Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 884 สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
หลินหมิงฟันไปยังก้านของผลไม้เรื่อยๆ ไม่นานเขาก็ได้ผลไม้ทั้ง 12
มา ผลไม้ที่มีขนาด 4-5 ฟุต ไม่สามารถแม้แต่จะโอบด้วยแขนทั้งสองแขน
ของเขา
ผลเต๋าสายฟ้าเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยผิวสีม่วงที่มีลวดลาย แม้ว่าจะ
เป็นแค่ผิว แต่ก็รู้สึกได้ถึงพลังสายฟ้าที่บริสุทธิ์จากพวกมัน
หลินหมิงกลับลงมาและเอาผลเต๋าสายฟ้าออกมา เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วตัดสินใจผ่าผลไม้นี้ออกโดยตรง ในมิติที่แปลกและไม่รู้จักนี้ มันเป็น
เรื่องเสี่ยงเล็กน้อยที่จะกินผลไม้เต๋าซึ่งเขาไม่รู้ว่าผลมันจะเป็นอย่างไร แต่
ตอนนี้เขาได้ถูกไล่ล่าโดยคนอื่นๆ เขาจึงต้องใช้ทุกโอกาสที่เป็นไปได้ที่จะ
เพิ่มความแข็งแกร่งและเพิ่มโอกาสในการหลบหนี
เขาพึมพำบางอย่าง และรู้ว่าไม่มีทางเลือกจริงๆ
หลินหมิงได้วางผลไม้สีม่วงไว้บนพื้นดินและตัดก้านออกด้วยง้าว
โลหิตแห่งภัยพิบัติ ผิวส่วนใหญ่ถูกฉีกออกเผยให้เห็นเนื้อสีขาวซีดภายใน
กลิ่นหอมอันน่าหลงใหลโชยขึ้นไปในอากาศ เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่ง
กาลเวลา
หลินหมิงพิถีพิถันโดยเฉพาะกับการผ่าเปิดผลเต๋าสายฟ้า บริเวณ
รอบๆก้านเป็นเพียงส่วนเดียวที่ไม่ได้มีลวดลายสลักของกฎ ดังนั้นการตัด
ส่วนนี้จึงไม่สำคัญนัก เขาต้องเก็บส่วนที่เหลือของผิวเปลือกเพื่อให้เขา
สามารถเข้าฌานในวิถีของกฎสายฟ้าที่มีอยู่ภายใน แน่นอนเขาไม่สามารถ
สัมผัสส่วนนั้นได้
“เป็นกลิ่นที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าเคยได้กินอาหารสวรรค์มาหลายอย่าง
แต่ส่วนมากของพวกมันจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก และทำให้
ร่างกายถูกเผาหรือโดนฉีก มิต้องกล่าวถึงรสชาติ นี่เป็นครั้งแรกของข้าที่
จะได้กินผลไม้ที่มีกลิ่นหอมถึงเพียงนี้”
หลินหมิงไม่ลังเลเลย เขาเอากริชและตัดเอาส่วนหนึ่งของเนื้อผลไม้
เนื้อมันเป็นสีขาวและโปร่งแสงราวกับว่ามันถูกแกะสลักจากหยกงดงาม
ขณะที่เขาจับชิ้นเนื้อผลไม้ไว้ในมือ ก็มีกลิ่นหอมและหวานกระจายออกมา
รุนแรงมากขึ้น
“ช่างเป็นพลังของสายฟ้าที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ยิ่งนัก ถ้ามิใช่นักสู้ธาตุ
จำเพาะสายฟ้ากินมันเข้าไป ร่างกายของพวกเขาจะระเบิดขึ้นเนื่องจากไม่
สามารถทนต่อพลังงานนี้ได้ แม้แต่นักสู้ในธาตุจำเพาะสายฟ้าก็ยังจะ
พินาศหากความเข้ากันได้ขาดหายไป จะไม่มีทางใดที่พวกเขาสามารถทน
ต่อการสันดาปอันยิ่งใหญ่ของพลังงานสายฟ้าได้”
หลินหมิงใช้สัมผัสรับรู้ในการตรวจสอบชิ้นผลไม้และกลืนกินลงไป
โดยตรง
ขณะที่ผลไม้เข้าไปในปากของเขามันก็กลายเป็นกลิ่นหอม
แพร่กระจายไปทั่วอวัยวะภายในทั้งหมดของเขา ในเวลาเดียวกัน หลินห
มิงยังสามารถรู้สึกได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์อันไร้เปรียบของสายฟ้า
แพร่กระจายตัวไปทั่วร่าง ซึ่งไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของเขา!
