Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 887 เผ่ากิเลนอัสนีม่วง
“ค-เครื่องหมายติดตาม?” เมื่อผู้อาวุโสซุนพบกับสายตาของหลินหมิง
เขาก็รู้สึกว่าทั่วร่างกลายเป็นเย็นยะเยือก ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังคงเป็นคน
ที่อยู่มานานกว่าพันปีและเคยมีประสบการณ์มากมายในการติดตามของ
ผู้อื่น แต่เขาไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย! เขารู้สึกเพียงเล็กน้อย
ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายของเขา แต่หลินหมิงทำสิ่งใดกับร่างกาย
ของเขานั้น เขาย่อมไม่อาจรู้ได้เลย
“เจ้า… เจ้าคิดว่าเครื่องหมายติดตามของเจ้าสามารถอยู่ได้ตลอดกาล
…” ผู้อาวุโสซุนกล่าวออกมาขณะที่หน้าผากของเขาชุ่มเหงื่อ
ความสามารถของหลินหมิงนั้นแปลกเกินไป เมื่อหลินหมิงไม่ได้ปิดบังว่า
เขาได้ทิ้งเครื่องหมายไว้บนร่างของเขา เช่นนั้นมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะ
ลบมันได้!
อย่างไรก็ตาม เขายังคงถือเอาความหวังที่เป็นไปได้บางอย่าง ถ้าผู้
อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทรที่ใกล้เคียงตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ยอมที่จะ
ช่วยเหลือเขา เช่นนั้นเขาก็อาจสามารถยกเลิกเครื่องหมายติดตามนี้ได้
แต่มันเหมือนหลินหมิงได้เห็นความคิดของผู้อาวุโสซุน เขาจึงยิ้มและ
กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าตระกูลของเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา เจ้ากำลังคิดถึงการขอร้องให้ลุงใหญ่จักพรรดิโอวเหย่
ฮัวโตวช่วยยกเลิกเครื่องหมายติดตามของข้าหรือไม่? ดี เจ้าสามารถลอง
ได้”
หลินหมิงเค้นเสียงเย็นชา การยกเลิกเครื่องหมายจิตวิญญาณต่อสู้
ของเขาก็ย่อมเป็นเรื่องระดับจิตวิญญาณต่อสู้ ในแง่ของจิตวิญญาณต่อสู้
ผู้ใดจะเอาชนะเขาได้ในทั่วทั้งทวีปนภารินไหล?
“เจ้า…” ผู้อาวุโสซุนสั่นขณะที่เขาได้ยินความเชื่อมั่นในคำพูดของ
หลินหมิง เห็นได้ชัดว่าเขาเชื่อว่าโอวเหย่ฮัวโตวไม่สามารถช่วยเขาได้
หลังจากที่สูญเสียอย่างมากภายใต้น้ำมือของหลินหมิง ผู้อาวุโสซุนไม่
กล้าที่จะดูถูกเขาอีก ในเมื่อหลินหมิงกล้าพูดถ้อยคำเหล่านี้ แสดงว่าเขา
ต้องมั่นใจในตนเองอย่างยิ่ง
และใกล้กับ ผู้อาวุโสซุน, เหยียงมู่และรุ่นเยาว์คนอื่นๆต่างก็เหงื่อโชก
กล่าวตามจริง มันไม่ผิดที่พูดว่าพวกเขารู้สึกโลภหลังจากที่พบว่าหลินหมิง
ได้รับสมบัติของผู้ทรงพลังโบราณ แต่เหยียงมู่ไม่ได้เป็นคนจากอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา ดังนั้นผู้อาวุโสซุนอาจจะไม่ให้เขามาก นี่เป็นเหตุผลที่
เขาไม่ได้โจมตีหลินหมิงตั้งแต่แรกเริ่ม ตอนนี้เมื่อเขาได้เห็นชะตากรรมอัน
น่าสังเวชของโอวเหย่ฉิน เขาก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง ดาวนำโชคของเขา
ไม่ได้ทำให้เขาตัดสินใจที่จะทำอะไรอย่างบ้าบิ่น มิเช่นนั้นเขาก็จะได้ตาย
โดยไม่มีที่ฝังศพ!
