Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 966 พรสวรรค์และสมบัติที่ทำให้เกิดความอิจฉา
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 966 พรสวรรค์และสมบัติที่ทำให้เกิดความอิจฉา
ช่วงเวลาที่แหล่งพลังงานที่ถูกทิ้งไว้โดยเจ้าตำหนักคนเก่าได้หลอม
รวมเข้ากับหอกโลหิตฟีนิกซ์ หลินหมิงก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างมากกับหอกนี้
ราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อและโลหิตของเขา
เขาได้รับการอนุมัติจากหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญและตอนนี้หอก
โลหิตฟีนิกซ์ก็จดจำได้ว่าเขาเป็นเจ้านายของมัน เชื่อมต่อกับมันด้วยหัวใจ
และวิญญาณ
“ช่างเป็นแหล่งพลังงานที่แข็งแกร่งยิ่งนัก! มันมีแม้กระทั่งโลหิต
บริสุทธิ์ของฟินิกซ์โบราณ ข้าสงสัยว่าเจ้าตำหนักอยู่ในขั้นพลังใดกันแน่
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเทียบกับผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณได้ แต่เขาก็ยังคง
เป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์ เนื่องจากเขาเป็นคนที่สามารถสร้าง
สิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณได้ นี่จึงเป็นความโชคดีของข้าที่สามารถรับ
เสี้ยวพลังของเขามา” หลินหมิงพูดกับตัวเอง
แผ่นศิลานั้นทำหน้าที่สร้างเสถียรภาพให้กับดวงตาของรูปแบบค่าย
กลภายในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญซึ่งถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยผู้นำเผ่า
ฟีนิกซ์โบราณคนเก่า แต่แหล่งพลังที่ถูกดูดกลืนเข้าไปในหอกโลหิตฟีนิกซ์
ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยเจ้าตำหนักคนเก่า
ในขณะที่เจ้าตำหนักด้อยกว่าผู้นำเผ่า แหล่งพลังของเขาจึงแทบจะ
ทำให้แผ่นศิลาคงอยู่อย่างยาวนาน หลังจากหลายร้อยล้านปี จำนวนแผ่น
ศิลาจึงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับแหล่งพลัง ทุกหยดเป็นสมบัติล้ำค่าและ
หายากมาก
เผ่าฟีนิกซ์โบราณมีประชากรนับแสนล้าน เกือบทุกคนเหล่านี้ฝึกฝน
การต่อสู้ สามัญชนจะกลายเป็นศิษย์สายนอกของตำหนัก ศิษย์สายนอก
เข้าสู่โถงนกไฟและกลายเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ และแม้กระทั่งเข้าสู่
โถงอีกาทองคำ, โถงวิหคเพลิงและโถงฟีนิกซ์ มันเต็มไปด้วยการแข่งขันที่
ดุเดือด ด้วยการที่จฉริยะมากมายเกิดขึ้นทุกปี แล้วมีสักกี่คนที่จะได้รับ
เสี้ยวแหล่งพลังที่หลงเหลืออยู่เบื้องหลังโดยเจ้าตำหนักบ้าง?
เมื่อหลินหมิงกลายเป็นตัวตนระดับสูงและไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหอก
โลหิตของฟีนิกซ์อีกต่อไปแล้ว เขาก็สามารถดูดซับเสี้ยวแหล่งพลังและใช้
มันเพื่อเพิ่มพูนสายเลือดของตนเองและปรับแต่งกฎภายในตัวเขา กระทั่ง
การเสริมสร้างการบ่มเพาะของตัวเขาเองได้ มันเป็นสมบัติที่มีประโยชน์
มากมาย
แหล่งพลังของเจ้าตำหนักคนเก่ากลายเป็นเส้นสีแดงทองที่แผ่
กระจายไปทั่วหอกโลหิตฟีนิกซ์ แหล่งพลังนี้จะช่วยเพิ่มพูนความน่าเกรง
ขามของหอกโลหิตฟีนิกซ์ ถึงแม้ว่าหอกจะไม่ถึงระดับของสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญเทวะ แต่แหล่งพลังนี้ก็จะทำให้มันใกล้เคียงได้!
