Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 902 รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 902 รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของจักรพรรดิปีศาจ มารเจิดจรัสก็ไม่ได้พูด
อะไรสักคำ แม้ว่าเขาจะเป็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของจักรพรรดิปีศาจ แต่
ความจริงก็คือสถานะของเขาไม่สูงมากนัก เมื่อจักรพรรดิปีศาจมีความ
แข็งแกร่งในจุดสูงสุดของเขา มารเจิดจรัสจึงไม่เคยปรากฏตัวในการต่อสู้
อย่างมากที่สุดเขาเป็นผู้ที่อยู่ด้านหลัง
หลินหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโส ผู้เยาว์ไม่สามารถตอบ
คำถามนี้ได้”
เหตุผลที่หลินหมิงไม่ตอบคำถามไม่ใช่เพราะเขากลัวจักรพรรดิปีศาจ
ในความเป็นจริง ร่างเงาของจักรพรรดิปีศาจในปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่เพียง
เสี้ยวเจตจำนงแต่ยังรวมกับเสี้ยววิญญาณของเขาที่เหลืออยู่ด้วย เขาได้
เสียไปแล้วกว่าร้อยละ 90 ของเครื่องหมายวิญญาณและไม่ได้เป็นภัย
คุกคามต่อหลินหมิงอีกแล้ว
แม้ว่าเจตจำนงของหลินหมิงจะไม่อาจเป็นคู่มือเจตจำนงของ
จักรพรรดิปีศาจ แต่เขาก็ยังสามารถออกจากโลกนี้ไปเพื่อปกป้องตัวเองได้
อีกด้วย
เขาไม่ตอบคำถามของจักรพรรดิปีศาจเนื่องจากกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า วัตถุศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวได้ทำให้สองขุมกำลังในแดนเทวะต้อง
ทำลายล้างกันและกันเพื่อมัน ถ้าคนอื่นๆได้รู้ว่าเขาได้รับมันมาแล้ว มันจะ
ไม่เป็นเรื่องที่ดีอย่างแน่นอน
“ข้าเข้าใจแล้ว… ดี ข้าสามารถเดาได้ถึงเจ้าจะไม่ตอบคำถาม
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของมารเจิดจรัสควรถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆไปพร้อมกับข้า
และถูกดูดเข้าไปในคริสตัลศักดิ์สิทธิ์กล่องปัญญาแห่งพระเจ้า และในเมื่อ
เขาอยู่กับเจ้าแล้ว เช่นนั้นวัตถุนั้นต้องมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับทั้งหมดนี้
หึ!”
จักรพรรดิปีศาจเค้นเสียงเย็นชา มีความไม่เต็มใจที่ลึกซึ้ง ในอดีตเขา
ได้เข้าร่วมกองทัพของเทียนหมิงจื่อและเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ขนวิหคสวรรค์
เรืองรองพร้อมกับเขา ในท้ายที่สุด เขาไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับสิ่งใด แต่เขา
ก็ยังต้องจ่ายด้วยชีวิตของเขาอีกด้วย อย่างไรก็ตาม จักรพรรดิปีศาจไม่รู้
ว่าคริสตัลศักดิ์สิทธิ์กล่องปัญญาแห่งพระเจ้าเป็นสิ่งใดหรือใช้ทำสิ่งใด การ
ดำรงอยู่ของคริสตัลศักดิ์สิทธิ์กล่องปัญญาแห่งพระเจ้านี้ลึกลับเกินไป
เทียนหมิงจื่อได้จ่ายไปอย่างมากเพื่อที่จะดึงดูดผู้เชี่ยวชาญมาเข้าร่วมเพื่อ
ต่อสู้แย่งชิงมัน ความลับนี้ถูกปกปิดจากบรรดาราชันพิภพและราชัน
สวรรค์
แต่ตอนนี้ โชคนี้กลับถูกครอบครองโดยผู้เยาว์ที่ด้านหน้าของเขา คง
จะเป็นการโกหกหากจะบอกว่าจักรพรรดิปีศาจไม่รู้สึกอิจฉา
“โชคชะตาของเจ้าทำให้ข้าอิจฉาอย่างแท้จริง เจ้ามีจิตวิญญาณต่อสู้
ระดับเงินทั้งที่อยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 3 และรากฐานของเจ้าก็ยัง
แข็งแกร่งเท่าที่จะเป็นไปได้ เจ้าบ่มเพาะกายผันแปรและพลังปราณ และ
เจ้ายังได้เปิด 8 ประตูเร้นลับภายในแล้ว เมื่อเทียบกับตอนที่ข้าอายุเท่า
เจ้า เจ้าก็ได้เหนือกว่าข้าเป็นร้อยเท่า! เมื่อข้าเดินบนเส้นทางแห่ง
จักรพรรดินี้ ข้าสามารถดับแสงเจตจำนงได้เพียง 113 ดวงเท่านั้น เมื่อ
เทียบกับเจ้าแล้ว ความแตกต่างระหว่างเราก็เหมือนกับเมฆและโคลนตม!”