“เจ้า… เจ้าต้องการสิ่งใด?” เสียงของผู้อาวุโสซุนสั่น เขาไม่มี
ความสามารถที่จะต่อต้านหลินหมิงได้ ถ้าคุกเขาแล้วได้ผล เขาย่อมจะ
ละเลยศักดิ์ศรีของตัวเองและทำเช่นนั้นแน่
หลินหมิงไม่สนใจที่จะรำคาญกับผู้อาวุโสซุนนี้ ด้วยความคิดอย่าง
รวดเร็ว เขาได้เอาโครงกระดูกของผู้อาวุโสสูงสุดใส่เข้าไปในแหวนมิติของ
เขาอย่างระมัดระวังและเตรียมพร้อมที่จะจากไป ถ้าเขาทิ้งโครงกระดูกไว้
ที่นี่ มันก็มีแนวโน้มว่ามันจะถูกปล้นและถูกทำลายโดยคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะ
เป็นคริสตัลศักดิ์สิทธิ์บนกะโหลกของโครงกระดูกหรือโครงกระดูก ทุก
อย่างล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า พวกเขาสามารถใช้ในการหลอมอาวุธลึกลับ
หรือแม้แต่การกลั่นเป็นวัสดุการเล่นแร่แปรธาตุ ถ้าจะปล่อยให้คนอื่น
กระทำเรื่องน่ารังเกียจต่อโครงกระดูกนี้ เขาเอาไปเองดีกว่า
“ข้า… ข้าจะซื้อชีวิตของข้าด้วยหินลมปราณจิตวิญญาณ… 5 ล้าน…
ไม่ 8 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ! อย่าฆ่าข้า! ดวงตาของผู้อาวุโสซุนเบิก
กว้าง หลังจากกล่าวราคาหินลมปราณจิตวิญญาณ 8 ล้านก้อนออก
มาแล้ว เขาก็กัดริมฝีปากจนมีโลหิตไหลซึมลงมา ตระกูลของเขาไม่มีภูมิ
หลังที่ลึกซึ้งเช่นเดียวกับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า สำหรับเขา 8 ล้านหิน
ลมปราณจิตวิญญาณเป็นจำนวนมหาศาล แม้ว่าชีวิตของผู้อาวุโสขั้นเทพ
สมุทรจะเกินกว่า 10 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ แต่นั่นไม่ได้
หมายความว่าผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรสามารถมีหินลมปราณจิตวิญญาณได้
ถึง 10 ล้านก้อนหรือวัสดุอื่นๆที่เทียบเท่ากัน
หลินหมิงไม่ได้พูดคุยกับผู้อาวุโสซุน หลังจากที่ได้รับหินลมปราณจิต
วิญญาณระดับสูงสุด 20 ก้อนแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องใช้หินลมปราณจิต
วิญญาณปริมาณมากอีกต่อไป เพราะมันมีประโยชน์เพียงการใช้ซื้อโอสถ
เพื่อสร้างโอสถหมื่นจิตวิญญาณ แต่การกลั่นยาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องใช้
เวลามาก และการใช้โอสถศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้มีประโยชน์มากที่สุดในครั้งแรก
ที่ใช้เท่านั้น มันจะไม่ได้มีประสิทธิภาพมากในครั้งที่สอง มันจะเป็นไป
ไม่ได้ที่จะพึ่งพาโอสถนี้เพื่อเปิดครึ่งหลังของ 8 ประตูเร้นลับภายในซึ่งเป็น
เรื่องยากมากที่จะเปิดอีกด้วย
“9 ล้าน… 10 ล้านหินลมปราณจิตวิญญาณ!” ผู้อาวุโสซุนกัดลิ้นของ
เขาขณะที่ลำไส้ของเขาบิด ราคาที่สูงเทียมฟ้านี้เป็นขีดจำกัดที่เขาสามารถ
เสนอได้ และเขาก็ต้องยืมเงินจำนวนมากเพื่อที่จะได้จำนวนเท่านี้ แต่
หลินหมิงไม่ได้ดูเหมือนจะสนใจเรื่องราคานี้เลย
หลินหมิงมองขึ้นไปยังต้นไม้สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่สูงถึงท้องฟ้า ถอน
หายใจเพราะเขาไม่สามารถเอาต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปได้ด้วย ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
นี้ได้รับจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์แล้ว หลังจากดูดซับพลังอันบริสุทธิ์ของสายฟ้า
มานับแสนปี ความแข็งแกร่งของมันก็เหนือกว่าผู้อาวุโสขั้นเทพสมุทรใดๆ
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หลินหมิงจะเอามันไปด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน
ของเขา
“หลิน… หลินหลานเจี้ยน… อย่ากดดันข้าเกินไป…” เสียงของผู้อาวุโส
ซุนเริ่มดังขึ้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตามหลินหมิงก็ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธ แต่เขาก็กังวลในเวลาเดียวกัน
หลินหมิงใช้สัมผัสรับรู้ของเขาเพื่อตรวจสอบอีกครั้งว่าเขาไม่ได้พลาด
อะไรที่นี่ และจากนั้นก็ใช่ก้าวย่างวิหคทองคำถลาลมหายตัวไปในทันที
“เจ้า!!” ดวงตาของผู้อาวุโสซุนเปลี่ยนเป็นสีแดง “รอ… รอก่อน อย่า
เพิ่งปายยย!”
