Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 911 ข้าคือจักรพรรดิสูงสุด
ในขณะนั้นจิตวิญญาณอันกล้าหาญและความทะเยอทะยานได้ทะลัก
ออกมาจากทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง ด้วยเสียงดังที่เหมือน
บางสิ่งแตกออก เจตจำนงแห่งนักสู้อาชูร่า, เจตจำนงแห่งนักสู้เทพแห่ง
ความตาย, เจตจำนงแห่งนักสู้จักรพรรดิสูงสุด เริ่มก่อตัวในท้องฟ้าของ
ทะเลแห่งจิตวิญญาณ กลายเป็นพายุที่เสียงดังก้องเนื่องจากเจตจำนงแห่ง
นักสู้ทั้งสามเริ่มผสานเข้าด้วยกัน!
อาชูร่า – ผู้ที่ผ่านสนามรบนับไม่ถ้วน ผู้ชนะที่เป็นอมตะ, ควบแน่น
จิตสังหารบริสุทธิ์เพื่อกดดันวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ร่างกาย ปราณแท้ของฝ่าย
ตรงข้าม ทำให้เกิดความกลัวแทรกซึมเข้าไปในหัวใจโดยที่ยังไม่ทันได้สู้
จริง
นั่นคือสาระสำคัญของอาชูร่า!
เทพแห่งความตาย – การสังหารนับไม่ถ้วน การนองโลหิตที่ไร้
ขีดจำกัด ผ่านภูเขาแห่งโลหิตและความตาย สร้างสนามพลังแห่งจิต
สังหารที่จะตัดชีวิตและดับเพลิงแห่งชีวิต
นั่นคือสาระสำคัญของเทพแห่งความตาย!
จักรพรรดิสูงสุด – การควบคุมอย่างสมบูรณ์ของโลกอีกด้าน ยับยั้ง
กฎของโลกและกลายเป็นจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของมิติที่แยกออกไป
ควบคุมชีวิตและความตาย บัญชาทุกสิ่ง
นั่นคือสาระสำคัญของจักรพรรดิสูงสุด!
การนองเลือดและการดิ้นรนคือชีวิตของนักสู้ มันไม่มีใครสามารถ
ออกจากเส้นทางนี้ได้ ถ้าผู้หนึ่งปิดด่านเพียงอย่างเดียว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่
จะกลายเป็นราชัน
เมื่อผู้หนึ่งก้าวขึ้นไปบนเส้นทางแห่งนักสู้และอยากจะไปถึงจุดสูงสุด
พวกเขาจะต้องอาศัยการต่อสู้นับไม่ถ้วนและกลายเป็นดั่งอาชูร่า พวกเขา
ต้องเอาชีวิตผู้อื่นและก้าวข้ามศพมากมายเพื่อกลายเป็นเทพแห่งความ
ตาย สุดท้าย พวกเขาต้องควบคุมโลกของตนเองและเข้าใจกฎ เพื่อ
กลายเป็นจักรพรรดิสูงสุด!
“ข้าเข้าใจแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจตจำนงแห่งนักสู้อาชูร่ามาจาก
กรงราชันและเจตจำนงแห่งนักสู้เทพแห่งความตายมาจากการฆ่าผู้มี
พรสวรรค์ในที่ราบโลหิตสังหารและกลายเป็นปีศาจสวรรค์ 12 ปีก
แม้กระทั่งเจตจำนงแห่งนักสู้จักรพรรดิสูงสุด ข้ายังต้องผ่านเส้นทาง
จักรพรรดิและได้รับการอนุมัติจากเส้นทางจักรพรรดิจนในที่สุดก็
กลายเป็นผู้ทรงพลังระดับจักรพรรดิ!