แสงของหอกฟีนิกซ์โลหิตเริ่มสดใสขึ้นราวกับดวงอาทิตย์หลอม
รวมเข้ากับเพลาของมัน
9 ฟุต 9 นิ้วเป็นตัวเลขสูงสุด รูปแบบค่ายกลภายในหอกโลหิตฟีนิกซ์
ยังมีหลักการชั้นสูงของเต๋าสวรรค์อีกด้วย หอกนี้เป็นสัตว์ประหลาด
ท่ามกลางสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอย่างแท้จริง
ด้านข้างหลินหมิง, จุนเยว่และศิษย์อื่นๆมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความ
อิจฉา หลินจวินจื่อจ้องไปยังหอกในมือของหลินหมิงด้วยสายตาที่หลงใหล
นางต้องการที่จะยื่นมือออกไปเพื่อคว้าจับมัน
สำหรับซ่งไป่เฟิง เขาดูราวกับว่าตนเองกำลังสูญเสียวิญญาณ เขาได้
ช่วยหวงเยว่หงในวันนี้ และได้พยายามที่จะยั่วยุต่อหลินหมิงด้วย ถ้า
หลินหมิงยังไม่ตาย ในอนาคตเขาย่อมจะสามารถเติบโตขึ้นอย่างรุ่งโรจน์
และการเหยียบหนูสกปรกตัวเล็กเช่นเขาก็คงง่ายดายราวกลับพลิกฝ่ามือ
มิใช่หรือ?
“เป็นหอกที่ดี” หลินหมิงกวัดแกว่งหอกและคลื่นพลังที่ไม่สามารถ
มองเห็นพุ่งออกไป พลังต้นกำเนิดสวรรค์และปฐพีและพลังงานนรกถูก
กระตุ้นขึ้นโดยหอกโลหิตฟีนิกซ์ สร้างเป็นใบมีดพลังงานจันทร์เสี้ยวกวาด
ออกไป
บึมม!
ใบพัดพลังงานพุ่งเข้าใส่กำแพงของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ เมื่อ
ครู่หลินหมิงไม่ได้ใช้พลังของตัวเองเลย นั่นเป็นเพียงพลังที่เกิดขึ้นจาก
หอกโลหิตฟีนิกซ์ นี่เป็นข้อแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญและสมบัติทั่วไป สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมีรูปแบบค่ายกล
โดยธรรมชาติรวมถึงหลักการของเต๋าอันยิ่งใหญ่ ถ้าปุถุชนได้รับ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง พวกเขาสามารถใช้มันเพื่อฆ่านักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้าได้ในทันที ใบมีดรูปร่างจันทร์เสี้ยวนั้นไม่ใช่สิ่งที่นักสู้ขั้น
ปราณปลายฟ้าหรือแม้แต่นักสู้ขั้นหลอมรวมแก่นแท้จะสามารถสกัดกั้นได้
เพียงโดนขีดข่วนก็เป็นบาดแผลฉกรรจ์ หากโดนเข้าเต็มๆก็จะตกลงสู่
ความตาย นั่นคือคุณลักษณะของอาวุธศักดิ์สิทธิ์
ใกล้กับหลินหมิง, หวงเยว่หงเองก็หน้าซีด ยิ่งหอกโลหิตฟีนิกซ์
แข็งแกร่งเพียงใดมันก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้น!
ในวันนี้ ถ้าเป็นศิษย์คนหนึ่งของโถงฟีนิกซ์ที่ได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์
เขาก็จะรู้สึกอิจฉาในหัวใจ แต่เขาก็ยังคงแสดงการชมเชยในภายนอกได้ นี่
เป็นเพราะศิษย์ชั้นนำของโถงฟีนิกซ์มีภูมิหลังไม่ด้อยกว่ากว่าเขานัก แม้ว่า
จะเป็นวัวก็ตาม มันก็ไม่มีอะไรจะพูดได้ถ้าพรสวรรค์ของพวกเขาสูงขึ้นได้
แต่ตอนนี้ เขาได้โดนเหยียบย้ำโดยหลินหมิง และเหมือนโดนตบหน้า
อย่างรุนแรง หวงเยว่หง รู้สึกราวกับว่าเขาอยากจะตายมากกว่ามีชีวิต
“นายน้อย ข้าคิดว่าจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญคงสับสน เขามอบหอกโลหิตฟีนิกซ์ให้หลินหมิงและไม่ให้ดาบผ่า
สุริยันแก่นายน้อยได้อย่างไร? เขาเป็นเพียงคนขอทานที่ขึ้นมาจากแดน
เบื้องล่าง และเขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะถือหอกโลหิตฟีนิกซ์ด้วยซ้ำ”
“ใช่แล้ว, หอกโลหิตฟีนิกซ์ควรเป็นของนายน้อย วิญญาณสิ่งประดิษฐ์
ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญคงผิดพลาดบางอย่าง”
ทั้งสองคนนี้เห็นว่าเจ้านายของพวกเขาโกรธ และพวกเขาก็พยายาม
จะปลอบเขาอย่างสุดซึ้งด้วยกระแสเสียงปราณแท้ อย่างไรก็ตาม การดู
หมิ่นของพวกเขาไม่มีผลใดๆ มันยิ่งทำให้โกรธมากยิ่งขึ้นไปอีก “หุบปาก!
