Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 874 ทำความเข้าใจกฏแห่งเวลา
หลินหมิงอ่อนแรงจนกระทั่งแผ่นหลังของเขานอนแนบกับพื้น มือ
ของเขาสั่นเล็กน้อยและมีบ่อโลหิตเล็กๆอยู่ข้างใต้ตัวเขา
เมื่อมองไปที่ร่างของเขา หลินหมิงก็ปลื้มปิติยินดีแม้ในขณะที่ส่ายหัว
เส้นชีพจรทั้งหมดบนแขนของเขาฉีกขาด และแม้แต่เส้นชีพจรบางเส้นบน
ร่างกายของเขาก็ได้รับความเสียหาย มือทั้งสองข้างของเขาไร้เรี่ยวแรง
ชั่วขณะ
คำว่า ‘เจ็บปวด’ ในประตูแห่งความเจ็บปวดมีความหมายเหมือนดาบ
สองคม การเปิดประตูแห่งความเจ็บปวดจะทำให้เกิดความเสียหายแก่นัก
สู้ และในขณะที่ต่อสู้ด้วยพลังของประตูแห่งความเจ็บปวด นั่นจะทำให้
เกิดภาระในร่างกายของนักสู้ด้วย
ดังนั้น นี่คือเหตุผลที่ประตูแห่งความเจ็บปวดเป็นประตู 1 ใน 4
ประตูสุดท้ายของ 8 ประตูเร้นลับภายใน โดยมีเพียงการเปิดประตูแห่ง
การรักษาและประตูแห่งขีดจำกัด ซึ่งมันสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติทาง
กายของนักสู้ได้อย่างมาก แล้วพวกเขาจึงจะสามารถทานทนต่อการ
สะท้อนกลับอย่างรุนแรงจากประตูแห่งความเจ็บปวดได้
ขณะที่หลินหมิงมองไปที่มือของเขา เขาก็ได้ยอมแพ้ต่อการทะลวง
ขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 ไว้ก่อน โดยปกติแล้ว บาดแผลประเภทนี้อาจ
ได้รับการฟื้นฟูในไม่กี่วันด้วยร่างกายของเขา แต่บาดแผลที่ได้มาจาก
ประตูแห่งความเจ็บปวดจะกินเวลานานนับเดือนจึงจะหาย
นอกจากนี้ สภาพร่างกายของเขาและทุกด้านของความแข็งแกร่งใน
การต่อสู้ของเขาจะลดลงอย่างมาก ก่อนที่จะค่อยๆฟื้นฟูกลับสู่จุดสูงสุดที่
มากกว่าเดิม สามารถรู้สึกได้ถึงการทำลายตัวเองและสร้างสิ่งที่ดียิ่งขึ้น
ใหม่
แต่ในช่วงเวลานี้ หลินหมิงไม่ได้วางแผนที่จะพักเพียงอย่างเดียว เขา
วางแผนที่จะเข้าฌานพร้อมกับแผ่นหยกของกฎแห่งมิติและเวลาที่ผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วได้ทิ้งไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บันทึกที่เกี่ยวกับวิถีแห่งเวลา
หลินหมิงสนใจอย่างมาก
ด้วยเส้นชีพจรในท่อนแขนของเขาถูกทำลาย และไม่สามารถ
เชื่อมต่อพลังงานผ่านร่างกายของเขา ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของ
หลินหมิงก็ด้อยกว่านักสู้ระดับต่ำ
เขาทำได้เพียงขี่เกวียนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลากโดยฟีนิกซ์สีทองแปดตัว
ทะยานผ่านท้องฟ้าของเทือกเขาด้านหลังตระกูลเทพเจ้าพิโรธ เขามี
ความสุขกับการชื่นชมดอกไม้และต้นไม้นานาชนิดที่สวยงาม เข้าฌานผ่าน
กฎแห่งเวลาอย่างสบายใจ
ถึงแม้ว่าดินแดนมิติของตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะถูกปกคลุมด้วยชั้น
ของรูปแบบค่ายกลต่างๆ แต่ซื่อไป๋ยังส่งผู้คุ้มกันหลายคนไปพร้อมกับเขา
มีกระทั่งสาวใช้ที่งดงามหลายคนที่ทำหน้าที่บริการเขา ตอบสนองทุก
ความต้องการอย่างพิถีพิถัน
ขณะที่หลินหมิงอยู่บนเกวียนศักดิ์สิทธิ์ ด้วยชุดผ้าไหมและอัญมณี
รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาและสง่างามดั่งหยกของเขา เมื่อเผชิญหน้าเข้าหา
โลก เขาดูเหมือนจะเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์