“ทั้งสามเจตจำนงแห่งนักสู้ที่ยิ่งใหญ่ดูเหมือนราวกับว่าพวกมัน
สามารถเคียงข้างกันได้ แต่ความจริงก็คือ พวกมันต้องได้รับทีละขั้นตอน
อย่างช้าๆและมั่นคง แต่ละอย่างมีผลกับอย่างอื่น ก่อนอื่นคือกลายเป็นอา
ชูร่า แล้วกลายเป็นเทพแห่งความตาย และในที่สุดก็ขึ้นไปเป็นจักรพรรดิ
สูงสุด เมื่อราชันสวรรค์บรรพกาลสร้างเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ มัน
มีการเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับกฎของนักสู้…”
ในขณะนั้น หลินหมิงได้เข้าใจถึงหลายสิ่งหลายอย่าง เขาได้เข้าสู่
สภาวะแห่งการรู้แจ้งอย่างฉับพลัน ความทรงจำของปีศาจโบราณไม่ค่อย
มีรายละเอียดมากนัก แต่ความทรงจำเกี่ยวกับทวีปนภารินไหลและแดน
เทวะทำให้หลินหมิงสามารถบรรลุความเข้าใจได้มากขึ้น
เส้นทางนักสู้ไม่ใช่เส้นทางที่มืดบอด การได้รับประสบการณ์ ความรู้
และการขยายขอบเขตของผู้หนึ่งอาจทำให้นักสู้สามารถทะลวงคอขวดที่
เคยหยุดยั้งพวกเขามาก่อน โดยให้พวกเขาตระหนักถึงหลักการของ
สวรรค์และปฐพี นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ต๋วนมู่ฉิน, หลานฉินและเฟิงเฉิน
จำต้องเดินทางไปยังทวีปนภารินไหลเพื่อเพิ่มประสบการณ์และเติบโตขึ้น
เมื่อผู้หนึ่งมีประสบการณ์มากมายและรวมกับการบ่มเพาะของนักสู้
พวกเขาก็จะสามารถตรวจสอบความจริงเหล่านี้และเข้าสู่ภาวะรู้แจ้งได้
ทันที!
เป็นเช่นนี้ หลินหมิงได้เข้าฌานในหอคอยแยกนภาเมฆาสวรรค์ เข้าสู่
สภาวะไร้ตัวตน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายนอกก็กลายเป็นเรื่องห่างไกล
และในทะเลแห่งจิตวิญญาณของหลินหมิง มารเจิดจรัสถอนหายใจ
ด้วยอารมณ์ พรสวรรค์ โชคและการรับรู้ของหลินหมิงทำให้แม้แต่สวรรค์
ยังต้องอิจฉา เขาเพิ่งได้รับเจตจำนงของจักรพรรดิสูงสุด และสาม
เจตจำนงก็ยังเริ่มผสานกันอีกด้วย เมื่อเจตจำนงทั้งสามหลอมรวมเข้า
ด้วยกันและสร้างเป็นสนามพลังปีศาจสวรรค์ที่สมบูรณ์แล้ว มันจะทรง
พลังถึงเพียงใดกัน?
