Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 986 เปิดประตูแห่งการเปิด
หลังจากที่เจตจำนงแห่งนักบุญถูกกลืนหายไปโดยกล่องปัญญาแห่ง
พระเจ้า หลินหมิงก็ได้ศึกษาเรื่องนี้ตลอดวันเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ในที่สุด
เขาก็ต้องยอมแพ้ในการตรวจสอบของเขาและเริ่มรับรู้ผ่านหยกของ
เทพธิดาเฟิงแทน
ในแผ่นหยกนี้มีวิถีที่ 3 ของเพลิง – รังสรรค์
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการทำลายล้างคือการรังสรรค์
คำอธิบายของเทพธิดาเฟิงทำให้กฎการสร้างสรรค์ไม่มีข้อความ พวก
มันเกือบทั้งหมดถูกอธิบายด้วยภาพ ระหว่างทุกๆสองภาพเป็นอาคม หนึ่ง
ต้องเข้าใจภาพก่อนหน้านี้เพื่อให้สามารถมองไปยังอันถัดไปได้
ภาพแรกคือรูปดอกบัวคราม ดอกบัวครามโตขึ้นที่ด้านบนของหินสี
แดงเพลิง และลาวาพลุ่งพล่านโดยรอบ หินนี่ร้อนจนน่าสยดสยองและมัน
ดูเหมือนนรกที่ร้อนระอุ แต่ดอกบัวครามที่โตขึ้นเหนือหินสีแดงเพลิงนั้น
เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นดั่งหยกสีฟ้าและงดงาม
“เขตแดนดอกบัวคราม” หลินหมิงรู้ว่ามีอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์เข้าใจ
วิถีการรังสรรค์ในระดับสูงจนสามารถสร้างเขตแดน ดอกบัวครามได้ นี่
เป็นหนึ่งในหลายรูปแบบของปรากฏการณ์
เขตแดนจะสร้างมิติภายในตัวเอง ตราบเท่าที่มีคนเข้ามา พวกเขาจะ
ถูกควบคุมโดยกฎของเขตแดน เพื่อที่จะทะลวงผ่านเขตแดนได้นั้น นักสู้
ต้องใช้พลังดิบหลายเท่า นี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อต้องเผชิญกับ
ศัตรู
เมื่อหลินหมิงต่อสู้กับฮั่วหยางกวง ฮั่วหยางกวงก็ใช้เขตแดนดอกบัว
คราม โชคไม่ดีที่ระดับของเขตแดนดอกบัวครามอยู่ในระดับต่ำกว่ามิติ
อนุภาคแรกกำเนิด เขตแดนดอกบัวคราม ถูกระงับโดยตรงจากมิติอนุภาค
แรกกำเนิดของหลินหมิงและมันก็ไม่สามารถส่งผลกระทบใดๆในการต่อสู้
แม้กระนั้นก็ตาม เขตแดนดอกบัวครามก็มีคุณค่ามาก แม้แต่หลินห
มิงก็ยังถูกดึงดูดจากมัน หลินหมิงสามารถกระโดดต่อสู้ข้ามขั้นกับอัจฉริยะ
ของแดนเทวะได้ในขณะนี้ และเหตุผลที่สำคัญก็เพราะมิติอนุภาคแรก
กำเนิด ถ้าเขาสามารถมีเขตแดนดอกบัวคราเพิ่มมาอีก ผลในการยับยั้ง
ศัตรูก็จะดียิ่งขึ้น
หลินหมิงได้เข้าสู่ภาวะมึนงงอย่างรวดเร็วเขณะที่เขาสังเกตเห็นภาพ
ลึกลับนี้ ภาพนี้ไม่เหมือนกับภาพอีกต่อไป แต่ดูเหมือนจะเป็นของจริง
