Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 968 เพื่อก่อให้เกิดความปั่นป่วน
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 968 เพื่อก่อให้เกิดความปั่นป่วน
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานมีกฎของนิกายที่บังคับใช้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่า
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน หรือแม้แต่ในเผ่าฟีนิกซ์โบราณก็ตาม การต่อสู้และ
การลอบสังหารศิษย์ที่มีพรสวรรค์ และแม้กระทั่งการฆาตกรรมผู้อื่นเพื่อ
ขโมยสมบัติของพวกเขาจะต้องกระทำในที่ลับ พวกเขาไม่สามารถทำในที่
สาธารณได้ เพราะชื่อเสียงของนิกายจะได้รับความเสียหายไม่สามารถ
แก้ไขได้ โดยผิวเผินแล้ว กฎของเผ่าฟีนิกซ์โบราณไม่สามารถละเมิดได้โดย
ทุกคน
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานห้ามการต่อสู้ส่วนตัวภายใน และเหล่าศิษย์
ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานก็ถูกห้ามอย่างเด็ดขาดในการฆ่ากันเพื่อสมบัติ
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแข็งแกร่งเท่า
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าจะไม่มีกายหยาบ แต่ก็ยังคงสามารถจัดการค่าย
กลชั้นยอดต่างๆในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ เมื่อเขาปรากฏตัวครั้งนี้
เขาก็ได้ยับยั้งพลังงานภายในร่างของศิษย์เหล่านี้ในทันที
“หวงเยว่หง ลูกน้องทั้งสองของเจ้าเป็นคนแรกที่เริ่มการต่อสู้ ตามกฎ
ของตำหนัก พวกเขาจะถูกกักขังเป็นหนึ่งพันปี! เจ้ามีข้อคัดค้านหรือไม่?”
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์กล่าวด้วยเสียงเย็นยะเยือก ขณะที่หวงเยว่หง
ได้ยินเรื่องนี้ เขาก็แทบจะหันหลังหนีออกไป ลูกน้องของเขาเป็นเพียงขั้น
ทำลายชีวิตระดับ 6 ทะลวงผ่านสู่ขั้นเทพสมุทร ในหมู่ปุถุชนทั่วไปของ
แดนเทวะ พวกเขาก็ถือว่าค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ
มาตรฐานของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน พวกเขาไม่มีพรสวรรค์มากพอที่จะ
เป็นศิษย์ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติแล้ว เขาจะไม่สนใจชะตากรรม
ของเหล่าลูกน้องกระจอกนี้ แต่ตอนนี้ หลินหมิงได้ทำให้พวกเขาบาดเจ็บ
หนัก และจิตจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ต้องการกักขังพวกเขาไว้ด้วย นี่เป็น
เช่นเดียวกับตบหน้าเขา
เขามาจากตระกูลอันสูงส่งและโดดเด่น! นอกเหนือจากเหล่าศิษย์ชั้น
นำของโถงฟีนิกซ์แล้ว เขาก็มักจะเป็นฝ่ายเหยียบย้ำผู้อื่นเสมอ
แต่วันนี้ ใบหน้าของเขาถูกทำลายสิ้น
“มีความคิดเห็นอย่างไร? เจ้าจะปฏิเสธคำตัดสินของข้าหรือไม่?” จิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์กล่าวอย่างไม่แยแส ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำก็สอดคล้อง
กับกฎของตำหนัก แม้ว่าหลินหมิงจะได้ทำร้ายทั้งสองคน แต่ก็เป็นคนที่
เย้ยหยันหลินหมิงว่าเป็นคนขอทานได้ลงมือก่อน คำตัดสินที่มอบให้โดย
จิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ไม่สามารถคัดค้านได้โดยผู้ใดตั้งแต่แรก
“ข้าไม่มีความเห็น!” หวงเยว่หงสีหน้ามืดมน เขาไม่ใช่คนโง่เขลา เขา
ไม่มีความสามารถในการต่อต้านตัวตนในระดับจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์
ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจดังกล่าว หวง
เยว่หงทำได้เพียงทนอับอายเท่านั้น
เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วเขาก็สงบลง ก่อนหน้านี้ คำพูดทั้งหมดของเขาคือ
เพื่อให้ได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์ แต่ตอนนี้ เขาตระหนักว่ามันเป็นของหลิน
หมิงอย่างแท้จริง หลินหมิงไม่เคยวางแผนแลกเปลี่ยนหอกโลหิตฟีนิกซ์
และเพียงแต่เล่นละครไปตามน้ำเท่านั้น แล้วหวงเยว่หงจะไม่เกลียดเขาได้
อย่างไร?