“นี่มันให้ความรู้สึกที่สบายอย่างยิ่ง!”
พลังงานสายฟ้านี้จะเป็นอันตรายถึงตาย แต่มันเป็นความรู้สึกที่น่า
พอใจอย่างมากสำหรับหลินหมิง มิต้องถึงกล่าวความรู้สึกสะสบายที่แผ่
กระจายไปทั่วร่าง แม้บาดแผลจากการต่อสู้กับเหล่าทาสปีศาจก็ยังหายไป
อย่างรวดเร็ว!
หลินหมิงไม่ได้หยุดกินแค่ชิ้นเดียว เขายังคงกินต่อไป ผลไม้ขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลาง 4-5 ฟุตนี้สามารถเลี้ยงครอบครัวหนึ่งได้เป็นเวลาหลาย
วัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักสู้แล้ว เนื่องจากการผลาญพลังงานที่
มหาศาล ความอยากอาหารของพวกเขาจึงมากมายอย่างยิ่ง ถ้าพวกเขา
ไม่ได้ใช้พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเพื่อฟื้นฟูตัวเอง และพึ่งพาเพียงแค่
อาหารแล้ว เช่นนั้นปริมาณอาหารที่พวกเขาจะต้องกินก็จะไม่สามารถ
คำนวณได้
หลินหมิงกินหนึ่งในสามของผลไม้นี้ในครั้งเดียว ในขณะที่น้ำผลไม้สี
ม่วงไหลออกมาจากมุมปาก หลินหมิงก็ไม่ได้ปล่อยมันไหลลงพื้นดินเลย
เขาเช็ดมันด้วยนิ้วมือและเลียกินอย่างเสียงดัง
“นี่มันอร่อยมาก!”
หลินหมิงส่งเสียงเรอและมีสายฟ้าสีม่วงออกมาจากการเรอครั้งนี้
หลินหมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังงาน ราวกับว่าเขามี
พลังอยู่มากมายภายในตัว ในปัจจุบันนี้ ถ้าเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่า
ปีศาจอีกครั้ง หลินหมิงมั่นใจว่าเขาจะสามารถเอาชนะได้ทั้งหมดด้วย
ตัวเอง นอกจากนี้เขายังจะสามารถทนต่อแรงสั่นสะเทือนของง้าวโลหิต
แห่งภัยพิบัติได้อีกด้วย
“ผลไม้นี้แปลกมาก มันทำให้พลังของสายฟ้าภายในร่างกายของข้า
กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้น จนจุดที่มันได้เสริมเซลล์ร่างกายของข้าอีกครั้ง
การบ่มเพาะของข้ามาถึงจุดสูงสุดขั้นทำลายชีวิตระดับ 2 แล้ว และข้า
มาถึงขีดจำกัดของพลังงานที่สามารถบรรจุได้แล้ว ถ้าข้าก้าวไปข้างหน้า
อีกก้าว เช่นนั้นก็จะกลายเป็นขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 ข้ามั่นใจว่าข้าจะ
สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตได้ แต่การทำเช่นนี้ในสภาพแวดล้อม
เช่นนี้เป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป”
เส้นทางแห่งนักสู้เป็นเช่นนี้ ตราบใดที่รากฐานของคนเราแข็งแกร่ง
พอแล้ว การพัฒนาทุกครั้งจะนำมาซึ่งความก้าวหน้าและความแข็งแกร่ง
มากมายที่มีความเร็วจนน่าทึ่ง เมื่อหลินหมิงทะลวงจากขั้นหลอมรวมแก่น
แท้ช่วงปลายเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตแล้ว รากฐานของเขาก็แข็งแกร่งอย่าง
มาก ตราบเท่าที่เขาสะสมพลังงานเพียงพอแล้ว เขาก็จะสามารถทะลวง
ขั้นทำลายชีวิตระดับถัดไปได้เลย เขาไม่จำเป็นต้องพิจารณาอะไรมากนัก
แต่สำหรับนักสู้ทั่วไป ต้องคำนึงถึงโอกาสรอดชีวิต และแม้ว่าจะมีพลังงาน
เพียงพอแต่ก็ยังเต็มไปด้วยอันตรายอย่างยิ่ง พวกเขาจะต้องค้นหาโอสถ
และวัสดุทุกชนิดที่สามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จ มิเช่นนั้น พวกเขาก็จะตก
ตายสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลินหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้ขจัดความคิดทั้งหมดในการ
ทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 ที่นี่ เพราะเมื่อต้องการทำเช่นนั้น เขา
จะต้องสลายตัวร่างและเสริมตัวเองในพลังงาน นี่เป็นกระบวนการที่เป็น
อันตรายอย่างยิ่งจนไม่สามารถทนต่อการรบกวนใดๆ มิเช่นนั้น เขาก็
อาจจะไม่เหลือกระดูกเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย!
