Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 982 ตันเถียนสมบูรณ์แบบ
ห้องปิดด่านของเทพธิดาเฟิงตั้งอยู่ใต้ตำหนักเฟิงเซียน ห้องทั้งหมด
ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ และได้รับการสนับสนุนด้วย
รูปแบบค่ายกล แม้ว่าจะไม่มีใครจัดการมันเป็นพิเศษ แต่ก็ยังคงสามารถ
ทนต่อการโจมตีของขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายได้
ที่กลางห้องนี้เป็นสิ่งที่ดูเหมือนไข่ยักษ์ หลินหมิงกำลังจะถามว่ามัน
คืออะไรแต่เทพธิดาเฟิงเขาก็ได้ห้อหุ้มเขาไว้ด้วยแสงสีแดงและพวกเขาก็
เข้าไปในไข่ยักษ์
“นี่มัน…”
หลินหมิงมองไปยังบริเวณโดยรอบด้วยความตกใจ กำแพงมีสีแดง
เข้มและมีความหนาอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะที่เขาสัมผัสพวกมัน เขาจะ
รู้สึกว่าผนังยืดหยุ่นอย่างมาก ราวกับว่าพวกมันมีชีวิตของตัวเอง
“นี่เป็นกำแพงที่สร้างจากเนื้อหนังและโลหิตหรือไม่?” หลินหมิงถาม
ด้วยความไม่อยากเชื่อเท่าไร
“ใช่ นี่เป็นครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิตที่ถูกผู้อาวุโสโบราณสร้างขึ้น
โดยใช้ร่างของสัตว์อสูรวิบัติโบราณ ข้าได้รับมันในระหว่างการล่า
ขุมทรัพย์ในแดนเร้นลับ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ อย่างไรก็
ตาม มันไม่สามารถใช้ในการโจมตีศัตรูได้เนื่องจากไม่มีพลังโจมตีใดๆ มัน
สามารถใช้ฝึกได้เฉพาะในช่วงปิดด่านเท่านั้น ถ้าเจ้าบ่มเพาะในครรภ์เต๋า
เนื้อหนังและโลหิตนี้ มันจะสามารถเสริมสร้างพลังงานปราณภายใน
ร่างกายของเจ้าได้ หากเจ้าดูดซับเนื้อหนังและปราณโลหิตภายในครรภ์
เต๋าเนื้อหนังและโลหิตนี้ มันก็จะมีผลลัพธ์อย่างมหาศาล และมันจะเป็น
ประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเจ้าในการทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6”
“มีสิ่งประดิษฐ์จิตวิญญาณเช่นนี้ด้วยหรือ?” หลินหมิงถามด้วยความ
งุนงง ในทวีปนภารินไหล ประเภทของสมบัติมีความเรียบง่ายและเป็นที่
รู้จักกันดี มันมีดาบ, กระบี่, หอก, ง้าว, โล่, หมวกเหล็ก ชุดเกราะและ
อาวุธอื่นๆ และมีสมบัติประเภทเครื่องประดับ แต่พวกมันหายากมาก
สำหรับสมบัติประหลาดที่เทพธิดาเฟิงแสดงให้เห็น เขาไม่เคยเห็นอะไร
เช่นนี้หรือเคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
หลินหมิงได้ปลดปล่อยสัมผัสรับรู้เข้าสู่ครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิต
เขารู้สึกถึงเนื้อหนังและพลังงานปราณโลหิตพลุ่งพล่านรอบๆดั่งน้ำหลาก
ถ้าเขาได้บ่มเพาะที่นี่ มันก็จะช่วยเขาในการเปิด 8 ประตูเร้นลับภายใน
อย่างมาก
เทพธิดาเฟิงกล่าวว่า “ครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิตเป็นหนึ่งโชคของ
ข้า สำหรับข้า ที่บรรลุความสำเร็จในปัจจุบัน ครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิต
นี้ก็ได้มีส่วนสำคัญในการช่วยข้าอย่างมาก”
ขณะที่เทพธิดาเฟิงกล่าว นางยกมือขึ้น เปลวเพลิงสีทองอ่อนค่อยๆ
ลุกโชนขึ้นจากฝ่ามือของนาง เปลวเพลิงดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความร้อน
แต่มันกับสามารถบิดเบือนมิติโดยรอบได้ ในครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิต
นี้ พลังงานเพลิงต้นกำเนิดค่อยๆหมุนรอบเปลวเพลิงสีทองอ่อน กลายเป็น
นกเพลิง อีกาเพลิง หมาป่าเพลิง สิงโตเพลิง และสัตว์รูปร่างอื่นๆทุก
รูปแบบ สิ่งมีชีวิตเปลวเพลิงทั้งปวงต่างหมอบอยู่ต่อหน้าเปลวเพลิงทองคำ
อย่างยำเกรง
สิ่งนี้ทำให้หลินหมิงรู้สึกทึ่ง เปลวเพลิงที่เทพธิดาเฟิงสร้างขึ้นนั้นนาง
ไม่จำเป็นต้องควบคุม มันแสดงผลที่น่าอัศจรรย์ออกมาได้เอง เปลวเพลิงนี้
มีหลักการชั้นสูงของเต๋าอันยิ่งใหญ่
“นี่คือเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน?”
“ใช่แล้ว”
เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานมิใช่ประเภทปราณอัคคี ในความเป็นจริง
สำหรับตัวตนเช่นเทพธิดาเฟิง พวกเขาไม่จำเป็นต้องยกระดับหรือหล่อ
เลี้ยง ปราณอัคคีภายในร่างกายของตนเองเลย กลับกัน พวกเขาจะ
ยกระดับหรือหล่อเลี้ยงมูลฐานอัคคี ปราณอัคคีเทียบเท่าจิตวิญญาณ
สายฟ้า และมูลฐานอัคคีก็เทียบเท่ามูลฐานอัสนี
เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่หลงเหลืออยู่ เมื่อฟีนิกซ์เข้าสู่นิพพานได้รวมกับ
มูลฐานอัคคีที่มีคุณภาพสูง ส่งผลให้เกิดเป็นเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน
ระดับของเปลวเพลิงนี้หาได้ยากกว่ามูลฐานอัสนีราชสีห์ม่วง
เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน มีสัจจะเกี่ยวกับการกำเนิดใหม่ผ่าน
นิพพานอยู่ภายใน ทำลายแก่นแท้หมุนวนของเจ้าผ่านขั้นทำลายชีวิตและ
การปฏิรูปมันล้วนเป็นกระบวนการที่คล้ายคลึงกัน ทั้งสองได้ทำลายแล้ว
ปฏิรูป
“เอาล่ะ ข้าจะเริ่มเลย ข้าจะใส่เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานเข้าสู่
ร่างกายของเจ้าและเจ้าต้องเริ่มโคจรพลังงานเพื่อสลายร่าง”
ขณะที่เทพธิดาเฟิงกล่าวจบนางก็ใช้ฝ่ามือแทงเข้าไปในท้องของ
หลินหมิง เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานได้เริ่มไหลผ่านเส้นชีพจรและ
ตันเถียนของเขาทันที ตราบเท่าที่หลินหมิงควบคุมการระเบิดของพลังงาน
ในขณะที่โคจรพลังงานทั้งหมดภายในร่างกาย เขาก็จะสามารถสลาย
ร่างกายได้
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงสถานการณ์ปกติเท่านั้น สิ่งที่แปลกใจคือเมื่อ
เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานเข้าไปในร่างของหลินหมิง มันก็ดูเหมือนจะ
ลดความแข็งแกร่งลงไป ราวกับว่ามีพลังแปลกๆอยู่ในร่างของหลินหมิ
งที่อยากจะกลืนกินเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานนี้
“นี่มันพลังเหนือธรรมชาติอันใดกัน? มันสามารถกระทั่งกำราบเปลว
เพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานได้? แม้ว่าข้าจะปลดปล่อยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์
นิพพานเข้าไป แต่ความจริงเป็นเพียง 1/1000 ของพลังงานเปลวเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์ คุณภาพนี้สูงมากแล้ว หากเป็นนักสู้ทั่วไปก็ย่อมไม่ควรสามารถ
กำราบมันได้ด้วยซ้ำ หลินหมิงมีโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ในร่างกายของเขา”
เทพธิดาเฟิงรู้สึกประหลาดใจ นางรีบค้นหาผ่านร่างกายของหลินห
มิงเพื่อดูว่าเป็นเหนือธรรมชาติอันใดกำลังทำงานอยู่ อย่างไรก็ตาม
หลังจากค้นหาอย่างรวดเร็วนางก็ยังไม่พบอะไร
“น่าสนใจ น่าสนใจยิ่ง!”
เทพธิดาเฟิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ยังยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เพื่อให้อัจฉริยะเติบโตขึ้นนั้น เพียงการมั่นเพียรบ่มเพาะและพรสวรรค์ก็
ย่อมไม่เพียงพอ หนึ่งจำเป็นต้องมีโชคอันยิ่งใหญ่ด้วย
“ข้าเกรงว่าเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานจะเผาผลาญเส้นชีพจรของ
เขา แต่ดูเหมือนว่าข้าจะมีความกังวลเกินไป นี่จะดียิ่ง ถ้าเปลวเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์นิพพานที่ข้าสามารถถ่ายเทลงในร่างกายหลินหมิงมีมากขึ้น
ร่างกายของเขาก็จะยิ่งถูกเสริมมากขึ้นเช่นกัน”
ในขณะที่เทพธิดาเฟิงคิดเช่นนี้ นางก็เพิ่มปริมาณของเปลวเพลิง
ศักดิ์สิทธิ์นิพพานที่ถ่ายเทเข้าไปในร่างหลินหมิงขึ้น ทั้งสองฝ่ามือของนาง
เปลวเพลิงไม่ซีดจางอีกต่อไป แต่เป็นสีทองจ้าขึ้น
เทพธิดาเฟิงถ่ายเท 5/1000 ของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานเข้าไป
แต่ยังไม่เพียงพอ!
“ดี”
เทพธิดาเฟิงยิงตราประทับออกไป เพิ่มเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน
ถึง 1% แล้วจากนั้นก็ 2%!
เปลวเพลิงสีทองสดใสห่อหุ้มหลินหมิง พลังงานปราณและปราณ
โลหิตของครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเมื่อมันเริ่ม
ค่อยๆถ่ายเทลงในร่างกายหลินหมิง
ในเวลานี้ ร่างกายของหลินหมิงก็เริ่มสลายตัว จากผิวหนัง กล้ามเนื้อ
เส้นชีพจร หลอดเลือด อวัยวะภายใน โครงกระดูก ไขกระดูกและแม้แต่
สมองของเขา!
ร่างกายของหลินหมิงถูกย่อยสลายกลายเป็นอนุภาคที่บริสุทธิ์ที่สุด
และเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ขณะที่เขากลืนไปรอบๆครรภ์เต๋าเนื้อหนัง
และโลหิต แกนหลักภายในของหลินหลินลอยออกมา แก่นสีดำนี้เป็นแก่น
แท้หมุนวนหลุมดำสมบูรณ์แบบ
เทพธิดาเฟิงพยักหน้าอย่างชื่นชมขณะที่นางเห็นเช่นนี้ รากฐานของ
แก่นแท้หมุนวนของเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง กระทั่งเทียบกับทั่วทั้งตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานก็ยังถือว่าอยู่จุดสูงสุด
เสี้ยวเปลวเพลิงสีทองจากนิ้วมือของนางจมลงสู่ใจกลางแก่นแท้หมุน
วนของหลินหมิง แก่นแท้หมุนวนสลายกลายเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด
และมีพลังงานปราณหลอมรวมเข้ากับอนุภาคของเนื้อหนังและโลหิต
หลินหมิงอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอและเปราะบางที่สุด เหตุผลเดียวที่
เขาสามารถดำรงชีวิตในสภาวะนี้ได้เนื่องจากการสนับสนุนจากกฎของ
โลก แต่ถ้าปรากฏการณ์ปาฏิหาริย์รอบตัวของหลินหมิงถูกสลายตัวไป
เขาจะพินาศลงในทันที!
สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับการตายของมนุษย์หากหัวของพวกเขาถูก
ผ่าเปิดออก มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่สามารถตัดผ่าหัวเพื่อเอาเนื้อ
งอกในสมองและจากนั้นเย็บให้เข้ากันเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ได้ อย่างไร
ก็ตาม หากมีการรบกวนแม้แต่น้อยในการผ่าตัดผู้ป่วยจะตายเช่นกัน
แต่ด้วยขอบเขตของเทพธิดาเฟิง การควบคุมทั้งหมดนี้ในเวลา
เดียวกันก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่ง นางหยิบขนฟีนิกซ์ยาว 30 ฟุตและ
เริ่มใส่ความร้อนเข้าไปด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน
ขนฟีนิกซ์เป็นขนของสัตว์อสูรเทวะ มันหายากอย่างมาก แม้กระทั่ง
ขั้นผู้ปกครองศักดิ์สิทธิ์ก็ยังยากที่จะทำลายมันลงได้!
แต่ภายใต้พลังของเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพาน, ขนฟีนิกซ์ก็ได้ละลาย
ลงอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานเดิมทีเป็นเปลวเพลิงที่ฟีนิกซ์อาบเมื่อมัน
กำเกิดใหม่ มันสามารถกระทั่งเผาผลาญทั้งตัวของฟีนิกซ์ได้ ดังนั้นก็ย่อม
เผาผลาญขนนี้ได้อย่างง่ายดาย
“ไป!”
เทพธิดาเฟิงร้องออกมาเบาๆและขนฟีนิกซ์สลายกลายเป็นพลังงาน
บริสุทธิ์ที่ผสานเข้ากับเนื้อและโลหิตของหลินหมิง! นางเปิดขวดโลหิตขน
ฟีนิกซ์ออก โลหิตขนฟีนิกซ์จำนวน 20 หยดลอยออกและระเบิดเข้าสู่
หมอกโลหิต หลอมรวมเข้ากับร่างกายของหลินหมิง
เมื่อ ฮั่วหยางกวงทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เขาก็ได้หลอมรวม
กับโลหิตขนฟีนิกซ์ 20 หยดด้วยเช่นกัน แต่หลินหมิงสามารถได้รับความ
ฟุ่มเฟือยดังกล่าวมาใช้ในการทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ไม่เพียงแต่
หลินหมิงมีโลหิตขนฟีนิกซ์ แต่เขายังมีพลังปราณจากขนฟีนิกซ์ด้วย และ
ยังมีเทพธิดาเฟิงโดยคอยใช้เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์นิพพานเพื่อเสริมกายจิต
วิญญาณให้กับเขา
การถูกปฏิบัติเช่นนี้เหนือกว่ากระทั่งศิษย์ของสามตระกูลใหญ่
เฉพาะศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดของสามตระกูลใหญ่เท่านั้นที่สามารถ
เพลิดเพลินกับทรัพยากรดังกล่าวได้
กระบวนการของขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 อาจยาวนานหลายสิบวัน
เทพธิดาเฟิงยืนอยู่เคียงข้างและเฝ้าดูเนื้อและโลหิตของหลินหมิงถูกผสาน
อยู่ภายในพลังงาน ขณะที่พวกมันดูดซับพลังงานครรภ์เต๋าเนื้อหนังและ
โลหิต
ในวันที่ 18 มันได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการไหลเวียน
ของเนื้อและอนุภาคโลหิต เขาเริ่มควบแน่น ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ของ
หลินหมิงกำลังจะจบลง
พลังงานที่อยู่ภายในครรภ์เต๋าเนื้อหนังและโลหิตเริ่มผสานกันอย่าง
ช้าๆ จากของเหลวไปจนถึงสถานะที่เป็นของแข็ง จนกระทั่งแก่นแท้หมุน
