Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 881 การต่อสู้ระดับสูงอันรุนแรง
เพียงแค่มองจากออร่าของอีกฝ่าย มันก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายตรง
ข้ามที่น่าสะพรึงกลัว ถ้าหลินหมิงยังไม่ได้ถูกค้นพบตัว เช่นนั้นเขาก็คง
เลือกที่จะหลบหนี แต่ตอนนี้สัมผัสรับรู้ของอีกฝ่ายได้เพ่งเล็งมาบนเขาโดย
ไม่ทางหนีไปได้!
เมื่อมองดูผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว หลินหมิงก็สามารถมองเห็นได้ว่าคิ้วของเขา
ขมวดเข้าหากัน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความมั่นใจในคู่ต่อสู้รายนี้มากนัก
“มันไม่น่าจะเป็นคนในทวีปนภารินไหล เพราะมันไม่มีผู้ทรงพลังใน
ระดับนี้อยู่ในทวีปนภารินไหล” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม
แม้ว่าเขาจะมาจากแดนเทวะและสามารถเรียกได้ว่าเป็นผู้พิทักษ์โลกนี้ แต่
ความจริงก็คือเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแดนเทวะมากนัก เหตุผลที่เขา
มายังวิหารแห่งความพิศวงนี้ก็คือการแสวงหาโชคของตนเอง เมื่อ
เผชิญหน้ากับตัวตนลึกลับนี้ภายในวิหารแห่งความพิศวง พื้นหลังของเขา
ในแดนเทวะก็ไม่สามารถช่วยได้ และแม้ว่าจะสามารถทำได้แต่ก็คงจะไม่
ได้ผล
หลินหมิงและผู้อาวุโสจ้าวฮั่วออกจากอุโมงค์เหมืองใต้ดินด้วยกัน
ขณะที่พวกเขาโผล่ออกมา พวกเขาได้เห็นว่าเดิมทีท้องฟ้าสีครามที่เหมือน
ความฝันได้กลายเป็นเมฆมืดและมีสายฟ้าสาดประกายแทน
ด้วยเสียงดัง คลื่นสีแดงโลหิตพุ่งทะลวงท้องฟ้า ทำให้ดูเหมือนว่า
ท้องฟ้าถูกฉีกออก โลงศพทองแดงปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า และบนโลงศพนี้
มีโซ่หนาหกอัน ซึ่งแต่ละอันถือไว้โดยปีศาจทั้งหก
ขณะที่หลินหมิงเห็นภาพนี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ ดู
เหมือนว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจากบึงทมิฬแปดพันไมล์จะเกี่ยวข้องกับ
วิหารแห่งความพิศวง!
อาจเป็นไปได้ว่าทั้งวิหารแห่งความพิศวงเป็นกับดักหรือไม่?
จิตใจของหลินหมิงสะท้านขณะที่รีบบอกเรื่องราวที่เขาพบเจอในบึง
ทมิฬแปดพันไมล์ให้แก่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วด้วยกระแสเสียงปราณแท้ อย่างไร
ก็ตาม มันไร้ประโยชน์ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วก็ไม่รู้ถึงความเกี่ยวข้องที่แท้จริง
ระหว่างทะเลแห่งปาฏิหาริย์และอเวจีปีศาจอมตะว่าคืออะไร มันเป็นไป
ไม่ได้ที่เขาจะสามารถใช้ข้อมูลจากคำอธิบายของหลินหมิงให้เป็น
ประโยชน์
“หกวิญญาณชั่วร้ายสีดำที่กำลังลากโลงศพ ทาสทั้งหกคนมีความ
แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ หลังจากถูกเสริมร่างกายมาเป็นเวลานาน ใน
ที่สุดร่างกายของพวกเขาเกือบจะทำลายไม่ได้ และด้วยความแข็งแรงของ
พวกเขารวมกัน พวกเขาจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทาสปีศาจอาชูร่ามีค่ามากยิ่ง
กว่าหุ่นเชิดที่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าสร้างขึ้นมาหลายเท่าอย่างยิ่ง นี่
ไม่ใช่สิ่งที่เป็นมรดกของทวีปนภารินไหล
“และวัสดุของโลงศพทองแดงก็เป็นโลหะสวรรค์ชั้นยอดที่มีคุณภาพดี
พลังต้านทานสูง มันสามารถนำไปใช้ในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่ง
นักบุญ เป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บรวบรวมวัสดุเหล่านี้ในทั่วทั้งทวีปนภารินไหล
สหายน้อยหลิน เราเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วในครั้งนี้!”
