Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 948 แผ่นหยกร่างจำแลงเทพธิดาเฟิง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 948 แผ่นหยกร่างจำแลงเทพธิดาเฟิง
อยู่บนยอดเขาลอยฟ้า ใต้แสงไฟหลากสี หลินหมิงและฉินซิงเซวียน
นอนเอนหลังอยู่บนพื้นหญ้าที่มองดูราวกับเมฆสีขาวไหลผ่านพวกเขา สิ่ง
อัศจรรย์ทั้งหมดรอบตัวทำให้มึนเมาเหมือนฝัน
ด้วยโลกที่เป็นเตียง ดอกไม้ที่เป็นผ้าห่ม, มีหญิงงามกอดที่หน้าอก
ของเขา หลินหมิงก็ดูทิวทัศน์รอบตัว เขายืนอยู่ที่จุดสูงสุดของทวีปนภาริน
ไหล ชีวิตของเขาอาจได้รับการกล่าวได้ว่าถึงขีดสุดของความสุขแล้ว
ในปีที่ผ่านมา ถ้าหลินหมิงไม่ได้บ่มเพาะอย่างหนักเขาก็คงกำลังฆ่า
หรือหลบหนีอยู่ เขาเดินหน้าเข้าสู่ทุกสถานการณ์ที่เป็นอันตรายและมี
ความหวังเพียงเล็กน้อยที่อยู่รอด เขาไม่เคยมีโอกาสที่จะสงบจิตใจของเขา
และสนุกกับชีวิตของเขาเช่นนี้เลย
ถ้าไม่เคยใช้ชีวิตที่รุ่งโรจน์และอิสระในสักช่วงเวลาหนึ่งแล้ว มันจะถือ
ว่าพลาดการใช้ชีวิตอย่างมหันต์ ในขณะที่เส้นทางแห่งนักสู้เต็มไปด้วยการ
บ่มเพาะอันยาวนาน พวกเขาจำเป็นต้องใส่ใจตัวเองและความรู้สึกบ้าง
พวกเขาต้องลิ้มรสความรู้สึกนับร้อยในชีวิต นี่เป็นส่วนหนึ่งของการบ่ม
เพาะเช่นกัน
หลินหมิงค่อยๆเลื่อนนิ้วของเขาไปยังเรือนร่างของฉินซิงเซวียน นาง
กอดที่หน้าอกเหมือนแมว หัวใจของทั้งสองเต็มไปด้วยความสุขอย่างไม่
เคยปรากฏมาก่อน
หลังจากผ่านไปสักพัก ฉินซิงเซวียนก็ดูเหมือนจะจำอะไรได้บ้าง นาง
กล่าวว่า “สามี ก่อนที่ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วจะจากไป เขาได้ฝากจดหมายไว้ให้
เจ้า เจ้าลองอ่านดู”
หลินหมิงยิ้มเล็กน้อย “ข้ารู้แล้วว่าผู้อาวุโสจ้าวฮั่วอยากจะพูดอะไร
มันเกี่ยวกับเรื่องที่ขึ้นเขาจะขึ้นไปแดนเทวะ โชคไม่ดีที่ข้าไม่สามารถทำ
ตามความปรารถนาของผู้อาวุโสจ้าวฮั่วได้ ผู้อาวุโสจ้าวฮั่วมีนิกายที่เขา
อุทิศชีวิตด้วยเช่นกัน และนิกายนั้นไม่เหมาะสำหรับข้ามากกว่าเผ่าฟีนิกซ์
โบราณ ข้ายังอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 เท่านั้น มันจะเป็นเรื่องยาก
สำหรับเขาที่จะเปิดประตูมิติ ข้าทำได้เพียงปฏิเสธเจตนารมณ์ของผู้อาวุโส
จ้าวฮั่วเท่านั้น”
หลินหมิงวางแผนจะขึ้นไปโดยเร็วที่สุด เขาไม่อาจรอจนกว่าตนเอง
จะเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรได้ “ซิงเซวียน ถ้าไม่มีอุบัติเหตุใดๆ ข้าจะอยู่ในแดน
เบื้องล่างอีกสักหนึ่งปีหรือสองปี ก่อนที่ข้าจะไป ข้าจะช่วยยกระดับการ
บ่มเพาะของเจ้าให้ถึงขั้นหลอมรวมแก่นแท้ และให้หยี่เอ๋อร์ทะลวงขั้น
ทำลายชีวิต วันพรุ่งนี้ เราจะไปผจญภัยเล็กๆน้อยๆ ข้าจะพาเจ้าไปสนุกยัง
ที่ไหนสักแห่ง”
“หืม? ที่ใดกัน?”
