Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 995 นรกแห่งเปลวเพลิง, ระดับที่สอง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 995 นรกแห่งเปลวเพลิง, ระดับที่สอง
พวกเขาได้เจาะเข้าไปในนรกแห่งเปลวเพลิงระยะ 8000 ไมล์ นี่เป็น
ความลึกที่น่าสะพรึงกลัว ที่นี่ไม่เพียงแต่มีอุณหภูมิและสายลมสวรรค์จาก
พลังงานกำเนิดเพลิงรุนแรง แต่แรงกดดันจากหมอกควันเพลิงก็ยังกดทับ
ลงบนพวกเขาอีกด้วย ขณะที่มันบดขยี้กับปราณแท้ปกป้องร่างของนักสู้
มันก็ทำให้เสียงเหมือนการโม่หิน
“จงระวังจิตใจของเจ้าและอย่าฝืนใช้มันเพื่อต่อต้านมันอย่างเด็ดขาด
เจ้าต้องใช้ความเข้าใจในกฎเพื่อต่อต้านมัน นี่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
ในการฝึกฝนและเสริมปราณแท้ของเจ้า!”
ซุนไป่ซิงกล่าวขณะที่เขาบินลงไปเรื่อยๆ ที่ความลึก 8000 ไมล์ มัน
เป็นระยะทางที่แม้แต่ศิษย์ของโถงฟีนิกซ์ก็ยังยากที่จะต้านทานได้
9000 ไมล์!
ศิษย์หลายคนที่เข้าสู่โถงฟีนิกซ์โดยใช้เส้นสายในที่สุดปราณแท้
ปกป้องร่างของพวกเขาก็ระเบิดออก บางคนผลาญปราณแท้จนหมดและ
หมดสติไปทันที ในวินาทีต่อมา เขาถูกห่อด้วยพลังงานเปลวเพลิงสีฟ้า
ของชือหวงและถูกส่งไปยังมิติย่อยที่ปลอดภัย
ในระยะ 1000 ไมล์ที่ผ่านมา ความยากลำบากดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่าง
รวดเร็ว พวกศิษย์โถงฟีนิกซ์พบว่าไม่สามารถก้าวต่อไปได้
นอกจากศิษย์โถงฟีนิกซ์แล้ว ศิษย์ของอีก 3 โถงก็ยังไม่สามารถไปต่อ
ได้ มีเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และนั่นคือโจวเฟย
ในเวลานี้ โจวเฟยยังคงลงลึกไปอย่างต่อเนื่อง แต่เขารู้ดีว่าคงไปต่อ
ได้อีกไม่นาน
เขาช่วยไม่ได้ที่จะมองไปยังหลินหมิง หลินหมิงทำได้ดีกว่าความ
คาดหวังของเขา มิเช่นนั้นคงจะไม่ถูกเขาพิจารณาเป็นเป้าหมายในอนาคต
“ฮั่วหยางกวง, หลินหมิง ข้าต้องการจะดูว่าพวกเจ้าจะไปต่อได้อีก
เพียงใด โจวเฟยเร่งฝีเท้าตามขณะที่เขาคิด
ระดับที่สองของนรกแห่งเปลวเพลิงใกล้เข้ามาแล้ว
ในขณะนี้ ภายในหมอกสีแดง ทุกคนเห็นกลุ่มของศิษย์หญิง หญิงที่
นำทางคือฉู่หงอวิ๋น
นางรอคอยศิษย์ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานอยู่ที่นั่น
“โฮะ โฮะ” ฉู่หงอวิ๋นยิ้มให้กับศิษย์ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานที่ตามมาได้
นางอยากดูว่าเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจะเป็นอย่างไร
ซุนไป่ซิงสังเกตเห็นฉู่หงอวิ๋น ทั้งสองฝ่ายมีความรู้สึกเป็นปรปักษ์
อย่างรุนแรง
“ไปเถอะ เรากำลังเข้าสู่ระดับที่สอง!” ฉู่หงอวิ๋นพาศิษย์ของนางตรง
ไปยังระดับที่สอง
ซุนไป่ซิงหายใจเข้าลึกๆและกล่าวว่า “ทุกคน ใช้ทุกสิ่งที่พวกเจ้ามี!