นี่เป็นรูปแบบการใช้ชีวิตที่นักสู้ทั้งหลายต้องการ ยกตัวอย่างเช่น
หนานอวิ๋นหวังจากทะเลทางใต้ หรือองค์ชายและองค์หญิงแห่งอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่จะมาพร้อมกับบทเพลงสวรรค์เมื่อพวกเขาออกเดินทาง
พวกเขาจะมีทหารจัดการเส้นทางพร้อมกับสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ลากขบวน
ไปข้างหน้า ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะมีสาวใช้หน้าตางดงามจำนวน
มากและนางสนมรายล้อมอยู่ทั้งซ้ายและขวา
หลินหมิงไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งเขาก็จะมีความสุขในชีวิตเช่นนั้น
เหมือนกัน
หลังจากพักผ่อน 40 วัน ในที่สุดหลินหมิงก็รู้สึกว่าความแข็งแรงของ
เขาค่อยๆกลับคืนมา เส้นชีพจรแขนของเขาเกือบจะได้รับการฟื้นฟูอย่าง
สมบูรณ์และไม่มีบาดแผลใหญ่เหลืออยู่บนฝ่ามือทั้งสองของเขา
รอยเล็กน้อยเหล่านี้เป็นรอยแผลเป็นที่ถูกทิ้งไว้โดยประตูแห่งความ
เจ็บปวด หลังจากเวลาผ่านไปอีกไม่กี่วัน แม้กระทั่งรอยแผลเหล่านี้ก็จะ
หายไป และจะปรากฏอีกครั้งเมื่อเขาเปิดใช้พลังของประตูแห่งความ
เจ็บปวด ในเวลานั้น หลินหมิงสามารถที่จะระเบิดพลังที่แข็งแกร่ง ความ
แข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นเกือบสองล้านจิน!
ต่อมาอีกหลายวัน หลินหมิงรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของเขาเติบโตขึ้น
ทุกวัน กล้ามเนื้อร่างกายของเขาเติบโตขึ้น มีความงามและความทรงพลัง
ในเวลาเดียวกัน
เขารู้สึกราวกับว่าเขาได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง ร่างกายของเขาเต็มไป
ด้วยพลังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่าเขาสามารถยกภูเขาได้อย่างง่ายดาย
สิ่งที่หลินหมิงต้องการมากที่สุดคือการหาฝ่ายตรงข้ามที่ทรงพลังใน
การประมือ แต่โชคไม่ดี ไม่มีผู้ใดที่อยู่ต่ำกว่าขั้นเทพสมุทรเป็นคู่ต่อสู้ของ
เขาได้อีกต่อไป และหากเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทรเช่นซื่อไป๋ เขาก็ยัง
ไม่สามารถเอาชนะได้
ในทวีปนภารินไหล ในช่วง 100,000 ปีของเวลาที่ไม่มีวันสิ้นสุด มัน
เป็นเรื่องยากมากสำหรับนักสู้ขั้นทำลายชีวิตที่สามารถก้าวกระโดดและ
ต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นเทพสมุทรได้ ประการแรก นี่เป็นเพราะมีช่องว่าง
ขนาดใหญ่ระหว่างขั้นทำลายชีวิตและขั้นเทพสมุทร และทุกคนที่สามารถ
ทะลวงเข้าไปในขั้นเทพสมุทรได้ ถือเป็นบุตรชายแห่งสวรรค์ที่น่าภาคภูมิ
ซึ่งเป็นอัจฉริยะที่ไร้เปรียบในยุคของพวกเขา แน่นอน ผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรที่ไม่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรก่อนที่พวกเขามีอายุ 100 ปี
แต่หากพึ่งพาโชคเพื่อทำเช่นนั้น เขาก็จะเป็นผู้อ่อนแอที่สุดในบรรดาขั้น
เทพสมุทร เฉพาะนักสู้ที่ก้าวเข้าไปในขอบเขตขั้นเทพสมุทรผ่านความ
แข็งแกร่งของตัวเองเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์
ระดับจักรพรรดิสูงสุดที่แท้จริง
เพื่อที่จะได้ข้ามพรมแดนอันยิ่งใหญ่ คนผู้นั้นต้องเป็นสัตว์ประหลาด
อัจฉริยะไร้เปรียบเท่านั้น แต่มิใช่ว่าการพูดนั้นง่ายกว่าทำหรอกหรือ?
