Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 946 ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์
ด้วยความผันผวนของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า หลินหมิงจึงตระหนัก
ถึงบางสิ่งบางอย่าง นั่นคือวันที่การตื่นขึ้นมาของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
ใกล้มาถึงแล้ว ถ้าวิญญาณของผู้หญิงภายในกล่องปัญญาแห่งพระเจ้าตื่น
ขึ้นมา บางทีเขาอาจจะสามารถเรียนรู้ความลับของกล่องปัญญาแห่งพระ
เจ้าและค้นหาว่ามันคืออะไรได้
“ข้าไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นศัตรูหรือมิตร สำหรับคนที่อยู่ในระดับ
ของนาง แม้กระทั่งเสี้ยววิญญาณก็ทรงพลังจนมิอาจจินตนาการได้แล้ว
ข้าต้องทำให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความ
แข็งแกร่งเป็นความจริงพื้นฐานของทุกสิ่ง”
ในขณะที่หลินหมิงคิดเช่นนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นและเห็นบางคนใน 50
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรบินมาหาเขา
ขณะนี้ มีประมาณ 90 ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่เหลืออยู่ในทวีปนภา
รินไหล 50 คนเหล่านี้จึงถือเป็นส่วนใหญ่!
ในช่วงเวลาที่สงบสุข ถ้าคนเหล่านี้รวมตัวกันถึง 50 คนแล้ว มันก็จะ
เป็นฉากที่น่ากลัวอย่างแท้จริง มันเทียบเท่ากับความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดของทวีปนภารินไหลรวมกัน แล้วขุมกำลังที่ต่อต้านพวกเขาจะไม่
แบนราบลงสู่พื้นเช่นนั้นหรือ? ถ้าพวกเขาเข้าโจมตีอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้า
เตาหลอมเทวะ แม้แต่เหยียงลั่วเทียนก็จะต้องตกใจและหนีเขาไปใน
พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ หวังใช้มหาค่ายกลที่นั่นต่อต้าน
พวกเขาเท่านั่น
แต่ตอนนี้ บางคนใน 50 คนนี้กลับไม่กล้าที่จะสูดลมหายใจลึกต่อ
หน้าหลินหมิงด้วยซ้ำ พวกเขารู้สึกกดดันมหาศาลเพียงแค่อยู่ต่อหน้าเขา
หลินหมิงเป็นคนที่แข็งแกร่งเกินไป ตอนนี้เขาฆ่าเหยียงอวิ๋นไปแล้ว
เขาจึงได้รับสมญานาม ตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์ เขาเป็นคนที่มีสถานะ
เทียบเท่าจักรพรรดิปีศาจเมื่อ 70,000-80,000 ปีก่อน
นี่เป็นการครอบครองโลกหล้าอย่างแท้จริง!
นอกจากนี้ เขายังอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 เท่านั้น การทะลวง
ต่อไปอีก 2 ระดับของขั้นทำลายชีวิตใน 3-4 ปีก็ย่อมไม่เป็นปัญหาสำหรับ
เขาเลย จากนั้นเขาก็จะสามารถสังหารหมู่ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรได้ด้วย
เพียงใช้ความคิดอย่างเดียว
จาก 90 คนของผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่เหลืออยู่ในทวีปนภาริน
ไหล เกือบครึ่งหนึ่งของพวกเขาอาศัยโชคในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
มาได้เท่านั้น นั่นคือกว่า 40 คน!