“โชคชะตาของเด็กคนนี้อยู่ในทวีปนภารินไหล เขาได้พบกล่องปัญญา
แห่งพระเจ้าในทวีปนภารินไหล และยังได้รับโชคนับไม่ถ้วนจากทวีปนภา
รินไหลเช่นกัน ก่อนที่เขาจะไปถึงจุดสูงสุดของทวีปนภารินไหลและชะตา
กรรมของเขาไปถึงขีดจำกัด มันจะไม่เหมาะสำหรับเขาที่จะก้าวขึ้นสู่แดน
เทวะ มิเช่นนั้น เขาจะสูญเสียโชคชะตาอันยิ่งใหญ่เหล่านั้นไป เมื่อเวลา
นั้นมาถึง วงจรแห่งกรรมและความเป็นเหตุเป็นผลจะมีผลต่อ
ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงจุดสูงสุดของนัก
สู้ได้”
กรรม โชคชะตา สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่อาจมองเห็น แต่ก็มีอยู่จริง
โชคชะตาก็เป็นส่วนหนึ่งของพรสวรรค์เช่นกัน ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์มาก
เพียงใด หรือการรับรู้ดีเพียงใด แต่พวกเขาก็จะไม่โชคดีในการเข้าถึง
จุดสูงสุดของนักสู้
อาจกล่าวได้ว่าการมีพรสวรรค์และความเข้าใจเป็นเพราะโชคชะตา
เมื่อหลินหมิงอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์โบราณ เทพธิดาเฟิงและเจ้าเมืองกู่รู่
หลานเหยียนก็ได้พิจารณาประเด็นนี้ พวกเขารู้ว่าโชคชะตาของหลินหมิ
งอยู่ภายในทวีปนภารินไหล และเขาต้องกลับไปยังดินแดนแห่งนี้เพื่อที่จะ
ได้รับมรดกพร้อมทั้งกำจัดความแค้นและความเป็นปฏิปักษ์ใดลงก่อน เมื่อ
เขาเอาชนะกรรมเหล่านี้ได้และก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรแล้ว ความสำเร็จใน
อนาคตของเขาจะไร้ขีดจำกัดอย่างแท้จริง
นั่นไม่ได้หมายความว่าหลินหมิงจะไม่มีโชคชะตาเมื่อไปถึงแดนเทวะ
ความสัมพันธ์ของกรรมในทวีปนภารินไหลจะมีอิทธิพลต่อเขาอย่าง
แน่นอน ต้องเป็นที่รู้กันดีว่านักสู้หลายคนที่ขึ้นสู่แดนเทวะจะประสบ
ปัญหาคอขวดหลังจากได้รับความก้าวหน้าในการบ่มเพาะ บางครั้งพวก
เขาก็จะต้องกลับไปยังโลกของมนุษย์และจบวงจรกรรมของสาเหตุและ
ผลกระทบให้หมดไป แน่นอนว่าการทำเช่นนี้จะหมายความว่าพวกเขา
จะต้องเดินทางไกลและยากลำบาก
เมื่อหลินหมิงได้ผจญภัยผ่านป่าทางใต้อันกว้างใหญ่ไพศาล เขาก็ได้
รู้จักกับบุคคลที่เรียกขานกันว่าผู้วิเศษ ผู้วิเศษนี้คือผู้อาวุโสสูงสุดจากแดน
เทวะซึ่งเคยอยู่ที่ทวีปนภารินไหลมาก่อน หลังจากที่เขาขึ้นสู่แดนเทวะ มัน
ก็มีวันหนึ่งที่เขาต้องเข้าสู่การปิดด่านทะลวงขั้นพลังที่เกี่ยวข้องกับชีวิต
และความตาย อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ในกรรมของเขายังไม่ได้รับการ
แก้ไข เพราะฉะนั้นเขาจึงแยกการบ่มเพาะของเขาและสร้างร่างจำแลงที่มี
การบ่มเพาะขั้นเทพสมุทรและใช้พลังมหาศาลเพื่อผ่านอุปสรรคม่าน
พลังงานของทวีปนภารินไหลและกลับมาบ้านเกิด เมื่อเขากลับมา เขาได้
หลงเหลือสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ ซึ่งมีชื่อว่า 72 เจดีย์ผู้วิเศษ เจดีย์
เหล่านี้ได้รับการปกป้องโดยเหยียนโม่ เพื่อให้ลูกหลานของผู้วิเศษที่ยังคง
อาศัยอยู่ในป่าทางใต้อันกว้างใหญ่ไพศาลจะมีโชคดีบางส่วนเขาจึงสิ้นสุด