“บางที หกวิญญาณชั่วร้ายที่ข้าเห็นในบึงทมิฬแปดพันไมล์ที่กำลัง
ลากโลงศพผีทองแดงอาจจะสามารถทำให้ข้ามีหัวใจแห่งการต่อสู้อัน
ยิ่งใหญ่มากขึ้น”
โลงศพผีทองแดงยังคงสะท้อนอยู่ในใจของหลินหมิง ตัวตนระดับใดที่
หลับใหลอยู่ภายใน?
หลินหมิงส่ายหัวและไม่ได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้อีก เขาทำการฝึกฝนรับรู้
กฎแห่งเวลาต่อไป กฎแห่งเวลาที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วทิ้งไว้เบื้องหลังนั้นลึกลับ
มาก มันมากพอที่จะทำให้หลินหมิงหลงใหล หลังจากจมตัวเองอยู่ภายใน
พวกมันแล้ว หลายชั่วโมงก็ได้ผ่านไป
วิถีที่หลินหมิงได้รับรู้มานั้นสืบทอดอยู่ภายในทวีปนภารินไหล มันมี
จำกัดอย่างมากเมื่อเทียบกับแดนเทวะ แต่วิถีแห่งเวลาในแผ่นหยกที่ผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วได้ทิ้งไว้แน่นอนว่ามีคำแนะนำโดยตรงเกี่ยวกับแหล่งที่มา
ของเต๋าอันยิ่งใหญ่ มันจึงเทียบเท่ามรดกที่ได้รับจากแดนเทวะ!
“ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วเข้าสู่แดนเร้นลับที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในทวีปนภาริน
ไหลจาก 100,000 ปีก่อน และได้รับมรดกที่มาจากแดนเทวะหรือไม่?”
ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์เพียงใด พวกเขาก็ยังคงต้องมีพื้นฐาน
ในการสรุปวิถีและกฎที่ลึกซึ้ง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างกฏออกมาจาก
อากาศธาตุ สัญญาณทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า 100,000 ปีก่อนนั้นอารย
ธรรมการต่อสู้ของทวีปนภารินไหลได้รุ่งโรจน์อย่างมาก แม้ว่าจะมีคำใบ้ที่
น่าสนใจเล็กน้อยจากแดนเทวะ
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วอยู่มากว่า 8000 ปี มันเป็นไปไม่ได้ที่จะนับจำนวน
สถานที่ที่เขาเคยไปหรือกี่แดนเร้นลับที่เขาเคยสำรวจ ไม่แปลกที่เขาจะ
ได้รับมรดกเช่นนี้
“ข้าสงสัยว่าเหตุใดผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจึงให้ข้ายืมแผ่นหยกล้ำค่าเช่นนี้?”
ขณะที่หลินหมิงกำลังคิดว่าจะกลับไปที่ห้องและฝึกฝนกฎที่บันทึกไว้
ในแผ่นหยกนั้น ในเวลานี้เอง เปลวเพลิงยันต์สื่อสารก็ได้ส่องแสงออกมา
จากข้างหน้าเขา นี่เป็นข้อความจากซื่อไป๋ ข้อความนี้เป็นเพียงข้อความ
เรียบง่ายโดยบอกว่า ‘มายังวิหารผู้อาวุโส’
“หืม?” หลินหมิงตกใจ เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องด่วน มิเช่นนั้นซื่อไป๋คงไม่
ต้องการจะพูดกับเขาแบบเห็นหน้า
……………
ขณะที่หลินหมิงมาถึงวิหารผู้อาวุโส เขาเห็นว่าซื่อไป๋และชายชรา
สวมหน้ากากกำลังรออยู่ข้างใน ชายชราสวมหน้ากากเป็นผู้อาวุโสสูงสุด
ขั้นเทพสมุทรคนที่สองของตระกูลเทพเจ้าพิโรธ เขาเป็นคนลึกลับมากและ
ไม่ค่อยพูด แม้แต่หลินหมิงก็ไม่รู้จักชื่อของเขา
บนโต๊ะตรงหน้าซื่อไป๋ มันถูกวางไว้ด้วยจดหมายสองฉบับ ขณะที่
หลินหมิงมองดูตราประทับที่ทำเครื่องหมายไว้ เขาก็ได้เห็นว่าพวกมันมา
จากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ และอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่น
นภา
“เหยียงอวิ๋นแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ และโอวเหย่
ชิงเฟิงแห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาได้ส่งจดหมายมา ลองดูข้อความ”
ซื่อไป๋สะบัดนิ้วและจดหมายทั้งสองก็บินเข้าสู่มือของหลินหมิง
หลินหมิงยังคงสงบนิ่ง แต่ในขณะที่เขาค่อยๆอ่านผ่านพวกมัน เขาพบว่า
มันยากมากที่จะทำให้เขาใจเย็นอยู่ได้
เมื่อหลินหมิงอ่านจดหมายทั้งหมดเสร็จ เขาก็ถอนหายใจออกเป็น
เวลานาน จดหมายทั้งสองกล่าวถึงในเรื่องเดียวกัน นั่นคือวิหารแห่งความ
พิศวงที่มีอยู่ในทะเลแห่งปาฏิหาริย์ได้ปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้าเหนือบึง
ทมิฬแปดพันไมล์!
