Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 984 การเคลื่อนไหวของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 984 การเคลื่อนไหวของกล่องปัญญาแห่งพระเจ้า
นับตั้งแต่หลินหมิงได้เอาหอกโลหิตฟีนิกซ์จากหอสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญ ศิษย์หลายคนถูกกระตุ้นโดยมัน พวกเขาได้ฝึกฝนอย่างหนัก หวัง
จะทดสอบโชคของตนเองที่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญอีกครั้ง แม้ว่าพวก
เขาไม่ได้คาดหวังว่าตนจะได้รับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด การได้
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นต่ำก็เพียงพอแล้ว
นี่ก็คล้ายกับปุถุชนที่พบเจอทองในทุ่ง คนอื่นจะไม่สนใจว่าพวกเขา
จะมีโชคเหมือนกันหรือไม่แต่ก็ยังจะรีบไปยังทุ่งเดียวกันเพื่อขุดหา
“อะไรกัน? ก่อนหน้านี้ 1000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวานเพียง
พอที่จะเข้าสู่หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญได้ ดังนั้นเหตุใดท่านจึงเรียกเก็บ
เงิน 2000 ตราประทับฟีนิกซ์กู่กังวาน ศิษย์ใหม่หลายคนไม่พอใจซ่งไป่
เฟิง พวกเขาได้ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะประหยัดเงินอดออมมาได้ถึง
1,000 แต้ม และพวกเขามาที่ หอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญเพื่อทดสอบ
โชคของตน แต่ผลก็คือพวกเขาถูกขัดขว้างโดยซ่งไป่เฟิงก่อนที่พวกเขาจะ
สามารถเดินผ่านประตูไปได้
ซ่งไป่เฟิงนั่งบนสิงโตเพลิงอย่างภูมิใจขณะที่มองลงไปยังเหล่าศิษย์
ขั้นทำลายชีวิตแห่งโถงนกไฟ ด้วยบรรยากาศอันทรงพลัง เขามองไปยัง
ศิษย์ใหม่เหล่านี้ราวกับว่าพวกเขาเป็นคางคก และคิดถึงตัวเองว่า “หึ พวก
นี้ต้องการมาเพื่อเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ? พวกเขาเคยส่องกระจก
บ้างหรือไม่?”
ซ่งไป่เฟิงหัวเราะและพูดว่า “พวกเจ้ามีปัญญาจ่ายหรือไม่!”
ช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ละวันของซ่งไป่เฟิงไม่ได้ผ่านไปอย่างสงบ เขา
ไม่กล้าที่จะแกล้งคนของเทพธิดาเฟิงอีกต่อไป มิใช่ว่าเขากลัวเทพธิดาเฟิง
แต่เขากลัวจิตวิญญาณสิ่งประดิษฐ์ของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ จิต
วิญญาณสิ่งประดิษฐ์เป็นผู้บังคับบัญชาของเขา อย่างน้อยที่สุดเขาก็ต้อง
ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆก่อน
ด้วยน้อยคนที่จะขู่กรรโชกได้ ซ่งไป่เฟิงจึงกลายเป็นกังวล ไม่ว่า
อย่างไร คนในตำแหน่งของเขาย่อมมีนาย และคนในระดับต่ำกว่าก็ย่อม
ต้องการที่จะให้สินบน มิเช่นนั้น เขาสามารถอยู่ที่นี่มาถึง 20-30 ปีได้
อย่างไร?