ภายในทวีปนภารินไหล มันมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญและ
สิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญเพียงจำนวนน้อย เกือบทั้งหมดถูกทิ้งไว้ตั้งแต่
สมัยโบราณเมื่อ 100,000 ปีก่อน แม้แต่ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติและเตา
หลอมจักรวาลก็ได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดิปีศาจในซากปรักหักพังโบราณ
เมื่อ 100,000 ปีก่อน และท้ายที่สุดก็ตกมาอยู่ในมือของหลินหมิงในยุค
ปัจจุบัน
เกือบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับทวีปนภารินไหลในการสร้างสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญและสิ่งประดิษฐ์ระดับกึ่งนักบุญ เหตุผลประการหนึ่งคือ มัน
ไม่มีวัสดุ และเหตุผลประการที่สองก็คือ มันไม่มีทักษะการสร้าง
ปัง ปัง ปัง!
โลงศพสั่นไหวและทั่วทั้งดินแดนมิติก็ดูเหมือนจะสั่นสะเทือนไปด้วย
ขณะที่โซ่กระทบกับโลงศพทองแดง ก็จะส่งเสียงโลหะกระทบดังออกมา
ใบหน้าของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกลายเป็นมืดมน เขาดึงกระบี่ยาว 4 ฟุต
จากแหวนมิติของเขา เขารู้สึกได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง
เปรี๊ยง!
เสียงสายฟ้าสีโลหิตผ่าลงมาจากฟากฟ้าและโลงศพผีได้เปิดออก!
รูปร่างเรียวเล็กปรากฏขึ้นจากแสงพรั่งพรู นี่เป็นชายหนุ่มปีศาจที่
หน้าซีดและแปลกๆ เขาถือทวนสงครามไว้ในมือขณะที่เขาค่อยๆเดินลงสู่
พื้นดินจากโลงศพผี เมื่อเขาเดินบนพื้นดิน ปลายทวนก็ลากไปกับพื้นดู
เหมือนจะสามารถตัดได้กระทั่งเจตจำนง ทำให้ผู้หนึ่งรู้สึกอึดอัดอย่างบอก
ไม่ถูก
“ฮ่าๆ เวลาสำหรับการล่าสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ได้มาถึงแล้ว!” ชายหนุ่มตัวซีด
กล่าวด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าเขาจะดูอายุราวๆ 20 ปี แต่น้ำเสียงของเขาดูชรา
เหมือนผ่านกาลเวลามานานหลายปี
“เจ้าคือใคร?” ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วชี้กระบี่ไปข้างหน้า และมิติดูเหมือนจะ
หมุนวนไปรอบๆกระบี่ บิดเบี้ยวกระทั่งแสงสะท้อนที่เย็นยะเยือกซึ่งได้
ปล่อยออกมาจากกระบี่
ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วนั้นไม่สามารถมองเห็นการบ่มเพาะของชายหนุ่มตัว
ซีดได้ นอกจากนี้ ชายหนุ่มตัวซีดก็ยังไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ นั่นหมายความว่ามี
ความเป็นไปได้สองประการ ระบบการบ่มเพาะของชายหนุ่มปีศาจหน้า
ซีดนี้แตกต่างจากระบบการบ่มเพาะของมนุษย์ หรือไม่เขาก็เป็นผู้ทรงพลัง
ที่อยู่เหนือขั้นเทพสมุทร!
“ตาแก่ ข้าแนะนำให้เจ้าอย่าได้มีความพยายามเลย แม้ว่าเจ้าจะไม่มี
อายุขัยเหลืออยู่มาก และการบ่มเพาะของเจ้าก็เพียงแค่ยิ่งใหญ่ทวีปขยะ
แห่งนี้ แต่ยังคงมีประโยชน์บางอย่างหากข้าปล่อยเจ้าไป”
ขณะที่ชายหนุ่มตัวซีดกล่าว เขาก็ได้พุ่งไปข้างหน้า ทวนสีม่วงในมือ
ของเขาดูเหมือนจะมีแสงดาวไม่มีที่สิ้นสุดไหลออกจากปลายทวน เมื่อ
ทวนพุ่งออกมา มันก็ทำให้รู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับจักรวาลที่ไม่มีที่
สิ้นสุด!