แทน เปลวเพลิงลุกโหม, ลาวาพลุ่งพล่าน, ดอกบัวครามที่สามารถเติบโต
ได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถเข้ากันได้เช่นนี้ ทั้งหมดดูเหมือนจะมีเต๋า
สวรรค์ชั้นสูงอยู่
กฎแห่งเพลิงในแผ่นหยกที่เทพธิดาเฟิงได้สร้างขึ้นไม่ได้มีคำอธิบาย
ใดๆ แต่ทุกภาพมีปริศนาที่ไร้สิ้นสุด หากการรับรู้ของคนๆนั้นขาดไป พวก
เขาจะรู้สึกสับสนกับการอ่านแผ่นหยกของเทพธิดาเฟิง พวกเขาจะรู้สึก
ราวกับกำลังมองภาพอันงดงาม และไม่สามารถเข้าใจวิถีแห่งเพลิงจาก
ภายในได้
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า หลินหมิงนั่งอยู่ในห้องฝึกฝนโดยไม่ขยับ
มีความเข้าใจในกฎแห่งเพลิงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขาได้เข้าใจเพียง
เล็กน้อย ใบเปลวเพลิงบนต้นอ่อนเทพทรราชก็จะมีปรากฏร่องรอยของ
กฎบนพื้นผิวของมันมากขึ้น
พื้นผิวเหล่านี้เป็นรูปสลักเล็กที่รวมเป็นวงกลม แม้ว่าจะแตกต่างจาก
รูปดอกบัวครามของเทพธิดาเฟิง แต่ก็ยังมีอาคมเหมือนกัน แต่รูปสลัก
เล็กๆเหล่านี้เป็นประกายและลึกลับกว่าภาพดอกบัวคราม
เมื่อหลินหมิงอยู่ที่เมืองฟีนิกซ์โบราณ เขารู้ว่าทุกครั้งที่เขาเข้าใจกฎ
แห่งเพลิง ความเข้าใจเล็กน้อยที่เขาได้รับจะเป็นรูปแบบเต๋าที่สอดคล้อง
กับเมล็ดพันธุ์แห่งเทพทรราช รูปสลักเหล่านี้ลึกลับและมีความจริงของเต๋า
อันยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนั้น ระดับพลังของหลินหมิงยัง
ห่างไกลที่จะรู้แจ้งพวกมัน
“ต้นอ่อนเทพทรราชเป็นเคล็ดบ่มเพาะของข้า แต่ก็ยังเป็นพลัง
ภายนอก ข้าไม่สามารถพึ่งพาต้นอ่อนเทพทรราชได้อย่างเต็มที่ในการดูด
ซับกฎแห่งเพลิง ข้าต้องเข้าใจพวกมันด้วยตัวเอง มิเช่นนั้น ข้ากลัวว่าข้า
จะต้องพบเจอกับคอขวดเมื่อข้าไปถึงระดับพลังที่สูงขึ้น
ใช้ต้นอ่อนเทพทรราชเพื่อกลืนกฎแห่งเพลิง หลังจากนั้นก็ศึกษาจาก
ทางลัด แต่นั่นเป็นกฎของต้นอ่อนเทพทรราช หลินหมิงสามารถใช้พวกมัน
ได้ แต่เขาไม่ได้เข้าใจความจริงเบื้องหลังพวกมันด้วย สำหรับการทำให้
รากฐานของเขาแข็งแกร่งขึ้น มันก็จะเป็นเรื่องยาก
หลินหมิงใช้เวลาหลายวันในการเข้าฌานผ่านแผ่นหยกของเทพธิดา
เฟิง อยู่มาวันหนึ่งเปลวเพลิงปรากฏขึ้นที่หน้าหลินหมิงซึ่งตามด้วยเสียง
ของเทพธิดาเฟิง “หลินหมิง ข้าปรับแต่งโอสถเสร็จแล้ว มาที่ตำหนักเฟิง
เซียนและเตรียมพร้อมที่จะเปิดประตูแห่งการเปิด!”