ในมิตินี้ อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และการทะลวงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 3 จะต้องใช้เวลาหลายวันด้วย มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่
เขาจะสามารถอยู่ในนี้อย่างสงบ
ขณะที่หลินหมิงกำลังเก็บเอาผลที่เหลือออกไป หัวใจของเขาก็ต้อง
สะท้าน
“หืม? นี่คือ…”
ที่ด้านล่างของต้นสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากสนามพลังงานสายฟ้าที่
ล้อมรอบบริเวณนี้ มันจึงได้มีการแทรกแซงอย่างมากต่อสัมผัสรับรู้ของ
หลินหมิง แต่หลังจากที่ได้กินผลเต๋าสายฟ้าเข้าไปแล้ว สัมผัสรับรู้ของเขา
ที่นี่จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาจึงสามารถค้นพบว่ามีบางอย่างที่ด้านหลังของ
ต้นไม้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี้
หลินหมิงเดินไปรอบต้นไม้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้หนา
หนาเกือบครึ่งไมล์ ขณะที่หลินหมิงมาถึงอีกฟากหนึ่ง เขาก็ค้นพบว่ามี
โครงกระดูกมนุษย์นั่งอยู่ภายในราก
โครงกระดูกนี้โปร่งแสงและมีประกาย ราวกับถูกแกะสลักจากหยกที่
มีค่าที่สุด มันมีอัญมณีเจ็ดสีฝังอยู่ระหว่างคิ้วของโครงกระดูก ส่อง
ประกายงดงามและเจิดจ้า อัญมณีเหล่านี้ไม่ได้ใช้สำหรับตกแต่ง มันเกิด
จากเคล็ดบ่มเพาะบางอย่าง “ข้าสงสัยว่าเคล็ดบ่มเพาะลึกลับอันใดที่
สามารถผลิตคริสตัลศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ระหว่างคิ้วของเขาขึ้นมาได้”
แม้ว่าหลินหมิงต้องการที่จะรู้ถึงคริสตัลศักดิ์สิทธิ์นี้ แต่เขาไม่ยอมให้
ความโลภเกิดขึ้นในหัวใจมากเกินไป โครงกระดูกนี้กำลังเปล่งแสงอ่อนๆ
แต่กลับทรงพลังอย่างมาก หลินหมิงรู้ว่าออร่าเช่นนี้เป็นสนามพลัง แม้ว่า
เจ้าของโครงกระดูกนี้จะตายไปเป็นเวลานับหมื่นปีแล้ว แต่แหล่งพลังงาน
ที่อยู่รอบๆตัวเขายังคงอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่โดยไม่กระจายตัว มันยากที่จะ
จินตนาการถึงระดับพลังของเขาก่อนที่เขาจะตกตายไป
ไม่ว่าเหตุใดตัวตนดังกล่าวจึงนั่งอยู่ที่นี่ เขาได้มาถึงจุดจบของชีวิต
ตนเองหรือเขาได้กำลังพยายามสร้างความก้าวหน้าครั้งสุดท้าย? หรือว่า
เขาพบกับภัยพิบัติจากผู้อื่นและเสียชีวิตจากบาดแผลร้ายแรง?