จากนั้นพลังงานที่มองไม่เห็นได้พุ่งขึ้นบนฟากฟ้า ครอบคลุมทั้งสอง
คนที่กำลังนอนคว่ำอยู่บนพื้นเหมือนสุนัขตาย หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ชีวิตของนักสู้ขั้นเทพสมุทร ในชีวิตที่หกจะมีชีวิตที่ยาวนานหลายพัน
ปี การขังพวกเขาเป็นเวลา 1000 ปีก็เหมือนกับลบช่วงชีวิตที่ดีของพวก
เขาออกไป
หวงเยว่หงเฝ้ามองอย่างเย็นชาขณะที่ลูกน้องของเขาหายตัวไป
สายตาของเขาซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอย่างหนาแน่นเมื่อเขารู้ว่า
หลินหมิงกำลังเล่นกับเขาอยู่ในขณะนี้ แต่มีความเกลียดชังนั้นอยู่ลึกอยู่
ภายใน
เขามองไปยังหลินหมิงราวกับว่ามองไปถึงกระดูกได้ และในที่สุด เขา
ก็หันกลับและเดินจากไป
ปล่อยให้ซ่งไป่เฟิงยืนเงียบๆอยู่เบื้องหลังหลินหมิง หลั่งเหงื่อเย็นทั่ว
ร่าง งานของเขาคือการปกป้องหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ และกล่าวอีก
นัยหนึ่งคือการรับใช้ต่อจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ ตอนนี้เมื่อเขาเห็นว่าจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์มีเจตนาที่จะ
สนับสนุนหลินหมิง เขาก็ยิ่งกลัวมากขึ้น ขณะที่เขานึกถึงภาพของตนข่มขู่
จุนเยว่และคนอื่นๆแล้ว เขาก็อยากจะฆ่าตัวตายที่นี่ในหอนี้ซะ เขาอยาก
ให้เขาเปลี่ยนเป็นก้อนหินเพื่อที่หลินหมิงจะได้ไม่สนใจเขา
โชคดีที่จุนเยว่และคนอื่นๆดูเหมือนจะไม่สนใจเขา และจิตวิญญาณ
สิ่งประดิษฐ์ก็หายไปจากฟากฟ้าแล้ว
“หลินหมิง สิ่งที่หวงเยว่หงกล่าวนั้นไม่ผิด ตั้งแต่เจ้าปฏิเสธเขาในวันนี้
นั่นก็เหมือนกับการยั่วยุทั้งตระกูลหวง นอกจากนี้ เซี่ยวจู้หยางยังเป็นส่วน
หนึ่งของตระกูลเซี่ยวด้วย จากสองในสามตระกูลของเผ่าฟีนิกซ์โบราณนี้
เจ้าได้เป็นปรปักษ์ไปแล้วสอง” จุนเยว่กล่าวอย่างเงียบๆ
หวงเยว่หงนั้นบ้าบิ่นและหยิ่งยโส แต่คำกล่าวอของเขาเกี่ยวกับการ
ครอบครองหอกโลหิตฟีนิกซ์นั้นสมเหตุสมผล คนที่อ่อนแอจะรู้สึกกลัว
อย่างแท้จริง
หลินหมิงยิ้ม “ศิษย์พี่จุนกังวลเกี่ยวกับข้ามากเกินไป สำหรับการยั่วยุ
ตระกูลเซี่ยวนั้น นี่เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เซี่ยวจู้หยางกำลังต่อสู้เพื่อ
ตำแหน่งของเจ้าตำหนัก และเขาน่าจะมีสถานะสูงในตระกูลเซี่ยวด้วย
และความแข็งแกร่งในปัจจุบันของข้าไม่สามารถถือว่าดีเยี่ยม มันจึงยังไม่
คุ้มค่ากับที่ตระกูลเซี่ยวจะลงมือ สำหรับการได้รับแหล่งพลังของเจ้า
ตำหนักคนเก่านั้น คงมีหลายคนในหลายร้อยปีได้รับเช่นกันใช่หรือไม่? แต่
ผู้ที่มีศักยภาพที่จะเป็นเจ้าตำหนักจะปรากฏขึ้นในหลายหมื่นปีเท่านั้น ใน
ความเห็นของข้า ตระกูลเซี่ยวจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของ
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ที่สนับสนุนเทพธิดาเฟิงมากกว่ารุ่นเยาว์เช่นข้า สิ่ง
สำคัญที่สุดคือ ตระกูลเซี่ยวมีขนาดใหญ่เกินไปและมีเรื่องเกิดขึ้นทุกวัน
พวกเขาจะมารำคาญกับมดปลวกเช่นข้า? ปัจจุบันข้ายังไม่ได้มีคุณสมบัติ
ในการรุกรานตระกูลเซี่ยวเลยด้วยซ้ำ”
“สำหรับการยั่วยุตระกูลหวงนั้น มันก็ยิ่งไม่น่าถูกกล่าวถึง ตั้งแต่
เริ่มแรกหวงเยว่หงพูดให้มันดูจริงจัง เขาบอกว่าอยากจะแนะนำข้ากับผู้
อาวุโสในตระกูลเหมือนเป็นการให้ความเมตตาอันยิ่งใหญ่ต่อข้า แต่ความ
จริงก็คือ ถ้าข้าอยากจะเข้าร่วมบางตระกูลแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องขอ
คำแนะนำจากเขา ด้วยพรสวรรค์ของข้า ข้าเชื่อว่าหลายตระกูลจะ
กระตือรือร้นในการรับข้าด้วยซ้ำ ในความเป็นจริง การที่หวงเยว่หง
สามารถแนะนำข้าให้กับตระกูลของเขา ก็จะทำให้เขาได้หน้าในตระกูล
ของเขาอย่างมากด้วยซ้ำ! พื้นหลังของหวงเยว่หงยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
แต่ส่วนมากของสิ่งที่เขาพูดคือการโม้และการหลอกเหล่าศิษย์ที่มีต้น
กำเนิดมาจากปุถุชนโดยตลอด สถานะที่แท้จริงของเขาในตระกูลหวงไม่
สูงไปมากกว่าที่ศิษย์พี่จุนคิด ความอัปยศที่เขาได้รับในวันนี้จากข้าจะเป็น
เพียงเรื่องสำคัญระหว่างพวกเราสองคน เหมือนการเล่นของเด็ก แล้วผู้
อาวุโสตระกูลหวงจะมาฆ่าเด็กคนอื่นเพียงเพราะลูกหลานของพวกเขาถูก
ทำให้อับอายได้อย่างไร?”