ซ่งไป่เฟิงได้ตัดสินใจที่จะไม่ไปยุ่งกับศิษย์กลุ่มเล็กๆมากนัก เพราะถึง
อย่างไรคนเหล่านี้ก็ไม่มีความมั่งคั่งมากอยู่แล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะสกัดน้ำจากหินแห้งเหล่านี้ นี่ทำให้วันของเขาเสียเปล่า
“เจ้า เจ้ากล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร!” ศิษย์หลายคนใบหน้าแดงก่ำ
ขณะที่พวกเขากำลังจะกล่าวบางอย่าง ทันใดพวกเขาก็เห็นซ่งไป่เฟิงรีบ
กระโดดลงมาราวกับมีไฟรนก้น เขากลายเป็นดั่งทาสที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ประจบนาย ในพริบตา คนที่หยิ่งยโสได้พลิกบุคลิกจากหน้ามือเป็นหลัง
มือ และเขาทำตัวเหมือนเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง
ศิษย์เหล่านี้ไม่เข้าใจว่าซ่งไป่เฟิงกำลังเล่นสิ่งใด จนกระทั่งเห็นเขาพุ่ง
ไปอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มผู้หนึ่ง “ขอต้อนรับท่านหลินท่านหลินเชิญเข้ามาได้
เลย ท่านหลิน ท่านได้มาในวันนี้เพื่อเอาสิ่งประดิษฐ์ของสิ่งประดิษฐ์ชั้น
ยอดชิ้นที่สองใช่หรือไม่? ฮ่าๆ ดูเหมือนกับว่าหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ของข้าจะมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดอีกชิ้นที่ต้องการนายผู้
เหมาะสมอยู่พอดี สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดสามารถจับคู่กับ
อัจฉริยะแห่งสวรรค์เช่นท่านหลินเท่านั้นจึงจะได้รับการพิจารณาว่าเป็น
สิ่งที่เหมาะสมกันที่สุด”
ท่านหลิน?
หลินหมิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้เมื่อได้ยินชื่อนี้ เขาเป็นคน
ธรรมดาที่กำเนิดมาจากแดนเบื้องล่าง ดังนั้นเมื่อไรกันที่เขากลายเป็นนาย
น้อยอย่างฉับพลันเช่นนี้?
ซ่งไป่เฟิงเป็นตัวตนที่ประจบประแจงอย่างมาก กระทั่งหากต้องเปิด
ปากเรียกหลินหมิงว่าบิดาตอนนี้เขาก็ยังคงทำเช่นนั้นได้ เขาตั้งใจนำทาง
ให้หลินหมิง ปฏิบัติต่อศิษย์ที่ตกใจอยู่ข้างหลังเขาราวกับว่าพวกเขาไม่มี
อะไรมากไปกว่าอากาศธาตุ
หลังจากที่หลินหมิงเข้าไปในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ศิษย์ที่
สับสนในที่สุดก็ได้คืนสู่ความสงบได้ ฉากนี้ได้เปิดหูเปิดตาของพวกเขา
อย่างแท้จริง สำหรับคนที่หยิ่งเมื่อครู่กลับได้กลายเป็นดั่งข้ารับใช้ นี่มา
จากความแข็งแกร่งอันท้วมท้นเท่านั้น
“น่าสมเพช! ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเป็นคนขี้ขลาดในระดับนี้ เมื่อ
เขาเห็นรุ่นเยาว์ของตระกูลชั้นสูง ท่าทีของเขาก็เหมือนกับว่าได้เห็นบิดา
ของตนเอง คนประเภทนี้จะเดินบนเส้นทางแห่งนักสู้ในระดับที่สูงขึ้นได้
อย่างไร? เขาจะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ได้!
“ให้ตายเถอะ มันเลวร้ายเกินไป มันมีอันใดพิเศษนักกับเหล่ารุ่นเยาว์
ในตระกูลชั้นสูง? พวกเขามีช้อนเงินอยู่ในปากตั้งแต่เกิดหรือไม่? การบ่ม
เพาะทั้งหมดของพวกเขาล้วนขึ้นอยู่กับปริมาณทรัพยากรทั้งหมด ถ้าข้า
เกิดมาในตระกูลชั้นสูงบ้างข้าก็จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกเขาเป็น
อย่างน้อย 10 เท่า”
“ตระกูลชั้นสูง? เจ้าหูหนวกหรืออย่างไร? เจ้าไม่ได้ยินชื่อของคนผู้นั้น
ที่ถูกเรียก?” ศิษย์คนที่สามที่มีการบ่มเพาะสูงกว่าส่ายหัว “แซ่ของรุ่นเยาว์
ผู้นั้นคือหลิน ในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานมีตระกูลหลินที่สามารถทำให้ซ่งไป่
เฟิงแสดงความเคารพในระดับนี้ได้หรือไม่? จะถูกกว่าหากไม่เรียกมันว่า
ความเคารพและเรียกว่าความหวาดกลัว ซ่งไป่เฟิงถามท่านหลินผู้นั้นว่า
เขามาเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดชิ้นที่สองหรือไม่ นั่นหมายว่า
เขาเคยมาเอาไปชิ้นหนึ่งแล้ว ชายหนุ่มที่สามารถนำเอาสิ่งประดิษฐ์ระดับ
นักบุญชั้นยอดไปได้นั้นหายาก กระทั่งทั่วทั้งตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานและ
ด้วยการบ่มเพาะขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 เช่นนี้ พวกเจ้าคิดว่ายังจะเป็น
ผู้ใดไปได้อีก?