มือและเท้าของหลินหมิงกลายเป็นเย็นเฉียบขึ้น รู้สึกราวกับว่า
วิญญาณของเขาถูกแช่แข็ง ถ้าแค่แรงกดดันจากทวนยังน่ากลัวขนาดนี้
แล้ว เช่นนั้นมันจะน่ากลัวเพียงใดหากต้องต้องเผชิญหน้ากับมันโดนตรง?
ใบหน้าของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วกลายเป็นมืดมนอย่างที่สุด เขาถอย
กลับไป ดูราวกับกำลังย้อนกระแสลม การไหลของเวลาดูเหมือนจะหมุน
ไปรอบๆกระบี่ของเขา ในขณะที่เขากวาดมันออกไป การโจมตีนี้ก็ได้ให้
ความรู้สึกถึงกาลเวลา กระบี่แสงดูเหมือนราวกับว่ามันมาจากความว่าง
เปล่าของสมัยโบราณ ที่ใดก็ตามที่มันไป พืชจะเติบโต เบ่งบาน ตายและ
บานอีกครั้ง
วิถีแห่งเวลา – ความรุ่งเรืองและกาลเวลาที่ร่วงโรย!
ทวนแสงของชายหนุ่มตัวซีดปะทะเข้ากับแสงกระบี่กาลเวลาของผู้
อาวุโสจ้าวฮั่ว อย่างไรก็ตาม มันไม่มีเสียงหรือแสงจากการปะทะ กลับกัน
มันดูเหมือนว่าทุกอย่างจะถูกทำลายลงในการทำลายล้างอันไร้สิ้นสุด
แม้ว่าจะไม่มีการระเบิดที่น่ากลัวซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้น แต่พลังงานที่
ทำลายล้างนี้ยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่า แสงและวัตถุทั้งหมดโดยรอบๆในการปะทะ
นี้ดูเหมือนจะหายไป ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่เลย
ในขณะนั้น หลินหมิงใช้ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมและถอยกลับ
อย่างรวดเร็ว!
หืม!?!?
เมื่อหลินหมิงหันไป เขาก็เห็นหญิงสาวปีศาจชุดดำจับห่วงโซ่อยู่ และ
ไม่มีสีหน้าใดๆ นางเหวี้ยงโซ่มายังหลินหมิง!
นี่เป็นหนึ่งในวิญญาณชั่วร้ายที่ลากโลงศพ!
ม่านตาของหลินหมิงหดลง อย่างฉับพลัน เขาเรียกง้าวโลหิตแห่งภัย
พิบัติที่หนักหลายแสนจินออกมา!
ความแข็งแกร่งของวิญญาณชั่วร้ายทั้งหมดเทียบเท่ากับระดับกึ่ง
จักรพรรดิ ถ้าเป็นหลินหมิงเมื่อปีที่แล้ว ผู้ซึ่งเพิ่งทะลวงขั้นทำลายชีวิตมา
ได้ เช่นนั้นมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะพวกมัน แต่ตอนนี้ ด้วย
ความแข็งแกร่งของเขาที่เพิ่มขึ้นและยังมีง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ เมื่อปีศาจ
อยู่ต่อหน้าเขาก็จะฆ่าปีศาจ เมื่อเทพอยู่ต่อหน้าเขาก็จะฆ่าเทพ!
“ประตูแห่งความเจ็บปวด – เปิด!”
หลินหมิงตะโกนดังก้อง พลังงานในร่างกายของเขาโคจรขึ้นถึงขีดสุด
4 ประตูแรกของ 8 ประตูเร้นลับภายในเปิดออกพร้อมกันและมีพละกำลัง
สองล้านจินปะทุขึ้นมาในพริบตา!
แสงจากสวรรค์ส่องสว่างออกมาจากทั้งสองมือของเขา และมีสองวัง
วนสีดำดูดกลืนพลังงานปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือของเขา นี่คือที่ซึ่งประตูแห่ง
ความเจ็บปวดตั้งอยู่
หลินหมิงจับง้าวด้วยมือทั้งสองข้างอย่างมั่นคง กระดูกสันหลังของ
เขายืดออกและส่งกำลังไปยังขาและเอวของเขา ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติที่
หนักหลายแสนจินตัดผ่านกวาดออกไปเป็นเส้นโค้งที่สมบูรณ์แบบ!