เสียงของผู้อาวุโสซุนสะท้อนอยู่เบื้องหลังเขา แต่หลินหมิงไม่สนใจ
สำหรับผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่อ่อนแอเช่นนี้ หลินหมิงก็มิได้ใส่ใจเขา
มากนัก
เพียงพริบตาหลินหมิงหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีทางใดที่ผู้อาวุโส
ซุนจะตามทันเขาได้
ส่วนที่คนเหลือด้านหลังผู้อาวุโสซุนก็ดูเหมือนวิญญาณสูญหายไป
พวกเขาล้มลงกับพื้น ดวงตาของเขามึนงงและเหม่อลอย
‘มันจบสิ้นแล้วสำหรับข้า…’
ความคิดนี้สะท้อนอยู่ในความคิดของผู้อาวุโสซุนครั้งแล้วครั้งเล่า นัก
สู้ให้ความสำคัญต่อชีวิตของตนอย่างมาก และผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรก็
ย่อมมากยิ่งกว่า พวกเขาได้ข้ามผ่านความเจ็บปวดที่สุดของขั้นทำลายชีวิต
และได้มีชีวิตที่ยาวนานและมีฐานะสูงส่ง ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ ตราบ
เท่าที่พวกเขาไม่ไปยั่วยุตัวตนที่สูงส่งเกินไป พวกเขาก็สามารถทำตามที่
พอใจได้ทุกสิ่ง ผู้ใดกันเล่าที่อยากจะตาย?
การตายเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอยู่แล้ว แต่การไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไรนั้นแย่
ยิ่งกว่า สองปีสุดท้ายในชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยความกลัวและความ
วิตกกังวลตลอดเวลา ทุกวันผ่านไปจะหมายความว่าชีวิตของพวกเขา
กำลังหายไปด้วย
ด้านข้างผู้อาวุโสซุน เหยียงมู่และคนอื่นๆไม่ได้พูดเพราะกลัวว่าพวก
เขาจะกระตุ้นสหายชราผู้นี้จนประสาทและบินจากไป พวกเขาค้นพบว่า
หลินหมิงเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าที่พวกเขาเคยคิด ความเร็วใน
การเจริญเติบโตของเขาไม่สามารถจินตนาการได้ พวกเขามักคิดไปถึงว่า
หลินหมิงน่าหวาดกลัวเพียงในอนาคต แต่ตอนนี้พวกเขาก็ตระหนักทันที
ว่า ‘อนาคต’ ที่พวกเขาคิดได้มาถึงแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุหลินห
มิงอีกต่อไป แม้แต่ 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์หรือผู้อาวุโสสูงสุดขั้นเทพสมุทร
ก็ต้องหวาดกลัวเขา อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าและผู้อาวุโสซุนเป็น
ตัวอย่างที่ดีว่าทำไม!
