Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 872 โลงศพผี
ในท้ายที่สุด คำสาปของง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติก็ไม่สามารถลบมันไป
ได้ ในความเห็นของมารเจิดจรัส พลังของง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติส่วนใหญ่
ได้ถูกปิดผนึกตลอดเวลาโดยอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ดังนั้นพลังคำสาป
ของจึงลดลง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลินหมิงได้เอาชนะชนชั้นสูงวัยหนุ่ม
สาวนับไม่ถ้วนและผ่านด่านทดสอบเพลิงมาหลายครั้ง เขาเป็นผู้เยาว์ไร้
เปรียบในโลกนี้และหลังจากสะสมแรงผลักดันทั้งหมดจนกระทั่งตอนนี้
โชคชะตาของเขายากที่จะคาดเดาได้
นอกจากนี้ เขายังได้รับการฝึกฝนที่เมืองฟีนิกซ์โบราณและได้รับ
มรดกสายเลือดของฟีนิกซ์โบราณอีกด้วย หลินหมิงยังได้รับหยดเลือดจาก
มังกรคราม ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดรวมกัน ชีวิตของหลินหมิงจึงเป็นเช่น
จักรพรรดิไร้เปรียบอย่างแท้จริง!
มันสามารถรู้ล่วงหน้าได้ เพราะหากปราศจากอุบัติเหตุใดๆ หลินหมิ
งจะกลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าขั้นเทพสมุทรหรือแม้แต่ขั้นที่สูงกว่า
สำหรับตัวตนเช่นนั้น การยับยั้งคำสาปของง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติที่มาจาก
ขอบของอเวจีปีศาจอมตะก็ไม่น่ายากลำบากเกินไป
ไม่ว่าอย่างไร ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติได้รับการพิจารณาให้เป็นเพียง
หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่อ่อนแอที่สุด
……..
ตอนเที่ยงคืน หลินหมิงเปลี่ยนเสื้อผ้าและไม่ใส่หน้ากากหยกไม้จิต
วิญญาณ เขาก้าวผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายและออกสู่โลกภายนอก เขาไม่ได้
บินสูงขึ้นไปในอากาศ แต่เรียบพื้นดินไปแทนจนเขาออกห่างจากเขตแดน
มิติของตระกูลเทพเจ้าพิโรธเป็นระยะทางกว่า 2,000 ไมล์ จากนั้นหลินห
มิงก็หยิบเอาเรือจิตวิญญาณเทวะที่ได้รับการปรับปรุงเป็นพิเศษออกมา
และบินตรงไปยังทะเลแห่งปาฏิหาริย์
ระหว่างทาง หลินหมิงได้เลือกเส้นทางของเขาอย่างระมัดระวังและ
หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ทั้งหมด มันปราศจากอันตรายหรือความประหลาดใจ
ใดๆเกิดขึ้น และเขาได้มาถึงบึงทมิฬแปดพันไมล์
บึงทมิฬแปดพันไมล์เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นดินแดนที่มีผู้ทรงพลังขั้น
ทำลายชีวิตจะพบกับความตายเกือบทั้งหมด ถ้าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
เข้าไป พวกเขาค่อนข้างจะปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกเขาโชคร้าย
เช่นนั้นพวกเขาอาจตกตายลงที่นั่นได้
หลินหมิงตอนนี้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้ขั้นเทพสมุทรภายใน
ทวีปนภารินไหลแล้ว นอกจากนี้ เขายังมีสมบัติคอยปกป้องตนเอง
มากมาย เปลวเพลิงแห่งชีวิตของเขาทรงพลัง พลังป้องกันของเขาก็ไม่
ธรรมดา และความทนทานและขีดจำกัดความเร็วก็น่าทึ่ง ในแง่ของ
ความสามารถในการอยู่รอดและความสามารถในการหลบหนีแล้ว ในบึง
ทมิฬแปดพันไมล์นี้เขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรเช่นซือถูปั๋ว
หนานที่กำลังใกล้ถึงจุดจบของชีวิตเลย
หลังจากเข้าสู่บึงทมิฬแปดพันไมล์อีกครั้ง หลินหมิงก็ไม่ได้เหมือนนัก
สู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ที่อ่อนแอเช่นที่เขาเคยเป็น เมื่อเผชิญกับอันตราย
ที่นี่ เขามีพลังมากพอที่จะต่อต้านมัน
นอกจากนี้ หลินหมิงเคยได้มายังบึงทมิฬแปดพันไมล์แล้ว และเขา
คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่มีอันตรายใดๆ ในที่สุดก็ได้ก็มาถึงจุด
ศูนย์กลางของบึงทมิฬแปดพันไมล์
อย่างไรก็ตาม การหามังกรศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าอสรพิษ
ทะเลมังกรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้จะมีความยาวกว่าพันไมล์ และสามารถ
ปลดปล่อยก๊าซปกคลุมดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ได้ อีกทั้งมิติและเวลา
ภายในพื้นที่บึงทมิฬแปดพันไมล์เองก็ถูกบิดเบือนและกลายเป็นสนาม
พลังปิดไปทุกหนทุกแห่ง ไม่สามารถค้นหามังกรนี้ได้โดยใช้สัมผัสรับรู้ของ
เขา ถ้าผู้ใดหวังจะเจอมัน เช่นนั้นพวกเขาจะต้องพึ่งพาโชคของตัวเอง
ไม่นาน หลายวันผ่านไป ขณะที่หลินหมิงค้นหาในบึงทมิฬแปดพัน
ไมล์ ในระหว่างทางเขาก็พบกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่อาศัยอยู่ที่นี่ มี
สิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับผี สิ่งมีชีวิตจากเนื้อและเลือด และสิ่งมีชีวิตที่ดูราวกับ
ว่ามันถูกสร้างขึ้นจากโคลน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพลังของพวกมัน
ทั้งหมดต่ำกว่าขั้นเทพสมุทร พวกมันจึงไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อหลินหมิง
เมื่อถึงจุดนี้ ตรงหน้าหลินหมิง มันได้ปรากฏสัตว์ประหลาดสูง 10
ฟุต ผิวของมันเป็นสีของสีเขียวน่ากลัวและมีกล้ามเนื้อหนา มีตาหนึ่งดวง
ขนาดยักษ์ที่หัวของมัน และมันกระบองขนาดใหญ่กว่าชายสองคน เหวี่ยง
ไปมาในสายลม!
“อสูรตาเดียว!” หลินหมิงตกตะลึงและนึกถึงชื่อของสัตว์ประหลาดตัว
นี้ได้ในทันที สิ่งมีชีวิตนี้เป็นสัตว์อสูรเดียวดายที่มีอยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ
ของทวีปนภารินไหลเมื่อ 100,000 ปีก่อน บางครั้งมันก็ถูกทำให้เชื่องโดย
ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเพื่อนำไปเป็นพาหนะของพวกเขา
ความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดตัวนี้ทรงพลังและพลังป้องกันทาง
ร่างกายที่เปรียบได้กับสมบัติระดับสวรรค์ ตาข้างเดียวของมันสามารถ
ปล่อยแสงชั่วร้ายที่ดูดพลังชีวิตออกมาและทำให้กลายเป็นหิน
อสูรตาเดียวสามารถติด 20 อันดับแรกในประกาศิตชะตาฟ้าได้ และ
นี่เป็นเพียงเพราะพวกมันมีสติปัญญาต่ำ เพราะถ้าพวกมันสามารถฝึกฝน
เคล็ดวิชาบ่มเพาะ ทักษะการต่อสู้และวิถีต่างๆได้ เช่นนั้นความสามารถใน
การต่อสู้ของพวกมันก็เกินกว่าจินตนาการ
ดวงตาของอสูรตาเดียวเป็นสิ่งที่หายากและเป็นวัตถุดิบที่มีค่า
สามารถนำมาเล่นแร่แปรธาตุ ผิวหนังที่เหนียวของพวกมันสามารถ
นำมาใช้เพื่อสร้างชุดเกราะหนังระดับสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตาม พวกมันก็
ยากที่จะจัดการเช่นกัน แม้แต่ 10 อันดับแรกประกาศิตชะตาฟ้าก็ยังจะ
พบว่านี่เป็นภารกิจที่ใกล้เคียงกับความเป็นไปไม่ได้และจะได้รับคำแนะนำ
ให้หลีกเลี่ยง
พลังป้องกันของอสูรตาเดียวเป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป และพลังชีวิต
ของมันก็ทรงพลังอย่างมาก หากไม่สามารถเอาชนะมันได้ในระยะเวลาอัน
สั้น เช่นนั่นก็จะกลายเป็นความหายนะ
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ได้วางแผนที่จะหลีกเลี่ยงมัน เขาต้องการ
ที่จะทดสอบพลังของง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ และเขาก็ต้องการร่างกายของ
อสูรตาเดียว เขาสามารถเก็บดวงตามันไว้เพื่อนำมาใช้งาน และส่วนที่
เหลือของร่างกายจะถูกส่งไปยังตระกูลเทพเจ้าพิโรธเพื่อสร้างให้เป็น
สมบัติ
วูปป!
