Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 914 กลับไปยังทวีปนภารินไหล
ในทะเลอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุด กลุ่มปลาฉลามกำลังแล่นผ่านพายุ
ที่รุนแรง พวกมันเป็นฝูงสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัว ทรงพลังและดุร้าย และ
ฉลามผู้นำเหล่านี้เป็นปลาฉลามยาวกว่า 70-80 ฟุตทั่วทั้งตัวมีสีเทา ครีบ
หลังของมันเหมือนมีดเหล็ก และปากของมันมีขนาดใหญ่พอที่จะกลืนช้าง
ได้
ที่ด้านหลังของฉลามยักษ์นี้มีเด็กสาวนั่งอยู่ที่นั่น ร่างของนางผอมบาง
และมีแก้มเล็กน้อย ซึ่งดูน่ารักน่าชัง ร่างของนางดูคล้ายกับทารกที่เพิ่งเกิด
ใหม่
นางสวมกำไลสีแดงเล็กๆและมีสร้อยคอเงินอยู่รอบคอ ผมของนาง
เปียกน้ำทะเลทำให้มันติดอยู่ที่หน้าผาก แก้มของนางมีหยดน้ำใสๆ และ
แขนขาทั้งสองข้างของนางดูเหมือนรากบัว
เด็กสาวผู้นี้ดูราวๆ 7-8 ขวบเท่านั้น ขณะที่นางนั่งลงบนด้านหลังของ
ฉลามยักษ์ตัวนี้ มันไม่มีความกลัวบนใบหน้าของนางแม้แต่น้อย กลับกัน
รอยยิ้มที่ค่อนข้างสดใสสว่างขึ้นบนใบหน้าของนางขณะที่นางหัวเราะคิก
คัก เสียงของนางเหมือนระฆังเงินที่เปล่งเสียงสดใส แต่โทนเสียงนั้นกลับ
แข็งแกร่งมากทีเดียว ในพายุเช่นนี้ มันกลับค่อนข้างชัดเจน
นี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แม้ว่าเด็กสาวคนนี้ดูคล้ายตุ๊กตา แต่ความ
จริงก็คือการบ่มเพาะของนางอยู่ที่ขั้นดัดกระดูกแล้ว นางอยู่ห่างจากขั้น
ผสานชีพจรเพียงไม่กี่ก้าว
“เจ้าเทาน้อย, ว่ายให้เร็วขึ้น! เร็วเข้า! ไป ไป ไป ลองไปที่คลื่น
เหล่านั้นกันเถอะ!”
เด็กสาวกอดครีบฉลามที่สูงกว่านางขณะที่ตะโกนเช่นนั้นออกมา
ดวงตาของนางมีสีดำขนาดใหญ่และดูฉลาด อารมณ์ของนางเต็มไปด้วย
ความตื่นเต้นและสนุกสนาน และฉลามเล็กที่ชื่อว่า ‘เจ้าเทาน้อย’ ที่นางขี่ดู
เหมือนจะยินดีที่จะรับฟังคำสั่งเด็กสาวเช่นกัน มันว่ายได้เร็วขึ้นแม้แต่ใน
พายุ
ในเวลานี้ แสงสีแดงจู่ๆก็เกิดขึ้นที่ด้านหน้าของนาง จากนั้นก็มีหมาสี
แดงปรากฏขึ้นข้างๆนาง หมาปั๊กลอยอยู่ในอากาศ ร่างของมันปกคลุม
ด้วยขนสัตว์สีแดง นี่คือวิญญาณของมารเจิดจรัสที่ส่งมาจากหลินหมิงเพื่อ
มาดูแลสัตว์อสูรทะเลมหึมา
“ยัยปีศาจน้อย ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าไปแล้ว” มารเจิดจรัสกล่าวอย่าง
ช้าๆ พยายามที่จะทำน้ำเสียงของเขาให้น่าเกรงขาม
“อ่า?” เจ้าแดงน้อย! มาเล่นกับข้าเถอะ!” เมื่อเด็กสาวเห็นมารเจิด
จรัสปรากฏขึ้น นางก็เริ่มตบมือด้วยความตื่นเต้น
เมื่อมารเจิดจรัสได้ยินเด็กสาวเรียกเขาว่า ‘เจ้าแดงน้อย’ เขาก็ขุ่น
เคืองทันที แต่เผชิญหน้ากับเด็กน้อยที่ดื้อรั้นนี้มันก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาสามารถ
ทำได้ เป็นเพราะนางเป็นน้องสาวของหลินหมิง, หลินเสี่ยวเกอ