“เจ้าจะรู้เมื่อเราไปถึงที่นั่นแล้ว”
สถานที่ซึ่งหลินหมิงต้องการนำฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ไปนั้นเป็น
ที่ราบโลหิตสังหาร – เส้นทางแห่งจักรพรรดิ
ด้วยการเป็นเจ้าแห่งที่ราบ หลินหมิงนำพวกนางไปได้โดยมิต้องกังวล
นอกจากนี้ เจ้าหอคอยและผู้ปกครองยังถูกควบคุมโดยมารเจิดจรัสอีก
ด้วย ในอนาคต ที่ราบโลหิตสังหารจะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนอย่าง
มากต่อเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์
ฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่แยกตัวออกไปและไปยังหอคอยแยกนภา
คนละแห่ง เข้าไปในเส้นทางแห่งจักรพรรดิ ส่วนหลินหมิง เขาเองก็เข้าไป
และเริ่มรับรู้แผ่นศิลาจักรพรรดิ
เส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลาด้อยกว่าเส้นทางแสงเจตจำนงในแง่
ของความลึกลับ เส้นทางจักรพรรดิแผ่นศิลาสลักด้วยกฎที่เหล่าอัจฉริยะ
ทิ้งไว้หลังจากที่พวกเขาเดินผ่านเส้นทางแห่งจักรพรรดิแล้ว นอกจากของ
ตัวตนเพียงไม่กี่คนเช่นจักรพรรดิปีศาจแล้ว แผ่นศิลาจักรพรรดิเหล่านี้ก็
ไม่ได้อยู่ในสายตาของหลินหมิง แม้แต่แผ่นศิลาจักรพรรดิที่ขนาดใหญ่
ที่สุดก็ยังด้อยกว่าแผ่นหยกที่เจียงจื่อจี๋ทิ้งไว้
หลินหมิงรู้สึกผิดหวังกับเรื่องนี้
ราชันสวรรค์บรรพกาลและเทพธิดาจากอเวจีปีศาจอมตะทิ้งแสง
เจตจำนงไว้เพียงคนละดวงเท่านั้น และไม่ได้ทิ้งแผ่นศิลาจักรพรรดิใดๆไว้
การเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลินหมิงบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิก็คือ
การเข้าสู่มิติอนุภาคแรกกำเนิดที่ราชันสวรรค์บรรพกาลทิ้งไว้ เขาสามารถ
สร้างจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดในครั้งเดียวและแม้กระทั่งสัมผัส
กับกฎแห่งความโกลาหลอันลึกลับได้
แต่ไม่มีโชคดังกล่าวเกิดขึ้นในเส้นทางแห่งจักรพรรดิแผ่นศิลา
จนถึงปีต่อไป หลินหมิงได้ช่วยฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ในการบ่ม
เพาะ ผ่านวันเหล่านั้นมาด้วยความรักและความอบอุ่น
ในช่วงปีนี้ ฉินซิงเซวียนประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขั้น
หลอมรวมแก่นแท้ เมื่อเทียบกับมู่เชียนหยี่ที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวม
แก่นแท้เมื่ออายุ 30 ปี มู่เชียนหยี่ก็เร็วกว่าสองปีเท่านั้น
สำหรับมู่เชียนหยี่นางอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นหลอมรวมแก่นแท้อยู่
แล้ว ห่างเพียงก้าวเดียวจากขั้นทำลายชีวิต นี่เป็นเพราะนางรู้สึกว่า
รากฐานและภูมิหลังของนางขาดไป ดังนั้นนางจึงยับยั้งการบ่มเพาะของ
นางโดยเจตนา มิเช่นนั้นนางคงจะทะลวงมันไปแล้ว
สำหรับหลินหมิง เขาใช้เวลาในปีที่ผ่านมาเพื่อรักษาเสถียรภาพใน
การบ่มเพาะของตน และทำความเข้าใจในกฎ เขาขจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่
ทั้งหมด ทิ้งไว้เพียงการเพิ่มขึ้นอย่างน่าทึ่งในการบ่มเพาะ
ในฤดูใบไม้ผลิปีต่อมา ในวันที่มีแสงแดดสดใส หลินหมิงได้นำมู่เชียน
หยี่และฉินซิงเซวียนมายังแดนเร้นลับฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะฟีนิกซ์
ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้เข้าสู่เขตที่ถูกจำกัด
ก่อนที่หลินหมิงจะเข้าเขตที่ถูกจำกัด จิตวิญญาณตำหนักก็รู้สึกถึง
ตัวตนของเขาแล้ว
เสียงชราและไม่แยแสสะท้อนอยู่ในหูของเขาว่า “มันเป็นเวลานาน
มากแล้ว, ผู้ท่าชิงด่านทดสอบ”
“อืม สักพักหนึ่งแล้ว ข้าต้องขออภัยสำหรับการรบกวนผู้อาวุโสจาก
การหลับใหล ข้ามาในเวลานี้เพื่อถามคำถามท่าน ข้าจะทะลวงมิติของโลก
นี้ได้อย่างไร? ข้าอยากจะออกจากทวีปนภารินไหลและไปยังแดนเทวะ”
จิตวิญญาณตำหนักกล่าวว่า “ผู้ท้าชิงด่านทดสอบ, ท่านเทพธิดาเฟิง
ได้ตรวจสอบสถานการณ์รอบๆ ทวีปที่ทวีปนภารินไหลอยู่ มิติรอบดาว
ดวงนี้ถูกปิดกั้นด้วยพลังลึกลับบางอย่าง ถ้าเจ้าต้องการสร้างช่องว่างมิติ
จากโลกนี้ไปสู่แดนเทวะแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากอย่างมาก วิธีที่ง่ายที่สุด
คือไปยังโลกอื่นผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วใช้ช่องว่างมิติที่นั่นแทน เมื่อ
เจ้าจากไปเมืองฟีนิกซ์โบราณครั้งก่อน ท่านเทพธิดาเฟิงก็ยังได้มอบแผ่น
หยกหลายใบไว้ให้เจ้า หนึ่งในแผ่นหยกมีเส้นผมหนึ่งเส้นของเทพธิดาเฟิง
อยู่ ถ้าเจ้าบดขยี้แผ่นหยกนี้ เส้นผมจะกลายเป็นร่างจำแลงของนาง เจ้า
สามารถพึ่งพาสิ่งนี้ได้ เพื่อพูดคุยกับท่านเทพธิดาเฟิงอีกครั้ง”
“หืม? จริงหรือ?” หลินหมิงตกตะลึง เขาไม่คิดว่าเทพธิดาเฟิงจะทิ้ง
แผนฉุกเฉินดังกล่าวไว้ เมื่อเขาออกจากเมืองฟีนิกซ์โบราณแล้ว เทพธิดา
เฟิงก็ให้เขาได้ยืมแผ่นหยกวิถีแห่งเพลิงมาจำนวนมากเพื่อให้เขาสามารถ
รับรู้ผ่านมันได้ เขาไม่เคยค้นพบว่ามีอะไรแปลกๆเช่นนั้นกับพวกมัน
จิตวิญญาณตำหนักกล่าวว่า “ท่านเทพธิดาเฟิงและท่านกู่รู่หลานเห
ยียนได้คำนวณว่าเจ้ามีกรรมภายในทวีปนภารินไหลที่เจ้ายังไม่ได้แก้ไข
และโชคชะตาที่เจ้ายังไม่ได้สืบทอด หากเจ้าขึ้นสู่แดนเทวะก่อนเวลาอัน
ควรแล้วนั้น เจ้าจะไม่สามารถขุดเอาศักยภาพของเจ้าออกมาได้เต็มที่
ดังนั้น พวกเขาจึงอนุญาตให้เจ้ากลับมายังทวีปนภารินไหล”
“อย่างไรก็ตาม ปลามังกรสีขาวยังต้องแพ้ทางต่อชาวประมงและนก
อยู่ร่ำไป แม้ว่าเจ้าจะเป็นมังกรทรงพลังในบ่อลึกและเจ้ายังได้รับความชื่น
ชมจากท่านเทพธิดาเฟิง และก่อนที่เจ้าจะเติบโตขึ้น ชะตากรรมของเจ้า
จะเต็มไปด้วยชั้นของด่านทดสอบและความยากลำบากมากมาย หาก
ปราศจากผู้ปกป้อง แม้ว่าเจ้าจะมีโชคชะตาที่เหนียวแน่น แต่ก็ยังมี
อันตรายที่เจ้าจะตกตายลงได้”
“ดังนั้นท่านเทพธิดาเฟิงจึงได้ใช้เวลาหลายร้อยปีในการบ่มเพาะของ
นางเพื่อให้ร่างจำแลงของนางคงอยู่ในเส้นผม นางไม่ได้แจ้งให้เจ้ารู้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เพื่อให้เจ้าเติบโตขึ้นโดยมีหัวใจที่หยิ่งยโสและต้องการให้
แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา เข้าถึงจุดสูงสุดของชะตากรรมในทวีป
นภารินไหลและจัดการวัฏจักรแห่งกรรมของเจ้าให้ราบรื่น แต่ถ้าเจ้า
ประสบอุบัติเหตุจนอยู่บนปากเหวแห่งความตายแล้ว แผ่นหยกนี้จะแตก
ออกโดยอัตโนมัติ และร่างจำแลงของเทพธิดาเฟิงจะปรากฏตัวขึ้น
ปกป้องเจ้าได้อย่างสมบูรณ์”
“เนื่องจากกฎที่จำกัดของทวีปนภารินไหลนี้ ร่างจำแลงจึงจะมีเพียง
การบ่มเพาะที่ถูกยับยั้งอยู่เพียงจุดสูงสุดขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย ถึง
กระนั้น มันก็ยังเป็นร่างจำแลงที่สมบูรณ์ของเทพธิดาเฟิง สำหรับนางที่จะ
กำจัดบางอย่างเช่นตัวตนสูงสุดภายใต้สวรรค์นั้นก็ง่ายดายราวกับโบกมือ”
จิตวิญญาณตำหนักได้กล่าวอย่างไม่หยุดหย่อน หลินหมิงสูดหายใจ
เข้าลึก เขาไม่เคยคิดว่าเทพธิดาเฟิงจะจัดการเรื่องต่างๆมากมายอย่าง
ลับๆ
ด้วยระดับพลังของเทพธิดาเฟิง มิต้องกล่าวถึงการที่ร่างจำแลงของ
นางถูกยับยั้งให้อยู่เพียงจุดสูงสุดขั้นเทพสมุทรช่วงปลาย แม้ว่าจะถูก
ยับยั้งจนอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตก็ยังมากเกินพอที่จะกำจัดเหยียงอวิ๋นได้
แล้ว มันต้องเป็นที่รู้กันดีว่าหลินหมิงอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 แต่