กรรมของตนที่นี่
แน่นอนว่าไม่มีใครทราบถึงความลับของป่าทางใต้นี้นอกจากหลินห
มิง การปรับแต่งสิ่งประดิษฐ์วิญญาณที่ผู้วิเศษทิ้งไว้ย่อมเป็นไปไม่ได้ และ
ไม่มีใครรู้ว่า 72 เจดีย์ผู้วิเศษ ถูกสร้างมาจากเครื่องมือจิตวิญญาณ เมื่อ
หลินหมิงเข้าสู่เจดีย์ผู้วิเศษ เขาก็ได้ไปถึงระดับที่ 7 และได้รับโลหิตเกล็ด
ย้อนและเข้าใจถึงเจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารด้วย
อย่างไรก็ตาม เจตจำนงแห่งนักสู้วัฏสงสารที่ได้รับมาเป็น
ประสบการณ์ 100 วัฏจักรของเขาและทำความเข้าใจได้ด้วยตัวเอง มันไม่
เหมือนกับเส้นทางจักรพรรดิที่ได้รับมาโดยตรง จากสิ่งนี้เพียงอย่างเดียว
เราจะสามารถมองเห็นได้ว่าราชันสวรรค์บรรพกาลน่าอัศจรรย์มาก
เพียงใด
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เพียงแค่พริบตา 3 วันก็ได้ผ่านไปแล้ว
หลินหมิงนั่งติดกับค่ายกลเคลื่อนย้าย ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท
จิตสำนึกของเขาดูเหมือนจะทิ้งร่างกายไป ทะยานสู่เก้าสวรรค์
ในสภาวะของการรู้แจ้งอย่างฉับพลัน มันไม่อาจที่จะถูกรบกวนได้ มิ
เช่นนั้น ถ้าตื่นขึ้นมาจากสภาวะนี้ มันก็อาจจะไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกครั้ง
ตลอดชีวิต
ในช่วงเวลานี้ ผู้ปกครองหอคอยแยกนภาจำนวนมากได้ค้นพบว่า
หลินหมิงเป็นใคร ขณะที่พวกเขาเห็นเทพแห่งความตายนั่งอยู่ที่นั่น ทุกคน
ก็ซ่อนตัวอยู่ห่างไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับการทำลายการรู้แจ้ง
อย่างฉับพลันของหลินหมิงหรืออะไรทำนองนั้นแล้ว มันก็ย่อมเป็นเพียง
เรื่องตลก เพราะไม่มีใครกล้าที่จะทำเช่นนั้น
ในความเป็นจริง แม้แต่การเข้าใกล้หลินหมิงก็ยังเป็นไปไม่ได้ แม้
หลินหมิงจะดูราวกับว่าเขากำลังนั่งอยู่ที่นั่นอย่างสงบ แต่ความจริงก็คือ
เขาอยู่ในการไหลของเวลาและมิติที่ต่างกัน รอบตัวของเขานั้น มีสนาม
พลังมองที่ไม่เห็นกระจายออกไปภายนอก อำนาจของกฎครอบคลุมและ
ตรึงพลังงานไว้โดยรอบ มันมีมิติอนุภาคแรกกำเนิดจำนวนหนึ่งปนอยู่
แม้ว่ากึ่งผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรบังเอิญเข้าสู่มิติโกลาหลแปลกๆนี้
พวกเขาจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆโดยพลังงานอนุภาคแรกกำเนิดภายใน และจะ
กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่สลายไปสู่ความว่างเปล่าในที่สุด!
หลังจากวันที่ 5 ผ่านไป หลินหมิงก็ได้เปิดตาของเขาขึ้นจากการรู้
แจ้ง ในขณะนั้น แสงจากคบเพลิงมากมายภายในหอคอยแยกนภาถูกดูด
เข้าไปในดวงตาทั้งสองของหลินหมิง พื้นที่ทั้งหมดในหอคอยแยกนภาจึง
กลายเป็นมืดสลัว!
และในแววตาของหลินหมิง ก็ไม่มีสีดำอีกต่อไป แต่เป็นมิติอนุภาค
แรกกำเนิดซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานอนุภาคแรกกำเนิด! ความโกลาหล ก็
เหมือนกับกฎแห่งเต๋าอันยิ่งใหญ่ที่ได้สร้างขึ้นใหม่ภายในดวงตาของเขา!