เคล้งงงง!
ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติกระแทกกับโซ่หนา เกิดเสียงแตกของมิติและ
แผ่นดินแผ่ออกจากกัน ทาสปีศาจสูง 20 ฟุตและโซ่ได้ถูกกวาดไปทางด้าน
หลังพร้อมกันโดยง้าวของหลินหมิง!
แต่ในเวลาเดียวกัน ทาสปีศาจอีกห้าตนก็ได้พุ่งเข้ามายังเขาพร้อมกัน
พวกมันถือโซ่ไว้ในมือและโซ่เหล่านี้เป็นวัสดุเดียวกับโลงศพผีนั้น –
ทองแดงหนักที่มีความต้านทานพลังสูง!
หลินหมิงได้ฟาดทาสปีศาจตัวหนึ่งออกไป แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่
เขาจะฟาดห้าทาสปีศาจออกไปพร้อมกัน!
ชีวิตที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งความเป็นและความตาย หลินหมิงได้ระเบิด
พลังด้วยศักยภาพที่ทะลุขีดจำกัดของเขา! เขาจับง้าวด้วยมือเดียว กวาด
ออกไปเป็นรูปจันทร์เสี้ยว พลังแห่งมิติรวมตัวกันที่ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ
ก่อตัวเป็นพายุมิติ มีรอยแตกมิติมากมายเริ่มปรากฏขึ้น ราวกับมันเป็น
กระจกสีดำที่แตกออก!
กฎแห่งการทำลายล้าง, โซ่แห่งดวงดาว!
ง้าวกวาดออกไป พลังแห่งมิติแตกลงเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ละชิ้นเต็มไป
ด้วยพลังของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงิน รวมกับเปลวเพลิงทำลายล้าง การ
โจมตีทำลายล้างนี้ได้พุ่งไปยังปีศาจห้าตัว!
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงใช้ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติเพื่อแสดงทักษะ
การต่อสู้ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้ เพราะการใช้ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติจะ
ผลาญพลังงานเป็นจำนวนมาก ถ้าเขาจะใช้ทักษะการต่อสู้แล้ว เช่นนั้นมัน
ก็จะสร้างภาระอันยิ่งใหญ่แก่ร่างกายของเขา สำหรับซือถูเหยาเยว่ นางยัง
ทำได้เพียงเคลื่อนไหวง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ และใช้น้ำหนักในการต่อสู้กับ
หลินหมิงเท่านั้น
แต่ตอนนี้ในมือของหลินหมิง ด้วยความแข็งแกร่งสองล้านจินและขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 2 ของเขา ในที่สุดเขาก็สามารถใช้ทักษะการต่อสู้กับ
ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติได้!
เคล้งง เคล้งง เคล้งง เคล้งง เคล้งง!
เสียงโลหะกระทบเต็มไปในท้องฟ้า ราวกับว่ากระบี่บินกระทบกับ
กระดิ่งทองแดงที่ยิ่งใหญ่ ทาสปีศาจอาชูร่าเหล่านี้มีร่างกายที่ทนทานดั่ง
โลหะศักดิ์สิทธิ์ พลังของชิ้นส่วนมิติได้ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่พวก
เขากระแทกเข้าไปในร่างกายของทาสปีศาจทั้งห้า ทาสปีศาจเหล่านี้
ทนทานยิ่งกว่าหุ่นเชิดสังหาร มันไม่มีเลือดและเนื้อเหมือนเช่นสิ่งมีชีวิต
แต่มันมีพลังป้องกันที่น่าสะพรึงกลัว!
“ให้ข้าดูว่าหน่อยเถอะว่าพวกเจ้าจะทนทานสักเพียงใด!”
ดวงตาของหลินหมิงกลายเป็นแดงก่ำ เขาไม่เพียงแต่มีการโจมตี
ชิ้นส่วนของมิติ ,โซ่แห่งดวงดาว แต่ยังมีง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติอีกด้วย เขา
ก้าวไปอย่างกะทันหัน ขณะที่ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติกวาดออกไปอย่าง
เกรี้ยวกราด แสงที่เย็นยะเยือกและกระหายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ส่องสว่าง
ดั่งดวงดาว!
