ้าถ่านบน
พื้นดินเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลินหมิงรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด จากนั้น
วิสัยทัศน์ของเขาก็พร่าเลือนขณะที่เขาล้มลงไปบนพื้น หมดสติไปในที่สุด
การเล่นแร่แปรธาตุเป็นทักษะในการเสริมจิตใจและพลังจิตวิญญาณ
ได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งที่ผลาญพลังจิตวิญญาณไปจนหมดแล้ว เมื่อฟื้นฟู
กลับมามันก็จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่นักสู้เลือกที่จะเรียนรู้
ทักษะเสริม
ขณะที่หลินหมิงกำลังหลับอยู่ แม้ว่าเขาจะหมดสติก็ตาม ‘อำนาจ
ครอบงำวิญญาณ’ ก็ยังคงทำงานด้วยตัวเองซึ่ง ฟื้นฟูจิตวิญญาณหลินหมิง
ทั้งหมด
เขาได้หลับลึกและพักผ่อนไปเช่นนี้เป็นเวลาหลายวัน
หลังจากช่วงเวลาที่ไม่รู้จักได้ผ่านไป หลินหมิงก็ได้ตื่นขึ้นมาด้วย
ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างมาก ความคิดของเขาลื่นไหลและมีความ
ชัดเจนอย่างยิ่ง เขาหยิบขวดหยกไม้จิตวิญญาณออกมาและเริ่มที่จะกลั่น
สมุนไพรอีกครั้ง หลังจากที่เขาผลาญพลังจิตวิญญาณจนหมดแล้วเขาก็ได้
หลับใหลไปอีกครั้ง
กระบวนการนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เช่นนี้ กว่าครึ่งปีก็ได้ผ่านไป
หลังจากหนึ่งจินของหยกไม้จิตวิญญาณระดับกลางได้ถูกกลั่นแก่น
แท้พฤกษาออกมา และรวมกับแก่นแท้พฤกษาของสมุนไพรกว่า 1000-
2000, ผสานกันกันเป็นหนึ่งก่อนที่จะถูกบรรจุลงในขวดหยกไม้จิต
วิญญาณอีกครั้ง ในขณะนี้ โอสถหมื่นจิตวิญญาณสำเร็จไป 80% แล้ว
จิตวิญญาณของหลินหมิงเองก็มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากในช่วง
ครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ในตอนแรกเขาสามารถเล่นแร่แปรธาตุได้ 3 วันก่อนจะ
หลับใหลไป แต่ตอนนี้ เขาสามารถอยู่ได้นาถึง 5 วัน หลังจากเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิตแล้ว ศักยภาพจิตวิญญาณของเขาก็ถูกขุดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
และมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าพลังจิตวิญญาณจะไม่สามารถส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่ง
ของนักสู้ แต่ก็เป็นปัจจัยหลักที่จำกัดขอบเขตพลังที่นักสู้จะเข้าถึงได้ ถ้าไม่
มีพลังจิตวิญญาณแล้ว พวกเขาจะไม่สามารถควบคุมปราณแท้ได้ ถ้าพลัง
จิตวิญญาณของผู้ทรงพลังขั้นหลอมรวมแก่นแท้ถูกรวมกับร่างกายของผู้
ทรงพลังขั้นเทพสมุทร ร่างกายของพวกเขาอาจจะระเบิดออกจากกัน
เพราะไม่อาจควบคุมพลังงานได้
ในระหว่างขั้นตอนการผลาญปราณแท้จำนวนมาก และขณะที่ฟื้นฟู
มันอย่างต่อเนื่อง หลินหมิงก็กำลังเข้าใกล้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 มากขึ้น
เช่นกัน นี่เองก็มีเหตุมีผล รากฐานของหลินหมิงมีความเสถียรภาพมาก
เกินไป จนกระทั่งทำให้เขาเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ในทันทีที่เขา
ประสบความสำเร็จในการทะลวงขั้นทำลายชีวิต ในเวลานั้น เขาห่างจาก
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 ไม่กี่ก้าว
การข้ามจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ไป 2 นั้นง่ายกว่าการเปิดประตู
แห่งความเจ็บปวด เนื่องจากครั้งที่หนึ่งเขาเคยถูกจำกัดการสลายร่างผ่าน
การระเบิดตันเถียนเท่านั้น ตอนนี้หลินหมิงสามารถกักเก็บพลังงานไว้ทั่ว
ร่างกายเพื่อระเบิดมันและทำลายตัวเอง ดังนั้นหลินหมิงไม่รู้สึกกังวลเลย
อีกหลายเดือนผ่านไป หลินหมิงได้ปิดด่านนานตลอดทั้งปีแล้ว!