ความโกลาหลแบ่งออกเป็นหยินและหยาง, ทำให้เกิดห้าธาตุและ
สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง การควบคุมพลังแห่งความโกลาหลได้ ข้าคือ
จักรพรรดิสูงสุด!
ในขณะนั้น ออร่าทั้งหมดของหลินหมิง สนามพลังที่มองไม่เห็นและ
มิติอนุภาคแรกกำเนิดขนาดเล็กได้บรรจบกัน มันได้หายไปพร้อมกัน
“หลินหมิง เจ้าได้หลอมรวมสามสนามพลังสามอันยิ่งใหญ่และสร้าง
เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้?” เสี้ยววิญญาณ
ของมารเจิดจรัสจู่ๆก็พุ่งออกมาจากทะเลแห่งจิตวิญญาณ
“มันถือได้ว่าเป็นเจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ที่สมบูรณ์แบบ แต่
ยังคงมีบางส่วนที่ข้าต้องเสริมมัน แต่ตอนนี้ข้าก็เข้าใจว่าควรใช้เจตจำนง
แห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์อย่างไรแล้ว ถ้าข้าเข้าใจมันก่อนหน้านี้ ข้าก็ควรจะ
สามารถฆ่าเจ้าแห่งที่ราบและชายชราอิมป์ได้ง่ายขึ้น!”
ความคิดของหลินหมิงเคลื่อนไหวและเขาสะบัดมือ แสงพลังงานสี
เทาถูกยิงออกมาจากปลายนิ้วของเขา และพุ่งไปยังคบเพลิงที่อยู่ใกล้ๆ
เมื่อแสงสีเทาประทะกับคบเพลิง ฉากที่น่าทึ่งก็ได้เกิดขึ้น คบเพลิงถูก
ปกคลุมไปด้วยแสงพลังงานสีเทา และจากนั้นก็สลายตัวไปโดยสิ้นเชิง ถูก
บดขยี้และกลายเป็นฝุ่นละอองที่พัดไปสู่สายลม!
“นี่มัน…”
ดวงตาของมารเจิดจรัสเบิกกว้างขึ้น เขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่
หลินหมิงเพิ่งปล่อยออกมาเป็นชิ้นส่วนเล็กๆของสนามพลังจักรพรรดิ
สูงสุด นอกจากนี้ มันยังมีสนามพลังอาชูร่าและสนามพลังเทพแห่งความ
ตายหลอมรวมอยู่ด้วย
กลุ่มพลังงานเล็กๆเหล่านี้ได้ย่อยสลายสิ่งต่างๆลงสู่ความว่างเปล่า
ทำลายล้างไปอย่างสิ้นเชิง ถ้ามันโดนเข้ากับร่างกายของผู้คนแล้ว มันก็จะ
น่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง!
“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากหลอมรวมสามสนามพลังอันยิ่งใหญ่ได้
แล้ว การควบคุมมิติอนุภาคแรกกำเนิดของเจ้าจะไปถึงอีกระดับด้วย” มาร
เจิดจรัสกล่าวยกย่อง “ผู้ใดก็ตามที่จะเป็นฝ่ายตรงข้ามของเจ้าในอนาคต
ตราบเท่าที่เจ้ายิงส่วนหนึ่งของสนามพลังนี้ออกมาแล้ว พวกเขาก็จะ
กลายเป็นเถ้าถ่าน!”
และสิ่งที่ประหลาดที่สุดคือไม่เพียงแต่มิติอนุภาคแรกกำเนิดสามารถ
กำจัดชีวิตและวิญญาณได้ แต่ก็ยังสามารถกำจัดปราณแท้ ความสามารถ
ทักษะและกฎส่วนใหญ่ได้อีกด้วย!