อย่าทำให้ขวัญกำลังใจของเราลดลง!”
วูป!
จากระดับแรกถึงระดับที่สอง พื้นที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ทุกคน
เห็นสภาพแวดล้อมสว่างขึ้นเมื่อโลกเปลี่ยนเป็นแสงสีฟ้า
เปลวเพลิงที่นี่มีสีฟ้า
ในระดับที่สองของเจดีย์ 18 นรกแห่งเพลิง อุณหภูมิเพิ่มขึ้นไปอีก
ระดับหนึ่ง ตอนนี้อุณหภูมิมากกว่าแมกม่าถึง 30 เท่า
ในเวลาเดียวกัน เพลิงต้นกำเนิดกลายเป็นสัตว์อสูรในอากาศที่พุ่ง
มายังทุกคน!
แม้แต่หลินหมิงก็ยังรู้สึกกดดันอย่างมหาศาลภายในพื้นที่นี้
เมื่อถึงจุดนี้ นอกเหนือจากศิษย์อาวุโสก็มีเพียงแค่สิบหรือมากกว่านั้น
ศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานที่เหลืออยู่
ส่วนตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา พวกนางดีกว่า มีศิษย์เหลือกว่า 20 คน
“ไป่เต๋าหง พาศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ไปต่อ ข้าจะค่อยๆพาศิษย์รุ่น
เยาว์ตามไป” ซุนไป่ซิงกล่าว เขารู้สึกว่าระดับที่สองเป็นขีดจำกัดสำหรับ
ศิษย์รุ่นเยาว์ ถ้าพวกเขาไปต่อ ศิษย์รุ่นเยาว์จะไม่สามารถทนได้
“ขอรับผู้อาวุโสซุน”
ไป่เต๋าหงกลายเป็นลำแสงและนำศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่นรก
แห่งเปลวเพลิงที่ลึกลงไปอีก สำหรับศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ สองระดับ
แรกไม่ถือว่ามากนัก
ฉู่หงอวิ๋นยิ้มและกล่าวว่า “เสี่ยวหยวน พาศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์
ตามไป่เต๋าหงไป อย่าทำให้ตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาน้อยหน้า!”
“เจ้าค่ะ ผู้อาวุโส” ลู่เสี่ยวหยวนตอบโดยไร้สีหน้า นางกลายเป็น
ลำแสงสีฟ้าและนำศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาไล่
ตามไป่เต๋าหงไป!
ในนรกแห่งเปลวเพลิง สองกลุ่มกำลังแข่งขันด้านความเร็ว
ทันทีที่ศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์จากไป คนที่เหลือเป็นส่วนใหญ่ก็เป็น
ศิษย์ขั้นทำลายชีวิตและขั้นเทพสมุทร
และจุดเด่นของการแข่งขันคือการให้ความสำคัญกับศิษย์ที่มีอายุ 33
ปีหรือต่ำกว่า
นี่ไม่ใช่ปราศจากเหตุผล เพราะคนเหล่านี้เป็นตัวตนหลักที่ตัดสินชัย
ชนะหรือพ่ายแพ้ในการเดิมพันระหว่างซุนไป่ซิงกับฉู่หงอวิ๋น
หลินหมิงไม่ได้รีบลงไปตาม กลับกัน เขาเข้าฌานอย่างสงบผ่าน
พลังงานเพลิงต้นกำเนิดที่นี่ ทำความเข้าใจกฎแห่งเพลิงจากรูปทรงต่างๆ
ที่เกิดขึ้น
ในขณะนี้ หลินหมิงรู้สึกว่าดวงตาคู่หนึ่งมองมาที่เขา เขาเงยหน้าขึ้น
มอง เขาเห็นว่าที่ด้านข้างของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา หญิงสาววัย 16-17 ปี
กำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม มีแววตาที่ยั่วยุ
“เจ้าคือคนที่ชื่อหลินหมิงใช่หรือไม่? ข้าชื่อ เหยียนเยว่เอ่อร์ ข้าเคยได้
ยินชื่อเจ้ามาก่อน ดูเหมือนว่าเจ้าจะเอาชนะนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9
ขณะที่เจ้าอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 5 ได้ มันจึงสร้างชื่อเสียงให้กับเจ้าใช่
หรือไม่”
หลินหมิงมองเหยียนเยว่เอ่อร์ แต่ไม่ตอบอันใด เมื่อนักสู้มาถึงขั้น
ทำลายชีวิต มันเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกถึงอายุจากเพียงรูปร่าง
ภายนอก เหยียนเยว่เอ่อร์ผู้นี้ควรจะอยู่ในวัย 20 ปี และการบ่มเพาะของ
นางก็สูงกว่าของเขาในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 จากบรรดาศิษย์รุ่นเยาว์ที่
สามารถมาถึงระดับที่สองของนรกแห่งเปลวเพลิง การบ่มเพาะนี้อาจถือ
ได้ว่าอยู่ในระดับต่ำสุด
การมาถึงที่นี่ด้วยการบ่มเพาะเพียงขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 นางก็
ย่อมเป็นที่น่าภาคภูมิของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา ในอนาคตมันมีความ
เป็นไปได้สูงว่านางจะเติบโตในระดับของลู่เสี่ยวหยวน
“ฮ่าๆ การบ่มเพาะของเราคล้ายกัน เอาเป็นว่าเรามาแข่งขันกัน
เล็กน้อยและดูว่าใครสามารถเข้าถึงระดับที่สามได้ก่อนดีหรือไม่?”
ระดับที่สาม?
หลินหมิงตกใจเล็กน้อย กับสภาพปัจจุบันของเขา เขายังไม่สามารถ
ไปถึงระดับที่สามได้ แต่วิธีเดียวที่เขาจะสามารถใช้เพื่อทำเช่นนั้นก็คือการ
ใช้ต้นอ่อนเทพทรราชเพื่อป้องกันตัวเองและดูดซับพลังงานเพลิงต้น
กำเนิด เฉพาะวิธีนี้จึงจะเป็นไปได้สำหรับเขาที่จะไปถึงระดับที่สาม และ
ไพ่ตายสุดท้ายของเขาคือการเปิดใช้มิติอนุภาคแรกกำเนิด และสลายกฎ
แห่งเพลิงในนรกแห่งเปลวเพลิงโดยตรง ถ้าเขาทำเช่นนั้น มันก็จะไม่มี
ปัญหาในการเข้าถึงระดับที่สาม
อย่างไรก็ตาม หลินหมิงไม่ต้องการพึ่งพาต้นอ่อนเทพทรราชมากนัก
อำนาจของกฎเป็นสิ่งที่เขาต้องเข้าใจด้วยตัวเองเพื่อพัฒนารากฐานที่
มั่นคงที่สุด ในขณะที่เขาสามารถใช้ต้นอ่อนเทพทรราชดูดซับพวกมันได้
แต่ก็จะมิใช่ของเขาเอง สำหรับการปลดปล่อยมิติอนุภาคแรกกำเนิดซึ่งทำ
ให้ผลการฝึกฝนของด่านทดสอบนี้ลดลง มันไม่มีความสำคัญในการทำ
เช่นนั้น
ดังนั้นหลินหมิงจึงกำลังเตรียมที่จะพึ่งพาตัวเองใน 18 นรกแห่งเปลว
เพลิง
ไม่ไกลจากเหยียนเยว่เอ่อร์ ฉู่หงอวิ๋นกำลังเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดนี้
เกิดขึ้น ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ไม่มีใครในตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานรู้ว่าเหยียนเยว่เอ่อร์มีสายเลือดฟีนิกซ์โบราณที่สมบูรณ์
แบบ ภายในร่างของนาง ครึ่งหนึ่งของสายเลือดนางเป็นมนุษย์และอีก
ครึ่งหนึ่งเป็นของฟีนิกซ์โบราณ!
