Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 938 มหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะ
แผ่นค่ายกลที่หมุนอยู่ในอากาศถูกจัดทำโดยหลินหมิง มันเป็น
รูปแบบค่ายกลที่เรียบง่ายซึ่งสามารถรวบรวมพลังโจมตีของเหล่าผู้ทรง
พลังขั้นเทพสมุทรกว่า 50 คนเข้าด้วยกัน มิเช่นนั้น ถ้าการโจมตีของพวก
เขากระจัดกระจายไป มันก็จะไม่สามารถจัดการกับระเบิดที่ทรงพลังที่สุด
ได้
“ทุกคน, โจมตีพร้อมกันเถอะ”
“ถูกต้อง นำความแข็งแกร่งที่สุดของท่านออกมา ถ้าเรายังพยายาม
ซ่อนอะไรไว้อยู่ในตอนนี้ละก็ เราก็คงจะได้ตายกันจริงๆแน่”
“ดี, ทุ่มพลังโจมตีกันเลย หลังจากถูกกำราบเป็นเวลานาน เราต้อง
ระบายความโกรธออกมา ทำลายการป้องกันนี่ซะ!
แม้แต่ทาสก็ยังมีความภาคภูมิใจ จึงย่อมมิต้องกล่าวถึงพวกเขาที่เป็น
ถึงผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร หลังจากที่ได้รับการปกครองและควบคุมโดย
เหยียงอวิ๋นมาเป็นระยะเวลานาน ความโกรธที่รวบรวมมาก็ได้ถึงขีดจำกัด
แล้ว!
ในขณะนี้ กว่า 50 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรได้โจมตีด้วยทุกสิ่งที่พวก
เขามี!
ความน่าเกรงขามของแสงจากพลังได้บดบังท้องฟ้า!
มิติเกิดการสั่นสะเทือน ลำแสงพลังงานได้ส่งผ่านรูปแบบค่ายกลและ
มาบรรจบกันกลายเป็นลำแสงส่องสว่างจากแสงที่พุ่งไปยังพระราชวัง
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ!
ก่อนที่ม่านพลังหน้าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะกำลังจะ
ถูกกวาดล้างด้วยพลังงานนี้ ทันใดนั้น 10 ผู้ทรงพลังก็ได้บินออกมาจาก
ส่วนลึกของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ ในคนเหล่านี้ มี 7 คน
ที่มีเกล็ดอยู่ทั้งร่าง มีหางงูยาว ครีบหางและเหงือก เห็นได้ชัดว่าพวกเขา
เป็นผู้ทรงพลังจากเผ่าทะเลลึก อีก 3 คนเป็นผู้ทรงพลังของอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ซือถูปั๋วหนานเองก็อยู่ท่ามกลางพวกเขา
เมื่อศัตรูเผชิญหน้ากันและกัน ความโกรธได้ปะทุขึ้นเรื่อยๆ และ
หลังจากที่ซือถูปั๋วหนานเห็นหลินหมิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความ
เกลียดชังมหาศาล “ทุกคน จงป้องกันพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเท
วะด้วยกันเถอะ!”
ผู้ทรงพลังทั้ง 10 คนนี้เป็นผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร7 คนอยู่ที่ขั้นเทพ
สมุทรช่วงต้นและอีก 3 คนอยู่ที่ขั้นเทพสมุทรช่วงกลาง พวกเขาทั้งหมด
ถ่ายเทพลังงานเข้าไปในเตาหลอมขนาดใหญ่เก้าอันที่ทำหน้าที่เป็นหัวใจ
ของค่ายกล ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้าเก็บซ่อนพลังเอาไว้
เหยียงอวิ๋นได้รับบาดเจ็บระหว่างการบ่มเพาะ และไม่ได้อยู่ในสภาพ
ที่ดีที่สุดของเขา พวกเขาต้องยื้อเวลา มิเช่นนั้นพวกเขาก็จะเป็นคนแรกที่
ต้องตาย
ด้วย 10 ผู้ทรงพลังที่ควบคุมค่ายกล ม่านพลังงานของค่ายกลก็
เพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ปัง!
ลำแสงหลากสีที่ปะทะกับมหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะก่อนหน้านี้
ได้เจิดจ้าขึ้นเหมือนดั่งมังกรสายรุ้ง โลกสั่นสะเทือน ระเบิดที่น่า
สะพรึงกลัวเกิดขึ้นและดูเหมือนว่าทำให้ทั้งทวีปนภารินไหลสั่นสะเทือน
แผ่นดินใหญ่เริ่มแตกร้าวออก คลื่นกระแทกมหาศาลกวาดขึ้นสู่ท้องฟ้า
ดวงอาทิตย์ที่ดูรุ่งโรจน์เหมือนจะปรากฏเหนือพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตา
หลอมเทวะ และภูเขาที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ก็ได้หายไปอย่าง
สมบูรณ์โดยคลื่นกระแทก กลายเป็นเพียงเศษหินและฝุ่นที่ไร้สิ้นสุด!
มังกรสายรุ้งคำรามราวกับว่ามันอยากจะทำลายพระราชวังศักดิ์สิทธิ์
เก้าเตาหลอมเทวะให้พังทลายลง!
มหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะสั่นอย่างรุนแรง แต่มันยังห่างไกลจาก
การแตกสลาย รูปแบบค่ายกลที่ป้องกันนี้แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและ
ความน่าเกรงขามของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ด้วยเหตุนี้ ผู้
ทรงพลังขั้นเทพสมุทรกว่า 10 คนจึงสามารถจัดการกับการโจมตีของผู้
ทรงพลังขั้นเทพสมุทรกว่า 50 คน
ในความเห็นของหลินหมิง เพื่อที่จะทำลายค่ายกลนี้นั้น พวกเขา
จะต้องเพิ่มพลังโจมตีอย่างน้อยอีก 30-40% แต่ทุกคนที่นี่ได้ใช้พลังอย่าง
เต็มที่แล้ว แล้วพวกเขาจะเพิ่มพลังขึ้นได้อย่างไร?
“บัดซบ ด้วยคนเหล่านี้จัดการรูปแบบค่ายกล พลังงานของม่านพลัง
จึงเพิ่มขึ้นหลายเท่า หากต้องการทะลวงผ่านมันในครั้งเดียวนั้น มันก็ทำ
ได้ยากเกินไป” หลอดเลือดดำปรากฏบนใบหน้าของหลี่อวี่เสี่ยว ถึงแม้จะ
ใช้พลังของพวกเขาถึง 120% แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทะลวงค่ายกล
ป้องกันของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะได้ และความกังวลเริ่ม
เกิดขึ้นในหัวใจของพวกเขาแล้ว
“เทพธิดาวายุหิมะ, ท่านหยางเฉิงหลิน พวกท่านเคยเป็นส่วนหนึ่ง
ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะมาตั้งแต่ต้น พวกท่านรู้บ้าง
หรือไม่ว่าจุดอ่อนของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะอยู่ที่ใด?”
เทพธิดาวายุหิมะถือว่าเป็นคนนอกได้ แม้ว่าตระกูลของนางจะอยู่ใน
สังกัดของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะก็ตาม อย่างไรก็ตาม
หยางเฉิงหลินเป็นส่วนหนึ่งของของพระราชวงศ์อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้า
เตาหลอมเทวะ เขารู้ถึงจุดอ่อนที่แท้จริงของมหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเท
วะ เขากล่าวด้วยกระแสเสียงปราณแท้ว่า “มหารูปแบบค่ายกลนี้แทบไม่มี
ข้อบกพร่อง มันใช้พลังงานจากเตาหลอมทั้ง 9 ที่รวมกันเพื่อรวบรวม
พลังงานทั้งหมด เก้าเตาหลอมนี้ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นมาเป็น
เวลานานแล้วจนมาถึงจุดสูงสุด เกือบจะมีคุณสมบัติเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญด้วยซ้ำ ด้วยเก้าเตาหลอมที่รวมกัน พลังทั้งหมดของมันจะเพิ่มขึ้น
เป็น 10 เท่า เจ้าสามารถทำลายมันได้จากภายนอกเท่านั้น”
ขณะที่เขากล่าว เขาก็ได้เหลือบมองไปยังหลินหมิง อยากจะดูว่า
หลินหมิงจะมีแผนอย่างไรในเวลานี้ แต่เขาเห็นว่าหลินหมิงไม่ได้โจมตีอีก
ต่อไป และดวงตาของเขาก็ปิดราวกับว่าเขากำลังจมอยู่ในความคิดที่ลึกซึ้ง
นี่ทำให้เขารู้สึกลำบากใจ เขารู้ดีว่าหลินหมิงมีความเข้าใจในรูปแบบ
ค่ายกลเกือบจะไร้เปรียบ แต่เมื่อถึงจุดสำคัญนี้ เมื่อมีผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทรกว่า 50 คนโจมตีด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามี และยังโจมตีเช่นนี้
อยู่ต่อไปได้อีกเพียงครึ่งชั่วธูป แล้วหลินหมิงยังวางแผนที่จะทำความ
เข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบค่ายกลในช่วงเวลาสั้นๆและทำลายมันเช่นนั้นหรือ?
มันเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ารูปแบบค่ายกลแบบป้องกันนี้เกือบจะไม่
สามารถแก้ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งในลักษณะของรูปแบบค่ายกลป้องกัน
ทั้งหมด ไม่เหมือนกับค่ายกลสังหาร ค่ายกลมายา ค่ายกลกักขังหรือ
รูปแบบค่ายกลอื่นๆที่มีวิธีการแยกมันออกจากกัน นอกจากนี้ อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะยังอยู่มาเป็นเวลาหลายปีจนมีความแข็งแกร่ง
ใกล้เคียงกับนิกายระดับ 6 แล้ว เวลานับหมื่นปีที่ผ่านมานั้น พวกเขา
สามารถสร้างผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมาได้มากมาย แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะด้อย
กว่าหลินหมิง แต่ความรู้ของพวกเขายังคงสะสมอยู่มาตลอดหลายชั่วอายุ
คน รูปแบบค่ายกลของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะจะถูกแก้ไข
โดยหลินหมิงในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วธูปได้อย่างไรเล่า?
เขาต้องการจะเตือนหลินหมิงเรื่องนี้ แต่เขาพบว่าหลินหมิงได้ปิด
ผนึกสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และอยู่ในสภาพไร้การรับรู้จากภายนอกอย่างสมบูรณ์
เขาจึงกระวนกระวายมากขึ้น
ในขณะนี้ จากภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ ซือถูปั๋วหนานหัวเราะ
อย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆ ถ้าเจ้าคิดว่าสามารถทะลวงมหาค่ายกลเก้าเตาหลอม
เทวะนี้ได้แล้วละก็ ฝันไปเถอะ! เจ้าอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่จักรพรรดิเหยี
ยงอวิ๋นกำลังบ่มเพาะพลังเหนือธรรมชาติอยู่ลึกในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ อีก
เพียงครึ่งชั่วโมง เขาจะเสร็จสิ้นการบ่มเพาะและออกมา เมื่อเขาออกมา
เขาจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดเช่นไก่และสุกร!”
หัวใจของค่ายกลนี้คือเก้าเตาหลอมที่รักษาเสถียรภาพของค่ายกล
ข้างซือถูปั๋วหนาน มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 10 คน 9 คนกำลังจัดการเตาหลอม
นั่นเพียงพอที่จะต่อต้านการโจมตีรวมพลังกันของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร
50 คนได้ สำหรับซือถูปั๋วหนาน เขาได้ถ่ายเทพลังงานลงไปในเสียงของ
เขาเพื่อกระจายข้อความที่ไม่จริงของเขาไปยังทุกคน คำพูดของเขา
ชัดเจนถึงหูของทุกคน พยายามที่จะทำลายขวัญกำลังใจของพวกเขา
หากว่าซือถูปั๋วหนานสามารถป้องกันการโจมตีของผู้ทรงพลังขั้นเทพ
สมุทร 50 คนเหล่านี้ได้และถ่วงเวลาจนมากพอที่เหยียงอวิ๋นจะฟื้นคืนจาก
อาการบาดเจ็บของเขาได้แล้ว พวกเขาก็จะชนะ เขาต้องการให้คนเหล่านี้
เชื่อจากส่วนลึกของหัวใจว่าการต่อต้านนั้นไร้ประโยชน์!