จักรพรรดิปีศาจถอนหายใจขณะที่เขากล่าวถึงตรงนี้ คำว่าอัจฉริยะไม่
สามารถอธิบายถึงหลินหมิงที่สามารถเติบโตมาถึงระดับนี้ แน่นอน มันมี
โชคมากมาย แต่เพียงโชคนั้นย่อมไม่เพียงพอ เขาจะต้องมีเจตจำนงดั่ง
เหล็กกล้าและพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่เพื่อที่จะทำเช่นนั้น หากไม่มีสิ่งเหล่านี้
มันก็จะไม่มีโชคอันใดที่จะทำให้เข้าสู่จุดสูงสุดของนักสู้ได้
“นักสู้ของดินแดนระดับล่างด้อยกว่านักสู้ของแดนเทวะตั้งแต่แรกเริ่ม
เพราะภัยพิบัติจาก 100,000 ปีก่อน ดาวเคราะห์ของทวีปนภารินไหล
และทวีปปีศาจศักดิ์สิทธิ์จึงต้องตกอยู่ในโลกระดับต่ำในจักรวาลไร้สิ้นสุด
สามพันโลก ถ้าข้ามีพรสวรรค์เพียงครึ่งหนึ่งของเจ้าในอดีต ข้าก็คงจะ
แก้ไขสถานการณ์นี้ให้เกิดความเสียหายลดลงได้บ้าง! ถ้าข้าไม่หวนกลับใน
เส้นทางการบ่มเพาะจนทำให้ข้าต้องสูญเสียเวลาในการบ่มเพาะเป็น
เวลานาน และบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตอีกครั้งแล้วนั้น และถึงแม้ว่าข้าจะ
ไม่สามารถเป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์แต่ข้าก็สามารถกลายเป็นกึ่งผู้ปกครอง
ศักดิ์สิทธิ์ได้!”
น้ำเสียงของจักรพรรดิปีศาจเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ หลินหมิงตก
ใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ “ถ้าไม่หวนกลับในเส้นทางการบ่มเพาะจนทำให้ข้าต้อง
สูญเสียเวลาในการบ่มเพาะเป็นเวลานาน และบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตอีก
ครั้ง?”
“ไม่ผิด ข้าเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรจากขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 ในทวีปนภา
รินไหลมันก็ถือเป็นตัวตนพิเศษอย่างมากแล้ว แต่ในแดนเทวะนั้นมันย่อม
ไม่เป็นอันใดเลย ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 หมายความว่าเจตจำนงของเจ้า
จะถูกจำกัดศักยภาพ ดังนั้น ทางเลือกเดียวที่ข้าทำคือการหวนกลับการ
บ่มเพาะของข้าและทำซ้ำขั้นทำลายชีวิต!”