ขณะที่อีกสองศิษย์ได้ยินเรื่องนี้ คนหนึ่งในพวกเขายังคงสับสนอยู่ แต่
อีกคนหนึ่งถามว่า “เขาคือหลินหมิง คนที่เอาหอกโลหิตฟีนิกซ์และยัง
สามารถเอาชนะเก้าวิบัติสวรรค์ชั้น 4 ฮั่วหยางกวงได้ใช่หรือไม่?”
“นั่นน่ะหรือคือหลินหมิง! เขาดูเหมือนบัณฑิตจากโลกมนุษย์ ไม่มีได้ดู
พิเศษอันใดเลย!”
“เจ้าจะไปรู้ถึงความพิเศษเกี่ยวกับเขาได้อย่างไร? เขายับยั้งออร่าของ
ตนเองเพื่อให้เขาดูเหมือนคนทั่วไป เพราะถ้าเขาปลดปล่อยออร่า พวกเรา
ก็จะไม่สามารถกระทั่งเข้าใกล้เขาได้! เมื่อไม่นานมานี้เขาอยู่ในขั้นทำลาย
ชีวิตระดับ 5 แต่ตอนนี้เขากลับอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 แล้ว!” ศิษย์
ผู้นำส่ายหัวและตบไหล่ศิษย์ทั้งสองคน
“เจ้าไม่จำเป็นต้องมาจากตระกูลชั้นสูงจึงจะได้รับการปฏิบัติด้วย
ความเคารพ สิ่งที่เจ้าต้องการคือความแข็งแกร่งต่างหาก”
…….
ในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ ซ่งไป่เฟิงยิ้มแย้มขณะที่เขาเดินนำ
ทางไป ย่างก้าวของเขาทำให้เขาดูเหมือนขันทีจากตำหนักของปุถุชน
“ท่านหลิน มาดูนี่ ง้าวนี้คือสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดที่มาแทน
หอกโลหิตฟีนิกซ์หลังจากที่ท่านเอาไป คุณภาพด้อยกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์
แน่นอนท่านหลินไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ยังคงมีสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้น
ยอดอยู่อีก 8 ชิ้น ท่านลองมองหาชิ้นที่เหมาะกับความต้องการของท่าน
มากที่สุดดีหรือไม่?”