แต่ไม่ว่าเหตุการณ์อันใดที่เกิดขึ้น หลินหมิงก็ยังคงเคารพต่อตัวตนที่
น่าอัศจรรย์เช่นนี้ เขาจะไม่ทำบางอย่างที่น่าละอายเช่นการทำลายโครง
กระดูกของคนผู้นี้
“เขาคงมิควรจะเป็นผู้เชี่ยวชาญของวิหารแห่งความพิศวง”
หลินหมิงพบว่ามีแหวนมิติและกำไลอยู่ทางซ้ายมือของโครงกระดูก
กำไลส่องประกายด้วยแสงอ่อนๆ แม้จะผ่านมา 100,000 ปีแล้ว แต่แสงนี้
ก็ยังมิได้ดูว่ามันจะหยุดส่องประกายเลย
นี่ย่อมเป็นประเภทของสมบัติ
หลินหมิงก้มลงไปยังโครงกระดูกแล้วค่อยๆหยิบเอา แหวนมิติและ
กำไลออกมาอย่างระมัดระวัง
“กำไลนี่คือ… สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ!”
หลังจากที่หลินหมิงได้ตรวจสอบกำไลแล้ว เขาก็ได้ข้อสรุปที่ทำให้ตก
ตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่หลินหมิงได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่เป็นกำไล
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญและสมบัติประจำตัวที่ปรากฎในทวีปนภา
รินไหลส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธหรือเกราะ มันไม่มีสมบัติสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญที่คล้ายเพียงเครื่องประดับเช่นนี้เลย
“โชคไม่ดีนักที่มารเจิดจรัสไม่ได้อยู่ที่นี่ มิเช่นนั้นข้าย่อมสามารถถาม
เขาเกี่ยวกับเรื่องนี้”
หลินหมิงส่ายหัวและใส่กำไลบนข้อมือของตน เขารู้สึกสงบใจได้ทันที
ราวกับว่าจิตวิญญาณของเขาถูกชำระล้างออกอย่างอ่อนโยน ในเวลานั้น
สัมผัสรับรู้ของหลินหมิงก็กลายเป็นคมชัดขึ้น ความคิดของเขาก็ได้
กลายเป็นลื่นไหลและชัดเจนมากขึ้น
ในขณะที่เขาคิดย้อนกลับไปยังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฎแห่งเวลาที่ผู้
อาวุโสจ้าวฮั่วได้ทิ้งไว้ให้เขา ทันใดนั้นเขาก็พัฒนาข้อมูลเชิงลึกและเกิด
ความคิดในเชิงบวกขึ้นในจิตใจ นี่ทำให้เขามีความสุขอย่างยิ่ง
“นี่คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่สามารถเพิ่มพลังจิตวิญญาณ! มันยัง
สามารถเพิ่มสัมผัสรับรู้ขึ้นไปในอีกระดับได้!”
เขาไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสิ่งสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่ส่งผลกระทบ
ดังกล่าวในทวีปนภารินไหลเลย เขาไม่เคยคิดเลยสักนิดว่ามันจะให้
ผลประโยชน์เช่นนี้!
แม้แต่ในแดนเทวะ สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่ให้ผลพิเศษก็ยังมี
ค่อนข้างน้อย คุณค่าของพวกมันสูงกว่าของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ประเภทโจมตีหรือป้องกันทั่วไป
ในหมู่สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ อันที่มีค่าต่ำสุดคือสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญประเภทโจมตี ส่วนสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญประเภทป้องกันมีค่า
มากกว่าหลายเท่า และสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญที่มีผลพิเศษก็ยิ่งมีค่า
มากกว่านี้หลายเท่า
แต่โดยทั่วไป ประเภทของสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเช่นนี้มักมีผลเพิ่ม
ความสามารถในการป้องกันหรือการโจมตี สำหรับการเพิ่มพลังจิต
วิญญาณและสัมผัสรับรู้นั้น ย่อมมีเพียงไม่กี่ประเภทของสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ ถ้าผู้อาวุโสสูงสุดที่ได้ตกตายที่นี่สามารถครอบครองกำไลเช่นนี้ได้
เช่นนั้นความแข็งแกร่งของเขาก่อนที่จะตายย่อมเหนือจิตนาการของ
หลินหมิง
ความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณไม่เกี่ยวข้องกับสัมผัสรับรู้ แต่นั่น
ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันเป็นเพียงความสัมพันธ์
เท่านั้น ปัจจุบัน สัมผัสรับรู้ของหลินหมิงถือว่าดี แต่ไม่ใช่จุดสูงสุดของ
พรสวรรค์ด้านนี้
สำหรับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญนี้ แม้ว่าจะไม่สามารถเพิ่มสัมผัสรับรู้
ได้มากนัก แต่ก็ยังมีค่ามากอยู่ดี มันจะมีผลต่อการเข้าฌานในอนาคตของ
หลินหมิงในเรื่องกฎ!