วนทรงกลมก่อตัวขึ้นแล้วกลายเป็นแก่นแท้หมุนวนสีดำ
หลังจากผ่านกระบวนการปฏิรูปของขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 แก่นแท้
หมุนวนของหลินหมิงมีขนาดเล็กลง แต่พลังงานที่อยู่ภายในมีมากขึ้นและ
บริสุทธิ์ขึ้นแทน
ด้วยแก่นแท้หมุนวนนี้ที่ศูนย์กลาง พลังงานได้กลั่นตัวเข้าไปใน
ตันเถียน อนุภาคต่างๆของเนื้อและโลหิตสะสม ก่อตัวเป็นสมอง โครง
กระดูก อวัยวะภายใน เส้นชีพจร เนื้อหนังและทุกสิ่งทุกอย่าง
กระบวนการนี้ดำเนินไปเรื่อยๆตลอดทั้งวัน ร่างกายของหลินหมิงมี
รูปร่างขึ้นในอากาศ เส้นผมสีดำของเขาห้อยลงเหมือนน้ำตก ปกปิดเลือน
ร่างของเขาไว้ ในขณะนี้ หลินหมิงเป็นเหมือนทารกแรกเกิด ร่างกายของ
เขาสดใสราวกับว่ามันมีพลังชีวิตไร้สิ้นสุด
อย่างช้าๆ ดวงตาทั้งสองเปิดกว้างขึ้น มันสดใสเหมือนดวงดาวคู่ ด้วย
เพียงความคิด พลังงานเพลิงต้นกำเนิดห่อหุ้มตัวเขา มันถักท่อเป็นผ้าไหม
สีแดงที่งดงามและกลายเป็นชุดคลุมร่างของหลินหมิงไว้
ขณะที่เขาจมความคิดเข้าไปในร่างกายและตันเถียน หลินหมิงก็รู้สึก
เหมือนเกิดใหม่และตันเถียนของเขาก็ได้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ โลหิต
ขนฟีนิกซ์และพลังงานปราณจากขนฟีนิกซ์ได้รับการดูดซับเข้าสู่เนื้อและ
โลหิตของเขาอย่างสมบูรณ์ ความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมอย่างเหลือเชื่อ!
หลินหมิงกำหมัดแน่น เขารู้สึกเต็มไปด้วยพลังงานภายในร่างกาย ถ้า
เขาได้ต่อสู้กับฮั่วหยางกวงอีกครั้งในตอนนี้ เขาเชื่อว่าเขามีโอกาสสูงใน
การชนะโดยไม่ใช้เจตจำนงแห่งนักสู้แรกกำเนิด!
นอกจากนี้ หลังจากที่ได้ดูดซับโลหิตชีวิตของครรภ์เต๋าเนื้อหนังและ
โลหิต ร่างกายของเขาก็ได้มาถึงขอบของการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เขามี
ความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะสามารถทะลวงประตูที่ 5 ของ 8 ประตู
เร้นลับภายใน – ประตูแห่งการเปิดได้!
ประตูแห่งการเปิดตั้งอยู่ในสมอง หลังจากที่ไปถึงประตูที่ 5 การรับรู้
ของเขาจะเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับพลังชีวิตของเขา แม้ว่าจะไม่ได้มี
อิทธิพลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งในการต่อสู้ แต่ก็เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น
ประตูที่มีประโยชน์ที่สุดของ 8 ประตูเร้นลับภายใน นั่นเป็นเพราะประตูนี้
จะไม่ด้อยประโยชน์ลงแม้กระทั่งหลังจากที่ไปถึงขั้นผู้ปกครองเทวะ
มีช่องว่างระหว่าง 4 ประตูแรกและ 4 ประตูหลัง 8 ประตูเร้นลับ
ภายในอย่างมาก หลินหมิงได้เปิดประตูที่ 4 ประตูแห่งความเจ็บปวด แต่
มันเป็นเวลาหลายปีแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้น นี่เป็นเพราะพลังงานที่สะสมอยู่
ไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว