Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 935 บัญชาการโลกหล้า
“ฆ่า! เจ้าต้องการที่จะไปฆ่าเหยียงอวิ๋นตอนนี้เช่นนั้นหรือ?” หลี่อวี่
เสี่ยวพูดตะกุกตะกัก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขาไม่เคยคิดเลยว่าหลินห
มิงจะมีความคิดเช่นนี้ ถ้าคนธรรมดาคนหนึ่งได้เรียนรู้แผนการของเหยี
ยงอวิ๋นแล้วนั้น พวกเขาก็จะคิดถึงการหลบหนี เหยียงอวิ๋นได้จัดเตรียม
เครือข่ายค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้อย่างกว้างขวาง แต่ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็
ยังคงไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมทะเลอันกว้างใหญ่และไร้สิ้นสุดได้ ตราบ
เท่าที่หลินหมิงซ่อนตัวอยู่ลึกในทะเลลึกบางแห่ง ที่ห่างไกลค่ายกล
เคลื่อนย้ายที่ใกล้เขาที่สุดในระยะสิบล้านไมล์แล้วละก็ เหยียงอวิ๋นคงจะ
หาเข้าไม่พบโดยง่าย
หลินหมิงไม่ได้คิดจะวิ่งหนี แต่เขาตัดสินใจที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อฆ่าเหยี
ยงอวิ๋นแทน นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องตกตะลึงอย่างยิ่ง
“น้องชายหลิน เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มิได้หุนหันเกินไปหรอกหรือ?” ซื่อไป๋
ถาม ไม่แน่ใจเล็กน้อย เขารู้สึกว่าหลินหมิงนั้นบ้าบิ่นเกินไป แต่มันก็
สอดคล้องกับวิถีปกติของหลินหมิง เขาเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อตอนอยู่ในขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ช่วงปลาย หลินหมิงก็ได้กล้าเสี่ยงชีวิตทะลวงเข้าสู่ขั้น
ทำลายชีวิตและท้าทายต่อประกาศิตชะตาฟ้าของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชู
ร่าทุกคนด้วยตัวเอง นอกจากนี้เขายังได้รับชัยชนะในท้ายที่สุดด้วย นี่คือ
ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่ไม่สามารถมีได้ในคนทั่วไป
“หลังจากที่ปิดด่านแล้ว เหยียงอวิ๋นควรมีพลังมากกว่าปีศาจขาว
แม้ว่าพลังแห่งอำนาจเหนือธรรมชาติของเขาจะยังไม่สมบูรณ์ แต่เขาก็ยัง
มีคุณสมบัติที่จะเป็นตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์” เทพธิดาวายุหิมะขมวดคิ้ว
นางไม่ได้พยายามที่จะเกลี้ยกล่อมหลินหมิง แต่กล่าวถึงความจริงข้อนี้
แทน นางไม่รู้เกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างหลินหมิงและปีศาจขาว ดังนั้นนาง
จึงได้แต่เพียงคาดเดาความแข็งแกร่งของหลินหมิง
อย่างไรก็ตาม ตามทางเลือกและการกระทำของหลินหมิงในอดีตนั้น
เขาจะไม่ตัดสินใจอย่างบ้าบิ่นจนกว่าเขาจะมั่นใจในตนเอง
“ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์หรือ? ก็เพียงแค่ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์
ของทวีปนภารินไหลเท่านั้นเอง”
คำกล่าวของหลินหมิงทำให้ทุกคนถึงกับไร้คำพูด
“เเพียงแค่ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ของทวีปนภารินไหลเท่านั้นเอง
เช่นนั้นหรือ?”
พวกเขาจะตอบสนองต่อคำกล่าวที่กล้าหาญนี้เช่นไร? ในชีวิตของ
เทพธิดาวายุหิมะและหลี่อวี่เสี่ยว เป้าหมายสูงสุดของพวกเขาคือการไปถึง
ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลย สำหรับบางคน
เช่นฉางเยว่เทียน เขาสามารถเพียงทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้โดยโชคดี
เท่านั้น เป้าหมายในชีวิตของเขาคือการหาวัสดุสวรรค์ซึ่งสามารถยืด
อายุขัยของเขาและช่วยให้เขาอยู่ต่อไปได้อีกไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น สำหรับขั้น
เทพสมุทรช่วงปลายเล่า? แล้วการกลายเป็นตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์อีก
เล่า? สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงตำนานสำหรับเขา เป็นเรื่องราวที่ไม่มี
ความสัมพันธ์กับเขาเลย
อาจกล่าวได้ว่าสำหรับทุกคนที่นี่นั้น เหยียงอวิ๋นก็เหมือนกับราชัน
โบราณที่ไม่มีวันตายเช่นจักรพรรดิปีศาจและแปดวิบัติจักรพรรดิอัสนี เป็น
ขอบเขตที่เกือบจะไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับพวกเขา แต่สำหรับหลินหมิ
งนั้นกลับไม่มากเท่าไหร่เลย
“น้องชายหลิน เจ้า…” ซื่อไป๋ไม่แน่ใจว่าจะกล่าวสิ่งใดไปครู่หนึ่ง “เหยี
ยงอวิ๋นมีความสามารถที่ซ่อนอยู่และพรสวรรค์ของเขาก็ยังสูงมาก เขามี
อายุเพียง 40 ปี แต่การบ่มเพาะของเขากลับอยู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 8
เมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงต้นได้ ถ้าเจ้าประมาทเขาแล้ว ผู้ที่พ่าย
แพ้อาจจะเป็นเจ้าเอง”
หลินหมิงส่ายหัว “ผู้อาวุโสซื่อไป๋ ชีวิตในจักรวาลไร้สิ้นสุดนั้นมี
เส้นทางแห่งนักสู้ที่ไร้จุดสิ้นสุดและไร้ขีดจำกัด แม้ว่าเหยียงอวิ๋นจะน่ากลัว
แต่เขายังคงอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 8 เมื่อทะลวงก็เข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ช่วงต้นเท่านั้น ภายในแดนเทวะ พรสวรรค์ระดับนี้ก็ไม่ถือว่าพิเศษอันใด
มากเลย”
“และในแง่ของโชค เขาเพียงไปเจอกับวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ของขั้น
ผันแปรศักดิ์สิทธิ์ ปีศาจโบราณ และได้รับคำแนะนำจากเขา ถึงแม้จะมี
ทรัพยากรทั้งหมดอยู่ในมือของเขาแล้วอย่างไรเล่า? ภายในแดนเทวะมี
อัจฉริยะที่มีขั้นราชันพิภพเป็นอาจารย์ของพวกเขา! นอกจากนี้
พรสวรรค์, ทรัพยากร, ทุกอย่างที่พวกเขามีเหนือกว่าเหยียงอวิ๋นหลายเท่า
จนนับไม่ถ้วน!
“จักรวาลไร้สิ้นสุดสามพันโลก มีคนนับไม่ถ้วนเช่นเหยียงอวิ๋น แต่
เกือบทั้งหมดของพวกเขาตกตายไปขณะที่พวกเขาเดินบนเส้นทางแห่งนัก
สู้ของตัวเอง ถ้าเหยียงอวิ๋นดีกว่าค่าเฉลี่ยในด้านหนึ่ง มันก็จะเป็นไปได้ว่า
แผนการและความทะเยอทะยานของเขานั้นสูงมาก แต่บนเส้นทางแห่ง
นักสู้ ผู้หนึ่งนั้นต้องการโชคอันยิ่งใหญ่ พรสวรรค์อันยิ่งใหญ่และทรัพยากร
ที่ไร้สิ้นสุด เช่นนั้นพวกเขาจึงจะมีความหวังที่จะก้าวหน้าต่อไป ในเรื่องนี้
เหยียงอวิ๋นห่างไกลจากการเปรียบเทียบกับพวกเขา”
“ถ้าเหยียงอวิ๋นเพียงคนเดียวสามารถบังคับให้ข้าต้องซ่อนตัวอยู่ลึกลง
ในทะเลทางใต้เป็นเวลา 8-10 ปีก่อนที่จะกลับมา เช่นนั้นข้าก็ไม่
จำเป็นต้องเดินไปบนเส้นทางแห่งนักสู้ของข้าอีกต่อไป ข้าคงอยู่ในทวีป
นภารินไหลและมีความสุขกับการเป็น ‘ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์’ จะ
ดีกว่า
คำกล่าวที่ออกมาจากหลินหมิงทำให้ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มี
พรสวรรค์และความภาคภูมิใจเช่นต๋วนมู่ฉินต้องเงียบงัน หลินหมิงมี
เจตนาอย่างชัดเจนที่จะเข้าสู่แดนเทวะและวางแผนที่จะขึ้นไปด้วย
ขณะที่บรรดาผู้ซึ่งอยู่ที่นี่ต่างหวังในการเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย
ได้เท่านั้น แต่เป็นเป้าหมายของหลินหมิงกลับเป็นแดนเทวะแล้ว มอง
เพียงอัจฉริยะที่นั่นเป็นคู่แข่งของเขา!
ความเหลื่อมล้ำนี้ไม่สามารถกล่าวได้อีกต่อไป
เทพธิดาวายุหิมะเงียบไปชั่วขณะหนึ่งแล้วกล่าวด้วยเสียงที่น่ากังวล
“หลินหมิงแม้ว่าเจ้าจะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เคล็ดปีศาจของเหยี
ยงอวิ๋นไม่สมบูรณ์ก็ตาม เหยียงอวิ๋นกำลังบ่มเพาะอยู่ภายในพระราชวัง
ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ พระราชวังศักดิ์สิทธิ์
มีรูปแบบค่ายกลปกป้องอันยิ่งใหญ่ มันจะไม่ง่ายสำหรับเจ้าที่จะเข้าไป”
เทพธิดาวายุหิมะมาจากตระกูลไป๋ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลใต้บังคับ
บัญชาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ นางมีความเข้าใจที่ดีใน
รูปแบบและมาตรการป้องกันในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ ที่ศูนย์กลางที่ลึก
ที่สุดของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์คือพื้นที่ซึ่งมีพลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพี
มหาศาลที่สุดในทวีปนภารินไหล เป็นเรื่องธรรมดาที่จะคิดว่าเหยียงอวิ๋น
กำลังบ่มเพาะที่นั่น
“เทพธิดาวายุหิมะกล่าวได้ถูกต้อง แม้ว่าเวลาไม่สำคัญเท่าภูมิ
ประเทศ แต่ภูมิประเทศก็ไม่สำคัญเท่ากับความต้องการของประชาชน
เพื่อที่จะทำให้พลังแห่งธรรมชาติของเขาสมบูรณ์ เหยียงอวิ๋นก็ได้สูญเสีย
หัวใจของประชาชนไปแล้ว แม้ว่าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ
จะมีรูปแบบค่ายกลอันยิ่งใหญ่ แต่ก็ยังต้องการใช้คนเพื่อเปิดใช้งานมัน
ตั้งแต่เหยียงอวิ๋นปิดด่านอยู่ แล้วเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร? สำหรับคน
อื่นๆ แม้ว่าจะเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะ แต่พวกเขาอาจจะไม่ยอมมอบชีวิตเพื่อใครบางคนเช่นเหยี
ยงอวิ๋น ผู้ซึ่งพร้อมที่จะฆ่าปู่ของตัวเองเพื่อแผนการ เขาเป็นปีศาจที่ใช้วิธี
ชั่วร้ายเพื่อควบคุมผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร”
“ด้วยความไม่ยุติธรรมดังกล่าว มันจะไม่มีการสนับสนุนในหมู่
ประชาชนของเขา ถึงเวลาแล้วที่จะตีโต้ เทพธิดาวายุหิมะ, จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์หลี่, ปราญช์ฉาง, ข้าขอให้ท่านช่วยรวบรวมผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรที่ถูกวางเครื่องหมายติดตามมายังที่นี่ ข้าจะช่วยลบเครื่องหมาย
ทั้งหมดของพวกเขาในครั้งเดียว และหลังจากนั้นเราจะไปถึงค่ายกล
เคลื่อนย้ายที่เหยียงอวิ๋นที่ได้จัดวางในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเท
วะ ข้าจะวางแผ่นค่ายกล รวบรวมการโจมตีของทุกคนเข้าด้วยกันและตัด
ผ่านรูปแบบค่ายกลนั้น ในเวลานั้น เหยียงอวิ๋นและข้าจะมีการต่อสู้ครั้ง
สุดท้าย!”
คำกล่าวของหลินหมิงเต็มไปด้วยความกล้าหาญและมีความมั่นใจ นี่
คือสิ่งที่เรียกว่าออร่าของราชัน ถ้ามีคนได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ มันก็ง่าย
สำหรับพวกเขาที่จะคล้อยตามด้วยอารมณ์ตื่นเต้น
เทพธิดาวายุหิมะถอนหายใจในใจนาง ความเชื่อมั่นและความกล้า
หาญนี้ได้รับการสะสมมาอย่างช้าๆตลอดเวลา ถ้าหลินหมิงไม่ได้บ่มเพา
และอยู่ในโลกปุถุชนต่อไป เขาก็ยังคงสามารถที่จะเป็นจักรพรรดิได้
“ตกลง ข้าจะเรียกทุกคนมา” ฉางเยว่เทียนและหลี่อวี่เสี่ยวกล่าว
อย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้เหยียงอวิ๋นสามารถสร้างเคล็ดปีศาจของเขาได้
มันก็ได้สร้างความขุ่นเคืองต่อผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรหลายคนเช่นกัน คน
ที่เหล่านี้เพียงขาดแคลนผู้นำ แต่เมื่อพวกเขาพบแล้ว พวกเขาก็จะ
สามารถรวมตัวกันและเปิดฉากการโต้กลับเหยียงอวิ๋นได้
และหลินหมิงก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเป็นผู้นำ
หลังจากเครื่องหมายถูกลบออกไป พวกเขาก็ย่อมจะขอบคุณหลินห
มิงอย่างมาก ด้วยผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรรวมพลังกันหลายสิบในการ
โจมตีเพียงครั้งเดียว เช่นนั้นแม้แต่รูปแบบค่ายกลของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์
เก้าเตาหลอมเทวะก็อาจไม่สามารถทนได้ การติดอยู่ที่นั่น เหยียงอวิ๋นจะ
เท่ากับกำลังขุดหลุมฝังศพของตัวเอง
ฉางเยว่เทียนและคนอื่นๆทั้งหมดได้จุดชุดยันต์สื่อสารแบบต่างๆ
ออกไป กว่าครึ่งของเครือข่ายค่ายกลเคลื่อนย้ายของเหยียงอวิ๋นเสร็จสิ้น
แล้ว ด้วยความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งโดยประมาณของนักสู้เช่นเดียวกับยันต์
สื่อสารระยะล้านไมล์นั้น มันจะรวดเร็วในการเผยแพร่ข้อความและ
รวบรวมทุกคนที่นี่ได้โดยเร็ว
…….
วูป! วูป! วูป!
อักขระค่ายกลถูกวาดและถูกยิงเข้าไปในค่ายกล และเข้าร่วมกับธวัช
ชัยค่ายกล แผ่นค่ายกลหมุนไปรอบๆในอากาศ ขยายตัวและผสานเข้าสู่
รูปแบบค่ายกลขนาดใหญ่ขณะที่มันค่อยๆตกลงมา
มีชายและหญิงอยู่ที่นี่ ทั้งสองคนเป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่กำลัง
จัดวางค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกล
นี่เป็นงานที่เหยียงอวิ๋นให้ไว้
เมื่อมองไปยังรูปแบบค่ายกลที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ฝ่ายชายได้ถอนลม
หายใจออกมา เขาถอนหายใจในขณะที่เขากล่าวว่า “นั่นเป็นชุดที่ 12 ของ
ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ถูกวางเสร็จ เรายังเหลืออีก 20 วัน ดูเหมือนว่างานนี้
จะเสร็จโดยไม่เกิดปัญหา ข้าไม่รู้ว่าจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อรูปแบบ
ค่ายกลเหล่านี้ถูกใช่จริงหรือไม่
งานวางค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้เป็นคำสั่งเด็ดขาดของเหยียงอวิ๋น ถ้า
พวกเขาไม่สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ตามเวลาที่กำหนด ผลที่ตามมาจะ
เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างมาก
ฝ่ายหญิงเงียบราวกับว่านางไม่ได้ยินที่ฝ่ายชายกล่าว
เมื่อชายคนนี้เห็น หัวใจของเขาก็ปวดร้าว เขากระซิบเบาๆ “หยี่เอ๋อร์
ไม่ต้องกังวล บางทีสิ่งต่างๆจะไม่เลวร้ายอย่างที่เห็น บางทีอาจจะมีเหตุผล
อื่นๆที่ทำให้ขั้นเทพสมุทรขั้นเทพสมุทรหลายคนหายตัวไป”
ฝ่ายชายไม่รู้ว่าจะปลอบโยนและสร้างความมั่นใจได้อย่างไร ชายและ
หญิงเป็นคู่แต่งงาน ผู้หญิงชื่อว่าหยี่เอ๋อร์ และนางมีเครื่องหมายติดตามที่
เหยียงอวิ๋นวางไว้ในร่างแต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือการที่นางมี
สายเลือดพิเศษ
ก่อนหน้านี้มีผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร 7 คนที่มีสายเลือดพิเศษได้หาย
ตัวไป มี 3 คนที่ถูกตัดสินว่าตายแล้วและอีก 4 คนก็น่าจะตายแล้วเช่นกัน
และคนที่ทำทั้งหมดนี้ก็น่าจะเป็นเหยียงอวิ๋น แล้วนางจะไม่รู้สึกสิ้นหวัง
เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร? นางรู้สึกเหมือนมิได้เป็นอันใดไป
มากกว่าแกะที่อยู่ในกรงรอขึ้นเขียง
ชายคนนั้นพูดเพียง 2-3 คำ แต่ไม่สามารถพูดต่อไปได้ เขาแข็งแกร่ง
กว่าหยี่เอ๋อร์ ถ้านี่เป็นอดีตและชีวิตของนางที่กำลังตกอยู่ในอันตราย
แน่นอนเขาอาจกล่าวคำกล้าหาญบางอย่างที่เขาจะปกป้องนาง และรักษา
ความปลอดภัยของนางไม่ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ เผชิญหน้ากับเหยี
ยงอวิ๋น ทั้งหมดที่เขารู้สึกคือความสิ้นหวัง ความเหลื่อมล้ำระหว่างพวก
เขายิ่งใหญ่เกินไป ถ้าเขากล่าวคำกล่าวใดๆเกี่ยวกับการปกป้องภรรยาของ
ตน แม้แต่ตัวเขาเองก็จะไม่เชื่อ
ขณะที่ชายคนนั้นกำลังครุ่นคิดละจะกล่าวบางอย่าง ทันใดนั้นเปลว
เพลิงก็ได้สว่างขึ้นตรงหน้าเขา นี่คือแสงของยันต์สื่อสาร ข้อความถูกส่ง
มายังชายและหญิง
“หลี่อวี่เสี่ยว จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดาราต้องการอะไรจากเรา?”
ชายคนนั้นตกใจเมื่อได้ยินข้อความ เขาฟังอย่างเคร่งขรึม ข้อความใน
เสียงยันต์สื่อสารมีความยาวมาก เมื่อข้อความของหลี่อวี่เสี่ยวกล่าวถึงเหยี
ยงอวิ๋นที่บ่มเพาะเคล็ดโลหิตกลั่นอเวจีและฆ่าผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรทั้ง
7 คนที่มีสายเลือดพิเศษเสริมพลังตนเอง ทั้งตัวของเขาก็สั่นด้วยความ
โกรธทันที แต่สำหรับหยี่เอ๋อร์ ใบหน้าของนางซีดราวกับคนตายและริม
ฝีปากของนางสั่นระริก
แม้ว่าหลี่อวี่เสี่ยวจะไม่มีหลักฐาน แต่ทั้งคู่ก็สงสัยในคำกล่าวอย่าง
มาก ทั้งสองคนสามารถแยกแยะระหว่างความถูกต้องและผิดได้ และมัน
ไม่มีเหตุผลที่จะให้หลี่อวี่เสี่ยวโกหกพวกเขา
ในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาได้คาดเดาเพียงบางส่วนเกี่ยวกับสิ่งที่
เกิดขึ้น และพวกเขายังคงมีความหวังว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่ตอนนี้
พวกเขารู้ถึงสถานการณ์ที่แท้จริงแล้ว ความรู้เหล่านี้ได้ผลักดันพวกเขา
เข้าสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง
“เหยียงอวิ๋น เจ้าสัตว์เดรัจฉานนั่น!”
ฝ่ายชายกัดฟันแน่น หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความ
เกลียดชัง
มันต้องรู้ว่าภายใต้แนวทางการบ่มเพาะปีศาจ วิธีการที่โหดร้ายนั้น
เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ ถ้าภรรยาของเขาถูกเอาไปโดยเหยียงอวิ๋นแล้ว
ผู้ใดจะรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง!
เขาได้ฝึกฝนการต่อสู้ตลอดชีวิต แม้จะอยู่สูงสุดของทวีปนี้แล้วก็ตาม
แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่สามารถปกป้องผู้หญิงที่เขารักได้
ฝ่ายชายกำหมัดของเขาจนเล็บจิกเนื้อและมีโลหิตไหลซึมออกมา
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ข้อความยังคงดำเนินต่อไป ดวงตาของเขาสาด
ประกายด้วยความคาดหมาย, แปลกใจและไม่อยากจะเชื่อ
“หลินหมิงกลับมาแล้ว เขาต้องการที่จะรวบรวมผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรจากทวีปนภารินไหลและเข้าโจมตีพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอม
เทวะ และเขายังสามารถลบเครื่องหมายติดตามในตัวพวกเขาได้อีกด้วย”
ขณะที่ชายคนนั้นมองภรรยาของเขา เขาก็จะเห็นว่านางตกใจกับ
ข้อความนี้มาก แต่ภายในอาการตกใจนี้ มันมีแววแห่งความหวังอยู่ด้วย
แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะเหยียงอวิ๋นได้ แต่การลบ
เครื่องหมายติดตามได้ก็ถือว่าดีอย่างยิ่งแล้ว
“ยังไม่ถึง 4 ปีและหลินหมิงกลับต้องการที่จะต่อสู้กับเหยียงอวิ๋น
แล้ว? เขาสามารถมีพลังเช่นนั้นได้อย่างไร?” ชายคนนั้นพึมพำ “เขายัง
กล่าวว่าสามารถลบเครื่องหมายติดตามได้ด้วย นั่นหมายความว่าจิต
วิญญาณต่อสู้ของเขาได้บรรลุระดับเงินขั้นสมบูรณ์แล้วเช่นนั้นหรือ? มัน
เป็นไปได้ด้วยหรือ?”
หยี่เอ๋อร์ขยี้ยันต์สื่อสารในมือของนาง นางกัดริมฝีปากและกล่าวว่า
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าก็ต้องไปดู แม้ว่าข้าจะต้องตายในสนามรบ ข้าจะ
ไม่ยอมให้เหยียงอวิ๋นทำกับข้าเหมือนหมูที่รอถูกเชือดฝ่ายเดียวเท่านั้น”