Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 991 ผลกระทบจากพลังงานต้นกำเนิด
“หลินหมิงไม่ต้องการใช้ปราณแท้ปกป้องร่างเพื่อป้องกันตัวเอง เขา
ต้องการที่จะใช้ร่างกายของตนในการดูดซับสายลมสวรรค์ของพลังเพลิง
ต้นกำเนิด!”
“เขาประมาทเกินไป! เหตุผลที่ศิษย์พี่ไป่เต๋าหงสามารถทำได้นั้นไม่
เพียงแค่เพราะความเข้าใจของกฎ แต่เพราะการบ่มเพาะพิเศษของเขา
ศิษย์น้องหลินอยู่เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 มันจะยากเกินไปสำหรับเขา
ในระดับนี้ ถ้าเขาไม่สามารถทำสำเร็จได้ สายลมสวรรค์ก็จะทำให้เขา
บาดเจ็บรุนแรง นอกจากนี้ การเข้าใจกฎของศิษย์น้องหลินก็ยังไม่
เพียงพออีกด้วย ในเรื่องนี้เขาไม่สามารถเทียบกับฮั่วหยางกวงได้!” ศิษย์
ขั้นเทพสมุทรของของโถงฟีนิกซ์กล่าวถึงความคิดของตนออกมา เขารู้สึก
ได้ว่าความเข้าใจของหลินหมิงในวิถีแห่งการรังสรรค์ของเขายังไม่ลึกซึ้ง
มากนัก
“แน่นอนเขาไม่สามารถทำได้ วิถีการรังสรรค์ของฮั่วหยางกวง
สามารถสร้างเขตแดนดอกบัวครามได้ นั่นคือการสำแดงความสำเร็จในวิถี
แห่งการรังสรรค์ หลินหมิงไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ เขาควรจะเพิ่งเข้าใจวิถี
ของการรังสรรค์พื้นฐาน ถ้าเขายังไม่ล้มเลิกความคิดซะตอนนี้มันก็จะเป็น
การแสวงหาความตายเท่านั้น” คนที่กล่าวออกมาคือโจวเฟย แม้ว่าจะ
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำแบบเดียวกับไป่เต๋าหง แต่เขาก็เข้าใจว่าไป่เต๋าหงมี
ความสามารถในการทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในความเห็นของเขา ด้วยเพียง
การบ่มเพาะของหลินหมิงและความเข้าใจในปัจจุบันของวิถี หากต้องการ
ทำเลียนแบบไป่เต๋าหงก็คงจะเป็นเพียงความเพ้อฝันเท่านั้น
ในความเป็นจริง วิถีการรังสรรค์ของหลินหมิงแท้จริงแล้วด้อยกว่าฮั่ว
หยางกวงหลินหมิงเพียงได้สัมผัสขอบวิถีแห่งการรังสรรค์มาเป็นเวลาครึ่ง
ปีแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเปิดประตูแห่งการเปิด และการรับรู้ของเขาก็
เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากทั้งยังมีต้นอ่อนเทพทรราชที่สนับสนุนเขา แต่เวลา
เพียงครึ่งปีนั้นน้อยเกินไป ไม่มีทางใดที่เขาจะเทียบกับฮั่วหยางกวงที่เริ่ม
ตระหนักถึงวิถีแห่งเพลิงตั้งแต่แรกเกิด
หลินหมิงมีแผ่นหยกของเทพธิดาเฟิง แต่แผ่นหยกที่ฮั่วหยางกวงมี
กลับดียิ่งกว่า ตระกูลฮั่วคงอยู่นับพันๆปีแล้ว พวกเขามีผู้มีพรสวรรค์นับไม่
ถ้วนและฮั่วหยางกวงเป็นหนึ่งในนั้น
สำหรับการทำความเข้าใจกับเขตแดนดอกบัวคราม ผู้หนึ่งก็
จำเป็นต้องมีการสะสมความเข้าใจที่ยิ่งใหญ่กว่าก่อนที่จะทำเช่นนั้นได้