จาก 50 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทร, คนที่อายุน้อยสุดอายุเพียงไม่กี่ร้อย
ปีเท่านั้น ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังได้เห็นและพบกับพายุแห่งความ
ยากลำบากมากมายในชีวิต และโดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่ถูกหลอกโดย
คำพูดของซือถูปั๋วหนาน อย่างไรก็ตาม อำนาจและอิทธิพลที่เหยียงอวิ๋น
ได้รวบรวมมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นยิ่งใหญ่เกินไป มันสร้างเงาที่ปก
คลุมหัวใจของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะต่อต้าน
นอกจากนี้ พวกเขายังไม่มีทางใดที่สามารถระบุได้ว่าคำพูดของซือ
ถูปั๋วหนานเป็นความจริงหรือเท็จ ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงสะดุด จิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขาสั่นสะเทือน ทำให้เกิดเมล็ดพันธุ์แห่ง
ความหวาดกลัวปรากฏตัวขึ้นในหัวใจ
เมื่อความหวาดกลัวเกิดขึ้น เมล็ดพันธุ์นี้ส่งผลให้พลังและการโจมตี
ของพวกเขาลดลงทันที 20%
ขณะที่หลี่อวี่เสี่ยวเห็นเหตุการณ์นี้ เขาก็รู้สึกท้อแท้ “ปราชญ์หลิน!”
สายตาของหลินหมิงยังคงปิด และเขาก็ยังไม่ไหวติงจากสิ่งที่เกิดขึ้น
โดยรอบ ในเวลานี้ สัมผัสรับรู้ของเขาเห็นได้ชัดว่ามุ่งเน้นไปยังมหาค่ายกล
เก้าเตาหลอมเทวะ ในความคิดของเขา ค่ายกลที่ยิ่งใหญ่นี้กำลังสร้างขึ้น
ใหม่เป็นเส้นโครงสร้างนับไม่ถ้วน ค่ายกลนี้มีเส้นใยที่ทำมาจากพลังงาน
นั่นคือกระดูกสันหลังของโครงสร้างพลังงาน และยังเป็นส่วนที่เป็น
ของแข็งที่สุดของม่านพลังในรูปแบบค่ายกลป้องกันนี้
แม้ว่าหลินหมิงมีทักษะในรูปแบบค่ายกลของแดนเทวะ แต่ก็เป็นไป
ไม่ได้ที่จะแก้มหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะและทำลายมันได้ในเวลาอัน
สั้น ค่ายกลการป้องกันแตกต่างจากค่ายกลสังหาร ค่ายกลกักขัง หรือค่าย
กลมายา เพื่อกักขังหรือฆ่าใครบางคนนั้น ทั้งหมดจำเป็นต้องให้บุคคลนั้น
เข้าสู่ภายในค่ายกล จึงทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่อาจมีคนสามารถทะลวง
ออกไปได้
แต่สำหรับค่ายกลป้องกัน มันคือการทำให้ศัตรูทั้งหมดอยู่ภายนอก
กลไกส่วนกลางทั้งหมดของรูปแบบค่ายกลอยู่ภายใน หากต้องการที่จะ
ทะลวงก็ย่อมเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลินหมิงไม่สามารถหาวิธีการแก้ไขมหาค่ายกล
เก้าเตาหลอมเทวะได้ แต่เขาก็สามารถพึ่งพาความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับ
รูปแบบค่ายกลและการโจมตีที่รุนแรงของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรกว่า 50
เพื่อค้นหาร่องรอยของช่องว่างได้!
การโจมตีรวมกันของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรกว่า 50 คนไม่สามารถ
คาดเดาได้ แม้ว่าจะเป็นเหยียงอวิ๋น ถ้าเขาถูกการโจมตีนี้ก็ยังต้อง
กลายเป็นเถ้าถ่าน แน่นอน สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาสามารถ
โจมตีโดนเป้าหมายได้หรือไม่ ผู้ทรงพลังเหล่านี้มีการบ่มเพาะที่จำกัด แต่
ด้วยการโจมตีอันทรงพลังนี้ต่อให้เป็นมหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะ ม่าน
พลังก็ยังต้องสั่นอย่างรุนแรง มันทำให้เกิดช่องว่างขนาดเล็กที่มองไม่เห็น
เกือบจะปรากฏขึ้น
ภายใต้วิสัยทัศน์จากการรับรู้ของหลินหมิง เขาสามารถมองเห็น
จุดอ่อนทุกอย่างในม่านเส้นพลังงานเบาบางและไม่สม่ำเสมอ
“ข้าพบแล้ว! มีทั้งหมด 12 รอยแตก!”
ดวงตาของหลินหมิงตั้งขึ้น ในขณะนั้น ดวงตาของเขาดูคล้ายกับ
สายฟ้าที่ฟาดลงมาบนเก้าเตาหลอมของมหาค่ายกลเก้าเตาหลอมเทวะ
ขณะที่ซือถูปั๋วหนานได้เห็นสายตาของหลินหมิง เขาก็เกิดภาพลวง
ตาขึ้นว่าวิญญาณของเขากำลังดับลง
“เจ้าสารเลวนั่น! หึ! ใครสนใจว่าดวงตาของเจ้าเฉียบคมเพียงใด เจ้า
จะยังมีสิ่งใดที่น่ากลัวอยู่อีก แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเป็นคู่มือของเจ้าได้
และเจ้าก็ยังคงอยู่นอกค่ายกล เจ้าจะทำอะไรข้าได้?” ขณะที่ซือถูปั๋วหนาน
คิดเช่นนี้ เขาก็เริ่มมั่นใจมากขึ้น “หลินหมิง, มหาจักรพรรดิเหยียงอวิ๋น
กำลังจะออกมาเร็วๆนี้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น มันจะเป็นช่วงเวลาแห่งความ
ตายของเจ้า ข้าจะดูดวิญญาณและไขกระดูกของเจ้าเพื่อแก้แค้นให้
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า!”
“มันจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?” หลินหมิงยิ้มอย่างชั่วร้าย รอยยิ้มของ
เขาดูเหมือนจะเป็นสายลมหนาวเหน็บจากห้วงอเวจีขุมที่เก้า ทำให้ทุกคน
ที่มองไปยังเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างไม่สามารถอธิบายได้
ในวินาทีถัดมา ดอกบัวสีแดงก็ได้ค่อยๆแบ่งบานขึ้นที่ด้านหลังของ
หลินหมิง ท้องฟ้าทั้งหมดเริ่มสะท้อนแสงสีแดงที่งดงาม!
ปรากฏการณ์นี้สามารถเผชิญหน้ากับแสงที่สาดส่องจากการโจมตี
ร่วมกันของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรกว่า 50 คนได้ด้วย!
“เจตจำนงแห่งนักสู้ปีศาจสวรรค์ – มิติอนุภาคแรกกำเนิด!”
หลินหมิงกล่าวอย่างชัดเจน น้ำเสียงของเขาเย็นชาและไม่แยแส ใน
เวลานี้ เสียงของเขาดังก้องอยู่ระหว่างสวรรค์และปฐพีดั่งประกาศิตเทพ
สวรรค์
ทันใดนั้น สนามพลังจักรพรรดิสูงสุดได้ถล่มลงมา ด้วยการสนับสนุน
ของจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิด มันได้กลืนกินทั้งมหาค่ายกลเก้า
เตาหลอมเทวะ!
ความผิดปกตินี้ทำให้นักสู้ทั้งหมดต่างตกตะลึง หัวใจของซือถูปั๋ว
หนานสั่นสะท้าน จึงนึกว่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตนเพียงตกอยู่ในภาพ
ลวงตาเท่านั้น
“ดอกบัวสีแดงนั่นคืออะไรกัน?”
ซือถูปั๋วหนานเพียงแค่มองไปยังดอกบัวสีแดง ก็รู้สึกราวกับว่า
วิญญาณของเขาถูกดูดออกจากร่างกาย ขณะที่เขามองไปยังนักสู้เบื้อง
หน้าเขา ทุกคนก็ตื่นตระหนกเหมือนได้พบกับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว
บางอย่าง