ลำแสงปีศาจถูกยิงออกมาจากดวงตาอสูรตาเดียว ตรงไปยังหัวใจ
ของหลินหมิงเช่นสายฟ้าฟาด หลินหมิงเปิดใช้ ‘ก้าวย่างวิหคทองคำถลา
ลม’ และหายตัวไปเหมือนหมอกควัน ในวินาทีต่อมา เขาได้ปรากฏขึ้น
ด้านของหลังอสูรตาเดียว เขาจับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติด้วยมือทั้งสองข้าง
และโคจรพลังของ 8 ประตูเร้นลับภายใน โดยใช้ประตูแห่งขีดจำกัดเพื่อ
ระเบิดพลังออกมามากกว่าหนึ่งล้านจิน ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติอันหนักอึ้ง
ฟาดลงมาเหมือนดาวตกกระแทกไปยังไหล่ของอสูรตาเดียว!
ปึกกก!
ด้วยเสียงกระแทกดังลึก ไหล่ของอสูรตาเดียวถูกฉีกออกจากกัน
เลือดและเศษชิ้นส่วนที่หักของกระดูกกระเด็นไปในอากาศ เพราะเท้าของ
มันไม่สามารถทานทนต่อแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ได้ ขาทั้งสองข้างของมันจึง
แตกหักลงในที่สุด ร่างซึกขวาทั้งหมดของอสูรตาเดียวกลายเป็นเศษเนื้อที่
ถูกทำลายและซี่โครงทั้งหมดของมันแหลกละเอียด อวัยวะภายในไหล
ออกมา!
อสูรตาเดียวที่มีชื่อเสียงในเรื่องพลังแห่งการป้องกันที่น่าอัศจรรย์ได้
ถูกจัดการโดยหลินหมิง!
“เป็นง้าวที่น่าทึ่งยิ่งนัก!”
หลินหมิงร้องออกมาเสียงดัง ถึงแม้ว่าเขาจะระเบิดพลังกาย แต่
แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงออกมา การโจมตีด้วยง้าวนั้นทำให้
แขนของเขาสั่นสะเทือนและโลหิตเดือดพล่านภายในร่าง แต่แม้กระนั้นก็
ตาม เขาก็รู้สึกพึงพอใจเหมือนกับว่าเซลล์ในร่างกายของเขายืดขยาย
ออกไปในครั้งเดียวและดูดซับพลังงานอย่างละโมบ จากการเคลื่อนไหว
ร่างกายมันก็ได้เกิดเสียงจากข้อต่อทั้งหมดในร่างกาย ความรู้สึกของ
ความสุขนี้เป็นสิ่งที่นักสู้ระบบการหลอมรวมปราณไม่สามารถมีได้
การต่อสู้ด้วยพลังกายก็ยังคงอาศัยพลังที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างกายอยู่
บ้าง หากแสงหอกปะทะกับสิ่งอื่นใด ไม่ว่าจะปะทะกันรุนแรงเพียงใด นัก
สู้จะปลอดภัยตราบเท่าที่พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลัง มัน
ไม่ได้เป็นเหมือนรูปแบบการต่อสู้ของกายผันแปรที่ทุกการโจมตีจะส่งแรง
ผลกระทบผ่านร่างกาย
“แม้ว่าข้าจะไม่ใช้ ‘เคล็ดบ่มเพาะง้าวแห่งภัยพิบัติ’ อีกต่อไป เพียงแค่
ใช้ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติโจมตีก็สามารถทำให้มันเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยมได้
แล้ว!”
