Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 926 จุดจบของปีศาจขาว
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!” สภาวะทางจิตของปีศาจขาวกลายเป็น
ไม่เสถียรอย่างมาก “เจ้าผนึกท่านมารปีศาจไว้เช่นนั้นหรือ? เจ้ามีพลังใน
การทำเช่นนั้นได้อย่างไร!?”
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ปีศาจขาว จากไปในความสงบตามนายของ
เจ้าไปเสียเถิด!” มือของเหยียงอวิ๋นคว้าไปยังความว่างเปล่า และบ่อโลหิต
รอบๆตัวก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นอสรพิษขนาดใหญ่
“เจ้าเนรคุณ! เจ้าสารเลวเลี้ยงไม่เชื่อง! ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเรา เจ้า
จะต้องตายไปโดยไม่รู้จักและถูกลืมเลือน เจ้าคงจะไม่มีความแข็งแกร่งที่
จะยืนอยู่ที่จุดสูงสุดของทวีปได้เช่นนี้!” ปีศาจขาวตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว
ดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาหวังว่าเขาจะสามารถฉีกเหยียงอวิ๋นออกเป็น
ชิ้นๆได้
“เนรคุณ” เหยียงอวิ๋นเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กน้อยที่จะถูก
หลอกด้วยคำพูดที่ไร้ความหมายของพวกเจ้าหรือ? ระหว่างเจ้าสองคน
และข้า เราต่างใช้ประโยชน์จากกันและกันอยู่แล้ว ข้าไม่เคยไว้เจ้า และ
เจ้าไม่เคยไว้ใจข้า ถ้าข้าไม่ได้ทำอะไรกับนายของเจ้าแล้ว เช่นนั้นเมื่อพลัง
นี้ไปถึงขั้นสมบูรณ์ ข้าก็จะกลายเป็นเครื่องสังเวยหรือถูกขโมยร่างไป
เรียบร้อยแล้ว
เหยียงอวิ๋นดึงเอากระบี่สมบัติสีแดงเข้มออกมาจากแหวนมิติของเขา
กระบี่นี้ได้รับการหลอมในบ่อโลหิตและพลังของมันก็เทียบเท่าในอดีต
เขาลูบไปยังคมขอบกระบี่ และเกิดร่องรอยโลหิตติดที่คมขอบ คมมีด
จะดูดเลือด ทำให้ตนเองเกิดความคมและแข็งแกร่งมากขึ้น!
“ท่านมารปีศาจ! ท่านมารปีศาจ! ท่านถูกผนึกไปแล้วจริงหรือ!? ตื่น
เร็ว! ตื่นเร็ว! ตื่นขึ้นมา! ตื่นขึ้นมา!”
ปีศาจขาวโคจรพลังงานทั้งหมดภายในร่างกายและถ่ายเทลงในเสียง
ของเขาจนเกิดเป็นคลื่นความเร็วเหนือเสียงไปทางเหยียงอวิ๋นดั่งสึนามิ
ถล่ม
นี่เป็นหนึ่งในทักษะการต่อสู้ทางเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของเผ่าไฮดรา
ซึ่งเรียกว่า คำรามกลืนสวรรค์ เขาถ่ายเทพลังลงไปในคลื่นเสียงเพื่อโจมตี
ศัตรู ซึ่งมีผลอย่างมากต่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ปีศาจขาวต้องการใช้
ผลกระทบนี้เพื่อปลุกปีศาจโบราณให้ตื่น
เหยียงอวิ๋นยังคงไม่ไหวติง เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ไม่จำเป็นต้อง
ตะโกน พลังส่วนใหญ่ของนายเจ้าถูกกลืนกินโดยหลินหมิงไปแล้วในวิหาร
แห่งความพิศวงและตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
ในเวลานั้น ข้าได้เสี่ยง ประหยัดพลังไว้ และในขณะที่เขากำลังฟื้นตัวจาก
บาดแผล ข้าก็ได้ทุ่มพลังยับยั้งและกลืนกินเขาในคราวเดียว ในช่วงไม่กี่ปี
ที่ผ่านมา มารปีศาจที่เจ้าได้รับใช้ก็คือข้าเหยียงอวิ๋น แม้ว่าเจ้าจะตะโกน
จนลำคอของเจ้าขาด เขาก็จะไม่ตื่นขึ้นมา”
“อะไรกัน!?” ปีศาจขาวพบว่ามันไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง เขาตะโกนอย่าง
บ้าคลั่งว่า “ถ้าไม่ลบเครื่องหมายวิญญาณ เจ้าจะสูญเสียตัวตนถ้าเจ้ากลืน
วิญญาณของผู้อื่น! มันเป็นไปได้อย่างไร!?” มันเป็นไปได้อย่างไร!?”