“ย๊ากกก!”
เสียงตะโกนดังขึ้น และด้วยการสนับสนุนทักษะการต่อสู้ จิตวิญญาณ
ต่อสู้ระดับเงินที่ผสานกับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติก็ได้ถูกฟาดใส่หน้าอกของ
ทาสปีศาจ!
เดิมทีเพียงแค่การปล่อยง้าวนี้ตกอย่างอิสระมันก็ทำลายสันเขาได้
และตอนนี้ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของหลินหมิงการโจมตีครั้งนี้ก็จะทรงพลัง
อย่างมาก!
บึมมมม!
มันเหมือนดาวตกที่กระแทกลงบนพื้นดิน เกิดเสียงระเบิดที่สะเทือน
ไปทั่วทั้งโลก หน้าอกของทาสปีศาจทรุดตัวลงหลังจากถูกทุบโดยง้าวของ
หลินหมิง อวัยวะทั้งหมดของมันแตกออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายของมัน
กระเด็นกลับไปหลายร้อยไมล์ทันทีก่อนที่จะชนเข้ากับเทือกเขาที่อยู่ไกล
สุดในดินแดนมิติ หลังจากนั้น ยอดเขาก็ได้พังลงดั่งหิมะถล่ม!
ครึน ครึน ครึน!
หินขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนตกทับลงมา ทาสปีศาจตัวนี้ถูกทุบตีจนตาย
อย่างน่าสยดสยองโดยง้าวของหลินหมิง!
หลังจากการโจมตีนี้ แขนของหลินหมิงก็ยังคงสั่นไหว แสงอันรุ่งเรือง
ที่เปล่งออกมาจากประตูแห่งความเจ็บปวดบนฝ่ามือกระพริบเป็นระยะ
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เขาผลาญพลังงานไปเป็นจำนวนมาก
เหตุผลหนึ่งก็คือการใช้ทักษะการต่อสู้กับง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติ มัน
จึงต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก แต่ประการที่สองและสำคัญที่สุดคือ
การที่ง้าวโลหิตแห่งภัยพิบัติไม่เหมือนหอกที่เขาใช้อยู่ มันไม่มีความ
ยืดหยุ่น ด้วยการโจมตีทุกครั้งที่เขาสร้างขึ้น เขาจะต้องทนต่อ
แรงสั่นสะเทือนที่สะท้อนกลับ นี่เป็นเหตุผลที่ว่าซือถูเหยาเยว่เองก็ถูก
สั่นสะเทือนจนสำลักโลหิตหลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนไปหลายสิบกระบวน
ท่ากับหลินหมิง
ตอนนี้ ถึงแม้ว่าหลินหมิงได้เปิด 4 ประตูแรกของ 8 ประตูเร้นลับ
ภายในแล้ว และเขาก็ทรงพลังดั่งมังกรที่มีพละกำลังถึงสองล้านจิน แต่ก็
ยังยากสำหรับเขาที่จะทนต่อแรงสะท้อนกลับของง้าวได้ ฝ่ามือของเขา
เกือบที่จะแตก
ในขณะนี้ กระแสเสียงปราณแท้ของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วดังเข้ามาในหูของ
เขา “สหายน้อยหลิน จากต้องรีบหนีไป ข้าทำได้เพียงปกป้องตัวเอง ไม่มี
ทางที่ข้าจะปกป้องเจ้าได้!”
หลินหมิงเงยหน้าขึ้น เห็นผู้อาวุโสจ้าวฮั่วและชายหนุ่มประหลาดลอย
สูง 10,000 ฟุตในอากาศ ต่อสู้กันในศึกที่รุนแรงอย่างยิ่ง ทุกการการโจมตี
ของชายหนุ่มประหลาดนั้นกระตุ้นให้เกิดแสงดาว แต่ทุกการโจมตีของผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วทำให้เป็นว่างเปล่า!
เมื่อต้องเผชิญกับตัวตนระดับนี้ หลินหมิงรู้ว่าถ้าเขายังคงอยู่ก็จะเป็น
ภาระ ถ้าเขาหนีไป ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะมีภาระน้อยลง