……………
ในเวลานี้ ในที่ราบสูงและห่างไกลจากดินแดนมิติ ท้องฟ้าเต็มไปด้วย
เมฆสีแดงหนาเหมือนโลหิต พื้นดินปกคลุมด้วยแผ่นหินที่แตก และแผ่น
หินเหล่านี้ถูกแกะสลักไว้ด้วยตัวอักษรโบราณที่ลึกลับ แม้ว่าแผ่นหิน
เหล่านี้จะแข็งแกร่ง แต่ข้อความบนนั้นก็ยังเลือนรางลง มันเป็นข้อพิสูจน์
ถึงว่าได้ผ่านกาลเวลาอันยาวนาน
“นี่ไม่ใช่ภาษาทั่วไปของแดนเทวะแต่เป็นภาษาอื่น ข้าไม่รู้เลยว่าเกิด
อะไรขึ้นกับทวีปนภารินไหลในอดีต”
หลินหมิงส่ายหัว มันเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะตรวจสอบเรื่องเหล่านี้
แม้กระทั่งไปยังแดนเทวะก็จะไม่ช่วยอะไรได้มากนัก ไม่ว่าอย่างไรแดนเท
วะก็กว้างเกินไป มันมีดินแดนระดับล่างนับไม่ถ้วน ขุมกำลังเช่นทวีปนภา
รินไหลจะมีการเชื่อมต่อกับแดนเทวะสักเพียงใดกัน?
เมื่อหลินหมิงนั่งลงบนแผ่นหิน เขาก็เริ่มสำรวจแหวนมิติของผู้อาวุโส
สูงสุดโบราณ
ภายในแหวนมิตินี้มีจดหมายเล็กๆ จดหมายเหล่านี้ได้รับการเขียนขึ้น
ในภาษาของแดนเทวะ ดังนั้นหลินหมิงสามารถเข้าใจได้
มันบอกว่า…
“เผ่ากิเลนอัสนีม่วง ทัณฑ์สายฟ้าไร้เงา: เจียงจื่อจี๋”
*โน๊ตจากแอด ASD: ฉายาเท่มากคิดตั้งนาน+น่าจะตรงตามจีนสุดๆ
แล้ว
“เจียงจื่อจี๋… นั่นเป็นชื่อของผู้อาวุโสที่นั่งเสียชีวิตอยู่ที่นั่น? เผ่ากิเลน
อัสนีม่วงก็ควรจะเป็นตระกูลของเขา”
กิเลนอัสนีม่วงเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรเทวะจากแดนเทวะ มันเป็นตัวตน
ที่คล้ายกันกับฟีนิกซ์, มังกรที่แท้จริงและวิหคปีกทองคำ!
มีมากกว่าหนึ่งชนิดของสัตว์อสูรเทวะในแดนเทวะ ตัวอย่างเช่นมี
มังกรที่แท้จริงหลายชนิด โลหิตเกล็ดย้อนที่หลินหมิงได้รับมาจากสาย
พันธุ์มังกรคราม และยังมีคุณลักษณะของความไร้สิ้นสุด นอกจากนี้ยังมี
มังกรแดง, มังกรโลหิต, มังกรทองคำ, มังกรห้ากรงเล็บ, ตัวตนทั้งหมดที่มี
คุณลักษณะเฉพาะของตนเอง
สำหรับกิเลนอัสนีม่วง คือ สัตว์อสูรเทวะธาตุจำเพาะสายฟ้า
เจียงจื่อจี๋มาจากเผ่ากิเลนอัสนีม่วง ดังนั้นเขาต้องมีทักษะในวิถีแห่ง
สายฟ้าและวิถีแห่งมิติ ข้าสงสัยว่าเผ่านี้จะเปรียบเทียบกับเผ่าฟีนิกซ์
โบราณได้อย่างไรบ้าง พวกเขาสามารถยืนอยู่บนระดับเดียวกันในแดนเท
วะได้หรือไม่?”