“ประตูที่ 5 ของ 8 ประตูเร้นลับภายใน ‘ประตูแห่งการเปิด’ มันอยู่ที่
สมอง หลังจากที่เปิดมัน มันสามารถเพิ่มสัมผัสรับรู้ของข้าในทำนอง
เดียวกัน และด้วยกำไลนี้ ข้าจะเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นในการพิจารณาหลักการ
ของเวลาและมิติในอนาคต”
ขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาเริ่มสำรวจแหวนมิติที่เหลืออยู่ของโครง
กระดูก เมื่อมองผ่านมัน เขาก็ต้องสูดอากาศหายใจเข้าลึกๆ แหวนนี้…
นี่คือแหวนมิติ?
สำหรับแหวนมิติทั่วไป มันมีมิติขนาดเล็กที่ถูกตรึงอยู่ภายใน มิตินี้
อาจเรียกได้ว่าเป็นมิติย่อย แต่ความจริงก็คือมันด้อยกว่ามิติย่อยที่แท้จริง
อย่างมาก
มิติภายในแหวนมิติไม่สามารถใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปได้ นอกจากนี้ มันยัง
มีความไม่มั่นคงสูง มันขึ้นอยู่กับคุณภาพของแหวนมิติ มันสามารถ
พังทลายลงหลังจากหลายร้อยหรือหลายพันปี
แต่ในแง่ของแหวนมิติในมือของหลินหมิง มันได้มีโลกที่แท้จริงอยู่
ภายใน!
โลกนี้มีหญ้า แสงแดด แม่น้ำ ทะเลสาบและแม้แต่ต้นไม้… โดยไม่
ต้องสงสัย แหวนมิตินี้มีความสามารถในการบรรจุสิ่งมีชีวิต นี่เป็นโลกใบ
เล็กที่สมบูรณ์
โลกใบเล็กที่บรรจุอยู่ในแหวนมิติ หลินหมิงรู้สึกยกย่องสรรเสริญพลัง
ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
“และนี่ยังเป็นระดับที่ 5 ของวิถีแห่งมิติ – มิติปฐมกาล!”
หลินหมิงได้นึกถึงคำพูดของผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว โดยไม่ต้องสงสัย แหวน
มิตินี้ต้องได้รับการสร้างขึ้นมาโดยผู้อาวุโสสูงสุดที่มีความเข้าใจอันน่า
อัศจรรย์ใจอย่างมากในกฎแห่งมิติ และมันมีความเป็นไปได้ว่าเขาเป็น
เจ้าของโครงกระดูกเหล่านี้
ในขณะที่หลินหมิงกำลังจะค้นหาในแหวนมิติ ครู่ต่อมา หัวใจของเขา
ก็กลายเป็นเย็นเฉียบขึ้นเขาหันไปรอบๆและเห็นมีหลายคนอยู่ห่างออกไป
หลายไมล์
“ทาสปีศาจ!?”
ปฏิกิริยาแรกของหลินหมิงคือการคิดว่าผู้ไล่ล่าเขาได้ตามมาทันแล้ว
แต่เขาลองมองดีๆก็เห็นว่าตัวตนเหล่านี้จริงๆไม่ใช่ทาสปีศาจ แต่เป็นนักสู้
ที่มาจาก 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเป็นนักสู้ที่ได้เข้ามาในวิหารแห่ง
ความพิศวงก่อนหน้าหลินหมิง
สำหรับนักสู้ขั้นทำลายระดับสูงหรือเหนือกว่า สายตาของพวกเขา
สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างห่างออกไปในไม่กี่สิบไมล์ได้ราวกับว่ามัน
อยู่ตรงหน้าพวกเขา กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า พวกเขาเห็นทุกอย่างที่หลินหมิ
งได้กระทำเมื่อครู่ เรื่องนี้ทำให้หลินหมิงคิ้วขมวดเข้าหากัน
เขายังไม่ได้แก้ปัญหากับเหล่าทาสปีศาจเลย แต่ตอนนี้ปัญหาอื่นก็ได้
ตามมาแล้ว ในวิหารแห่งที่อันตรายนี้ หลินหมิงไม่สามารถเสียเวลาของ
เขาที่นี่ได้อีก