คำพูดของจักรพรรดิปีศาจทำให้หลินหมิงดวงตาเบิกกว้าง เส้นทางสู่
ขั้นเทพสมุทรเต็มไปด้วยอันตราย แต่แม้ว่าจะไปถึงขั้นนั้นแล้ว จักรพรรดิ
ปีศาจหวนกลับการบ่มเพาะของเขาโดยใช้เส้นทางที่ยาวนานและ
ยากลำบากเพื่อบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตอีกครั้ง จักรพรรดิปีศาจไม่เพียงแต่
ทำเช่นนี้ แต่เขาก็ทำผลงานที่ยอดเยี่ยมหลังจากนั้นด้วย เขาเป็นที่น่า
อัศจรรย์อย่างแท้จริง เมื่อเขาอยู่ที่ทวีปนภารินไหล เขาต้องได้รับโชคที่ท้า
ทายสวรรค์มหาศาล
ถ้าเป็นเช่นนั้น บางทีอาจจะไม่ใช่แค่จักรพรรดิปีศาจเท่านั้นที่ทำ
เช่นนี้ได้ แม้กระทั่งจักรพรรดิซื่อก็อาจจะทำเช่นกัน! นี่คือความทุกข์
ทรมานของนักสู้จากดินแดนระดับล่างที่จะขึ้นไปเบื้องบน
หลินหมิงรู้สึกยินดีที่รากฐานของเขาแข็งแกร่งมาก เขาจึงไม่ต้องทำ
ตามทางอ้อมที่ยาวนานและยากลำบาก
“ลืมมันไปเถอะ, ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นนักสู้ที่มาจากทวีปปีศาจ
ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเจ้าจึงมีต้นกำเนิดที่คล้ายกันกับข้า ข้าตายไปแล้ว และ
ความทรงจำของเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่นี้จะไม่สามารถอยู่ได้ตลอดไป
เนื่องจากมรดกของข้าได้รับการสืบทอดจากเจ้า เจ้าจึงสามารถถูกนับว่า
เป็นผู้สืบทอดจากข้าได้ครึ่งหนึ่ง สำหรับเจ้าที่จะบ่มเพาะจนมาถึงขั้นพลัง
ดังกล่าวโดยมีอายุโครงกระดูกเพียง 24 ปี มันก็แน่ชัดแล้วว่าเจ้าจะ
กลายเป็นตัวตนอันไร้เปรียบในอนาคต ที่ไม่ควรจะยากเลยสักนิด ต่อให้
เจ้าจะพึ่งพาเพียงโชคดีที่ยิ่งใหญ่ของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า เจ้าก็ยังคง
สามารถที่จะกลายเป็นราชันพิภพหรือแม้กระทั่งราชันสวรรค์ได้!
“เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าเจ้าสามารถสืบทอดเจตจำนงและความคาดหวัง
ของราชันสวรรค์บรรพกาล สามารถสร้างเส้นทางแห่งวัฏสงสารของเจ้า
เองได้ นั่นคือบทพิสูจน์และความรุ่งเรืองของนักสู้ในจักรวาลนี้! ในเมื่อเจ้า
มาที่นี่เพื่อเพิ่มจิตวิญญาณต่อสู้ของเจ้า เช่นนั้นก็ให้ข้าส่งพลังงานแสง
เจตจำนงของข้าไปให้เจ้า!