หลินหมิงก็ตื่นขึ้นมาจากสถานะการครุ่นคิดของเขา เขามองไปยัง
นาฬิกาทรายที่มุมห้องก็เห็นได้ว่ามันได้ผ่านไป 10 วันแล้ว ใน 10 วัน
หลินหมิงก็ยังคงไม่สามารถเข้าใจภาพแรกของเทพธิดาเฟิงได้สมบูรณ์ แต่
นางสามารถสร้างโอสถจิตวิญญาณสำหรับกายผันแปรเสร็จก่อนแล้ว
นี่คือข้อดีของการมีอาจารย์ที่ยอดเยี่ยม ถ้าหลินหมิงพยายามที่จะ
ปรับแต่งโอสถเหล่านี้ด้วยตัวเอง มันก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด
หลินหมิงลุกขึ้นและกลายเป็นลำแสงพุ่งออกไป ครู่ต่อมาเขาก็ได้
มาถึงตำหนักเฟิงเซียนและพบเทพธิดาเฟิงซึ่งกำลังรอเขาอยู่ภายในห้อง
โถงใหญ่
“ศิษย์หลินคารวะท่านอาจารย์”
“อืม” เทพธิดาเฟิงพยักหน้า นางสะบัดมือและกล่องหยกไม้จิต
วิญญาณลอยไปยังหลินหมิง เขาได้รับกล่องและเปิดมันออก ภายในมีสอง
โอสถจิตวิญญาณ หนึ่งสีขาวและหนึ่งมีสีดำ
“โอสถหยินหยางชะตาฟ้า!” หลินหมิงจำโอสถคู่นี้ได้ โอสถยังแบ่งเป็น
ระดับชั้นเช่นเดียวกับเครื่องมือวิเศษ โอสถหยินหยางชะตาฟ้าเป็นโอสถ
ระดับนักบุญ เทียบเท่ากับสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญชั้นยอด แม้ว่าจะเป็น
โอสถ แต่ค่าของมันก็สามารถเปรียบเทียบกับเครื่องมือวิเศษได้
ตัวอย่างเช่นโอสถหยินหยางชะตาฟ้า เทพธิดาเฟิงได้ปรับแต่ง ซึ่งต้อง
สมุนไพรที่อายุมากกว่า 100,000 ปี ในการเก็บรวบรวมวัตถุดิบโอสถ
ทั้งหมดนี้ได้ก็มิรู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด
“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะรู้จักโอสถเหล่านี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะทำต้อง
อย่างไรกับโอสถหยินหยางชะตาฟ้า?”
“ข้ารู้”
“ดี ด้วยสถานะของเจ้าที่เป็นนักสู้จากแดนเบื้องล่างแต่กลับมีความ
เข้าใจอย่างมากต่อโอสถของแดนเทวะ เจ้าก็คงต้องได้รับบันทึกทักษะการ
เล่นแร่แปรธาตุจากซากโบราณในทวีปนภารินไหล เอาล่ะ แม้ว่าเราจะ
ฝึกฝนการต่อสู้ แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีทักษะย่อยๆหนึ่งหรือสองอย่างที่
เราสามารถฝึกฝนได้เพื่อทำให้จิตใจของเราสงบลง” ขึ้นยืน “ตามข้ามา เจ้า
จะได้ใช้โอสถหยินหยางชะตาฟ้าในห้องปิดด่านของข้าและเปิดประตูแห่ง
การเปิดด้วย หลังจากที่ทำเช่นนั้นแล้ว ศักยภาพของจิตใจของเจ้าจะ
พัฒนาขึ้นไปอีก และในเวลาเดียวกันพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายในประตูแห่ง
ความเจ็บปวดจะได้รับการปลดปล่อย ความแข็งแกร่งทางกายภาพของ
เจ้าจะเพิ่มเป็นสองเท่า!”