พวกเจ้าจะบอกว่าข้าด้อยกว่าคนขอทาน? ข้ายังเสียหน้าไม่พออีกหรือ
อย่างไร?”
กระแสเสียงปราณแท้ของหวงเยว่หงมีจิตสังหารที่หนาแน่นจนทำให้
พวกเขาทั้งสองเงียบไป
“เจ้าชื่อหลินหมิง?” หวงเยว่หงจู่ๆก็มองไปยังหลินหมิง “ดูเหมือนว่า
ข้าจะผิดไป ศักยภาพของเจ้าสูงมากพอที่จะทำให้ได้รับการยอมรับจากจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ไม่เลวเลย!”
หวงเยว่หงยังคงสีหน้ามืดมน ถึงแม้ว่าเขาจะระงับความโกรธชั่วคราว
อยู่เรื่อยๆและพูดถึงการล้อเลียนที่น่าพอใจ แต่เสียงของเขาก็ยังคง
ก้าวร้าว
หลินหมิงหันมองไปยังหวงเยว่หง ด้วยรูปร่างที่สูงและตั้งตรงของเขา
รวมกับหอกโลหิตฟีนิกซ์ยาว 9 ฟุต 9 นิ้ว แม้ว่าหวงเยว่หงพยายามกดดัน
เขา แต่หลินหมิงก็ยังคงไม่ไหวติง
“ช่างเป็นออร่าที่น่าประทับใจยิ่ง สำหรับเจ้าที่มาถึงจุดนี้ แม้ว่าจะ
ขึ้นมาจากแดนเบื้องล่างก็ตาม นั่นแสดงให้เห็นว่าเจ้ามีพรสวรรค์มาก เจ้า
รู้หรือไม่ว่าข้าเคยได้ยินเรื่องราวเล็กน้อยว่าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานก็มา
จากโลกปุถุชน เจ้าสนใจฟังหรือไม่?”
แม้ว่าหวงเยว่หงจะถามหลินหมิง แต่เขาไม่รอให้เขาตอบและ
สาธยายออกมา “ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กงดงามที่มีลุงซึ่งสามารถฝึกฝนจนเข้าสู่
ขั้นเทพสมุทรได้ อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้ให้ชุดขนวิหคเพลิงที่งดงามแก่นาง
นางสวมชุดนี้ทุกวันเมื่อนางไปยังสำนักฝึกฝนการต่อสู้ของปุถุชน และนาง
ได้รับความอิจฉาจากทุกคนที่นั่น แต่วันหนึ่ง ชุดขนวิหคเพลิงของนาง
หายไป และในที่สุดนางก็พบมัน มันถูกฉีกขาดออกจากกันโดยใครบางคน
และโยนมันลงไปในรางน้ำ ถูกทำลายและสกปรกอย่างสิ้นเชิง สาวน้อยจึง
ร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่า เศร้าหมองและหัวใจสลาย นางไม่สามารถทนได้
หลังจากนั้น ลุงของนางก็ได้ให้ชุดขนวิหคเพลิงที่งดงามยิ่งขึ้นไปอีกแก่นาง
นางสวมใส่มันในสำนักอีกครั้ง มันส่งผลให้เด็กสาวตัวนั้นหายตัวไป ใน
ที่สุดเมื่อพวกเขาพบนาง แก่นพลังงานหยินของนางถูกฉกฉวยไป และ
เพลิงแห่งชีวิตของนางก็ริบหรี่ จะมอดดับลงเมื่อใดก็ได้ นางกลายเป็นคน
บ้าอย่างเต็มตัว…”
เสียงของหวงเยว่หงเย็นยะเยือกขึ้นขณะที่กล่าว ความหมายที่อยู่
เบื้องหลังเรื่องนี้ชัดเจนสำหรับทุกคน จุนเยว่แข็งค้างขณะที่นางได้ยินเรื่อง
นี้และรู้สึกว่าหัวใจของนางหนาวเย็น แต่หลินหมิงยังคงสงบราวกับว่าเขา
ไม่เข้าใจความหมายของเรื่องราวเลย เขามองไปยังหวงเยว่หงและยิ้ม
อย่างเบาๆ “ท่านกำลังพยายามจะกล่าวสิ่งใด?”
“ข้าเพียงแต่แจ้งให้เจ้าทราบว่าไม่ว่าจะเป็นในโถงอีกาทองคำ, โถง
วิหคเพลิง, โถงฟีนิกซ์, ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ทั้งหมดหรือแม้แต่เผ่า
ฟีนิกซ์โบราณเองนั้น การต่อสู้ของฝ่ายต่างๆอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เจ้า
จินตนาการ บางครั้ง ความสามารถไม่เพียงแต่จะไม่นำเกียรติสูงสุดและ
ความรุ่งโรจน์มาสู่ตัวแล้ว แต่มันอาจนำหายนะมาด้วย”
“หวงเยว่หง ท่านกล่าวเรื่องไร้สาระอันใดกัน!? ท่านคิดว่าตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานของข้าไม่มีกฎเช่นนั้นหรือ? หากท่านฆ่าคนที่มีพรสวรรค์
ท่านจะถูกประหารชีวิตโดยเจ้าตำหนัก!” จุนเยว่โกรธเมื่อเห็นหวงเยว่หง
คุกคามคนที่อยู่ข้างกายนาง
“เจ้าตำหนัก? ฮ่าๆ, ผู้ใดคือเจ้าตำหนัก? ศิษย์น้องจุน เจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่
นานพอ เจ้าจึงไม่รู้ถึงว่าสถานะของเจ้าตำหนักคืออันใด! เจ้าคิดจริงหรือ
ว่าหลินหมิงมีคุณสมบัติที่จะได้รับการดูแลจากเจ้าตำหนัก เจ้าคิดว่าเพียง
เพราะเขาได้รับการอนุมัติจากหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญและแหล่งพลัง
ของเจ้าตำหนักคนก่อนแล้วเขาก็จะมีคุณสมบัติเช่นกัน? ให้ข้าได้บอกบาง
สิ่งบางอย่างแก่เจ้า แหล่งพลังที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังโดยเจ้าตำหนักคนก่อน
ผ่านมานับหมื่นปีแล้ว เคยให้กับศิษย์ไปกว่าสิบคนแล้ว และจากบรรดา
เหล่าศิษย์เหล่านั้นจะมีกี่คนที่ได้เป็นเจ้าตำหนัก? มิต้องกล่าวถึงเจ้า
ตำหนัก เพียงรองเจ้าตำหนักก็ยังมิได้เป็นเลย! แล้วตำแหน่งเจ้าตำหนักมีกี่
คน?”
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานเต็มไปด้วยผู้มีพรสวรรค์มากมาย แม้ว่าเจ้าจะ
เป็นหัวหน้าศิษย์ของโถงฟีนิกซ์ แต่สิ่งที่เจ้าจะได้รับก็คือการได้รับความ
สนใจจากเจ้าตำหนักบ้างเท่านั้น ดูตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานของข้าเป็น
ตัวอย่าง อย่างน้อยจะมีหัวหน้าศิษย์เกิดขึ้นทุกๆ 100 ปีและบางครั้งอาจมี
หลายคนบ้าง! แต่เจ้าตำหนักจะถือกำเนิดเพียงหลายหมื่นปี! เจ้าจะ
สามารถเปรียบเทียบได้อย่างไร?”
“นอกจากนี้ หลินหมิงยังมิใช่กระทั่งหัวหน้าโถงฟีนิกซ์ด้วยซ้ำ เขายัง
ห่างไกลเกินไป! แล้วเจ้าคิดว่าหัวหน้าศิษย์โถงฟีนิกซ์จะไม่มีสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดบ้างเลยหรือ? โดยเฉพาะศิษย์พี่ไป่เต๋าหง ต้นกำเนิด
ของเขาลึกล้ำและคนบอกว่าเขามีอำนาจพิเศษบางอย่าง ข้าเชื่อว่าด้วย
ตัวตนระดับนั้น เขาก็ไม่จำเป็นต้องมายังหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญด้วย
ซ้ำ!”
หลินหมิงยังคงรักษาท่าทางสงบอยู่ตลอดเวลาผ่านการสาธยายของ
หวงเยว่หง เขากล่าวว่า “หวงเยว่หง ถ้าท่านมีสิ่งใดที่อย่างจะพูดแล้ว ก็พูด
มันออกมาดังๆได้เลย หยุดอ้อมค้อมได้แล้ว”
“ฮ่าๆ, ศิษย์น้องหลินเป็นคนฉลาด ข้าจะบอกเจ้าว่าในสถานการณ์ที่
เจ้าไม่มีพื้นหลังมาก ยิ่งเจ้าแสดงความสามารถออกมามากเท่าไร มันก็จะ
เป็นอันตรายต่อเจ้ามากเท่านั้น ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่มีคุณสมบัติที่จะได้เห็น
เจ้าตำหนัก แต่เจ้าคิดว่าผู้อาวุโสเซี่ยวจู้หยางจะปล่อยเจ้าไปเช่นนั้นหรือ?
เจ้าจำไม่ได้หรือว่าความสัมพันธ์แบบใดที่ผู้อาวุโสเซี่ยวจู้หยางกับเทพธิดา
เฟิงมี!?”
“ถ้าไม่มีอิทธิพลที่คอยสนับสนุนเจ้า ผู้มีพรสวรรค์ก็อาจจะเสียชีวิต
เร็วขึ้น! แดนเทวะคือโลกหลายฝ่าย และเผ่าฟีนิกซ์โบราณไม่ใช่ฝ่ายเดียว
ในสถานการณ์ที่ไม่มีสงครามกับศัตรูต่างเผ่านั้น การต่อสู้ภายในจะรุนแรง
กว่าการต่อสู้ภายนอกเสียอีก! เจ้าคิดว่าผู้มีพรสวรรค์ทั้งหมดจะถูกเลี้ยงดู
อย่างทั่วถึง? ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้นก็ผิดแล้ว ทุกคนภายในเผ่าฟีนิกซ์โบราณนั้น
สิ่งที่ใช้การพิจารณาอย่างแรกและสำคัญที่สุดของพวกเขาคือประโยชน์
ของตัวเอง จากนั้นแล้วผลประโยชน์ของตระกูล และจึงมาเป็นประโยชน์
ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ”
คำพูดของหวงเยว่หงไม่ใช่คำโกหก เผ่าฟีนิกซ์โบราณมีขนาดใหญ่
เกินไปซึ่งมีประชากรนับแสนล้านคน มันคล้ายมหาอำนาจในโลกปุถุชน
พลเมืองทั้งหมดของมหาอำนาจนี้อาจไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของ
อาณาจักรก่อน แต่จะคิดถึงประโยชน์ของตัวเองและตระกูลก่อน
“ศิษย์พี่หวงเยว่หง ท่านกำลังพยายามที่จะบอกว่าท่านวางแผนที่จะ
เป็นผู้สนับสนุนของข้า?” ริมฝีปากของหลินหมิงโค้งขึ้นด้วยความเย้ยหยัน
“ฮ่าๆ สนทนากับคนฉลาดเช่นเจ้านั้นไม่เปลื้องแรงสาธยายจริงๆ ใช่
ตระกูลหวงของข้าเป็นหนึ่งในสามตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าฟีนิกซ์โบราณ
เป็นหนึ่งในมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ ถ้าเจ้าเข้า
ร่วมกับเรา เจ้าจะสามารถหาสถานที่ลี้ภัยและมีทรัพยากรที่ไร้สิ้นสุดใช้
งานอีกด้วย!”
“โอ้ มีบางอย่างที่ดีหรือไม่? ท่านจะช่วยข้าโดยปราศจากเหตุผล?
ฮ่าๆ, ศิษย์น้องหลินเป็นคนฉลาด ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะไม่อ้อมค้อมอีก
ต่อไป ข้าจะเปิดเผยกับเจ้า, ข้าต้องการซื้อหอกโลหิตฟีนิกซ์! ราคาที่ข้า
จ่ายนั้นเจ้าจะไม่มีทางเสียเปรียบอย่างแน่นอน ในความเป็นจริง การที่ข้า
เอาหอกโลหิตฟีนิกซ์มาจากเจ้าก็จะถือเป็นการช่วยเจ้าด้วย มันมีคำกล่าว
ว่า ความมั่งคั่งจะกลายเป็นหายนะถ้ามันไปกระตุ้นความโลภของผู้อื่น
เจ้าไม่สามารถปกป้องหอกโลหิตฟีนิกซ์ และยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งด้วยเพียงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 5 แล้ว เจ้าจะไม่สามารถแสดงพลังเต็มรูปแบบของหอก
โลหิตฟีนิกซ์ออกมาได้ แต่ข้านั้นต่างไป ถ้าข้ามีหอกโลหิตฟีนิกซ์ ความ
แข็งแกร่งในของการต่อสู้ของข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในเวลานั้น ข้ากับ
ตระกูลหวงที่อยู่เบื้องหลังข้าจะคุ้มกันเจ้าภายในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน
เอง!”