ที่เหลืออีก 50 คนนั้น แม้ว่าส่วนใหญ่ของพวกเขาทะลวงเข้าสู่ในขั้น
เทพสมุทร ด้วยความแข็งแกร่งและเจตจำนงตนเองได้ แต่พวกเขาก็ไม่มี
กายศักดิ์สิทธิ์หรือสายเลือดพิเศษ และพวกเขาไม่ได้แม้แต่อยู่ในขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 7 แต่ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 6แม้ว่าพวกเขาจะ
แข็งแกร่งกว่าผู้ที่อาศัยโชคในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร แต่การก้าว
เท้าเข้าไปในขั้นเทพสมุทรก็เป็นเรื่องยากมากอยู่ดี
เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมด มีเพียง 20 คนในทวีปนภารินไหลที่
สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร ช่วงกลางได้ และมีเพียงบุคคลเดียวที่
อยู่ในขั้นเทพสมุทรช่วงปลายที่หลงเหลืออยู่ นั่นคือผู้อาวุโสจ้าวฮั่ว ส่วน
คนอื่นๆถูกสังหารโดยเหยียงอวิ๋นไปแล้ว
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของทวีปนภารินไหลนั้น ในแง่ของการบ่ม
เพาะ ความแข็งแกร่งและรากฐาน ยังถือได้ว่าเป็นกลุ่มนักสู้ทั่วไปสำหรับ
หลินหมิงเท่านั้น
“ปราชญ์หลิน”
ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรหลายคนได้เข้ามาทักทายหลินหมิง สำหรับ
การเรียกเขาว่าน้องชายหลินนั้น ไม่มีใครกล้าที่จะพูดถึงเขาด้วยชื่อนั้นอีก
นี่เป็นเกียรติและสถานะที่ได้รับมาจากความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ถ้า
ปัจจุบันหลินหมิงต้องการสร้างนิกายของตัวเองแล้ว อาจจะใช้อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะและผนวกมัน สร้างเป็นนิกายระดับ 6 ขึ้นได้
“เหยียงอวิ๋น เขาตายจริงหรือ?” เทพธิดาวายุหิมะได้เห็นซากศพของ
เหยียงอวิ๋นบนพื้น ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยโลหิตและปราณโลหิต
ของเขาถูกดูดออกมา นางพบว่ามันไม่น่าเชื่อ ปีศาจที่โหดร้ายแห่งยุค เขา
ได้ควบคุมและปลูกฝังตราประทับทาสลงบนผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรของ
ทวีปนภารินไหลมาเป็นเวลา 4 ปี ความหยิ่งยโสและความน่าเกรงขาม
ของเขาจบสิ้นลงในที่สุด
ไม่ใช่แค่เพียงเทพธิดาวายุหิมะเท่านั้น แต่คนอื่นๆก็ได้ถอนหายใจ
ด้วยความโล่งอก ส่วนผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรที่มีสายเลือดพิเศษยิ่งรู้สึกโล่
งอกมากกว่า
หยี่เอ๋อร์ได้โค้งคำนับให้หลินหมิงอย่างสุดซึ้ง “ปราชญ์หลิน, การฆ่าเห
ยียงอวิ๋นเป็นความมีน้ำใจต่อชีวิตข้ายิ่งนัก ข้าจะสลักความมีน้ำใจนี้ไว้ใน
หัวใจ”
จากนั้น ชายวัยกลางคนและแข็งแกร่งโค้งคารวะให้กับหลินหมิงด้วย
“หนี้เลือดของพี่ชายข้าเหล่ามู่นั้น เป็นฝีมือของเหยียงอวิ๋น ขอบใจปราชญ์
หลินที่ฆ่าเหยียงอวิ๋นและทำให้ความเกลียดชังของหนี้เลือดข้าจบสิ้นลงได้”
กับการตายของเหยียงอวิ๋น ทุกคนมีความสุขและปลื้มใจมาก
“ปราชญ์หลิน, ถ้าท่านมีคำขอสำหรับเราโปรดได้กล่าวออกมา ข้าจะ
รอจนกว่าลมหายใจสุดข้า!”
หลินหมิงตอบอย่างสงบ “เหยียงอวิ๋นเป็นศัตรูของข้าและเราถูก
กำหนดให้ต้องต่อสู้เป็นตาย แม้ว่าจะบังเอิญช่วยเจ้า แต่ก็ไม่ใช่ความ
เมตตาอันยิ่งใหญ่หรืออะไรเช่นนั้นมาก ไม่ใช่ว่าไม่มีสิ่งที่ข้าไม่ต้องการ มัน
มีอยู่
“ปราชญ์หลิน, โปรดว่ามาเลย ข้าจะบุกน้ำและลุยไฟเพื่อทำมันให้
สำเร็จ!”ผู้ทรงพลังขั้นเทพสมุทรจำนวนมากก็ได้มาชุมนุมกันที่นี่ในวันนี้
และแต่ละคนก็เป็นผู้ปกครองทวีปนภารินไหลหลายขุมกำลังอีกด้วย จะมี
สิ่งใดที่พวกเขาจะไม่สามารถทำได้บ้าง?
หลินหมิงยิ้ม “มันไม่หนักหนามาก ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของ
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เก้าเตาหลอมเทวะ, อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์กลั่นนภา,
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารา หรือหนึ่งในขุมกำลังใต้บัญชาการเหล่านั้น
ถูกต้องหรือไม่?”