ภายในกายผันแปร ประตูแห่งความเจ็บปวดนั้นเป็นประตูที่เพิ่ม
พละกำลังมากที่สุด อย่างไรก็ตาม หลังจากประตูแห่งความเจ็บปวดเปิด
ออก การปะทุของพละกำลังนี้จะดำเนินต่อไป มันจะไม่เกิดขึ้นเพียงครั้ง
เดียว ด้วยประตูทุกๆ ประตูถัดไปที่จะเปิดขึ้น มันจะมีการปลดปล่อย
พลังงานจนกว่าการเปิด 8 ประตูเร้นลับภายในจะเสร็จสมบูรณ์ ในเวลา
นั้น ผู้หนึ่งจะมีพละกำลังเหนือธรรมชาติถึง 10 ล้านจิน เมื่อพละกำลังนั้น
ถูกรวมเข้ากับทักษะการต่อสู้กายผันแปรบางอย่างแล้ว การต่อสู้ทาง
กายภาพอาจทำให้พุ่งทะยานถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงได้
“ขอรับท่านอาจารย์” หลินหมิงกล่าวอย่างสุภาพ เขาเดินตามเทพธิดา
เฟิงไปยังห้องปิดด่านของนาง
“หลินหมิง ประตูแห่งการเปิดตั้งอยู่ภายในสมอง สมองเป็นส่วน
ลึกลับที่สุดในร่างกายมนุษย์ ประเภทของการฝึกฝนที่เกี่ยวข้องกับสมอง
จะมีอันตรายอย่างมาก เมื่อเจ้าเปิดประตูแห่งการเปิด เจ้าจะต้องเผชิญ
กับภาพลวงตาที่ไม่สามารถจินตนาการได้ ปกป้องจิตใจและหัวใจของเจ้า
ให้ดี มิเช่นนั้นเจ้าจะสูญเสียตัวตนไป นอกจากนี้เมื่อเจ้าเปิดประตูแห่งการ
เปิด มีความแตกต่างในระดับที่สามารถเปิดได้ เจ้าควรปกป้องจิตใจให้ดี
ยิ่งขึ้นประตูแห่งการเปิดเปิดกว้างมากเท่าใด จิตใจและทะเลแห่งจิต
วิญญาณเจ้าจะพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าไม่สามารถ
ป้องกันจิตใจของตนได้ ประตูแห่งการเปิดจะเปิดเพียงเล็กน้อย การ
เพิ่มพูนการรับรู้และพลังจิตวิญญาณของเจ้าจะถูกจำกัดด้วย”
เทพธิดาเฟิงเตือนหลินหมิงอย่างจริงจัง ในความเป็นจริง หลินหมิงก็
ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี ภายในเรื่องเคล็ดบ่มเพาะชีพจรปราณเทพคลั่งนั้น
มันมีการบันทึกเรื่องราวของนักสู้กายผันแปรบางคนที่เปิดประตูแห่งการ
เปิด บางครั้ง หัวใจปีศาจของพวกเขาจะปรากฏออกมา และภาพลวงตา
จะเล่นงานจิตใจของพวกเขา พวกเขาจะสูญเสียตัวตน กลายเป็นบ้า
ตลอดไป
บางคนไม่ได้เปิดประตูแห่งการเปิดกว้างนัก แต่นี่จะทำให้เกิดการ
เติบโตของทะเลแห่งจิตวิญญาณและการรับรู้มีจำกัด ทำให้ยากที่จะเข้าสู่
ระดับถัดไปในอนาคต
หลินหมิงไม่ได้รีบร้อนเปิดประตูแห่งการเปิด อย่างแรกเขาเข้าฌาน,
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วธูป พิธีนี้ดูเหมือนจะไม่มีบทบาทสำคัญ แต่ก็เป็น
วิธีการที่ใช้ในการควบคุมร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาพพร้อมที่สุด ด้วย
การทำเช่นนี้ หลินหมิงจะสามารถขจัดความคิดที่ทำให้ไขว้เขวและมุ่งเน้น
ไปยังสิ่งที่ต้องทำ ประตูแห่งการเปิดตั้งอยู่ในสมอง การเปิดประตูแห่งการ
เปิดก็เท่ากับการขยายทะเลแห่งจิตวิญญาณของเขา เขาต้องระมัดระวังมิ
ให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย
เทพธิดาเฟิงพยักหน้าขณะที่นางเห็นการกระทำของหลินหมิง
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเหล่านี้หลินหมิงก็ได้ลืมตาขึ้น เขาหยิบโอสถห