ด้วยวัสดุสวรรค์ทุกอย่างที่หลินหมิงได้นำกลับมา หลินเสี่ยวเกอก็
ได้รับการอาบในโอสถของเหลวทุกชนิดตั้งแต่เกิดมา และตอนนี้ นางอยู่
ในขั้นที่ 5 กายผันแปร ซึ่งก็คือขั้นดัดกระดูกถ้านางถูกเทียบในอาณาจักร
ลิขิตฟ้าแล้ว มันก็จะเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง เป็นเพราะเด็กๆ
ของอาณาจักรลิขิตฟ้านั้นขาดแคลนวัสดุสวรรค์เหล่านี้ พวกเขามักจะต้อง
รอจนกว่าจะอายุ 12 ปี กระดูกและกล้ามเนื้อของพวกเขาจึงจะมีความ
แข็งแกร่งถึงระดับหนึ่งก่อนที่จะสามารถฝึกฝนการต่อสู้ได้ มิเช่นนั้น
ร่างกายของพวกเขาจะเสียหายและไม่สามารถพัฒนาอย่างเต็มที่ต่อไป
มารเจิดจรัสโบกเท้าปฏิเสธเด็กสาว สีหน้าจริงจังขณะที่เขากล่าวว่า
“เราจะต้องกลับไปในทันที เรากำลังจะกลับสู่ทวีปนภารินไหล!”
กว่า 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การต่อสู้ของหลินหมิงกับเหยียงอวิ๋นและ
ปีศาจโบราณ ในช่วงปีแรก หลินหมิงได้ใช้เวลานั้นอยู่ในทวีปนภารินไหล
จากนั้น เขาใช้เวลา 1 ปีและ 3 เดือนในการเสริมเจตจำนงของเขาใน
เส้นทางแห่งจักรพรรดิ ฝึกสัมผัสรับรู้มิติอนุภาคแรกกำเนิดและเพิ่มระดับ
การบ่มเพาะ ส่วน 10 เดือนสุดท้ายเขาได้ใช้เวลาในการย่อยความทรงจำ
ของปีศาจโบราณในห้องของวิหารโลหิตสังหารศักดิ์สิทธิ์ เรียนรู้รูปแบบ
ค่ายกลของเส้นทางปีศาจ วิถีแห่งเวลา รวมถึงวิถีแห่งความมืด
รูปแบบค่ายกลของแดนเทวะนั้นไม่มีขีดจำกัดและหลากหลาย ปีศาจ
โบราณมีความสำเร็จสูงมากในเต๋าของรูปแบบค่ายกล แม้ว่าเขาจะรับ
ศิษย์และสอนมันทั้งหมด แต่ศิษย์ผู้นั้นก็ยังคงต้องใช้นับร้อยหรือ
แม้กระทั่งหลายพันปีจึงจะสามารถมาถึงระดับความเข้าใจเขาได้ และยัง
ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของศิษย์ผู้นั้นว่าดีเพียงใด
การเล่นแร่แปรธาตุ, การกลั่น, การจารึก, รูปแบบค่ายกล, ทักษะ
เสริมทั้งหมดเหล่านี้จำเป็นต้องจดจำและทำความเข้าใจกับหลักการและ
ทฤษฎี และจากนั้นจึงได้รับการฝึกฝนและผ่านความล้มเหลวเป็นจำนวน
มากเพื่อที่จะปรับปรุงมันให้ดีขึ้นอย่างช้าๆ
แต่หลินหมิงเป็นข้อยกเว้นของกฎ เขาสามารถสืบทอดความทรงจำ
ของปีศาจโบราณได้โดยตรง นั่นเท่ากับการสืบทอดประสบการณ์รูปแบบ
ค่ายกลของปีศาจโบราณ ตลอดจนความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลินหมิงต้องใช้เวลาในการดูดซับความทรงจำเหล่านี้และปรับมันให้เข้า
กับร่างกายของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบค่ายกลให้กลายเป็น
ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนพิเศษ หลินหมิงก็จะ
สามารถกลายเป็นปรมาจารย์ค่ายกลในยุคของเขาได้อย่างง่ายดาย
เพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฝีมือของหลินหมิงได้เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง!