ร่างของจักรพรรดิปีศาจระเบิดขึ้น กลายเป็นฝนสีทองที่ตกลงมา แสง
สว่างนี้ถูกรวบรวมเข้าไว้ในร่างเจตจำนงของหลินหมิง ทำให้จิตวิญญาณ
ต่อสู้ของเขามีชีวิตชีวาขึ้น
หลินหมิงรู้สึกว่าหมอกรอบจิตวิญญาณต่อสู้ในทะเลจิตวิญญาณ
ค่อยๆหนาขึ้น พลังจิตวิญญาณต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหมอกหนา
ขึ้นและหดตัวอีกครั้ง หลินหมิงก็จะก้าวเข้าสู่จิตวิญญาณต่อสู้ระดับเงินขั้น
ใหญ่เรียบร้อยแล้ว
พลังงานจากฝนแสงนี้มาจากเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ไม่ใช่ของร่างจิต
วิญญาณของจักรพรรดิปีศาจ เส้นทางแห่งจักรพรรดิแห่งนี้เดิมทีตั้งใจจะ
กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะ มันไม่แปลกที่มันจะสามารถเสริมจิตวิญญาณ
ต่อสู้ได้
ฝนแสงจางหายไปและหลินหมิงก็ได้ออกจากโลกเจตจำนงของ
จักรพรรดิปีศาจ “ภายใต้ความยากลำบากดังกล่าว จักรพรรดิปีศาจ
แม้กระทั่งหวนกลับการบ่มเพาะของเขาและเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตอีกครั้ง
ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงไปถึงระดับพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ เขาเป็นผู้กล้าในยุคของ
เขาอย่างแท้จริง มันเพียงน่าเสียดายที่เขาตกตายไปบนเส้นทางแห่งนักสู้
ของเขา”
หลินหมิงพูดออกมาดังๆ แต่สำหรับมารเจิดจรัส เขายังคงนิ่งเงียบ
การได้สามารถเห็นเจ้านายเป็นครั้งสุดท้าย เขาย่อมเต็มไปด้วยอารมณ์
หลินหมิงได้ผ่านด้านแสงเจตจำนงของจักรพรรดิปีศาจโดยไม่
จำเป็นต้องต่อสู้ และเขายังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอเวจีปีศาจอมตะและ
ทะเลแห่งปาฏิหาริย์
เขายังคงเดินหน้าต่อไป และพบว่าเหลือแสงเจตจำนงอีกเพียง 3 ดวง
เท่านั้น
แต่ทั้ง 3 แสงเจตจำนงนี้ – โดยเฉพาะสองคนสุดท้าย – มันมีขนาด
ใหญ่อย่างมาก พวกเขาเป็นเหมือนแสงเพลิงที่โหมกระหน่ำซึ่งได้ตกลงมา
จากท้องฟ้า ส่องสว่างพื้นที่โดยรอบ
และที่ด้านข้างของเส้นทางข้างหน้า หลินหมิงก็เห็นแผ่นศิลาที่สูง
หลายร้อยฟุตลอยอยู่ในอากาศ มีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยภาษา
สามัญของแดนเทวะ เขียนด้วยจังหวะแปรงที่เฟื่องฟู แต่ละตัวมีขนาด
ใหญ่และครอบคลุมทั่วแผ่นศิลา
“เหล่านักสู้คณานับในดวงดาวแห่งจักรวาลไร้สิ้นสุด, ข้าจะเขียน
ประวัติศาสตร์อันเป็นอนันต์!”
แต่ละคำเหล่านี้เปล่งพลังงานที่ไร้สิ้นสุด ทำให้ทุกคนที่อ่านรู้สึกราว
กับว่าพวกเขาสูญเสียจิตใจของตนเองไป แม้ว่าหลินหมิงจะมีจิตวิญญาณ
ต่อสู้ระดับเงิน แต่เขาก็ยังรู้สึกลำบากที่จะมองพวกมันโดยตรง
คำพูดที่กล้าหาญดังกล่าวและจังหวะแปรงที่เฟืองฟู คำเหล่านี้อาจ
ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยราชันสวรรค์บรรพกาลที่จักรพรรดิปีศาจกล่าวถึงใช่
หรือไม่?
หลินหมิงสูดลมหายใจเข้าลึก ขณะที่เขาเฝ้าดูแสงเจตจำนงที่ปลาย
เส้นทางแห่งจักรพรรดิ เขารู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์ นั่นจะเป็นจิตวิญญาณ
ต่อสู้สุดท้ายที่ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว มัน
จะอยู่ในระดับใดกัน
ถ้าราชันสวรรค์บรรพกาลต้องการที่จะสร้างเส้นทางแห่งวัฏสงสาร
ของตัวเอง เขาควรทิ้งเจตจำนงไว้สำหรับวัฏสงสารของตัวเองอยู่แล้ว!
ก่อนแสงสุดท้าย มันยังมีแสงอีกสองดวงข้างหน้าที่เขาต้องผ่านไป
ก่อน มันเป็นของตัวตนเช่นใดกัน?