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธก็ได้เงียบสงบลงดังเดิม สำหรับซือถูเหยาเยว่
ตามข้อตกลงเดิม นางถูกกักตัวอยู่ในห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดน ซึ่งไม่
สามารถออกมาได้แม้แต่ครึ่งก้าว
สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นการป้องกันไม่ให้ซือถูเหย่าเยว่ออกจากสถานที่นี้
อย่างไรก็ตาม ซือถูเหยาเยว่เป็นนักสู้ขั้นทำลายชีวิตเท่านั้น มันย่อมไม่มีสิ่ง
ใดที่นางสามารถทำได้เมื่อมีรูปแบบค่ายกลหลายชั้นของตระกูลเทพเจ้า
พิโรธป้องกันอยู่
ส่วนใหญ่ก็เพื่อปกป้องซือถูเหยาเยว่ เพราะถ้านางต้องตายที่นี่ภายใน
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธแล้ว ผลที่ตามมาจะเป็นความหายนะ
ถึงแม้ว่าห้องโถงหลักหัวใจแห่งดินแดนเป็นที่รู้จักในนามเสาหลักของ
โลกมิตินี้ และแม้แต่ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ก็ยังไม่สามารถทำลายมันได้
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเองก็ยังได้ส่งผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรมาเพื่อ
ปกป้องซือถูเหยาเยว่อย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากผู้ปกป้องต้องพักอยู่ในห้องเดียวกับซือถูเหยาเยว่ตลอดเวลา
มันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหากผู้ปกป้องเป็นผู้หญิง นอกจากนี้ มันจะต้องเป็น
คนที่น่าเชื่อถืออย่างยิ่ง ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องเป็นทายาท
โดยตรงของตระกูลซือถู นอกเหนือซือถูเหยาซีที่น่ารังเกียจ ผู้ที่อาจก่อ
เรื่องทุกอย่างในตระกูลเทพเจ้าพิโรธแล้ว ตัวเลือกอื่นๆ ก็คือญาติของซือถู
ฮ่าวเทียน – ซือถูชิงจ้าว
ซือถูชิงจ้าวอายุ 2000 ปี อายุเพียงครึ่งเดียวของซือถูเหยาซี
นอกจากนี้ เนื่องจากธรรมชาติในความรักสวยรักงาม นางจึงเต็มใจที่จะ
ผลาญบางส่วนของการบ่มเพาะของนางเพื่อรักษารูปลักษณ์ที่เยาว์วัย
เอาไว้ ดังนั้นนางจึงดูราวกับเป็นพี่สาวของซือถูเหยาเยว่เท่านั้น
“เหย่าเยว่ เจ้ากำลังบุ่มบ่ามกับตนเองเกินไป หากเจ้ายังคงผลาญ
พลังงานเกินขีดจำกัดเช่นนี้ มันก็จะเกิดความเสียหายต่อทะเลแห่งจิต
วิญญาณและอาจเกิดบาดแผลที่ซ่อนเร้นอยู่ในทะเลจิตวิญญาณของเจ้า
ด้วย” ซือถูชิงจ้าวช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวเช่นนี้ขณะที่นางดูหลานสาวบ่มเพาะ
อย่างขมขื่นและบ้าระห่ำ มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการทรมานตัวเอง
“ท่านป้าชิงจ้าว ท่านไม่ต้องพยายามห้ามข้า แม้ว่าจะมีบาดแผลซ่อน
เร้นเกิดขึ้นบ้าง แต่ข้ายังคงมีวิธีกำจัดพวกมันหลังจากที่เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ได้ หลินหลานเจี้ยนเป็นความอัปยศในชีวิตของข้า และข้าต้องทวงคืนหนี้
ในครั้งนี้จากเขา เขาเป็นอัจฉริยะไร้เปรียบก็จริง ข้าพ่ายแพ้ต่อเขา และ
เขาได้แซงหน้าข้า มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะตามทันเขา และอาจจะถูกทิ้ง
ไว้เบื้องหลังห่างไกลไปเรื่อยๆ โอกาสเดียวที่ข้ามีคือ การทะลวงเข้าสู่ขั้น
เทพสมุทร! เมื่อข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้แล้ว ข้าต้องท้าทายเขาอีก
ครั้ง! นั่นจะเป็นโอกาสสุดท้ายของข้าและโอกาสเดียวของข้า!”