เขาก็ยังสามารถฆ่าเหยียงอวิ๋นได้ การบ่มเพาะไม่ใช่ทุกอย่าง ถ้าร่างจริง
ของเทพธิดาเฟิงมาถึงโลกใบนี้ แม้ว่าเพียงการบ่มเพาะที่ถูกยับยั้งจนถึงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 4 แต่นางยังสามารถเอาชนะหลินหมิงในขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 5 ได้ นั่นคือความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากขั้นพลังที่แตกต่างกันอย่าง
มาก
“ข้าไม่เคยคิดว่าผู้อาวุโสเทพธิดาเฟิงจะทำเรื่องดังกล่าว ข้า..หลินหมิง
จะสลักความเมตตานี้ไว้ในหัวใจ
หลินหมิงกล่าวโดยไม่ปิดบัง เขารู้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่สำคัญ ถ้าเขา
แสดงความสามารถที่ยอดเยี่ยมออกมา เขาก็คงจะเป็นเพียงแค่ผู้เยาว์ที่มี
พรสวรรค์เท่านั้น เมื่อเขาได้รับอันดับหนึ่งในด่านทดสอบหล่อหลอม นั่นก็
เป็นเพียงในแดนเบื้องล่างของเมืองฟีนิกซ์โบราณ ด่านทดสอบหล่อหลอม
ในแดนเทวะนั้นน่ากลัวมากยิ่งกว่า มันมีอัจฉริยะมากเกินไป
ผู้มีพรสวรรค์จะปรากฏตัวทุกสิบปีหรือราวๆนั้น และผู้มีพรสวรรค์
เหล่านี้สะสมจำนวนมานับหมื่นปี แม้ว่าเขาจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่โดดเด่น
ที่สุดในยุคของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะประสบความสำเร็จ
อย่างมากในอนาคต
ด้วยสถานะของเทพธิดาเฟิง นางกลับเตรียมการป้องกันดังกล่าวไว้
ให้กับเขาโดยเฉพาะ
จิตวิญญาณตำหนักกล่าวเพิ่มว่า “ท่านเทพธิดาเฟิงได้จ่ายไปอย่าง
มากเพื่อช่วยเจ้า และเจ้าก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเช่นกัน ตั้งแต่ตอนที่เจ้า
กลับมาจนถึงขณะนี้ เสี้ยวของร่างจำแลงก็ยังไม่เคยมีการเปิดใช้งานด้วย
ซ้ำ นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเจ้าสามารถจัดการวัฏจักรแห่งกรรมของตนเองได้
อย่างสมบูรณ์แบบ ในทวีปนภารินไหลแล้ว ตอนนี้เจ้าสามารถเลือกเวลาที่
เจ้าต้องการขึ้นไปยังแดนเทวะได้เลย แน่นอนว่าอย่ารอช้าจนเกินไป เจ้า
ยืนอยู่จุดสูงสุดของทวีปนภารินไหลเรียบร้อยแล้ว โชคชะตาของเจ้าใน
แดนเบื้องล่างได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว แดนเบื้องล่างจะเป็นห่วงของเจ้าเท่านั้น
หากยังอยู่ต่อไป โดยเพียงขยายขอบเขตอันไกลโพ้น แสวงหาโชค รวมทั้ง
เผชิญกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งในแดนเทวะเท่านั้นเจ้าจึงจะทะยานขึ้นสู่
สวรรค์อย่างแท้จริงได้!”