หลังจากที่ไปถึงศูนย์กลางของหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญแล้ว ซ่งไป่
เฟิงได้แนะนำหลินหมิงให้ลองดูรอบๆก่อน ด่านทดสอบที่ท้าทายของ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ มันเหมือนการซื้อชุดจากร้านค้า แล้วจะมีที่น่า
พอใจได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงมีความสามารถในการเลือกอย่างที่ต้องการ
ได้ เขาไม่ต้องมีผู้ดูแลในด่านทดสอบและสามารถเลือกสิ่งที่เขาต้องการ นี่
คือข้อดีที่ได้รับจากความแข็งแกร่ง
“ข้าไม่ต้องการอาวุธในคราวนี้ สำหรับเตาหลอม, แหวน, ชุดคลุม,
สร้อยคอและเกราะ บอกข้าว่าพวกมันอยู่ที่ไหน โดยเฉพาะแหวนและ
สร้อยคอ”
หลินหมิงไม่จำเป็นต้องมีชุดคลุมหรือเตาหลอม เขามีชุดคลุมเก้าขน
วิหคสวรรค์และเตาหลอมสุริยันที่เขาได้รับรางวัลจากฮั่วหยางกวงแล้ว
แม้ว่าพวกมันจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นสูง แต่เขาก็สามารถใช้ได้
เหมือนกัน เกราะก็ไม่สำคัญกับเขาตอนนี้ สิ่งที่หลินหมิงต้องการมากที่สุด
คือแหวนและสร้อยคอ
สร้อยคอจะมีความสามารถในการป้องกัน มันจะต้องดูธรรมดาเมื่อ
มอง บางอย่างที่ดูราวกับว่ามันสามารถซื้อได้ในอาณาจักรปุถุชน
“แน่นอน!” ซ่งไป่เฟิงแน่นอนต้องการโอกาสที่จะแสดงด้านดีของตน
“ท่านหลิน แหวนนี้เรียกว่า ดวงเนตรแห่งสัจจะ มันสามารถทำลาย
ภาพลวงตาและเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งทางกายภาพและ
ปราณแท้ได้”
“สำหรับสร้อยคอนี้เรียกว่า เจตจำนงแห่งนักบุญ นั่นไม่ใช่สิ่งที่สร้าง
โดยเผ่าฟีนิกซ์โบราณ แต่เป็นสมบัติที่นำมาจากศัตรูหลังจากที่พวกเขาถูก
สังหารโดยผู้อาวุโสของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน ต้นกำเนิดของมันค่อนข้าง
ลึกลับ จากการวิเคราะห์ผู้อาวุโส นั่นเป็นเสี้ยวเจตจำนงของขั้นผู้ปกครอง
เทวะ ซึ่งสามารถคงอยู่ไปได้นับแสนปี มันได้มาจากผู้เชี่ยวชาญในการ
กลั่น จากนั้นปิดผนึกมันไว้ในสร้อยคอนี้ สามารถเพิ่มพลังชีวิตและ
เจตจำนงได้
หลังจากที่ซ่งไป่เฟิงแนะนำสร้อยคอและแหวนให้หลินหมิง หลินหมิง
ก็พยักหน้าในขณะที่เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับพวกมัน สิ่งประดิษฐ์ประเภท
นักบุญอุปกรณ์เสริมมีผลกระทบต่อความแข็งแกร่งในการต่อสู้น้อยกว่า
อาวุธหรือเกราะ แต่ค่าของพวกมันสูงกว่าสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญระดับ
เดียวกัน
ซ่งไป่เฟิงยังคงแนะนำสิ่งประดิษฐ์นักบุญชั้นยอดอื่นๆได้แก่ ดาบผ่า
สุริยันและธนูทะลวงสุริยัน ทั้งสองไม่ด้อยกว่าหอกโลหิตฟีนิกซ์ แต่หลินห
มิงไม่จำเป็นต้องใช้พวกมัน ถึงแม้ว่าเตาหลอมและชุดคลุม เกราะจะดี แต่
ก็ไม่ได้ต้องการพวกมันในตอนนี้ ในขณะที่หลินหมิงคิดถึงเรื่องนี้เขาก็
ตัดสินใจเลือกสร้อยคอในการปกป้องที่ดูธรรมดาอย่าง – เจตจำนงแห่ง
นักบุญ
“ข้าจะเอามัน!”