หลินหมิงคิดออกมาดังๆ เขากำลังจะผ่าศพของอสูรตาเดียว แต่
ตอนนี้เขารู้สึกว่าหัวใจบีบรัดขณะที่ความหนาวเย็นที่ไม่สามารถอธิบายได้
เข้าปกคลุมทั้งร่าง ความรู้สึกไม่สบายใจและความหวาดกลัวนี้ทำให้เขา
มองออกไปไกลๆ
เขามองเห็นว่า จากที่ห่างไกล ในชั้นหมอกหนามีกลุ่มของเงาเรือง
แสงส่องประกายลอยอยู่เหมือนผี
เงาเหล่านี้ดูราวกับว่าพวกมันกำลังลอยมาอย่างช้าๆ แต่ความจริงก็
คือความเร็วของพวกเขาถึงจุดสูงสุดแล้ว ตอนแรกพวกมันเป็นเพียงดวง
ไฟขนาดเล็กจากที่ไกลๆ แต่ในพริบตามันก็มีขนาดใหญ่ขึ้นมากแล้ว พวก
มันทั้งหกเป็นเหมือนปีศาจที่ใส่ชุดคลุมสีดำ ใบหน้าของพวกมันโกรธ
เกรี้ยวและลอยไปมาเหมือนผี กรงเล็บปีศาจของพวกมันมีโซ่หนาทั้ง 6
เชื่อมโยงกันอยู่ และลากโลงศพผีสีทองแดงอยู่ข้างหลัง โลงศพผีนี้มีขนาด
ใหญ่ มันสูง 10 ฟุตและยาว 30 ฟุต โลงศพถูกสลักด้วยอักขระลึกลับและ
แปลกประหลาด มันดูเหมือนหนักอึ้งและน่าสะพรึงกลัว และยังเปล่งพลัง
ที่ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะท้านออกมา
หลินหมิงรู้สึกหนาวสั่นไปตามกระดูกสันหลังของเขา! เขาหยุดลม
หายใจและถอยกลับมาไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็ไม่กล้าแม้แต่จะ
ขยับตัว
มันไม่ใช่โลงศพที่ทั้งหกวิญญาณชั่วร้ายลากอยู่ทำให้เขาสะพรึงกลัว
แต่เป็นวิญญาณชั่วร้ายทั้งหกตนที่ทำให้หลินหมิงต้องหายใจหอบ
เนื่องจากมนุษย์ได้ฝึกฝนระบบการบ่มเพาะที่แตกต่างกัน หลินหมิ
งจึงไม่สามารถเข้าใจระดับการบ่มเพาะของวิญญาณชั่วร้ายเหล่านี้ได้ แต่
เขาก็ยังคงรู้สึกว่าพวกมันทั้งหมดเหนือกว่าเขาอย่างมหาศาล!
ตัวหลินหมิงมีความแข็งแกร่งในการต่อสู้มาถึงจุดสูงสุดของ
ผู้เชี่ยวชาญขั้นทำลายชีวิต ผู้ที่เหนือกว่าเขาจะต้องเป็นขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 8 หรือขั้นเทพสมุทรเท่านั้น และเหล่าวิญญาณชั่วร้ายทั้งหกนี้ทรง
พลังใกล้เคียงกับผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรของมนุษย์!
พวกมันมีแนวโน้มว่าจะเทียบเท่าระดับกึ่งจักรพรรดิของเผ่าเฟย์และ
เผ่าปีศาจยักษ์!
ทั้งหกระดับกึ่งจักรพรรดิกำลังลากโลงศพผีทองแดงร่วมกัน!
เพียงแต่สิ่งใดกันที่อยู่ในโลงศพนี้?
หลินหมิงไม่คิดว่ามันจะเป็นแค่ซากศพเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นซากศพก็
ตาม มันก็น่าจะมีปีศาจแปลกประหลาด เช่นปีศาจซากศพ 10,000 ปีหรือ
ศพหุ่นเชิด
และสิ่งที่น่าจะเป็นมากที่สุดคือสิ่งที่อยู่ภายในโลงศพผีทองแดงก็
น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าเดียวกันกับเหล่าผีร้ายที่สวมชุดดำ และความ
แข็งแกร่งของมันก็คงไม่อาจจะจินตนาการได้!