ความสามารถเขตแดนไม่ได้เป็นกะหล่ำปลีที่หาได้ทั่วไป แม้แต่อัจฉริยะไร้
เปรียบบางคนก็ยังไม่สามารถเข้าใจมันได้เพียงเพราะพวกเขาต้องการ
“สหายผู้นี้มีความกล้าหาญไม่เบา” ผู้อาวุโสซุนหัวเราะเบาๆ เขาไม่
เชื่อว่าหลินหมิงจะประสบความสำเร็จได้ การบ่มเพาะของหลินหมิงอยู่
เพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 ในขณะที่ไป่เต๋าหงอยู่ในขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
สำหรับไป่เต๋าหงที่สามารถดูดซับสายลมสวรรค์ของพลังงานเพลิงต้น
กำเนิดได้โดยตรงเช่นนี้นั้นก็ไม่รู้ว่าเขาต้องใช้เวลานานเพียงใดในการ
เรียนรู้และทำความเข้าใจจนมาถึงขั้นตอนนี้ ไม่ว่าหลินหมิงจะมีพรสวรรค์
มากเพียงใด แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทำแบบเดียวกันด้วยวัยของ
เขา “ฮ่าๆ สหายผู้นี้บ่มเพาะคู่ เขาจะไม่ตายถ้าเขาโดนปะทะจากสายลม
สวรรค์ มากที่สุดเขาจะมีบาดแผลเพียงเล็กน้อย ทำให้เขาเสีย
ผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยในอนาคต”
ผู้อาวุโสซุนคิดเช่นนี้และตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปช่วย ในท้องฟ้า ไป่เต๋า
หงเองก็หยุดขณะที่หันไปมองหลินหมิง มีรอยยิ้มเลือนรางบนริมฝีปาก
ของเขา
“ศิษย์น้องหลินผู้นี้ค่อนข้างน่าสนใจ ข้าเคยมาดาวจิตวิญญาณเพลิง
หลายครั้ง แต่ข้าได้เห็นศิษย์คนเดียวเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ คนนั้นคือลู่เสี่ยว
หยวนของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา และพรสวรรค์ของนางก็ยังยิ่งใหญ่กว่า
ของข้าด้วย ถึงกระนั้นก็ตาม ลู่เสี่ยวหยวนก็ยังแทบจะไม่สามารถเข้าถึง
ขั้นตอนนี้ได้ นางไม่สามารถอยู่ได้นาน และนางก็อายุ 32 ปีในขณะนั้น
เกือบจะอายุเกินศิษย์รุ่นเยาว์ไปแล้ว ในขณะนั้น การบ่มเพาะของนางถึง
จุดสูงสุดของขั้นเทพสมุทรช่วงต้นและนางเกือบจะก้าวเข้าสู่ขั้นเทพสมุทร
ช่วงกลาง การบ่มเพาะเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงสามารถเทียบได้ เมื่อนาง
ทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 นางได้ทำให้เกิดเมฆพลังงานต้นกำเนิด 21
ไมล์ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้น 7 เมื่อเทียบกับนางแล้ว ข้าเพียงรู้สึกอับอายที่ตัวเอง
ต่ำต้อย”
“ฮ่าๆ ศิษย์พี่ไป่ถ่อมตนมากเกินไป ศิษย์พี่มีโชคที่พบในขั้นเทพสมุทร
ถ้าท่านสามารถทำได้มาในระหว่างขั้นทำลายชีวิตแทนละก็ บางทีศิษย์พี่
อาจเข้าสู่เก้าวิบัติพร้อมด้วยเมฆพลังงานต้นกำเนิด 24 ไมล์ซึ่งเป็นสวรรค์
ชั้น 8 มีเพียงเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวที่โชคชะตาไม่ยุติธรรมต่อศิษย์พี่ไป่!”
ศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์หลายคนที่อยู่ใกล้ไป่เต๋าหงกล่าวออกมา
“โชคที่ข้าได้พบในขั้นเทพสมุทรอาจไม่ใช่สิ่งที่ลู่เสี่ยวหยวนสามารถ
หาได้ โดยปกติแล้ว เมื่อเจ้าถูกทิ้งไว้ข้างหลังด้วยพรสวรรค์ของอีกฝ่ายที่
เหนือกว่า มันจะยากเกินไปที่จะมีความหวังว่าจะแซงหน้าอีกครั้งแม้ว่า
คุณจะสร้างความพยายามมากกว่าสิบเท่าก็ตาม” ไป่เต๋าหงหายใจลึก
คำพูดของเขาถ่อมตนอย่างมาก
ยิ่งประสบการณ์ในการบ่มเพาะที่สูงขึ้น เขาก็ยิ่งติดต่อกับอัจฉริยะใน
72 ตำหนักของเผ่าฟีนิกซ์โบราณรวมทั้ง 3 ตระกูลใหญ่ได้มากขึ้น เขาต้อง
แข่งขันกับพวกเขา และเขาก็ต้องแข่งขันกับศิษย์สายตรงของแดน
ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ความรู้สึกของความกลัวและความเคารพเกิดขึ้น
ในหัวใจของเขา แดนเทวะนั้นกว้างใหญ่เกินไป เขาจึงมักจะต้องถ่อมตน
ในเอกภพไร้สิ้นสุด – มันมักจะมีภูเขาที่สูงกว่าและมีคนที่แข็งแกร่งกว่า
เสมอ
ขณะที่ไป่เต๋าหงกล่าว หลินหมิงก็ได้พุ่งเข้าไปในสายลมสวรรค์ของ
พลังงานเพลิงต้นกำเนิด เขาไม่ได้พึ่งพาปราณแท้ปกป้องร่างหรือชุดคลุม
ป้องกัน กลับกัน เขาต่อต้านสายลมสวรรค์โดยตรง
ปัง!
หลินหมิงรู้สึกสั่นสะเทือนที่หน้าอกราวกับว่าเขาโดนกระแทกโดย
ภูเขาขนาดใหญ่ กระแสอากาศไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่เขาได้
แต่ยังมีพลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่รุนแรง!
ในขณะนั้น พลังงานเพลิงต้นกำเนิดจำนวนมหาศาลทะลักเข้าไปใน
เส้นชีพจรของหลินหมิงเหมือนสัตว์อสูรที่คลุมคลั่ง ทำลายสิ่งที่พวกเขา
สามารถสัมผัส
หลินหมิงเตรียมพร้อมป้องกันในทะเลแห่งจิตวิญญาณ ในเวลานั้น
หอกจิตวิญญาณต่อสู้อนุภาคแรกกำเนิดที่ใกล้เคียงระดับทองพุ่งออกมา
เปลี่ยนเป็นกระแสพลังงานสีเงินเทาที่หลอมรวมกับพลังจิตวิญญาณของ
เขาและกระหน่ำไปยังพลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่เกรี้ยวกราด พลังจิต
วิญญาณของเขาเริ่มใช้วิถีแห่งการรังสรรค์เพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบของ
พลังงานเพลิงต้นกำเนิด
หลังจากการทำลายล้างคือการรังสวรรค์
สายลมสวรรค์จากพลังงานเพลิงต้นกำเนิดเป็นสิ่งสำแดงของกฎแห่ง
การทำลายล้าง ภายใต้อิทธิพลจากความคิดของหลินหมิง เส้นพลังงานอัน
เกรี้ยวกราดนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นขนนกสีฟ้า สีเดียวกับดอกบัวคราม
แต่น่าเสียดาย ก่อนที่หลินหมิงจะสามารถเปลี่ยน 10% ของพลังงาน
ต้นกำเนิดอันเกรี้ยวกราดที่เข้ามาในร่างของเขาได้ ปริมาณของพลังงาน
เพลิงต้นกำเนิดที่มากกว่าเดิมหลายเท่ากว่าก่อนหน้าก็ไหลเข้าสู่เส้นชีพจร
ของเขา มันเหมือนน้ำหลากกวาดผ่านในร่างของเขา!