นอกจากนี้หลินหมิงยังมีรากฐานในรูปแบบค่ายกลดั้งเดิมอยู่แล้ว ความ
เข้าใจในปัจจุบันของเขาเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลจึงกลายเป็นเหนือกว่า
ปีศาจโบราณไปแล้ว!
นอกเหนือจากความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบของค่ายกลที่เพิ่มมากขึ้น
ความเข้าใจเรื่องวิถีแห่งมิติและวิถีแห่งความมืดของปีศาจโบราณ ก็ยังถูก
ย่อยอย่างละเอียดโดยหลินหมิงเช่นกัน!
ตอนนี้หลินหมิงมีความเชื่อมั่นว่าเขาสามารถต่อสู้กับเหยียงอวิ๋นได้
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะ แต่เขาก็ยังสามารถพึ่งพาความเร็วที่
ผิดปกติในการหลบหนีไปได้
เนื่องจากเขามีความเชื่อมั่นเช่นนี้ เขาจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่
จะต้องกลับสู่ทวีปนภารินไหล!
ทะเลทางใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สัตว์อสูรทะเลมหึมาเดินทางลึกเข้า
ไป 30 ล้านไมล์ แรงดันใต้น้ำมีถึงระดับที่ยากจะจินตนาการ
ในทะเลทางใต้ที่ไร้สิ้นสุด สัตว์อสูรทะเลมหึมาสามารถถือได้ว่าเป็น
ปลาขนาดใหญ่เล็กน้อยที่นี่ ดังนั้นถ้าเหยียงอวิ๋นต้องการหาพวกเขา มันก็
เหมือนกับการค้นหาเข็มในมหาสมุทร
ดังนั้น มารเจิดจรัสจึงได้ผ่านวันเหล่านี้อย่างหายห่วง และเป็น
ระยะๆ เขาจะให้สัตว์อสูรทะเลมหึมาไปยังผิวน้ำเพื่อหายใจ และภายใต้
การแนะนำของเขา หลินเสี่ยวเกอเองก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กสาวผู้นี้
มีความกล้าหาญเกินกว่าร่างกายภายนอก นางกล้าที่จะนั่งบนหลังฉลาม
อย่างสบายใจ
“กลับไปยังทวีปนภารินไหล?” ดวงตาของหลินเสี่ยวเกอเบิกกว้างขึ้น
ถึงแม้นางจะอายุน้อย แต่นางก็ยังเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นและสิ่งใดเป็น
สาเหตุที่ทำให้พวกเขาหนีมาเช่นนี้ ตอนนี้ มารเจิดจรัสกล่าวว่านางว่า
กำลังจะกลับไป มันจึงมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นางได้ถามอย่างตื่นเต้นว่า “พี่ใหญ่ของข้าจะกลับมาแล้วหรือ?”
“ใช่ เรากำลังจะกลับไปเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้ เมื่อเรากลับไปถึงอย่าง
แท้จริง พี่ใหญ่ของเจ้าก็อาจจะแก้ปัญหาทุกอย่างลงได้แล้ว” มารเจิดจรัส
แยกจิตวิญญาณของเขาไว้กับหลินหมิง เขาสามารถใช้วิญญาณเพื่อ
สื่อสารได้อย่างง่ายดาย และเขาก็เข้าใจได้ชัดเจนว่าตำแหน่งของหลินหมิ
งอยู่ที่ใด
ในเวลานี้ หลินหมิงเพิ่งจะผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายโบราณ เขายืนอยู่
เหนือทะเลทางใต้ที่ไร้สิ้นสุด มองดูดินแดนที่คุ้นเคยรอบๆตัวเขา มี
ความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อพุ่งขึ้นในจิตใจ
เขาเติบโตขึ้นมาในภูมิภาคเขตแดนทางใต้ และที่นี่เขาได้เผชิญหน้า
กับศัตรูซึ่งบังคับให้เขาต้องอยู่บนปากเหวของความตายหลายครั้ง นี่เป็น
เส้นทางที่นักสู้ต้องพบพาน นักสู้จะต้องเผชิญกับศัตรูที่น่าเกรงขามมาก
ขึ้นเรื่อยๆ ผู้หนึ่งต้องก้าวย่างไปบนซากศพเพื่อที่จะแทนที่และปูเส้นทาง
สำหรับตนเองต่อไป
ด้วยความคิดอย่างฉับพลัน หลินหมิงหันไปทาง 4 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์และบินตรงไปข้างหน้าเขาไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเช่นเรือจิต
วิญญาณเทวะอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือวิเศษแบบใดก็ตาม แต่ก็
ยังคงไม่สามารถตามทันกับความเร็วของหลินหมิงหนึ่งในห้าส่วนได้
ในตอนนี้ นอกจากนี้ หลินหมิงยังสามารถรักษาความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง
เป็นเวลานานถึงครึ่งเดือนอีกด้วย
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายทั้งหมดที่ไปยัง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ต้องถูก
ควบคุมโดยเหยียงอวิ๋นแล้ว ตราบเท่าที่ข้าปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
เขาก็จะได้รับข่าวนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็เป็นเรื่องดี ข้าจะมาหาเจ้า
และดูว่าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นถึงเพียงใดแล้ว!”