“สำหรับการบ่มเพาะของเจ้าที่ต่ำเกินไป เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องกังวล
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักสู้ที่เกิดมาภายในแดนเทวะนั้นมีมากมาย พวกเขายัง
เริ่มต้นจากกายผันแปรและไปทีละขั้นตอนในการบ่มเพาะของตนเอง
ภายในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ มันมีศิษย์ที่อยู่ขั้นปราณปลายฟ้าและขั้นหลอม
รวมแก่นแท้ด้วย แน่นอนว่ายังมีศิษย์ที่อยู่ขั้นเทพสมุทรและขั้นผันแปร
ศักดิ์สิทธิ์ เผ่าฟีนิกซ์โบราณเป็นเผ่าที่มีขนาดใหญ่อย่างมาก มันเป็นไป
ไม่ได้ที่จะนับจำนวนของผู้คน มันอาจมีพันล้าน หมื่นล้านหรือแม้แต่แสน
ล้าน แต่ละคนมีความสามารถในการบ่มเพาะสูง แม้เผ่าฟีนิกซ์โบราณจะมี
ขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่มีนัยสำคัญมากเมื่อเทียบกับแดนเทวะที่ไร้ขอบแดน”
เสียงของจิตวิญญาณตำหนักยังไร้อารมณ์เช่นเดิม คำพูดเหล่านี้แสดง
ให้เห็นชัดเจนว่าแดนเทวะมีขนาดใหญ่และน่ากลัวเพียงใด ในแง่ความ
แข็งแกร่งของนักสู้นั้น แม้จักรวาลไร้สิ้นสุดสามพันโลกรวมเข้าด้วยกัน แต่
ก็ยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับมุมที่เล็กที่สุดของแดนเทวะได้
หลินหมิงกล่าว “ขอบคุณผู้อาวุโสยิ่งนัก ผู้เยาว์นี้จะใช้เวลาอีก 3
เดือนในแดนเบื้องล่างก่อนที่จะขึ้นไปอย่างเป็นทางการ”
“ดี ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า” เสียงของจิตวิญญาณตำหนักจางหายไป
ในอีก 3 เดือนข้างหน้า หลินหมิงได้ยกเลิกการฝึกฝนใด เขาพาบิดา
มารดา, หลินเสี่ยวเกอ, ฉินซิงเซวียนและมู่เชียนหยี่ท่องเที่ยวไปทั่วทวีป
นภารินไหล
3 เดือนนี้พวกเขาได้ลอยสูงในท้องฟ้า มองลงไปยังทิวทัศน์อันงดงาม
ของโลก บางครั้ง พวกเขาจะปลอมตัวเป็นปุถุชนเข้าไปในตลาดที่คึกคัก
และหาประสบการณ์ความสุขและความสนุกเช่นปุถุชน และบางครั้ง พวก
เขาจะใช้จ่ายเงินราวกับเทน้ำเทท่า พวกเขาได้เพลิดเพลินกับความ
ฟุ่มเฟือย ดื่มด่ำกับชีวิตของชนชั้นสูง
ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หลินหมิงได้ปลดปล่อยตัวเองอยู่ความห
ลุ่มหลงในรัก ทุกคืนพวกเขาจะร่วมรักจนถึงรุ่งอรุณ จมตนเองอยู่ในราคะ
เท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อถึงกำหนดเวลา 3 เดือน หญิงทั้งสองก็ยังรู้สึกไม่
พอใจ ทำให้หลินหมิงต้องโอบกอดกับทั้งสองในยามค่ำคืนพร้อมกัน ได้รับ
การปรนเปรอจากสองภรรยาอย่างสุดซึ้ง ทั้งสามเต็มไปด้วยความสุขอย่าง
ที่สุด
ชีวิตที่ยาวนาน, พันปีของความอ่อนเยาว์, ความห่วงใยที่ไร้กังวล,
สมบัติที่ไร้สิ้นสุด, หญิงที่เต็มไปด้วยความรักในอ้อมแขนของเขา ทุกสิ่งทุก
อย่างเพียบพร้อมในโลกนี้ ตราบเท่าที่เขาต้องการไม่ว่าสิ่งใดก็จะเป็นของ
เขาได้ ชีวิตเช่นนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดสูงสุด
แต่ทุกอย่างย่อมมีจุดสิ้นสุด ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเกินไป
กำหนดเวลา 3 เดือนสุดท้ายหมดลงแล้ว
มันถึงเวลาแล้วที่หลินหมิงจะก้าวขึ้นสู่แดนเทวะเสียที