นี่อาจจะเรียกว่าการโจมตีเดียวที่บรรจุหลายรูปแบบ มันจะมีผู้ใด
ป้องกันมันได้บ้างหรือไม่?
เผชิญหน้ากับการสรรเสริญของมารเจิดจรัส หลินหมิงยังคงสงบนิ่ง
เช่นเดิม เขาส่ายหัวและพูดว่า “มิติอนุภาคแรกกำเนิดของข้ายังมีข้อจำกัด
อยู่ เพราะมันไม่สามารถใช้เพื่อฆ่าทุกคนที่แข็งแกร่งเท่าข้าหรือเหนือกว่า
ข้าได้ ตัวอย่างเช่น กำแพงของหอคอยเมฆาสวรรค์นี้ แม้ว่าเจตจำนงแห่ง
นักสู้ปีศาจสวรรค์จะปะทะกับมัน แต่มันก็ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย”
คบเพลิงที่หลินหมิงได้ทำลายลงถูกสร้างเพิ่มมาใหม่ แต่โครงสร้าง
หลักของหอคอยแยกนภาได้รับการปรับแต่งจากราชันสวรรค์บรรพกาล
ด้วยตนเอง ถ้าหลินหมิงไม่ผิดแล้ว หอคอยแยกนภาทั้ง 12 ควรเป็น
เครื่องมือที่มีระดับสูงอย่างมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์จิตวิญญาณ
หรือสมบัติแบบใดนั้น หลินหมิงก็ไม่รู้เช่นกัน
เครื่องมือมหัศจรรย์นี้สามารถสร้างมิติภายในตัวเองได้
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่หลินหมิงจะทำลายสิ่งที่ราชันสวรรค์บรรพกาล
ได้สร้างไว้
“เจ้าควรจะพอใจได้แล้ว! ราชันสวรรค์บรรพกาลคือตัวตนระดับใด
กัน? เขาเป็น ‘ราชันสวรรค์’!ในแดนเทวะ นั่นคือระดับของตัวตนที่อยู่สูง
กว่า ‘ราชันพิภพ’ และมิต้องกล่าวถึงราชันสวรรค์ แม้แต่ข้าก็ยังไม่สามารถ
รู้ได้ว่าตัวตนระดับราชันพิภพเป็นเช่นไร รองจาก ‘ราชันพิภพ’ ก็เป็น
‘ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์’ และจักรพรรดิปีศาจในอดีตก็ยังไม่สามารถแม้แต่จะ
เป็นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยซ้ำ! เจ้าแข็งแกร่งเพียงขั้นเทพสมุทร เจ้าคิด
ว่าตนสามารถทำให้เกิดร่องรอยความเสียหายบนหอคอยที่สร้างขึ้นโดย
ราชันสวรรค์ได้เช่นนั้นหรือ?
“มิติอนุภาคแรกกำเนิดของเจ้าในปัจจุบันนั้น – ถ้าใช้มันเผชิญหน้า
กับผู้ทรงพลังที่เหนือกว่านั้นแล้ว – มันอาจจะไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้
ทันที แต่เพียงสามารถกลืนกินปราณแท้ ลดพลังการโจมตีและ
ความสามารถทั้งหมดของพวกเขาลงส่วนได้หนึ่ง เมื่อเทียบกับเจตจำนง
แห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ของเจ้า สิ่งที่เรียกว่า เขตแดนบูรพาพยัคฆ์หรือสิ่ง
อื่นก็จะเป็นเพียงขยะที่สามารถทำลายได้ทุกเวลา”
มารเจิดจรัสกล่าวขณะที่พยักหน้า ดูเหมือนจะหอบหายใจด้วยความ
ตื่นเต้นราวกับว่าเขากำลังจินตนาการถึงฉากที่หลินหมิงกวาดล้างไปทั่วทั้ง
ทวีปนภารินไหล และเขาเบื่อกับวันที่ต้องหลบซ่อนตัวอยู่เรื่อยไปมานาน
แล้ว