เมื่อหลินหมิงเข้าร่วมกับเหยียงอวิ๋นในงานเลี้ยงเก้าบุปผานั้น เขาก็
เคยได้ยินองค์ชายกลั่นนภากล่าวถึงวิหารแห่งความพิศวง วิหารแห่งนี้มี
ความมหัศจรรย์มากและได้ปรากฏตัวขึ้นเฉพาะในพื้นที่ลึกที่สุดของทะเล
แห่งปาฏิหาริย์เท่านั้น มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรที่มุ่งลึกเข้าไปใน
พื้นที่บึงทมิฬแปดพันไมล์และสามารถมองเห็นมันได้จากระยะไกล และ
พวกเขารู้สึกราวกับกำลังมองเห็นเพียงบางสิ่งที่เป็นภาพมายาเท่านั้น
ไม่มีใครเคยกลับออกมามาอย่างมีชีวิตจากทะเลแห่งปาฏิหาริย์ และ
แม้แต่การเข้าใกล้ริมขอบก็เป็นอันตราย จึงมิต้องกล่าวถึงการสำรวจวิหาร
นั้นเลย เพียงสัตว์อสูรจากทะเลแห่งปาฏิหาริย์ก็สามารถกลืนกินผู้อาวุโส
สูงสุดขั้นเทพสมุทรได้อย่างง่ายดายแล้ว
แต่ตอนนี้ เนื่องจากเหตุผลที่ไม่อาจรู้ วิหารแห่งความพิศวงได้ปรากฏ
ตัวขึ้นบนท้องฟ้าของบึงทมิฬแปดพันไมล์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์!
ในขณะที่หลินหมิงคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็นึกถึงโลงศพผีทองแดงที่เขาเคย
เจอมาก่อนหน้า ตัวตนที่หลับใหลอยู่ภายในอาจมาจากทะเลแห่ง
ปาฏิหาริย์!
หลังจากที่เขาเห็นโลงศพผีทองแดง และยังวิหารแห่งความพิศวงได้
ลอยออกมาจากทะเลแห่งปาฏิหาริย์อีกด้วย มันเป็นธรรมดาที่เขาจะ
เชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งสองเกี่ยวข้องกันอย่างไร? เป็นไปได้หรือไม่
ที่วิหารแห่งความพิศวงเป็นวิหารของตัวตนที่อยู่ภายในโลงศพ?
หากนึกดูอีกครั้ง มันก็ดูเหมือน 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้ใช้วิธีการ
ต่างๆในการตรวจสอบวิหารแห่งความพิศวงเมื่อวันก่อน
ทะเลแห่งปาฏิหาริย์เป็นที่รู้จักในฐานะเขตต้องห้ามแห่งชีวิตอย่าง
แท้จริง และวิหารแห่งความพิศวงก็น่าจะเป็นสถานที่ต้องสาป แม้ว่าพวก
เขาจะรู้ว่ามีโชคที่ท้าทายเจตจำนงสวรรค์อยู่ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าที่จะวิ่ง
เข้าไปในบริเวณนั้นอย่างไม่ระวังเพราะหวาดกลัวว่าจะไม่สามารถถอย
หลังกลับออกมาได้อีก
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ส่งหุ่นเชิดสังหารออกไปตรวจสอบ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ, อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภาและ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราก็ได้ส่งหุ่นเชิดที่คล้ายกันหรือศัตรูที่พวกเขา
ฝังตราประทับทาส ส่งเข้าไปสำรวจภายในวิหารแห่งความพิศวง เวลา
ประมาณหนึ่งเดือนพวกเขาจะรู้ผล ในเวลานั้น พวกเขาจะประเมินความ
เสี่ยงและตัดสินใจว่าควรจะเข้าไปหรือไม่
ปัจจุบัน บริเวณรอบบึงทมิฬแปดพันไมล์ถูกล้อมรอบจาก 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์และไม่สามารถเข้าไปได้
เหยียงอวิ๋นและโอวเหย่ชิงเฟิงได้ส่งจดหมายเหล่านี้เพราะอยากจะ
ถามหลินหมิงว่าเขาอยากจะสำรวจวิหารแห่งความพิศวงกับพวกเขา