…………
ด้านนอกเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ที่ทางเข้าหอคอยแยกนภาเมฆา
สวรรค์ มันมีชายชรา 4 คนยืนอยู่รอบๆ พวกเขามีธวัชชัยสีดำอยู่ในมือ
ขณะที่กำลังวางค่ายกลอยู่
พื้นผิวของธวัชชัยค่ายกลดำสนิทเหมือนหมึก เต็มไปด้วยพลังที่น่า
กลัวราวกับว่าพวกมันมีวิญญาณที่ชั่วร้ายนับไม่ถ้วนและทุกข์ทรมานที่มา
จากนรก!
มีธวัชชัยค่ายกลทั้งหมด 360 ชุด ขณะที่พวกมันถูกวางลงไป
พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวก็เต็มอยู่ทั่วบริเวณ พื้นที่ใกล้เคียงทั้งหมดเต็มไป
ด้วยความไม่พอใจของวิญญาณนับล้านและเปลวเพลิงปีศาจที่สว่างไสว
ขึ้นทุกแห่ง ทำให้ทุกคนไม่สามารถเข้าใกล้ได้
“หึ นี่คือรูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณที่ถูกวางไว้พร้อมกับ
ธวัชชัยค่ายกล 360 ชุด ธวัชชัยค่ายกลแต่ละอันเทียบเท่ากับสมบัติระดับ
สวรรค์ชั้นต่ำสูงสุดและแผ่นค่ายกลที่ข้าใช้ในการสำรองค่ายกลทั้งหมดนี้ก็
เป็นสมบัติระดับสวรรค์ชั้นสูง! ข้าใช้พลังงานไปมากมายในการวางค่ายกล
นี้ และแม้กระทั่งเอาเปลวเพลิงนรกออกมาเพื่อปรับแต่งมันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อรูปแบบค่ายกลนี้ถูกวาง และด้วยข้าที่ควบคุมมัน แม้แต่ผู้ทรงพลังขั้น
เทพสมุทรช่วงปลายของมนุษย์ก็ยังต้องหลงอยู่ภายใน! สำหรับข้าที่ใช้
ทั้งหมดนี้เพื่อจัดการกับเจ้า เจ้าก็ควรจะภาคภูมิใจของตัวเองในนรกได้
แล้ว!”
เจ้าแห่งที่ราบยิ้มอย่างชั่วร้าย รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ
เป็นค่ายกลป้องกันที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากต้องใช้เวลาอย่างมากในการ
จัดเตรียม อย่างน้อยครึ่งเดือนในการสร้างมันจึงไม่สามารถใช้โจมตีได้
โดยปกติแล้วรูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณจะถูกวางไว้
รอบๆวิหารโลหิตสังหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อการป้องกันภัย แม้ว่าแปดวิบัติ
จักรพรรดิสงครามจะมาที่นี่เองก็ยังติดอยู่กับมันนานพอสมควร ทำให้เจ้า
แห่งที่ราบมีเวลาพอที่จะหนีไปได้
นี่เป็นวิธีรักษาชีวิตที่ดีที่สุดของเจ้าแห่งที่ราบ แต่ตอนนี้เขาได้ใช้มัน
ทั้งหมด เพื่อที่ว่าโอกาสหนึ่งในล้านที่หลินหมิงจะผ่านไปยังจุดสิ้นสุดของ
เส้นทางแห่งจักรพรรดิและกลายเป็นผู้ทรงพลังไร้เปรียบได้
ตอนนี้ ด้วยรูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณอยู่ที่นี่ แม้ว่า
หลินหมิงจะกลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิเขาก็ยังคงต้องตายอยู่ที่นี่
เพราะว่าผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิที่เพิ่งถือกำเนิดจะยังมีความแตกต่าง
กันอย่างมากจากผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย เมื่อเทียบกับรูปแบบ
ค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณนี้ หลินหมิงก็คงไม่มีความสามารถที่จะ
ต่อต้านได้
“หึ เจ้ามีการบ่มเพาะเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 1 อย่างมากที่สุดเจ้า
คงฝันว่าสามารถเดินผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิจนสุดปลายทางได้?