บึงทมิฬแปดพันไมล์เป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนที่นักสู้ขั้นทำลายชีวิต
จะพานพบกับอันตราย แต่ผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรจะไม่ตกอยู่ใน
อันตรายร้ายแรง ดังนั้น สิ่งมีชีวิตที่ลึกลับภายในโลงศพทองแดงจึงไม่ควร
อยู่ในบึงทมิฬแปดพันไมล์ มิเช่นนั้น ถ้าหากผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรทั่วไป
ต้องพบกับมัน และเป็นไปได้มากว่าพวกเขาจะต้องตกตาย!
นั่นหมายความว่า… มันเป็นอะไรบางอย่างที่มาจากทะเลแห่ง
ปาฏิหาริย์!?
ขณะที่ความคิดนี้จุดประกายขึ้นในจิตใจของเขา หัวใจของหลินหมิง
ก็เกือบจะหยุดเต้น ในขณะนี้ มันชัดเจนอย่างมากว่าถ้าปีศาจที่อยู่ในโลง
ศพผีทองแดงมีความสนใจในตัวเขาแม้เพียงน้อยนิดแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะ
ตกตายอย่างอนาถลงที่นี่!
โลงศพทองแดงถูกลากไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก ใช้เวลาเพียงไม่กี่ลม
หายใจ มันก็เดินทางไปหลายร้อยไมล์แล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยทุกลม
หายใจหลินหมิงรู้สึกว่ามันยาวนานนับปี
วูป -!
โลงศพผีลอยไป ผ่านเหนือศีรษะของหลินหมิงก่อนที่จะหายไปอย่าง
ไร้ร่องรอย เมฆมืดทมึฬไร้ที่สิ้นสุดบนขอบฟ้าไม่มีร่องรอยของแสงแม้เพียง
เล็กน้อย ความมืดได้ปกคลุมไปทั่วทั้งบึงทมิฬแปดพันไมล์ดังเดิม
พวกมันไปแล้ว…
หลินหมิงรู้สึกว่าแผ่นหลังและฝ่ามือเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็น เขารู้ว่าถ้า
สิ่งมีชีวิตลึกลับในโลงศพนั้นได้สำรวจสภาพแวดล้อมทั่วไปแล้ว มันก็ไม่มี
ทางที่เขาจะซ่อนตัวได้
มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจหลับใหล หรืออาจเป็นเพราะว่าการบ่ม
เพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 ของหลินหมิงนั้นต่ำเกินไปที่จะกระตุ้นความ
สนใจของมันได้ แต่ไม่ว่าเหตุใดเขาก็เพิ่งผ่านพ้นภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่
มันคือสิ่งใดกันแน่…
ขณะที่เช็ดเหงื่อเย็น หลินหมิงก็ยังคงสั่นสะท้านและตื่นตระหนก
ตอนแรกเขาได้วางแผนที่จะสำรวจพื้นที่บึงทมิฬแปดพันไมล์บางแห่ง แต่
ตอนนี้มันดูราวกับว่าควรรีบเอาคริสตัลก๊าซอสรพิษทะเลและรีบออกไป
จากที่นี่ให้เร็วที่สุด การเผชิญหน้ากับผู้ทรงพลังระดับนั้น เขาไม่เชื่อว่า
ตนเองสามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย
หลินหมิงรีบคว้าศพของอสูรตาเดียวและรีบจากไปทันที เขาใช้ทักษะ
การเคลื่อนไหวและรีบพุ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับโลงศพผีทองแดง พุ่ง
ไปอย่างรวดเร็วที่สุด!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หนึ่งชั่วธูปเวลาผ่านไป เขาก็หยุดชะงักทันทีจาก
เสียงกรีดร้องแหลม ลมหายใจของเขาติดอยู่ในลำคอและความหนาว
ลุกลามไปถึงกระดูกสันหลัง ที่ด้านหน้าของเขา มีแม่น้ำเหลืองซึ่งเต็มไป
ด้วยคลื่นที่เต็มไปด้วยคลื่นถาโถม มันเปล่งพลังแห่งความตายที่ไร้ขีดจำกัด
ออกมา
แม่น้ำเหลือง!!!