หรือไม่
หลินหมิงเต็มไปด้วยความปรารถนาและความอยากรู้อยากเห็น
ความลับภายในทะเลแห่งปาฏิหาริย์เช่นกัน ด้วยตัวตนของหลินหมิง มัน
เป็นธรรมดาที่เขาจะเดินทางไปร่วมด้วย แต่ตอนนี้ ด้วยศัตรูที่ยิ่งใหญ่เช่น
ซือถูฮ่าวเทียนยังวนเวียนอยู่รอบๆ เขาไม่อาจทำสิ่งใดได้นอกจากคิดและ
ตัดสินใจให้ดี
หลินหมิงไม่คิดว่าเขามีความสามารถที่จะหลบหนีจากซือถูฮ่าวเทียน
แม้กระทั่งหลังจากเปิดประตูแห่งความเจ็บปวดแล้วก็ตาม
ในแดนเร้นลับ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเป็นธรรมดาที่จะไม่สนใจ
มารยาทใดๆ เมื่อหลินหมิงถูกสังหาร สิ่งใดกันที่ตระกูลเทพเจ้าพิโรธจะ
สามารถทำได้? ถ้าเขาตาย พวกเขาจะกล้าฆ่าซือถูเหยาเยว่ด้วยหรือไม่?
และนอกเหนือจากซือถูฮ่าวเทียน เขากลัวว่าตัวตนเช่นจักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเก้าเตาหลอมเทวะและลุงใหญ่จักรพรรดิกลั่นนภาจะ
ปรากฏตัวขึ้นด้วย พวกเขาเป็นตัวตนที่หลินหมิงไม่อยากจะหวังที่จะต่อสู้
ด้วย พวกเขาอาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา แต่ในแดนเร้นลับที่มี
ผลประโยชน์มากมายทั่วทุกแห่ง ผู้ใดจะรู้ถึงจิตใจของอีกฝ่ายในเวลานั้น
“น้องชายหลิน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องไปเสี่ยงด้วย…” ซื่อไป๋กล่าว
อย่างช้าๆหลังจากได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว “เพราะสายเลือดที่ถูกสาปของ
ตระกูลเทพเจ้าพิโรธ เราจึงไม่สามารถออกจากดินแดนมิตินี้ได้เป็น
เวลานาน แดนเร้นลับเช่นนี้ย่อมไม่ได้ถูกสำรวจได้ภายใน 3-5 วัน ดังนั้น
จึงเป็นไปไม่ได้สำหรับเราที่จะไปด้วย และในความเป็นจริง แม้ว่าเราจะไป
กับเจ้า ถ้าเราออกจากการป้องกันของค่ายกลหัวใจแห่งดินแดนแล้ว
เช่นนั้นเราก็จะไม่สามารถเป็นคู่ตอสู้กับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าได้ และ
ถ้าเจ้าไปเพียงลำพัง เจ้าจะตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ซือถูเหยาเยว่
สามารถใช้เพียงเป็นเบี้ยเพื่อข่มขู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า แต่มันก็
เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะพานางไปพร้อมๆกันให้เป็นดั่งเครื่องรางป้องกันตัว”
“ข้าเข้าใจ…” หลินหมิงพยักหน้า ถึงแม้ว่าเขาจะรักการผจญภัยและ
การสำรวจ แต่แน่นอนว่าเขาจะไม่เข้าสู่แดนเร้นลับพร้อมกับโอกาสรอด
ชีวิตที่ต่ำอย่างแน่นอน เขาสามารถกล่าวได้ว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดี
อย่างไรก็ตาม ในวันต่อมา มันมีสิ่งที่หลินหมิงไม่ได้คาดหวัง เพราะ
เขามีจดหมายมาอีกฉบับ จดหมายฉบับนี้มาจากผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ผู้อาวุโส
เจ้าฮั่วตั้งใจจะเข้าไปในวิหารแห่งความพิศวง และหากต้องการไป เขาก็
สามารถนำหลินหมิงไปด้วยได้
“ผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว!” หัวใจของหลินหมิงสั่นสะท้านขณะหายใจเข้าลึกๆ