ด้วยอัตราการเปลี่ยนแปลงพลังงานของหลินหมิงนั้นมันจึงเป็นไป
ไม่ได้เลยที่เขาจะเปลี่ยนแปลงพลังงานเพลิงต้นกำเนิดทั้งหมด ขณะที่เขา
เห็นเส้นชีพจรของเขาตนถูกทำลายอย่างรุนแรงโดยพลังงานเพลิงต้น
กำเนิดที่รุนแรง ทันใดนั้นพลังงานจิตวิญญาณของหลินหมิงก็ได้ควบแน่น
ต้นอ่อนเทพทรราช!
บึม!
ในตันเถียนของหลินหมิง พลังงานที่ซ่อนอยู่ภายในต้นอ่อนเทพ
ทรราชปะทุออกมา ทั้งสองใบเพลิงยืดออกไปไกลเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบเพลิงที่สอง นั่นคือใบที่หลินหมิงสร้างขึ้นระหว่าง
การทดสอบภายในหอสิ่งประดิษฐ์ระดับนักบุญ หลังจากที่เขาได้กลืนเสี้ยว
กฎที่หลงเหลือไว้โดยผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณรุ่นที่ 26 แห่งตระกูลฟีนิกซ์
โบราณเซียวเต๋าจี๋
เซียวเต๋าจี๋นั้นอยู่ระดับใด? เขาไม่ได้เป็นเจ้าตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน
แต่เป็นผู้นำทั้งเผ่าฟีนิกซ์โบราณ และแม้แต่ในบรรดาผู้นำรุ่นก่อนๆ เขาก็
ยังเป็นผู้ที่โดดเด่น! ถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งไว้เพียงเสี้ยวของกฎแห่งเต๋าอัน
ยิ่งใหญ่ไว้ แต่เสี้ยวเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สามัญสามารถเข้าใจได้
โดยการใช้ต้นอ่อนเทพทรราช หลินหมิงจึงสามารถกลืนกินมันได้
ด้วยพลังการดูดซับของต้นอ่อนเทพทรราช พลังงานที่อยู่เบื้องหลัง
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดจึงลดลงครึ่งหนึ่ง
“หืม? 3 ลมหายใจ” ผู้อาวุโสซุนตกใจมาก เขาไม่คิดว่าหลินหมิงจะ
สามารถทนอยู่ได้แม้แต่ลมหายใจเดียว แต่ตอนนี้ไม่เพียงหลินหมิงจะทน
อยู่ได้ถึง 3 ลมหายใจ แต่ผลที่ได้คือใบหน้าของเขาแดงขึ้นเล็กน้อยเท่า
นั้นเอง
4 ลมหายใจ!
แม้แต่สีหน้าของไป่เต๋าหงก็ยังเปลี่ยนไป
5 ลมหายใจ, 6 ลมหายใจ…
ไป่เต๋าหงเริ่มงงงวยมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึง 7 ลมหายใจ ในที่สุดหลินห
มิงก็ไม่สามารถทนต่อสายลมสวรรค์ได้ ร่างกายของเขาถูกกระแทกโดย
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดอันบ้าคลั่งและเขาได้กระเด็นไปชนกับเรือจบ
วิญญาณด้วยความเร็วเหนือเสียง
แต่สำหรับหลินหมิงที่ได้บ่มเพาะกายผันแปร ผลกระทบจากการ
กระแทกนี้ก็ล้วนไม่มีอันใดเลย ส่วนของเส้นชีพจรของเขาก็เพียงถูกเผา
ไหม้เล็กน้อยจากพลังงานเพลิงต้นกำเนิด เพราะไม่ว่าอย่างไร เสี้ยวกฎที่
ถูกกลืนกินโดยต้นอ่อนเทพทรราชก็ไม่ใช่ความเข้าใจของตัวเขาเอง ความ
เข้าใจของเขาเกี่ยวกับวิถีแห่งการรังสรรค์ยังขาดไปอีกมาก