“ใช่แล้ว มันยังมีนักสู้อิสระที่ไม่มีนิกายใดๆประมาณ 7-8 คนอยู่ที่นี่
ด้วย สำหรับอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า พวกเขามีความแค้นกับปราชญ์
หลิน ดังนั้นพวกเขาจึงได้สนับสนุนเหยียงอวิ๋นอย่างสมบูรณ์ เราไม่พบว่า
พวกเขาน่าเชื่อถือ ดังนั้นเราจึงไม่ได้ติดต่อพวกเขาตั้งแต่แรก” จักรพรรดิ
ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดดารา หลี่อวี่เสี่ยวกล่าวออกมา
“อืม” หลินหมิงพยักหน้า “เช่นนั้นแล้ว ข้ามีสองคำขอ ประการแรก
ข้าหวังว่าในอนาคตจะมีเพียง 3 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อยู่ล้อมรอบทะเลแห่ง
ปาฏิหาริย์ จากจุดนี้เป็นต้นไป อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะไม่มีอยู่อีก
ต่อไป!”
คำร้องขอของหลินหมิงเป็นที่น่าอัศจรรย์ ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ เขา
ตัดสินว่าต้องการกวาดล้างหนึ่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ และเขามีคุณสมบัติใน
การพูดเช่นนี้
หลี่อวี่เสี่ยวสูดหายใจเข้าลึกขณะที่ได้ยินคำพูดของหลินหมิง แต่เขา
ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าเข้ากันไม่ได้แล้วกับหลินหมิง
เหมือนน้ำกับไฟ ถ้าหลินหมิงวางแผนที่จะก้าวขึ้นสู่แดนเทวะในอนาคต
เขาก็จะทิ้งตระกูลและมรดกของเขาไว้ในทวีปนภารินไหล ถ้ามีบางอย่างที่
ไม่เป็นมิตรและตะกละตะกลามหมายตาตระกูลของเขาแล้ว เขาจะวางใจ
ให้สงบได้อย่างไร?
4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อยู่มานานกว่า 10,000 ปี ตอนนี้เพียงเพราะ
คำพูดไม่กี่คำจากหลินหมิงมันก็ต้องสาบสูญไป เหลือเพียง 3 เท่านั้น!
“ได้หรือไม่?” คิ้วของหลินหมิงขมวดขึ้น
“ไม่มีปัญหา! ไม่เพียงแต่หลี่อวี่เสี่ยวที่เห็นด้วย แต่ตัวตนที่สำคัญอื่นๆ
จาก 3 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเห็นด้วย ในความจริง เหตุผลที่ทั้ง 4
อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์สามารถอยู่ร่วมกันได้ในสภาพที่มั่นคงมานานกว่า
10,000 ปีก็เป็นเพราะพวกเขายับยั้งกันและกันไว้ เพราะราคาของการทำ
สงครามยิ่งใหญ่เกินไป สำหรับการเข้าร่วมกองกำลังกับอาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งเพื่อพิชิตอีกแห่งนั้น ถ้าพวกเขาสามารถทำสิ่งนี้ได้ อีก
ฝ่ายก็สามารถทำได้เช่นกัน ความลึกลับระหว่าง 4 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นั้น
ซับซ้อน หากต้องการเริ่มสงครามก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่ตอนนี้ เนื่องจากหลินหมิง สิ่งนี้จึงไม่มีปัญหาอีกต่อไป!
หลินหมิงกล่าวว่า “กำจัดอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่า ดินแดน
ทรัพยากรและผลประโยชน์ทั้งหมดจะถูกแบ่งให้ 3 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์
ข้าจะไม่เข้าไปแทรกแซงและข้าไม่ต้องการมัน ข้ามีเพียงความต้องการ
เดียวเท่านั้น เมื่อพวกท่านทำเช่นนี้ อย่าได้ฆ่าไม่เลือกหน้า พยายามใช้วิธี
สันติเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งหากเป็นไปได้ ส่วนมรดกและลูกหลาน
ของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่านั้น อย่าฆ่าพวกเขาทั้งหมด พวกท่านอาจ
นำพวกเขาเข้าสู่ 3 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์และปล่อยให้พวกเขายังคงมีอยู่
ต่อไป
เหล่าผู้นำของ 3 อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้ยินหลินหมิงกล่าวเช่นนี้ นี่
เท่ากับส่งเค้กยักษ์มาให้พวกเขา ด้วยพลังของหลินหมิงและ 3 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าจะเกิดหายนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
มีแนวโน้มว่าแทบจะไม่มีคนต่อต้านด้วย ในสงครามครั้งนี้ พวกเขา
สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากที่สุดเพื่อแลกกับความสูญเสียที่น้อยที่สุด
ส่วนอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าที่อยู่มานานกว่า 10,000 ปี ก็ย่อม
ทรัพยากรที่สะสมอยู่มากมายเกินกว่าจินตนาการ ถ้าทั้ง 3 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์สามารถแบ่งกันแล้ว ตระกูลแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากและแม้แต่
นิกายระดับ 5 จำนวนมากก็สามารถรับถ้วยซุปมาได้บ้าง
จะเจอเรื่องที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้ที่ไหนอีก?
หลินหมิงกล่าวต่อว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่ามี
ขุมกำลังใต้บัญชาการที่เรียกว่า มหาทะเลทรายตะวันตกเฉียงเหนือ มี
หนึ่งในพวกเขาชื่อ หวังอวี่ฉาง ข้าไม่ต้องการให้เขายังมีชีวิตอยู่ต่อไปใน
โลกนี้”
เหตุผลที่หลินหมิงถูกเปิดเผยถึงตัวตนที่แท้จริงก็เพราะหวังอวี่ฉางได้
บอกกับเหยียงอวิ๋น เรื่องนี้ทำให้ตระกูลหลินต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่
ยิ่งใหญ่
หลินหมิงได้มีความแค้นกับหวังอวี่ฉางในช่วงงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ของ
วันแต่งงาน หากหลินหมิงขึ้นสู่แดนเทวะ เขาไม่ต้องการให้งูพิษตัวนี้เล็งไป
ยังตระกูลของเขาอีก ถ้าคนนี้ตาย เขาจะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย โปรดให้ข้าจัดการเอง” หลี่อวี่เสี่ยวอาสา หวังอวี่
ฉางเป็นเพียงนักสู้ขั้นทำลายชีวิต การฆ่าเขาย่อมไม่แตกต่างจากการฆ่าไก่
สำหรับมหาทะเลทรายตะวันตกเฉียงเหนือ พวกเขาจะไม่กล้าให้ที่พักพิง
กับหวังอวี่ฉางด้วยซ้ำ เพราะมันจะเป็นเหมือนกับการแสวงหาความตาย
ตั้งแต่อายุ 15 ปี เมื่อหลินหมิงก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งนักสู้อย่างเป็น
ทางการ มันก็ได้ผ่านมา 11 ปีแล้ว, เมื่อ 11 ปีที่แล้ว, เขาเป็นเพียงตัวตน
ที่ไม่สำคัญ แต่ตอนนี้ เพียงไม่กี่คำเขาสามารถเปลี่ยนสภาพที่เป็นอยู่ของ
ทวีปนภารินไหลได้!
ในอีก 3 ปีต่อมา อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อาชูร่าก็ได้ถูกลบออกไปจาก
โลกนี้ สำหรับซือถูฮ่าวเทียน ผู้ปกครองที่น่าภาคภูมิใจแห่งยุคก็ได้ถูก
บังคับให้ตายบนเส้นทางแห่งความเสียใจ ในทวีปนี้ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์อา
ชูร่าจะไม่มีอยู่อีกต่อไป และชื่อนี้จะจางหายไปในความทรงจำของผู้คน
……
หลินหมิงข้ามผ่านไปหลายสิบล้านไมล์เพื่อไปยังสัตว์อสูรทะเลมหึมา
ที่อยู่ในทะเลทางใต้
ในมิติย่อยของสัตว์อสูรทะเลมหึมา, มู่เชียนหยี่, ฉินซิงเซวียน, มาร
เจิดจรัส, หลินฟู่และหลินมู่ได้รวมตัวกัน
แม้แต่หลานอวิ๋นเยว่ก็มา หลังจากหลายปีที่ผ่านมา นางได้เห็นหลินฟู่
และหลินมู่อีกครั้ง นางเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเมื่อเห็นพวกเขา และได้
โค้งคำนับอย่างลึกซึ้งต่อพวกเขา
หลินฟู่และหลินมู่อาจกล่าวได้ว่าพบเจอหลานอวิ๋นเยว่มาตั้งแต่เด็ก
ขณะที่พวกเขาเห็นนางอีกครั้ง พวกเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึก
หลินหมิงยืนอยู่ที่ด้านข้าง ไม่พูดอะไร มู่เชียนหยี่เดินไปทางด้าน
หลินหมิง และถามเขาด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “เมื่อไหร่ที่เจ้าจะจากไป?”
หัวใจของหลินหมิงสั่นไหว เขารู้ว่าสิ่งที่เรียกว่า “จากไป” นี้ ความจริง
คือการขึ้นสู่แดนเทวะ เมื่อเขาจากไป มันก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดพวกเขาจะได้พบ
กันอีกครั้ง สำหรับมู่เชียนหยี่ หลินหมิงรู้สึกผิดอย่างมาก หลังจากจัดงาน
แต่งงานที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาก็ได้อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น อ่อนโยนและเต็มไป
ด้วยความรักเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะเดินทางไปยัง 4 อาณาจักร
ศักดิ์สิทธิ์ ในระหว่างการผจญภัย เขาได้จากไปเป็นเวลาหลายปี และ
ตอนนี้ที่พวกเขาได้พบกันอีกครั้ง เขาจะต้องขึ้นสู่แดนเทวะในอีกไม่ช้า
“ข้ายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้” หลินหมิงไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
มู่เชียนหยี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร ในความเป็น
จริง ตั้งแต่วันที่ข้าได้ให้หัวใจของข้าแก่เจ้านั้น ข้าก็รู้ว่าข้าอาจจะไม่
สามารถเดินไปตามเส้นทางเดียวกันกับเจ้าได้ และข้าไม่คิดว่าจะทำได้ใน
เร็ววันด้วย”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต นั่นคือทางเลือกที่ข้าทำตามใจตนเอง
ปรารถนา เจ้ารู้หรือไม่ ถ้าเจ้าไม่มีตัวตน ข้าอาจจะตายไปแล้วในสงคราม
ทะเลทางใต้ ข้าเองก็เป็นคนหนึ่งที่เดินบนเส้นทางแห่งนักสู้ เมื่อเจ้าไปยัง
แดนเทวะ จงไปด้วยความมั่นใจ ข้าจะอยู่ในแดนเบื้องล่าง และจัดการกับ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่เอง”
มู่เชียนหยี่กระซิบใส่หูของหลินหมิง หากเป็นนักสู้ที่แท้จริง ยกเว้นว่า
พวกเขาเป็นนักสู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านอารมณ์ พวกเขาจะบ่มเพาะ
โดยไม่มีเวลาคิดถึงบางสิ่งเช่นความรู้สึก การบ่มเพาะของนักสู้คือการต่อสู้
กับสวรรค์ เฉพาะเมื่อนักสู้ตัดสินใจว่าไม่หวังก้าวหน้ามากขึ้น พวกเขาจึง
จะลงเอยด้วยการมีภรรยาและสนุกกับช่วงเวลาของพวกเขา มิเช่นนั้น
ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะยังคงขยันขันแข็งในการบ่มเพาะเพื่อไล่ตามเต๋า
อันยิ่งใหญ่ด้วยหัวใจที่สมบูรณ์และเจตจำนงของพวกเขา สำหรับเรื่องของ
ความรู้สึกนั้น พวกเขาก็จะไม่แยแสกับมัน
มู่เชียนหยี่เป็นอัจฉริยะด้านการต่อนักสู้ แม้ว่านางจะไม่สามารถ
เปรียบเทียบกับบรรดาพรสวรรค์ระดับจักรพรรดิสูงสุดได้ แต่นางก็ได้รับ
การสนับสนุนมากมายจากแหล่งทรัพยากรที่นำมาโดยหลินหมิง และยังมี
หยดโลหิตฟีนิกซ์โบราณในร่างของนางด้วย มันจึงจะไม่ยากเกินไปสำหรับ
นางที่จะทะลวงเข้าสู่ในขั้นเทพสมุทรในอนาคต
นางไม่ได้เป็นผู้หญิงที่ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ทันทีที่ชายคนรักจากไป
นางยังมีเส้นทางของตัวเองที่ยังต้องการเดินและนางยังเป็นอิสระ ถ้านาง
ไม่ได้พบกับใครบางคนเช่นหลินหมิง เช่นนั้นนางก็จะก็ไม่แต่งงานตลอด
ชีวิต และนางก็ยอมรับมันได้