ขณะที่หลินหมิงบิน เขาก็รู้สึกได้ถึงเครื่องหมายจิตวิญญาณต่อสู้ที่ได้
ทิ้งไว้บนร่างของผู้อาวุโสซุน เขาไม่รู้ว่าเหยียงอวิ๋นอยู่ที่ใดและอยากจะไป
หาเขาให้เร็วที่สุด และการไปหาผู้อาวุโสซุนจะเป็นวิธีที่เร็วและมี
ประสิทธิภาพมากที่สุด
หลินหมิงมั่นใจว่าผู้อาวุโสซุนจะต้องเดินทางไปหาเหยียงอวิ๋นเพื่อให้
เขาช่วยปกป้อง แต่เหยียงอวิ๋นน่าจะไม่ได้ช่วยผู้อาวุโสซุนลบเครื่องหมาย
จิตวิญญาณ กลับกัน เขาคงตั้งใจจะปล่อยมันไว้เป็นเหยื่อสำหรับกับดัก
เมื่อเหยียงอวิ๋นค้นพบว่าหลินหมิงกำลังจะสังหารผู้อาวุโสซุน เขาก็จะ
รีบเร่งมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถึงแม้ว่าเหยื่อจะไม่ค่อยดึงดูดหลินหมิงนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเหยื่ออัน
ใดเลย
หลินหมิงหลับตาลงและรู้สึกถึงตำแหน่งของเครื่องหมายจิตวิญญาณ
ต่อสู้ การคาดเดาของเขาถูกต้อง เหยียงอวิ๋นยังไม่ได้ลบเครื่องหมายจิต
วิญญาณต่อสู้ออกไป
แต่เพียงแค่…
“หืม? เหตุใดมันจึงอยู่ใกล้เพียงนี้? ผู้อาวุโสซุนอยู่ในภูมิภาคเขตแดน
ทางใต้และตำแหน่งคือ… อาณาจักรลิขิตฟ้า!!” หลินหมิงรู้สึกประหลาดใจ
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มันดูเหมือนว่าพื้นหลังและอัตลักษณ์ของเขาจะถูก
มองออกโดยเหยียงอวิ๋น!
“อาณาจักรลิขิตฟ้า… อาณาจักรลิขิตฟ้า…”
หลินหมิงพึมพำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า การค้นพบผู้อาวุโสซุนอย่าง
ฉับพลันในอาณาจักรลิขิตฟ้าทำให้เขาต้องตื่นตระหนกไปชั่วขณะหนึ่ง นั่น
คือบ้านเกิดของเขา โชคดีที่ฉินซิงเซวียน มู่เชียนหยี่และบิดา มารดาของ
เขาได้ถูกพาไปในทะเลลึกทางใต้ด้วย และมารเจิดจรัสก็บอกว่าพวกเขายัง
ปลอดภัยดี
“สิ่งเดียวที่ข้าได้ทิ้งไว้ในอาณาจักรลิขิตฟ้าคือ… ตระกูลหลิน?”