หลินหมิงกล่าวทั้งหมดนี้อย่างสงบ เมื่อจุนเยว่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มัน
ก็เป็นความจริง นางไม่ได้เข้ามาอยู่ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานเพียงไม่นาน
นางไม่มีภูมิหลังที่ลึกมากนัก ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่นางจะรู้สึกถึง
ความรู้สึกกลัวต่อสามตระกูลอันยิ่งใหญ่และเชื่อเสมอว่านางไม่สามารถยั่ว
ยุพวกเขาได้ ถ้าใครจากหนึ่งในสามตระกูลอันยิ่งใหญ่เข้าหาศิษย์ทั่วไป
แรงกดดันนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาต้องก้มหัวต่ำลง
ในสถานการณ์เช่นนี้ จุนเยว่ได้ถูกหลอกโดยหวงเยว่หง เมื่อนางถูก
ข่มขู่นางก็เกิดกลัว นางกังวลกับหลินหมิง ดังนั้นนางจึงไม่ได้พิจารณา
สถานการณ์โดยรวมมากเกินไป ตอนนี้ หลังจากฟังเหตุผลของหลินหมิงดู
เหมือนว่าความกลัวของนางก็ไม่มีมูล
“ศิษย์น้องหลิน ข้าไม่เคยคิดว่าเจ้ามาจากแดนเบื้องล่างที่เพิ่งมาถึง
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน และเจ้าไม่มีพื้นหลังที่นี่และยังอยู่เพียงขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 5 เท่านั้นเมื่อถูกคุกคามโดยหวงเยว่หง ไม่เพียงเจ้าจะไม่กลัว
หรือตื่นตระหนก แต่เจ้ายังสามารถวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง ศิษย์พี่ผู้นี้
รู้สึกละอายอย่างยิ่ง “จุนเยว่กล่าวออกมาอย่างจริงใจ สำหรับนักสู้แดน
เบื้องล่างที่ไร้ภูมิหลังและยังเป็นเพียงผู้มาใหม่ในแดนเทวะเช่นหลินหมิง
การสามารถสงบอยู่ได้เมื่อเผชิญหน้ากับอิทธิพลที่น่าสะพรึงกลัวมันเป็น
เรื่องที่ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง นอกจากนี้เขายังสามารถรักษาตำแหน่งและ
ผลประโยชน์ของตนเองไว้ได้โดยไม่ข้ามเส้นใดๆ ความเข้าใจและความใส่
ใจไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนมี
หลินหมิงส่ายหัว “ศิษย์พี่ยกย่องข้ามากเกินไป ในอนาคตข้าจะพบ
กับอันตรายมากมาย ดังนั้นข้าต้องระวัง ปัจจุบันนี้ เทพธิดาเฟิงเพียงคน
เดียวก็เพียงพอที่จะให้ที่กำบังสำหรับข้าได้ เมื่อเทพธิดาเฟิงและปราชญ์
จู้หยางกำลังจะเข้าสู่การต่อสู้ดุเดือดในอนาคตแล้ว ข้าก็ควรมี
ความสามารถในการปกป้องตัวเองได้”
“ศิษย์น้องหลิน ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไรก็ตาม แต่ข้ายังคงต้องขอบเจ้า
ในวันนี้ที่ให้การสนับสนุนเทพธิดาเฟิง หากศิษย์ที่ไม่มีพรสวรรค์มากได้รับ
การยอมรับจากเทพธิดาเฟิง เช่นนั้นก็จะเป็นความโชคดีของพวกเขา แต่
สำหรับคนเช่นเจ้าที่มีพรสวรรค์ ความแข็งแกร่งและความคิดที่ลึกซึ้งกว่า
ผู้อื่นแล้ว เจ้าจะสามารถหาการป้องกันได้อย่างง่ายดายภายใต้มหาอำนาจ
ที่เจ้าต้องการ อย่างไรก็ตาม เจ้ายังเลือกที่จะติดตามเทพธิดาเฟิงต่อไป
เกี่ยวกับเรื่องต่างๆในปัจจุบัน ข้าจะรายงานเรื่องนี้ให้นางฟัง และเจ้าจะ
ได้รับการตอบแทน”
จุนเยว่รู้สึกผิดเล็กน้อยต่อหลินหมิง ถ้าหลินหมิงเลือกที่จะไม่
สนับสนุนเทพธิดาเฟิงและเข้าร่วมกับปราชญ์จู้หยางแทนแล้ว มันก็ไม่
เพียงแต่เขาจะไม่ตกอยู่ในอันตรายใดๆในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน แต่เขา
จะมีทรัพยากรมากขึ้นกว่าที่จะได้เสียอีก ถ้าเขาสามารถเข้าสู่โถงฟีนิกซ์ได้
ในอนาคตและทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร เขาก็จะสามารถได้ทุกอย่างที่เขา
ต้องการ
แต่เนื่องจากเขาเข้าร่วมกับเทพธิดาเฟิง มันจึงมีตัวแปรมากเกินไป นี่
เป็นความสูญเสียของหลินหมิง
หลินหมิงกล่าว “ศิษย์พี่จุน ท่านกล่าวเกินไป ข้าเป็นผู้ที่รู้จักความ
เมตตาและชำระหนี้บุญคุณเสมอ เทพธิดาเฟิงดูแลข้าในเมืองฟีนิกซ์
โบราณและให้คำชี้แนะแก่ข้า นางทิ้งแผ่นหยกไว้ให้ข้า และยังใช้เวลาส่วน
หนึ่งในการบ่มเพาะเพื่อเหลือช่วยภรรยาของข้าในแดนเบื้องล่าง ในที่สุด
นางก็ยังช่วยข้าขึ้นมายังแดนเทวะด้วย ถ้าไม่ได้เทพธิดาเฟิงช่วยเหลือแล้ว
ข้าก็จะต้องเสียเวลามากในการทะลวงเข้าสู่ขั้นเทพสมุทรก่อนที่จะขึ้นมา
ที่นี่ได้
เมื่อหลินหมิงอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ในทวีปนภารินไหล
โชคชะตาของเขาที่นั่นถึงจุดสูงสุดแล้ว ในกรณีนี้ ถ้าเขาต้องรอจนกว่าจะ
ถึงขั้นเทพสมุทรเพื่อขึ้นมาที่นี่ก็จะต้องเสียเวลาอย่างมาก
…….