ยินหยางชะตาฟ้าวางไว้ในมือ มือซ้ายของเขาถือโอสถหยางสีขาว และมือ
ขวาของเขาโอสถหยินสีดำ เขาเข้าสู่สภาพเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์
ซึ่งสร้างตราประทับและวางโอสถทั้งสองไว้ระหว่างคิ้วของเขา แต่ในเวลา
นี้ มีฉากแปลกๆเกิดขึ้น โอสถหยินและหยางทั้งสองหลอมรวมเข้าด้วยกัน
กลายเป็นวงกลมหยินหยางที่หมุนวนไปอย่างช้าๆ มันมีกฎของหยินหยาง
และความจริงของโลก
นี่คือความลึกลับของโอสถหยินหยางชะตาฟ้า โอสถเหล่านี้ไม่ได้ใช้
สำหรับการกลืนกิน แต่สำหรับวางที่ระหว่างคิ้ว ให้มันรวมตัวกันและสร้าง
วงกลมหยินหยางขึ้น วงกลมหยินหยางนี้จะหลอมรวมกับนักสู้และเปิด
จิตใจของพวกเขา
วงกลมหยินหยางหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็กลายเป็นพลังงาน
อย่างสมบูรณ์ มันหลอมรวมเข้าสู่ผิวของเขาและค่อยๆผสานเข้าไปใน
จิตใจ หลินหมิงรู้สึกหัวใจสั่นสะท้าน มันเหมือนกับว่าพื้นที่กว้างใหญ่
ไพศาลได้ปรากฏตัวขึ้นภายในจิตใจของเขา
อนันต์ก่อให้เกิดบรรพกาลกลียุค บรรพกาลกลียุคก่อให้เกิดฝาแฝด
ชื่อ พลังงานหยินหยาง พลังงานหยินหยางนี้เป็นพื้นฐานของโลก เมื่อ
หลินหมิงหลอมรวมวงกลมหยินหยางเข้าไปในจิตใจเขาก็รู้สึกราวกับว่า
โลกกำลังปรากฏขึ้น แสงดาว แสงอาทิตย์ แสงจันทร์ แสงจากท้องฟ้าวิ่ง
เข้ามาในจิตใจ มันครอบงำเขา
ในขณะนั้น หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าจิตใจของเขาเป็นเหมือนดั่ง
จักรวาลไร้สิ้นสุด เหมือนกับการที่เขาสามารถหวากว่ายรอบพื้นที่อันไร้
สิ้นสุดนี้ได้โดยใช้แสงดาว
ด้วยเพียงความคิด เขาสามารถเดินทางไปได้นับล้านล้านไมล์ใน
พริบตา ทุกสิ่งภายในจักรวาลทั้งหมดอยู่ในกำมือของเขา เขาเดินทางผ่าน
สวรรค์ เป็นผู้ปกครองอมตะหนึ่งเดียวของ 10,000 อาณาจักร!
จุดสูงสุดแห่งนักสู้? นี่เป็นความรู้สึกของการเข้าถึงจุดสูงสุดแห่งนักสู้
หรือไม่?
ความคิดนี้แล่นผ่านจิตใจของหลินหมิง จุดสูงสุดของนักสู้คือ
เป้าหมายที่เขาแสวงหา ขณะที่เขากำลังเปิดประตูแห่งการเปิด เขารู้สึก
ราวกับว่าได้มาถึงจุดนั้น ราวกับว่าเขาปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักสู้ทั้ง
หมดแล้ว
ไม่, ไม่ใช่!
นี่เป็นภาพลวงตา! จักรวาลกว้างใหญ่ไร้สิ้นสุดนี้เป็นเขาวงกตแห่ง
จิตใจของเขา ถ้าเขาสูญเสียตัวเองในภาพลวงตานี้ สติของเขาจะหายไป
ตลอดกาลและไม่สามารถกลับมาได้
หลินหมิงถึงกลับต้องหลั่งเหงื่อเย็นทั่วร่าง!
นักสู้แทบทุกคนต่างมีหัวใจปีศาจ อาจเป็นความอัปยศที่พวกเขาไม่
เคยลืม ความเกลียดชัง ความรักอย่างลึกซึ้ง บางสิ่งบางอย่างที่พวกเขา
กลัวมากเกินไปหรือแม้กระทั่งบางสิ่งที่พวกเขาไล่ตามด้วยหัวใจของตน
ทุกอย่างสามารถกลายเป็นหัวใจปีศาจได้!
เมื่อหลินหมิงอยู่ในอาณาจักรลิขิตฟ้า และเขานั่งอยู่บนแผ่นหยก
ทะเลของสำนักเจ็ดแก่นแท้ หัวใจปีศาจของเขาคือ หลานอวิ๋นเยว่ นั่นคือ
ความรัก แต่เขาได้ปลดเปลื้องอุปสรรคนั้นมานานแล้ว แต่ตอนนี้ การไล่
ตามจุดสูงสุดของนักสู้กลับกลายเป็นหัวใจปีศาจของเขาแทน!