“เจ้าพูดถูก ข้าไม่สามารถลบเครื่องหมายวิญญาณของมารปีศาจและ
สามารถประทับตราเขาได้ อย่างไรก็ตาม ข้ามักสูญเสียบุคลิกภาพของข้า
และความทรงจำของข้าจะยุ่งเหยิง บางครั้งข้าก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ข้าเพียงพึ่งพาเจตจำนงของตัวเองเพื่อต้านทานและ
เอาชนะ ในอนาคต เมื่อการบ่มเพาะของข้าเพิ่มมากขึ้นและความเข้าใจ
เกี่ยวกับการเพิ่มพลังวิญญาณ ข้าจะกลืนกินวิญญาณของมารปีศาจอย่าง
สมบูรณ์พร้อมกับความทรงจำทั้งหมดของเขา”
วิญญาณประกอบด้วยความทรงจำและเครื่องหมายวิญญาณ ทั้งสอง
แยกออกจากกันไม่ได้ ถ้าหลินหมิงต้องการลบเครื่องหมายวิญญาณของ
ปีศาจโบราณอย่างละเอียดแล้ว เขาจะต้องทำลายความทรงจำที่เกี่ยวข้อง
ไปด้วย แต่เมื่อถึงเวลานั้น ความทรงจำของปีศาจโบราณก็จะกลายเป็นสิ่ง
ที่ไร้ประโยชน์กับเหยียงอวิ๋น
หัวใจปีศาจขาวถูกแช่แข็งขณะที่เขาได้ยินเรื่องนี้ เหยียงอวิ๋นผู้นี้เป็น
คนบ้าบิ่นอย่างแท้จริง!
แม้ว่าเหยียงอวิ๋นจะดูเหมือนพูดออกมาอย่างไม่เป็นทางการ แต่
อย่างไรความจริงก็คือวิธีนี้เหมือนกับการฆ่าตัวตาย ไม่มีใครเต็มใจที่จะ
เอาวิญญาณของตัวเองมาเป็นเรื่องตลก และพึ่งพาพลังเจตจำนงเพื่อ
เอาชนะ เพราะมันเสี่ยงต่อการสูญเสียบุคลิกภาพและเป็นอันตรายอย่าง
ยิ่ง หากล้มเหลวในการจะทำเช่นนั้น พวกเขาจะกลายเป็นบ้าอย่างสิ้นเชิง
สำหรับเหยียงอวิ๋นที่หวังว่าในอนาคตจะกำจัดเครื่องหมายวิญญาณ
ของมารปีศาจก็ยังเป็นเรื่องยากเกินไปอย่างที่สุด เมื่อความทรงจำหลอม
รวมเข้าด้วยกัน หากต้องการแยกพวกมันออกนั้น การพูดก็ย่อมง่ายกว่า
ทำ ถ้าผิดพลาดแม้เพียงกระบวนเดียว เขาอาจจะลบความทรงจำของ
ตนเองไปด้วย
เหตุผลที่เหยียงอวิ๋นเลือกเส้นทางที่อันตรายเช่นนี้ก็เพราะเขา
ต้องการความรู้ของปีศาจโบราณ เมื่อปีศาจโบราณพยายามที่จะครอบงำ
หลินหมิงและได้รับความทุกข์ทรมานและยังสูญเสียส่วนใหญ่วิญญาณไป
แต่ส่วนที่เหลืออยู่คือส่วนสำคัญของปีศาจโบราณและแหล่งที่มาของความ
ทรงจำของเขา มันมีความสำคัญมากกว่าสองส่วนนั้นรวมกัน นี่เป็นเรื่องที่
สมเหตุสมผล ด้วยความอันตรายของการครอบครองผู้อื่น ปีศาจโบราณก็
ย่อมหลงเหลือส่วนสำคัญที่สุดในวิญญาณของเขาไว้เป็นการฉุกเฉิน
ความทะเยอทะยานของเหยียงอวิ๋นนั้นแรงกล้า เขาต้องการที่จะเป็น
ผู้ทรงพลังที่ยอดเยี่ยมและปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักสู้ทั้งหมด เขาไม่
ต้องการหยุดนิ่งเพียงในทวีปนภารินไหล ดังนั้นการทำเช่นนี้เขาต้อง
ยอมรับความเสี่ยง
“บ้าบิ่น, เจ้ามันบ้าบิ่นอย่างแท้จริง!”
สีหน้าของปีศาจขาวซีดลงอย่างยิ่ง เผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นของเหยี
ยงอวิ๋นผู้นี้ เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีอะไรนอกจากความกลัว
ผู้ที่ไม่กลัวฝ่ายตรงข้ามที่แข็งแกร่งมักจะกลัวผู้ที่ไม่สนใจชีวิตของตน
ผู้ที่ไม่กลัวคนเหล่านั้นจะไม่สนใจชีวิตของตน พวกเขาจะกลัวผู้ที่บ้าบิ่น ใน
สายตาของปีศาจขาว เหยียงอวิ๋นเป็นคนที่บ้าบิ่นอย่างสิ้นเชิง
เขาเป็นคนไร้ความปรานีต่อศัตรู และยิ่งเหี้ยมโหดกับตัวเอง!
ตั้งแต่เริ่มต้น พวกเขาประเมินและเลือกคนผิด พวกเขาเลี้ยงเสือ
สร้างภัยพิบัตินี้และทำให้ทุกความพยายามเป็นของขวัญสำหรับผู้อื่น!
ปัง!
คลื่นโลหิตหลายพันสายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า บิดตัวเข้าด้วยกันเป็น
อสรพิษยักษ์ซึ่งตกลงไปยังปีศาจขาว เหยียงอวิ๋นลอยสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า ราว
กับว่าเขาควบคุมโลกนี้ “เจ้าเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ตอนนี้ แสดงให้เห็นถึง
คุณค่าสุดท้ายของเจ้าซะ!”
ในขณะนี้ คำพูดไร้ประโยชน์ มันมีเพียงการต่อสู้เท่านั้น ปีศาจขาว
ตะโกนดังขึ้นและปรากฏร่างเงาไฮดราขนาดยักษ์ขึ้นที่ด้านหลัง เขาคว้า
ทวนสีม่วงและพุ่งไปยังเหยียงอวิ๋น!
“สายเลือดไฮดรา, ทลายดวงดาว!”
ขณะที่เหยียงอวิ๋นเห็นว่าปีศาจขาวกระโจนเข้ามาด้วยการโจมตีที่
แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว ความรู้สึกสังเวชก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
เขาสร้างตราประทับขึ้นอย่างเรียบง่ายและส่งมันลอยไปยังปีศาจขาว
จากนั้นร่างกายของปีศาจขาวสั่นสะเทือนและไฮดราที่อยู่เบื้องหลังเขาก็
หายไปในทันที ปราณแท้ที่เคยควบแน่นหายไปในอากาศธาตุ!
“อะไรกัน?” ปีศาจขาวตกตะลึง เขาจ้องไปยังเหยียงอวิ๋นด้วยความ
เกลียดชังแล้วกล่าวว่า “เจ้าขยะน่ารังเกียจ!”
เขาปรารถนาที่จะกลืนกินเหยียงอวิ๋น แต่เขาไม่มีพลังที่จะทำเช่นนั้น
ในเวลาเดียวกัน คลื่นโลหิตที่ก่อเป็นตัวอสรพิษก็ได้ตกลงมาและกลืนกิน
เขาลงไป พลังงานระเบิดอย่างรุนแรงและมีคลื่นโลหิตใหญ่พุ่งสู่ท้องฟ้า
เกิดเป็นเมฆโลหิตที่ไร้สิ้นสุด ในที่สุดมันก็กลั่นเป็นฝนตกลงมา
เส้นชีพจรกว่า 30% ของปีศาจขาวฉีกเป็นชิ้นๆ เขาลอยขึ้นมาบนผิว
ทะเลโลหิต ใบหน้าอ่อนล้าและซีดเซียว
โลหิตไหลออกมาจากจมูกและหู ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสิ้น
หวัง
ปีศาจขาวยิ้ม มันน่าสมเพชและน่าอับอาย “ท่านมารปีศาจ ท่านไม่
ไว้วางใจข้า สุดท้ายแล้วท่านก็ไม่ไว้วางใจข้า! ในทะเลแห่งปาฏิหาริย์ ข้า
เป็นคนซื่อสัตย์และอุทิศให้กับท่านเป็นเวลา 100,000 ปี แต่ท่านก็ยังไม่ได้
ยกเลิกอาคมที่มีผลผูกพันในร่างกายของข้า ข้าจึงต้องตกตายไปในวันนี้
มันเป็นเพราะท่าน!”
เหยียงอวิ๋นมองไปยังปีศาจขาวโดยไม่แสดงความเห็นอกเห็นใจ เขา
ไม่ได้ใช้ทักษะการต่อสู้ใดๆเลย สิ่งที่เขาได้ทำคือการใช้พลังอันยิ่งใหญ่เพื่อ
กระตุ้นอาคมที่ปีศาจโบราณได้ทิ้งไว้ภายในร่างของปีศาจขาว
นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและโหดร้ายที่สุดในการเอาชนะปีศาจขาว
ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ดิ้นรน สำหรับนักสู้ นี่เป็นวิธีที่เศร้าที่สุดในการ
ตาย พวกเขามีอำนาจเหนือธรรมชาติ มีความมั่นใจในความแข็งแกร่ง
และพวกเขากลับไม่ได้มีโอกาสที่จะต่อสู้เพื่อชีวิตของตนเอง
“ในการต่อสู้กับหลินหมิงนั้น เจ้าใช้พลังงานมากเกินไปและยังรีบมา
ที่นี่โดยไม่ไม่มีโอกาสที่จะฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเจ้า ทั้งหมดได้นำไปสู่
การที่เจ้าไม่ได้มีโอกาสต่อต้านพลังของอาคม”
คำพูดของเหยียงอวิ๋นเป็นสิ่งที่ไม่แยแสและไร้ความปรานี “ก่อนที่เจ้า
จะตาย ข้าอยากจะแนะนำเจ้าครั้งสุดท้าย ในโลกนี้ คนเดียวที่เจ้าสามารถ
เชื่อถือได้ก็คือตัวเจ้าเองเท่านั้น นายของเจ้าไม่ได้เข้าใจผิด เหตุผลเดียวที่
ทำให้เขาแพ้ข้าก็เป็นเพราะโชคชะตาของเขาขาดไป และเขายังได้รับ
บาดเจ็บอย่างรุนแรงจากหลินหมิง แต่สำหรับเจ้า เจ้าตายในลักษณะที่โง่
เขลาเกินไป”
เหยียงอวิ๋นยกมือขวาขึ้นแล้วคว้าจับไปในความว่างเปล่าอีกครั้ง
ลูกศรของโลหิตจึงได้พุ่งเจาะไปยังหน้าอกของปีศาจขาวแล้วพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้า!
ปราณโลหิตของปีศาจขาวเริ่มถูกดึงดูดเป็นเส้นสายออกมาด้วยพลัง
ที่มองไม่เห็น มันควบแน่นในอากาศ สร้างโลหิตที่ส่องประกายอย่างไร้ที่ติ
ปีศาจขาวเฝ้ามองอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่ปราณโลหิตถูกดึงออกจาก
หัวใจของเขา และสร้างเป็นฉากที่งดงามแปลกๆในอากาศ มุมปากของ
เขาโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มอันน่าขัน เขาไม่เคยคิดว่าวาระสุดท้ายของเขาจะ
เป็นเช่นนี้
โลหิตไหลออกมาจากร่างของปีศาจขาว สายเลือดไฮดราเป็นสิ่งที่
ทนทานมาก นอกจากนี้ ปีศาจขาวยังอยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือ
ขั้นเทพสมุทรจึงทำให้ร่างกายของเขานั้นทนทานอย่างมาก แม้ว่าหัวใจ
ของเขาจะพังทลายและปราณโลหิตจะถูกดูดออกมาจากร่างกายแล้ว แต่
พวกเขาก็ยังจะไม่ตาย กลับกัน ร่างกายของเขาเหี่ยวไปเรื่อยๆเมื่อโลหิต
ไหลออกจากร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด ปราณโลหิตของปีศาจขาวก็ถูกดูดออกไปโดยเหยียงอวิ๋นจน
หมดสิ้น!
เหยียงอวิ๋นส่งตราประทับเข้าสู่มวลโลหิต ร่างเงาไฮดราที่โชกไปด้วย
โลหิตปรากฏขึ้นในมวลโลหิตนี้ มันเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายจากปราณ
โลหิตและพลังชีวิต
“โลหิตชีวิตก่อตัวเป็นร่างเงาได้ คุณภาพปราณโลหิตของปีศาจขาว
ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง” เหยียงอวิ๋นพึมพำ มือของเขาเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เขา
ต้องการที่จะกลั่นโลหิตชีวิตนี้
มันมีหลายครั้งที่มีการสร้างโอสถล้ำค่าขึ้นมาและเกิดเป็นร่างเงาหลัง
ออกจากเตา เนื่องมาจากพลังงานจากสมุนไพรมีมากเกินไป หลังจากผ่าน
ไปเป็นระยะเวลาอันยาวนานแล้วมันก็อาจจะพัฒนาไปจนมีสติปัญญาของ
ตัวเองได้ วัสดุสวรรค์ที่มีอยู่เป็นเวลานานก็จะมีจิตวิญญาณโอสถอยู่ด้วย
นี่เป็นวิถีเดียวกัน
แม้ว่าร่างเงาโลหิตชีวิตนี้จะมาจากวิญญาณ แต่ก็ไม่มีสติปัญญา มันมี
เพียงแค่สัญชาตญาณการอยู่รอดเท่านั้น เมื่อมันถูกครอบงำด้วยพลังของ
เหยียงอวิ๋นและเริ่มถูกกลั่นอย่างช้าๆ มันก็คลุ้มคลั่ง
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดมันก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของเห
ยียงอวิ๋นได้ พลังงานทั้งหมดของมันถูกดูดออกไป
“ผสาน!”
เหยียงอวิ๋นผสานมือและร่างเงาไฮดราก็ค่อยๆถูกดูดกลืนโดยมวล
ของปราณโลหิต กลายเป็นหนึ่งเดียวและกลายเป็นโอสถโลหิตขนาดหัว
แม่มือ
“ด้วยโอสถโลหิตนี้ บ่อโลหิตจึงกลายเป็นฤดูใบไม้ผลิของโลหิต
คุณภาพของมันได้ก้าวกระโดดอย่างมาก ในที่สุดมันก็จะช่วยให้ข้าบรรลุ
เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีขั้นสมบูรณ์ ตราบเท่าที่เคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีของข้า
ถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว ข้าจะสามารถพึ่งพารูปแบบค่ายกลและรู้สึกถึงพลัง
โลหิตของบุคคล จับพิกัดเป้าหมายไว้ได้ในช่วงระยะทางหนึ่งล้านไมล์
“เมื่อถึงเวลานั้น หลินหมิงจะไม่มีที่ใดให้หนีไปซ่อนอีกต่อไป!”
“เจ้ามีชีวิตของจักรพรรดิ และโชคชะตาของเจ้าทะยานขึ้นดั่งสายรุ้ง
สำหรับข้า ถึงแม้ว่าข้าจะรวบรวมและสะสมโชคชะตาเอาไว้ 40 ปี แต่
โชคชะตาของข้ายังด้อยกว่าเจ้า และแม้แต่ชีวิตของเจ้าก็ยังทนทานยิ่งกว่า
ข้า ถ้าข้าต่อสู้กับเจ้า แม้ว่าข้าจะแข็งแกร่งกว่าเจ้า แต่ข้าก็ยังไม่มีความ
มั่นใจที่จะเอาชนะเจ้าได้ แต่ถึงอย่างนั้น การต่อสู้ของเราก็ไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้ ข้าพยายามที่จะฆ่าเจ้า ข้ามีทั้งโลกเพื่อล่าเจ้า และข้าได้ทำ
ร้ายครอบครัวของเจ้า ความเป็นศัตรูของเราจะไม่อาจแก้ไขได้อีก เพียง
แค่โชคชะตาและความลับที่เจ้ามีอยู่มันก็ทำให้ข้าไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากต้องฆ่าเจ้าแล้ว!”
ความทะเยอทะยานและหัวใจของเหยียงอวิ๋นสูงกว่าสวรรค์ แต่ชีวิต
และพรสวรรค์ที่แท้จริงของเขานั้นไร้ค่า เหตุผลที่เขาสามารถได้รับ
ความสำเร็จในปัจจุบันก็เนื่องจากเขาพึ่งพาทรัพยากรและคำสอนของ
ปีศาจโบราณ ในแดนเทวะ ถึงแม้ว่าปีศาจโบราณอาจถือว่ามี
ความสามารถบ้างเท่านั้น และยังมิใช่ผู้ทรงอำนาจหรือตัวตนยิ่งใหญ่ใดๆ
แม้ว่าเหยียงอวิ๋นจะกลืนกินความทรงจำของเขาและทะยานไปสู่ขั้นพลัง
เดียวกับเขาในอนาคตได้ แต่ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มระดับขึ้นไปได้
มากกว่านั้นอีก สิ่งที่เขาต้องการคือโชคชะตาของผู้อื่น และโชคชะตานี้จะ
มาจากหลินหมิง
ตั้งแต่สมัยโบราณ ถ้าเป็นอัจฉริยะไม่ได้มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่พวกเขา
ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน แต่ทุกโชคชะตาจะมา
จากการพนันด้วยชีวิตหนึ่งและอีกชีวิตต้องจบสิ้นลง ตอนนี้ ด้วยโอกาส
พิเศษและอาจเป็นหนึ่งเดียวในจักวาลวางอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เช่นนั้น
ถึงแม้เหยียงอวิ๋นจะรู้ว่ามีอันตราย แต่เขาก็ยังคงต้องเดิมพันชีวิตอยู่ดี!