เผ่าที่มีสายเลือดของสัตว์อสูรเทวะไม่ควรจะมีสถานะที่ต่ำ อย่างน้อย
พวกเขาควรจะเป็นหนึ่งในขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ของแดนเทวะ
“นี่ ‘ทัณฑ์สายฟ้าไร้เงา’ ที่อยู่ตรงกลางควรเป็นชื่อของเขา เขาอาจถูก
เรียกว่า จักรพรรดิไร้เงาหรือจักรพรรดิทัณฑ์สายฟ้าไร้เงา…”
หลินหมิงพึมพำกับตัวเอง แน่นอนว่าจักรพรรดิเช่นนี้ไม่ใช่ผู้ทรงพลัง
ขั้นเทพสมุทรในทวีปนภารินไหล จักรพรรดิเช่นนี้สามารถนำมาใช้เพื่อ
อธิบายถึงผู้ทรงพลังชั้นยอดของดินแดนระดับล่างเท่านั้น ผู้ทรงพลังระดับ
จักรพรรดิในทวีปนภารินไหลย่อมห่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิงจากผู้ทรงพลัง
ระดับจักรพรรดิจากแดนเทวะ
หลังจากใช้สัมผัสรับรู้ของเขาในการสำรวจแหวนมิติแล้ว หลินหมิงก็
เริ่มสำรวจสิ่งที่อยู่ข้างใน
นี่เป็นมิติย่อยที่ปิดผนึกอย่างแท้จริง ในโลกนี้ มันมีแสงแดด, หญ้า,
ต้นไม้, ทะเลสาบ, แม่น้ำ, พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี พลังงานต้น
กำเนิดที่นี่อุดมยิ่งกว่าภายนอก เห็นได้ชัดว่าโลกใบนี้มีความสามารถใน
การรวบรวมพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
ดังนั้น นักสู้จึงสามารถเข้าไปฝึกฝนภายในได้อย่างแน่นอน และ
เนื่องจากหลินหมิงมีแหวนมิตินี้ จึงย่อมสามารถจินตนาการได้ถึงหน้าที่
ของมัน
ที่ใจกลางของมิติย่อยนี้ มันมีวิหารที่แกะสลักจากหยกจิตวิญญาณอัน
น่าประทับใจ และด้านหลังวิหารนี้ก็เป็นสวนสมุนไพรขนาดใหญ่!
ขณะที่หลินหมิงเห็นสิ่งนี้ เขาก็ถอนหายใจด้วยอารมณ์ นี่คือความ
แตกต่างที่สำคัญระหว่างแหวนมิติทั่วไป และอันที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมิติปฐม
กาล แหวนมิติชนิดพิเศษนี้สามารถบรรจุสวนสมุนไพร ซึ่งหมายความว่า
นักสู้สามารถพกสวนสมุนไพรติดตัวไปด้วยได้ ดังนั้น พืชสมุนไพรที่พวก
เขาพบก็สามารถเอาไปวางไว้ภายในสวนสมุนไพรนี้ได้ทันที นี่คือสมบัติที่
นักเล่นแร่แปรธาตุทั่วไปไม่สามารถฝันถึง
ในขณะที่สัมผัสรับรู้ของหลินหมิงเข้ามาในสวนสมุนไพร เขาค้นพบ
ว่าส่วนใหญ่ของพืชสมุนไพรได้ตายไปเพราะไม่มีใครได้ดูแลพวกมัน ไม่ว่า
อย่างไร พืชสมุนไพรส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้เป็นเวลาหลายหมื่นปี
และพวกมันก็ยังมีเงื่อนไขสำหรับการเจริญเติบโตที่ค่อนข้างสูง พวกมัน
ต้องการที่จะผลาญพลังงานจาพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีเป็นจำนวน
มาก และหากพวกมันไม่ได้พลังงานเหล่านี้หล่อเลี้ยง พวกมันก็จะตายลง
หากต้องการให้พวกมันสร้างผลผลิตก่อนที่จะตายในสถานการณ์เช่นนี้ก็
ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากว่า 90% ของพืชสมุนไพรจะตายลง แต่ก็ยังคง
มีน้อยกว่า 10% ที่รอดอยู่ได้ พืชสมุนไพรเหล่านี้เป็นชนิดที่มีอายุขัย
ยาวนาน พวกมันสามารถเติบโตไปได้นานถึง 100,000 ปีโดยไม่ตาย!
บางชนิดกำลังหลับลึก และบางชนิดก็เต็มไปด้วยพลังชีวิต พลังงาน
จิตวิญญาณที่ปล่อยออกมาจากสมุนไพรที่ตายแล้วนั้น ทั้งหมดถูกดูดซับ
โดยพวกมัน!
นักสู้ของมนุษย์ สัตว์อสูรดุร้ายของสัตว์ สมุนไพรของพืช ทั้งหมด
เหล่านี้คือสิ่งที่ท้าทายเจตจำนงแห่งสวรรค์ พวกมันมีการต่อสู้อย่างรุนแรง
และตามมาด้วยการอยู่รอด ในการแข่งขันอันโหดร้ายนี้ ผู้ชนะจะมีชีวิต
อยู่ และผู้แพ้จะถูกใช้เป็นสารอาหาร
ดังนั้น ถึงแม้จะไม่มีพืชสมุนไพรหลายชนิดอยู่ที่นี่ แต่พวกมันแต่ละ
ต้นก็เติบโตขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์จากพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีที่มี
อยู่ภายใน!