สายตาของหลินหมิงเปลี่ยนไปเมื่อเขานึกถึงเรื่องนี้ ในแง่ทางอารมณ์
หลินหมิงไม่ได้รู้สึกต่อตระกูลหลินมากนัก เขามาจากสาขาย่อยและไม่มี
ความหวังว่าจะได้รับมรดกของตระกูลมาตั้งแต่เริ่มต้น บิดามารดาของเขา
เองก็ต้องพึ่งพาการเช่ากิจการขนาดเล็กจากตระกูล – ร้านอาหารตระกูล
หลินเพื่อหาเลี้ยงชีพ เมื่อหลินหมิงตัดสินใจที่จะฝึกฝนการต่อสู้เป็นครั้ง
แรกแล้ว เขาก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลิน มิเช่นนั้นเขาก็คงจะ
ไม่ต้องถูกจำกัดด้านการเงินตั้งแต่เริ่มต้น
แม้ว่าเขาจะคิดเช่นนี้ แต่ตระกูลหลินก็ยังเป็นญาติและรากเหง้าของ
เขา เหตุผลที่เขาสามารถเกิดมาในโลกใบนี้ได้ก็เป็นเพราะตระกูลหลินอยู่
ดี ส่วนเรื่องการถูกปฏิบัติอย่างไม่แยแสในตอนแรกนั้น หลินหมิงก็ไม่ได้มี
ความแค้นหรือความไม่พอใจจนเกินไปอยู่แล้ว เพราะเพื่อให้ตระกูลยังคง
อยู่ได้ พวกเขาต้องปฏิบัติเช่นนั้นเพื่อความอยู่รอด ต้องแจกจ่ายทรัพยากร
ที่จำกัดในลักษณะที่เหมาะสมด้วย มิเช่นนั้น ถ้าทุกคนได้ทรัพยากรไป
เช่นนั้นตระกูลก็จะพินาศลงไปในรุ่นเดียว
“เหยียงอวิ๋น… เจ้าใช้วิธีการที่โหดร้ายและไร้ยางอายอย่างยิ่ง เจ้าไม่
สามารถหาคนที่มีความสำคัญกับข้ามากที่สุดได้ ดังนั้นเจ้าจึงตัดสินใจที่จะ
มุ่งไปยังตระกูลหลินแม้ว่าข้าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับพวกเขาก็ตาม ข้าได้
มาถึงจุดที่ข้าต้องฆ่าผู้อาวุโสซุนแล้ว กับดักที่เจ้าวางไว้จะไม่มีความหมาย
เลย ถึงแม้เจ้าจะให้ผู้อาวุโสซุนอยู่ในอาณาจักรลิขิตฟ้า และยังปล่อย
เครื่องหมายจิตวิญญาณเพื่อแสดงตำแหน่งของเขาด้วย แต่ข้อความของ
เจ้าก็บอกให้ข้าทราบว่าเจ้าได้ควบคุมตระกูลหลินไว้แล้ว และข้าคิดว่าข้า
เองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องมา”
สีหน้าของหลินหมิงมืดมน เขาไม่จำเป็นต้องคิดมากเกินไปและยังรู้
ว่าเมืองใบหม่อนสีเขียวในปัจจุบันมีรูปแบบค่ายกลเรียงรายอยู่ทั่วแผ่นดิน
และรอให้เขากระโดดเข้าไป
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการเช่นกัน แม้ว่าจะมีเสืออยู่ใน
ภูเขา แต่เขาก็ยังจะเดินตรงไป นี่คือความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นโดยความ
แข็งแกร่ง!
“ให้ข้าดูหน่อยเถอะว่ามีกับดักอันใดกันที่เจ้าวางไว้!” หลินหมิงเย้ย
หยันและบินตรงไปยังอาณาจักรลิขิตฟ้า!
อาณาจักรลิขิตฟ้าอยู่ห่างจากทะเลทางใต้เพียงไม่กี่แสนไมล์เท่านั้น
ด้วยความเร็วของหลินหมิง เขาจึงได้เห็นแนวชายฝั่งที่ไร้สิ้นสุดอยู่ข้างหน้า
หลังจากที่ไปถึงชายฝั่งแล้ว มันก็มีป่าอันกว้างใหญ่ นี่คือป่าทางใต้อันกว้าง
ใหญ่ไพศาล เมื่อเขาข้ามที่นี่ไป เขาก็จะถึงอาณาจักรลิขิตฟ้า