เรื่องของหลินหมิงที่ได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์ไม่ได้แผ่กระจายออกไป
เหมือนกับน้ำหลากดั่งที่จุนเยว่นึกไว้ ในทางตรงกันข้าม มันมีเพียงไม่กี่คน
ที่รู้เรื่องนี้เท่านั้น
ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องนี้จำนวนมากตั้งแต่ต้น ทั้งสองคนที่ติดตามหวงเยว่
หงก็ยังถูกคุมขังโดยจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ สำหรับหวงเยว่หง สิ่งนี่เป็นความอัปยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ
เขาอีกด้วย แน่นอนว่าเขาย่อมจะไม่กระจายข่าวเรื่องน่าอับอายเช่นนี้
ออกไป กลับกันเขารีบตำหนักของตนและปิดด่าน หายตัวไปจากสายตา
ของสาธารณชน
ส่วนซ่งไป่เฟิง เขากลัวจนต้องหุปปากสนิท เขาตระหนักดีว่าจิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ได้สนับสนุนหลินหมิง ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลใดๆก็
จะเป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือเมื่อรู้สึกเบื่อกับการมีชีวิตแล้ว ซ่งไป่เฟิง
ย่อมรู้จักอันตรายจากการ ‘ปากมาก’ และในขณะเดียวกันมันก็เป็นไปได้ที่
เขาจะได้รับประโยชน์จากการเปิดเผยสิ่งที่เขารู้ด้วยแล้ว เมื่อมีใครถามซ่ง
ไป่เฟิง เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้อะไร ไม่ใช่แค่นั้น แต่เขาก็ยังจะเสียสละและ
อนุญาตให้ศิษย์คนอื่นๆที่ติดตามจุนเยว่สามารถเลือกสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นต่ำได้อย่างอิสระอีกด้วย
แต่กระดาษไม่สามารถห่อไฟได้ เหล่าศิษย์ที่เข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญนั้น พวกเขาก็ย่อมค้นพบว่าหนึ่งในเก้าสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอด ‘หอกโลหิตฟีนิกซ์’ ได้หายไปและในตอนนี้ก็กลายเป็นเรื่อง
ที่น่าสนใจไปทั่วตำหนัก แม้ว่าง้าวจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด
แต่คุณภาพก็ด้อยกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์
ในอีกความหมายคือ มันหมายความว่ามีคนได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์ไป
แล้ว!
หอกที่คงอยู่ภายในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานมานานกว่า 30 ปี และ
ได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดของหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ซึ่งเหนือกว่าแม้ดาบผ่าสุริยันและธนูทะลวง
สุริยัน แต่หอกกลับถูกเอาไปโดยใครบางคนเรียบร้อยแล้ว!
ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดได้รับหอกโลหิต
ฟีนิกซ์ไปอยู่ดี
ผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ บรรดาเจ้าโถงและผู้อาวุโสต่างก็ไม่สนใจเรื่อง
เช่นนี้ แต่สำหรับเหล่าศิษย์ของโถงวิหคเพลิงและโถงฟีนิกซ์นั้น นี่เป็น
สถานการณ์ที่โด่งดั่งอย่างยิ่ง!