แม้ว่าเจ้าจะทำสำเร็จ แต่ความแข็งแกร่งของการต่อสู้ที่แท้จริงของเจ้าคง
เทียบได้กับจักรพรรดิไร้เปรียบที่อ่อนที่สุดเท่านั้น เจ้าเป็นคนที่มีพรสวรรค์
หายากนิรันดร์อย่างแท้จริง หากเจ้าซ่อนตัวเองและอดทนรออีก 20 ปี
ก่อนที่จะมาหาข้าแล้ว บางทีข้าอาจถูกทำลายโดยเจ้า แต่เจ้าตาบอดด้วย
ความเย่อหยิ่งและความโลภของตัวเจ้าเอง โดยคิดว่าเจ้าสามารถเข้าสู่
เส้นทางแห่งจักรพรรดิและเพิ่มพลังของเจ้าได้ แต่ความจริงก็คือเจ้านั้น
นำพาตัวเองไปสู่ความพินาศเท่านั้น! ในเมื่อเจ้าต้องการตายเช่นนี้แล้ว ก็
ให้ข้าได้ตอบสนองความต้องการของเจ้าเถิด!”
ในวันที่ 16 วัน ชายทั้ง 4 คนก็เสร็จสิ้นการจัดวางรูปแบบค่ายกล
หมื่นภูติผีกลืนวิญญาณ จากนั้นพวกเขาก็เฝ้าระวังทั้ง 4 ด้านของรูปแบบ
ค่ายกล และแต่ละคนใช้ปราณโลหิตเพื่อกระตุ้นการทำงาน ในขณะนี้ ทั้ง
รูปแบบค่ายกลหมื่นภูติผีกลืนวิญญาณเริ่มกู่ร้องด้วยเสียงแหลม!
ชายชราทั้ง 4 คนพ่นปราณโลหิตลงไปสีหน้าซีดเล็กน้อย นี่คือปราณ
โลหิตของพวกเขา มันมีค่ามากมิใช่หรือ? การทำเช่นนี้จะเป็นการลด
อายุขัยของพวกเขา ทั้งหมดก็เพื่อให้พวกเขาสามารถรับประกันได้ว่า
หลินหมิงจะตกตาย เจ้าแห่งที่ราบต้องใช้ทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจถึงความ
ปลอดภัยอย่างแท้จริง
นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะฆ่าหลินหมิง เขาไม่ห่วงว่าหลินหมิงมี
ความสามารถในการต่อสู้กับเขาได้ เขากลัวว่าหลินหมิงจะใช้วิธีที่ยุ่งยาก
ในการหลบหนี ถ้าเจ้าแห่งที่ราบปล่อยให้หลินหมิงหลบหนีไปอีกในครั้งนี้
มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะจับตัวเขาอีกครั้ง
หลังจากที่ได้มีการจัดวางรูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ เจ้าแห่งที่ราบก็
ได้ปกป้องมันด้วยตัวเอง
เช่นนี้ ครึ่งปีก็ได้ผ่านไปโดยปราศจากการเคลื่อนไหวของเส้นทางแห่ง
จักรพรรดิ
อย่างไรก็ตาม เจ้าแห่งที่ราบไม่สูญเสียความอดทนใดๆไปเลย ครั้ง
แรกที่หลินหมิงเข้าสู่เส้นทางแห่งจักรพรรดิ เขาก็ได้อยู่ภายในเป็นเวลา 7
เดือน คราวนี้ในเส้นทางแห่งจักรพรรดิเขาควรจะอยู่ได้นานกว่านี้นั่นเอง
เจ้าแห่งที่ราบที่รอมาตลอด จู่ๆก็ได้มีสายฟ้าผ่าและหลินหมิงก็ปรากฏ
ออกมา
สำหรับผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิปีศาจ การปิดด่านแต่ละครั้งอาจใช้
เวลาหลายปีหรือแม้กระทั่งหลายสิบปี
สำหรับเจ้าแห่งที่ราบ การรอไม่กี่ปีก็ไม่เป็นปัญหาเลย