ถึงแม้ว่าซือถูเหยาเยว่จะเย่อหยิ่ง แต่ก็คิดว่าตนจะสามารถยืนเคียง
บ่าเคียงไหล่กับหลินหมิงได้ในอนาคต แต่ในการต่อสู้เป็นตายก่อนหน้านี้
ได้เป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนาง นางจึงไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากแก้แค้นต่อความพ่ายแพ้
นางถูกทุบตีอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชน มันได้ทิ้งความอับอายที่ต้อง
จดจำไปตลอดชีวิต จากนั้น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ฮ่าวเทียนก็ได้ก้าวออกมา
เพื่อช่วยนาง และแม้แต่เขาก็ถูกกำราบโดยผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินกว่า 10 ล้านหินลมปราณจิต
วิญญาณเพื่อชีวิตของนาง มันทำให้เหตุการณ์เหล่านี้หลอกหลอนนาง
ตลอดไป
ถ้านางต้องการเอาชนะหลินหมิง นางก็มีโอกาสเพียงอย่างเดียว นั่น
คือการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรในขณะที่หลินหมิงยังคงอยู่เพียงขั้น
ทำลายชีวิตให้ได้!
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้ให้เวลาแก่หลินหมิงไว้สามปี เพราะเขาคาดการณ์
ว่าหลินหมิงจะสามารถรักษาชีวิตของตนไว้ได้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโส
ขั้นเทพสมุทรในเวลานั้น
นั่นหมายความว่านางเหลือเวลา… อีกไม่มากเลย!
ในขณะที่ซือถูเหยาเยว่ได้บ่มเพาะอย่างขมขื่น ในห้องที่เงียบสงบ
การกลั่นโอสถหมื่นจิตวิญญาณของหลินหมิงก็ได้มาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว!
การกลั่นโอสถหมื่นจิตวิญญาณเป็นงานที่ลำบากมาก มันมีหลาย
ขั้นตอนและต้องใช้สมุนไพรเป็นจำนวนมหาศาล แม้ว่าหลินหมิงมี
ความสามารถที่สูงมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาเต็มปีสำหรับเขาเพื่อทำให้มัน
สมบูรณ์
แน่นอน การเก็บเกี่ยวของเขาในปีที่ผ่านมานั้นมหาศาล หลังจาก
ผลาญพลังงานหมดมาเรื่อยๆ หลินหมิงก็พร้อมที่จะก้าวไปสู่ขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 2 ได้ทุกเมื่อ ในเวลาเดียวกัน เขาได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง
ของพลังจิตวิญญาณสำหรับเมื่อเขาต้องการที่จะทะลวงขั้นเทพสมุทรใน
อนาคตด้วยเช่นกัน
หลินหมิงหยิบขวดหยกไม้จิตวิญญาณขนาดเล็กที่มีแก่นแท้พฤกษา
ของสมุนไพรหลายพันขึ้นมา และจากนั้นค่อยๆโยนมันลงไปในเตาหลอม
จักรวาล…