หลินหมิงมองไปยังสร้อยคออาคมซึ่งลอยอยู่ในอากาศ มันดูธรรมดา
มาก ถ้ามันไม่ได้อยู่ภายในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญก็คงจะยากที่จะ
สังเกตเห็น
หลินหมิงเลือกเจตจำนงแห่งนักบุญด้วยเหตุผลของตัวเอง ถึงแม้ว่า
สร้อยคออาคมนี้จะไม่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขาได้มากนัก แต่เขา
ก็ชอบความสามารถในการเพิ่มพูนพลังชีวิตและพลังจิตวิญญาณ
จิตวิญญาณเกี่ยวข้องกับการรับรู้และการบ่มเพาะของเขา สำหรับ
เจตจำนง เขาก็ห่างอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง เมื่อ
เขาทำได้แล้ว ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง
แต่เพียงไม่กี่ก้าวนี้เป็นเรื่องยากอย่างมาก จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาไม่ได้
เพิ่มมากนักหลังจากที่เขาเข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 แล้ว กลับกัน เขา
หยุดอยู่ที่ขอบของจิตวิญญาณต่อสู้ระดับทอง และตอนนี้เขาต้องการที่จะ
หาจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
หลินหมิงพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และหายตัวไปในแสงสว่างของ
เจตจำนงแห่งนักบุญ เกิดแสงระยิบระยับอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเงียบลง
เหมือนทะเลสาบ
ซ่งไป่เฟิงมองไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ นับเวลาในใจของเขา
10 ลมหายใจ, 20 ลมหายใจ, 30 ลมหายใจ…
80 หายใจผ่านไป มันเป็นเวลาประมาณครึ่งชั่วธูป เมื่อหลินหมิงตก
ลงมาจากฟากฟ้า เขาร่อนลงอย่างสงบและมองขึ้นไปบนฟากฟ้า ดาวที่
ส่องแสงนั่นคือเจตจำนงแห่งนักบุญ มันหดตัว และครู่หนึ่งมันก็ถูกกลืน
เข้าไปในเจตจำนงแห่งนักบุญอย่างสมบูรณ์ สร้อยคออาคมป้องกันตกลง
และลงไปในมือของหลินหมิง
กระบวนการทั้งหมดนี้ง่ายดายอย่างยิ่ง ใบหน้าของหลินหมิงไม่
เปลี่ยนสี ราวกับว่ากำลังทำเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
“งดงาม งดงามอย่างแท้จริง! ท่านหลิน สมกับเป็นท่านหลินยิ่งนัก! ผู้
ทรงพลังเก้าวิบัติต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ
ชั้นยอด และพวกเขาก็จะล้มเหลว และแม้กระทั่งหอบและหมดแรง แต่
ท่านหลินดูเหมือนแสกมันออกมาจากอากาศธาตุและใช้เวลาเพียงครึ่งชั่ว
ธูป ในชีวิตคนรับใช้ผู้ต้อยต่ำนี้ ข้าได้เห็นอัจฉริยะหลายคนเอาสิ่งประดิษฐ์
ระดับนักบุญชั้นยอดไป แต่พวกเขามักใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 30 นาที
นอกจากนี้พวกเขาจะต้องใช้พลังงานไปอย่างมากเช่นเดียวกับที่ต่อสู้อย่าง
รุนแรง พวกเขาจะเปรียบเทียบกับท่านหลินที่ดูสง่างามและหล่อเหลาได้
อย่างไร? พรสวรรค์และศักยภาพของท่านหลินจะไร้เปรียบต่อไปอีก 500
ปีข้างหน้าในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน สำหรับอีก 500 ปีต่อมา ข้าก็ยังคิดว่า
จะไม่มีใครเทียบได้กับท่านหลินอยู่ดี!”
แม้ซ่งไป่เฟิงได้คาดไว้แล้วว่าหลินหมิงจะได้รับเจตจำนงแห่งนักบุญ
เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายถึงเพียงนี้
คำพูดที่สละสลวยของเขาเกิดขึ้นจากความชื่นชมอย่างแท้จริง เขาเฝ้าหอ
สิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญมาเป็นเวลาหลายปี และเห็นผู้กล้าจำนวนมาก
เอาสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอดไป ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนั้นได้
แต่พวกเขาก็จะหอบและเหนื่อยล้าราวกับว่าตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง เมื่อ
เทียบกับหลินหมิง ความแตกต่างก็เหมือนกับเมฆและโคลนตม
หลินหมิงไม่ได้สนใจเรื่องการสรรเสริญของซ่งไป่เฟิง เขาสัมผัส
สร้อยคออาคมป้องกันในมือ อาคมป้องกันนี้เย็นเหมือนน้ำแข็ง และ
ในขณะที่เขารู้สึกได้ถึงคุณสมบัติและความลึกลับภายใน บางสิ่งที่ไม่
คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น
เขารู้สึกได้ว่ากล่องปัญญาแห่งพระเจ้าที่กำลังหลับใหลอยู่ในหัวใจ
ของเขาสั่นเล็กน้อย และตอนนนี้ดูเหมือนมันจะฟื้นสติหลังจากหลับใหล
เป็นเวลานาน