Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 899 เข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิอีกครั้ง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 899 เข้าสู่เส้นทางแห่งจักพรรดิอีกครั้ง
รอยสักปีศาจสวรรค์ถูกลบจากห้าผู้ปกครอง จึงได้ลดความ
แข็งแกร่งของพวกเขาลงอย่างมาก มันจะยับยั้งเพลิงแห่งชีวิตลงจนกว่า
พวกเขาจะเป็นเหมือนเปลวเทียนในสายลม ในเวลานี้พวกเขาได้กลายเป็น
ขยะโดยที่มีอายุขัยเหลืออยู่ไม่มากนัก
นี่คือพลังอันยิ่งใหญ่ของสนามพลังเทพแห่งความตาย – ดับพลังชีวิต
ทุกสิ่ง!
ส่วนสนามพลังอาชูร่า มันทำหน้าที่ยับยั้งพลังกาย ปราณแท้, ตันเถีย
นและพลังจิตวิญญาณ
แต่สำหรับสนามพลังจักรพรรดิสูงสุดเป็นเช่นไรนั้น หลินหมิงก็ไม่รู้
เช่นกัน เขารู้เพียงว่ามันเป็นสนามพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในสามสนามพลัง
ถ้าเขาสามารถหลอมรวมมันเข้าด้วยกันได้และสร้างเป็นสนามพลังปีศาจ
แห่งสวรรค์ขั้นสมบูรณ์ เขาก็จะสามารถฆ่าและบดขยี้ผู้อาวุโสสูงสุดขั้น
เทพสมุทร!
สนามพลังปีศาจแห่งสวรรค์มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับ
จักรพรรดิไร้ชื่อผู้ยิ่งใหญ่ในอเวจีปีศาจอมตะ แต่จักรพรรดิไร้ชื่อผู้ยิ่งใหญ่
อยู่ในระดับพลังที่เขาไม่สามารถจินตนาการได้ มันมีโอกาสที่เขาจะเป็น
ตัวตนระดับสูงสุดของแดนเทวะ!
หลังจากที่กวาดล้างห้าผู้ปกครองไปแล้วโดยเพียงใช้ความคิด หลินห
มิงก็เดินไปข้างหน้าต่อ ปัจจุบันเขามีพลังพอที่จะเข้าสู่เส้นทางแห่ง
จักรพรรดิได้โดยตรง หากใครขวางทาง เขาก็จะฆ่าทั้งหมด!
ขณะที่หลินหมิงเดินไปข้างหน้า ผู้คุ้มกันที่ล้อมเขาก็ได้หวาดกลัวจน
ขาสั่น เกือบจะล้มทั้งยืน ชายหนุ่มผู้นี้สามารถฆ่าห้าผู้ปกครองได้ทันที
เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?
เขาเป็นเหมือนปีศาจนรก เผชิญหน้าปีศาจเช่นนี้ ทุกคนต่าง
หวาดกลัวที่ได้ช่วยเหลือผู้ปกครองทั้งห้าปิดล้อมเขา
หลังจากที่หลินหมิงเดินผ่านไป มันก็ไม่มีใครสามารถเรียกความกล้า
หาญและหนีไป ด้วยตัวตนเช่นนั้นเพียงความคิดของเขาก็เพียงพอที่จะฆ่า
พวกเขาได้ทั้งหมด ไม่ว่าพวกเขาจะเร็วเป็น 10 เท่าหรือ 100 เท่า พวก
เขาก็ยังจะไม่สามารถหลบหนีไปได้
ผู้คุ้มกันทุกคนต่างเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ แขนขาสั่นและอ่อนแรง
ใบหน้าของพวกเขาซีดและวิญญาณของพวกเขาดูเหมือนจะหนีจากร่างไป
แล้ว พวกเขายืนอยู่ที่นั่นเหมือนเป็นอัมพาตจนกระทั่งหลินหมิงจากไปใน
ที่สุด
“ชาย… ชายหนุ่มผู้นั้นมีปีศาจสวรรค์ 12 ปีก! เขาเป็นปีศาจสวรรค์
12 ปีกอย่างแท้จริง!”
ปีศาจปีกสวรรค์ 12 ปีกเป็นตัวตนในตำนาน แต่ยังเป็นตัวตน
ต้องห้าม พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่ามนุษย์ที่มาที่นี่ในวันนี้จะเป็นปีศาจ
สวรรค์ 12 ปีก!
“เขาต้องเป็นหลินหมิงจากเมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแน่ เจ้าแห่งที่ราบได้
ออกหมายจับเขาแล้ว และเขายังกล้าที่จะกลับมายังที่ราบโลหิตสังหารอีก
เช่นนั้นหรือ?”
ไม่นาน หลินหมิงก็ได้ก้าวเข้าไปในชั้นที่สี่ของหอคอยเมฆาสวรรค์ ไม่
มีใครมารอที่จะหยุดเขา หลังจากฆ่าห้าผู้ปกครองไปด้วยเพียงการมอง ใน
เวลานี้จึงไม่มีใครกล้าที่จะกระโดดไปสู่ความตาย แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญของ
หอคอยเมฆาสวรรค์จะรวมพลังกันเพื่อโจมตีหลินหมิง แต่พวกเขาก็จะ
พินาศลงในทันที
ชั้นที่ห้า! เส้นทางแห่งจักรพรรดิอยู่ใกล้ขึ้นมาแล้ว
ในเวลานี้ ข่าวการปรากฏตัวของหลินหมิงได้มาถึงหูของเจ้าแห่งที่
ราบ
…….
ปัง!
เจ้าแห่งที่ราบทุบแขนลงบนบัลลังก์ที่ตนนั่ง “หลินหมิงเขากล้าที่จะ
กลับมาจริงๆ เขาอาจคิดว่าตนพัฒนาพลังไปอย่างเหนือธรรมชาติจน
สามารถกำราบข้าได้ น่าขันยิ่ง ข้าจะแสดงให้เขาเห็นว่า กบในบ่อน้ำที่ไม่
เคยเห็นโลกกว้างมันเป็นเช่นไร!”
เมื่อหลินหมิงออกจากที่ราบโลหิตสังหารไป การบ่มเพาะของเขาอยู่
ขั้นหลอมรวมแก่นแท้ช่วงต้น การข้ามจากขั้นหลอมรวมแก่นแท้ไปสู่ขั้น
ทำลายชีวิตในเวลาเพียงแค่ห้าปีนั้น ผู้หนึ่งจะต้องมีพรสวรรค์หายากนิ
รันดร์ และต้องเจอกับโชคอันยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน
เจ้าแห่งที่ราบได้คิดว่าหลินหมิงมีโชคชะตาที่ท้าทายสวรรค์อย่าง
แท้จริง ด้วยเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 และพรสวรรค์ของสัตว์
ประหลาดรวมกัน ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขามีแนวโน้มว่าจะ
เทียบเท่านักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ของมนุษย์ ด้วยตัวตนเช่นนี้ การ
สังหารห้าผู้ปกครองก็ย่อมไม่มีอันใดเลย
ไม่ว่าอย่างไร ในที่ราบโลหิตสังหาร, ผู้ปกครองทั้งหมดไม่สามารถเข้า
สู่ขั้นทำลายชีวิต, ราชาปีศาจระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่าได้ มิเช่นนั้น พวก
เขาอาจจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคำสาป
เจ้าแห่งที่ราบได้จุดยันต์สื่อสารขึ้น แล้วออกจากวิหารโลหิตสังหาร
ศักดิ์สิทธิ์ไปโดยใช้ทักษะการเคลื่อนไหวบินไปยังหอคอยเมฆาสวรรค์ด้วย
ความเร็วสูงสุด!
………
“อะไรนะ? เขาต้องการให้ข้าถ่วงเวลาไม่ให้หลินหมิงสามารถเข้าสู่
เส้นทางแห่งจักรพรรดิได้เช่นนั้นหรือ? ข้าจะไปทำได้อย่างไร!?” หลังจากที่
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ได้รับคำสั่งจากเจ้าแห่งที่ราบ เขาเกือบจะล้มทั้ง
ยืน
ถึงแม้เขาจะแข็งแกร่งกว่า 16 ผู้ปกครอง แต่เขาก็ไม่สามารถ
แข็งแกร่งถึงระดับความแข็งแกร่งที่สามารถฆ่าห้าผู้ปกครองได้อย่าง
รวดเร็วเช่นหลินหมิง การเผชิญหน้ากับหลินหมิงหมายความว่าเขา
เผชิญหน้ากับความตาย!
“นี่มันไร้เหตุผลยิ่งนัก ข้าจะไปทำได้อย่างไรเล่า? ถ้าข้าต้องเผชิญหน้า
กับสัตว์ประหลาดเช่นหลินหมิงแล้ว เช่นนั้นแม้แต่การเดิมพันทั้งชีวิตก็
ย่อมไม่มีความหมายอันใดเลย!”
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์มาจากเผ่าคนยักษ์ เขามีพลังที่ยิ่งใหญ่ โดย
ปกติแล้วเขาจะไม่กลัวแม้แต่สวรรค์ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคำสั่งที่เป็นไป
ไม่ได้และไร้สาระ เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะสาปแช่งออกมาดังๆ เจ้าแห่งที่ราบ
ได้บินมาที่นี่จากวิหารโลหิตสังหารศักดิ์สิทธิ์ และจะต้องใช้เวลาอีก 15
นาทีจึงจะมาถึง เขาจะไปถ่วงเวลาหลินหมิงตั้ง 15 นาทีได้อย่างไร?
“แต่ท่านเจ้าหอคอย นี่เป็นคำสั่งของเจ้าแห่งที่ราบ ถ้าเราไม่ทำตาม
เช่นนั้นเราจะถูกกำจัดทิ้ง” ด้านข้างเจ้าหอคอย, นักสู้อิมป์ได้กล่าวออกมา
เขาเป็นสหายที่น่าเชื่อถือที่สุดของเจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์
เจ้าแห่งที่ราบเป็นบุคคลที่โหดร้าย รุนแรงและเป็นอันตราย ทุกคนที่
กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของเขาจะประสบกับโชคชะตาอันน่าสังเวชอย่างแท้จริง
“บัดซบ, บัดซบ, บัดซบ, ข้าเจอโชคร้ายอย่างแท้จริงในคราวนี้! ข้าไม่
รู้เลยว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเด็กนั้นจะมากมายถึงเพียงใด บางที
เขาอาจจะยังสามารถต่อสู้กับผู้ทรงพลังกึ่งจักรพรรดิได้ ข้าจะไปกล้าคิดที่
จะถ่วงเวลาเขาได้อย่างไร!”
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ได้สาปแช่งอีกครั้ง เขาสามารถกู้วิกฤตินี้ได้
โดยการไปยังเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
แต่พอไปถึงเส้นทางแห่งจักรพรรดิ เขาก็ได้ยินเสียงระเบิดที่รุนแรง
อาคมที่ปิดผนึกไว้บนเส้นทางแห่งจักรพรรดิได้ถูกทำลายลงโดยง้าวของ
หลินหมิง!
อาคมเหล่านี้ได้ถูกวางเสริมในหอคอยแยกนภา พวกมันไม่ใช่ส่วน
หนึ่งของโครงสร้างเดิม มิเช่นนั้นแม้ว่าหลินหมิงจะมีพลังของจักรพรรดิไร้
เปรียบ แต่เขาก็ยังคงไม่สามารถทะลวงผ่านมันไปได้
ถึงกระนั้น ก็แน่นอนว่ามันความทนทานอย่างยิ่ง เจ้าหอคอยเมฆา
สวรรค์รู้สึกหวาดกลัวขณะที่เขาเห็นหลินหมิงได้ฉีกมันออกจากกัน
“ท่านผู้กล้าหนุ่ม โปรดรอก่อน ถ้ามีอะไรเราก็จะสามารถพูดคุยกัน
ก่อนได้!” เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ได้ตะโกนออกไป เขาทำน้ำเสียงที่สุภาพ
ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่เขาจะไม่ไปกระตุ้นความโกรธของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงเพียงกวาดสายตามายังเขา ความเย็นชาจาก
สายตานี้ทำให้ร่างกายของเจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์เย็นยะเยือกราวกับว่า
ดวงวิญญาณของเขาถูกแช่แข็ง
สนามพลังเทพแห่งความตายสามารถดับพลังชีวิตได้ทั้งหมด แม้ว่า
หลินหมิงจะไม่ได้ใช้มันอย่างตั้งใจ แต่มันก็ยังไม่ใช่พลังที่เจ้าหอคอยเมฆา
สวรรค์จะสามารถต้านทานได้
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์เดิมทีต้องการที่จะถ่วงเวลาหลินหมิงด้วย
เรื่องไร้สาระ เขากล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า “ท-ท่านผู้กล้า… ถ้า
ท่านไม่รู้จักวิธีลับเพื่อเปิดรูปแบบค่ายกลของเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว
ท่านก็จะไม่มีทางเข้าไป-…”
ขณะที่เขากล่าวถึงตรงนี้ เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ก็ได้ก้าวถอยหลัง
ออกไปหลายก้าวจนกว่าเขาจะถึงระยะที่ปลอดภัย ระยะห่างเช่นนี้ก็เพียง
เพื่อความสบายใจของเขา ถ้าหลินหมิงอยากจะฆ่าแล้ว เขาก็จะตกตาย
อย่างง่ายดาย
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์กำลังคิดเกี่ยวกับว่าจะบอกวิธีแก่หลินหมิงอ
ย่างไรเพื่อเปิดเส้นทางแห่งจักรพรรดิ และเปลี่ยนแปลงวิธีการเล็กน้อย
เพื่อที่เขาจะสามารถถ่วงเวลาไว้สักระยะหนึ่ง นี่จะทำให้เขาทำตามคำสั่ง
ของเจ้าแห่งที่ราบสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขาค้นพบว่าหลินหมิงไม่สนใจเขา
เลย หลินหมิงได้หันหน้าไปยังอักขระรูนเปิดเส้นทางแห่งจักรพรรดิและ
เสียง ‘แกรก แกรก แกรก’ จากรูปแบบค่ายกลที่ได้รับการแก้ไขโดยหลินห
มิงก็ดังขึ้น
“…อะไรกัน?”
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่
อยากจะเชื่อ เขาพูดไม่ออกอย่างสมบูรณ์! มันดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดที่
หลินหมิงไม่สามารถทำได้
ความจริงก็คือ รูปแบบค่ายกลที่ด้านนอกของเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
เป็นเพียงประตูที่เรียบง่าย มันเหมือนกับประตูทั่วไป มันไม่ยากที่จะเปิด
เลย ในตอนที่ผู้ค้นพบหอคอยแยกนภา 12 แห่งครั้งแรกนั้นก็ยังสามารถ
แก้ปัญหานี้ได้ ดังนั้นจึงมิต้องกล่าวถึงหลินหมิง
ในเวลาเพียงครึ่งชั่วธูป ประตูรูปแบบค่ายกลสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
ก็ได้ถูกเปิดโดยหลินหมิง เขาก้าวไปบนแท่นสีโลหิตบนพื้นอย่างสงบ แสง
สีแดงห่อหุ้มเขาไว้และถูกกลืนหายไปในที่สุด
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างงุนงง แต่มันก็เป็นสิ่ง
ที่ช่วยไม่ได้ เส้นทางแห่งจักรพรรดิได้อนุญาตให้เพียงบุคคลเดียวเข้าไป ไม่
มีใครสามารถติดตามไปได้ ตั้งแต่ที่หลินหมิงได้เข้าไป มันก็ไม่มีทางวิ่งไล่
ตามเขาอีกต่อไป พวกเขาสามารถรอเพียงให้เขาออกมาเท่านั้น
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์ได้ส่งยันต์สื่อสารเพื่อแจ้งให้เจ้าแห่งที่ราบรู้
ถึงเหตุการณ์กะทันหันนี้ เขาทำได้เพียงรอดูความโกรธของเจ้าแห่งที่ราบ
เท่านั้น
อีก 15 นาทีต่อมา มันมีคลื่นความเร็วเหนือเสียงดังกังวานบนท้องฟ้า
พร้อมด้วยการระเบิดขนาดใหญ่ที่ด้านนอกของหอคอยเมฆาสวรรค์ เจ้า
แห่งที่ราบได้มาถึงเมืองเมฆาสวรรค์ เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์รวมทั้ง 11
ผู้ปกครองที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างรีบออกไปเพื่อต้อนรับเขา
ดวงตาของเจ้าแห่งที่ราบสาดประกายด้วยจิตสังหารที่มืดมน เขา
ตระหนักดีถึงสิ่งที่หลินหมิงวางแผนไว้ ในความเป็นจริงแล้ว เขาได้
คาดการณ์ถึงความแข็งแกร่งในปัจจุบันของหลินหมิงและไม่ได้คาดหวังว่า
เจ้าหอคอยเมฆาสวรรค์จะสามารถถ่วงเวลาเขาได้
“หลินหมิง เจ้าคิดจริงๆหรือว่าหลังจากที่เข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
แล้วเจ้าจะสามารถกลายเป็นจักรพรรดิไร้เปรียบและได้รับความแข็งแกร่ง
ที่เหนือกว่าของข้า? เจ้าช่างไร้เดียงสาเกินไป!” เจ้าแห่งที่ราบยิ้มอย่างชั่ว
ร้าย “ผู้ที่ผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิได้อย่างสมบูรณ์จะสามารถกลายเป็น
จักรพรรดิไร้เปรียบที่แท้จริง แต่เจ้าคิดว่าเส้นทางแห่งจักรพรรดิง่ายดาย
ถึงเพียงนั้น? เจ้ามั่นใจเกินไป บางทีเจ้าอาจต้องการอีก 20 ปีและการบ่ม
เพาะของเจ้าต้องมาถึงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5-6 มันจึงจะไม่มีสิ่งใด
สามารถหยุดยั้งเจ้าได้ในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ แต่ตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้
เลยที่เจ้าจะข้ามผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจะรอเจ้าที่ด้านนอกและวาง
รูปแบบค่ายกลไว้รอ ตอนนี้เจ้าไม่มีอะไรมากไปกว่านกพิราบในกรง ให้ข้า
เห็นว่าเจ้าจะหลบหนีไปได้อย่างไรในครั้งนี้!”
ในช่วง 10,000 ปีที่ผ่านมา นอกจากแปดวิบัติจักรพรรดิสงครามและ
อีก 2-3 มันก็ยังไม่มีใครสามารถเดินไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิได้ไกลนัก
แม้แต่เจ้าแห่งที่ราบเองก็ยังมีพลังไม่พอที่จะไปถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง
แห่งจักรพรรดิ นอกจากนี้ การได้รับการยอมรับจากเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด มิเช่นนั้นใครๆก็คงจะสามารถข้ามผ่านไป
ได้
เจ้าแห่งที่ราบไม่ได้สงสัยถึงพรสวรรค์ของหลินหมิง แต่การบ่มเพาะ
ของเขายังต่ำเกินไป มันเพิ่งผ่านไปเพียง 5 ปีและหลินหมิงก็เพียงอายุ
ราวๆ 24 ปีหรือประมาณนั้นเอง
แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะได้รับการยอมรับจากเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังขาดอยู่
“ทุกคน มาช่วยกันวางรูปแบบค่ายกล วันที่เขาโผล่ออกมาจาก
เส้นทางแห่งจักรพรรดิ นั่นคือวันตายของเขา!” หลังจากที่เจ้าแห่งที่ราบได้
ออกคำสั่งนี้แล้ว เขาก็นั่งลงที่หน้าประตูทางเข้าเส้นทางแห่งจักรพรรดิ
เขาหลับตาเข้าฌานและปรับสภาพของเขาให้อยู่ในสถานะสูงสุด
ในเมื่อหลินหมิงไปจากที่ตรงนี้ ดังนั้นไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องออกมา
ทางเดิม เจ้าแห่งที่ราบวางแผนจะฆ่าหลินหมิงด้วยตัวเอง เขาต้องทำ
เช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะต้องใช้สิ่งใด
ในเวลานี้ ภายในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ หลินหมิงยืนอยู่ที่แท่นสี
โลหิตอีกอันคล้ายๆกัน มันเป็นเส้นทางกว้างเพียง 10 ฟุตตรงหน้าเขา
เส้นทางนี้ลอยอยู่ในอากาศ ยาวออกไปจนหายไปในความมืด ไม่มีการ
สนับสนุนใดๆที่ด้านล่างเส้นทางนี้ และด้านล่างก็ไม่มีอะไรนอกจากอเวจีที่
ไร้สิ้นสุด! มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นสิ่งอยู่ที่ด้านล่าง เป็นไปได้ว่ามันเชื่อมต่อ
กับอเวจีปีศาจอมตะ ถ้าเขาตกลงไป เขาจะตกอยู่ในใจกลางของโลก และ
ไม่อาจคาดฝันถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้
ด้านข้างของเส้นทางนี้ มีแสงลอยอยู่ในอากาศห่างออกไปประมาณ
100 ฟุต แสงเหล่านี้มาจากหินสีดำที่ถูกแกะสลักคล้ายโคมไฟ พวกมันถูก
สนับสนุนจากพลังลึกลับบางอย่าง
นี่เป็นจุดแรกที่หลินหมิงได้เข้าใจในจิตวิญญาณต่อสู้ของเขา เส้นทาง
แสงเจตจำนง!