อัจฉริยะดังกล่าวได้บรรลุเขตแดนที่น่าสะพรึงกลัวในความเข้าใจและ
ความเข้ากันได้ในกฎแห่งเพลิง มันเป็นไปในระดับที่นักสู้สามัญจะสามารถ
แข่งขันกับนางได้ ในอนาคต ความสำเร็จของเหยียนเยว่เอ่อร์คงไม่ด้อยไป
กว่าลู่เสี่ยวหยวนมากนัก
แม้จะอยู่ในตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาซึ่งมีผู้มีพรสวรรค์จำนวนมาก แต่
นางก็ยังเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่หายากซึ่งปรากฏเฉพาะทุกๆหลายร้อยปีหรือ
แม้แต่พันปี!
“ข้าไม่สนใจ ข้าจะลงไปอีก 2,000 ไมล์ก่อนที่ข้าจะหยุด” หลินหมิงก
ล่าวโดยไร้สีหน้า เขารู้สึกว่าความเข้าใจในกฎแห่งเพลิงของเหยียนเยว่
เอ่อร์เหนือกว่าแม้กระทั่งฮั่วหยางกวง
มันเป็นที่รู้กันดีว่าฮั่วหยางกวงได้เข้าสู่ขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เมื่อเขา
ทะลวงขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 เขายังได้ทนต่อการสันดาปของเต๋าสวรรค์
แต่เหยียนเยว่เอ่อร์ยังไม่ได้ผ่านสิ่งนั้นด้วยซ้ำ ถึงกระนั้นก็ตาม ความเข้าใจ
ของนางเกี่ยวกับกฎแห่งเพลิงก็ยังถึงระดับของฮั่วหยางกวงแล้ว จาก
พรสวรรค์และการรับรู้ของนางเพียงอย่างเดียวก็สามารถจินตนาการได้
แล้ว
ส่วนหลินหมิง ความเข้าใจในกฎแห่งเพลิงนั้นด้อยกว่าฮั่วหยางกวง
หากความเข้าใจของกฎแห่งเพลิงขาดไปแล้ว เขาจะต้องใช้ปราณแท้หลาย
เท่าในทุกก้าวของ 18 นรกแห่งเพลิง มันก็เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะไป
ไกลกว่านั้น ถ้าหลินหมิงไม่ได้โกงด้วยการใช้ต้นอ่อนเทพทรราชแล้ว อย่าง
มากเขาก็จะสามารถลงไปได้อีก 2-3 พันไมล์ในระดับที่สอง
“เจ้าจะลงไปอีกเพียง 2-3 พันไมล์?” เหยียนเยว่เอ่อร์รู้สึกประหลาด
ใจ “นั่นคือระดับขีดจำกัดของเจ้าหรือไม่? น่าเบื่อเกินไป! ท่านน้าหงอวิ๋น
ท่านคิดจริงหรือว่าหลินหมิงผู้นั้นจะเป็นคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ของข้า?”
เหยียนเยว่เอ่อร์มองฉู่หงอวิ๋นด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะมาถึงดาว
จิตวิญญาณเพลิง ฉู่หงอวิ๋นได้บอกเหยียนเยว่เอ่อร์หลายครั้งว่าให้ระวัง
หลินหมิง แต่ตอนนี้ นางได้เห็นหลินหมิงด้วยสายตาของตนแล้ว สิ่งที่นาง
เห็นก็คือเขาไม่มีอันใดนอกจากความธรรมดาเท่านั้น!
“อย่าประมาทฝ่ายตรงข้าม ความเหนือกว่าของหลินหมิงไม่ได้มาจาก
ความเข้าใจในกฎแห่งเพลิง มีหลายด้านที่เขามีข้อได้เปรียบที่เจ้าไม่
สามารถเทียบได้ ในด่านทดสอบหล่อหลอมนี้ แม้ว่ากฎแห่งเพลิงและ
ความเข้ากันได้กับพลังเพลิงต้นกำเนิดจะเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด แต่ก็ไม่ได้
มุ่งเน้นที่จุดนี้เพียงอย่างเดียว สำหรับในด้านอื่นๆ พวกมันจะถูกทดสอบ
ที่นี่ด้วย”
“หึ! ถ้าเราไม่ได้แข่งขันแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าด้อยกว่าเขาในทุก
ด้าน? เขาเอาชนะขั้นทำลายชีวิตระดับ 9 ได้ด้วยเพียงขั้นทำลายชีวิต
ระดับ 5 ของตนเอง แต่นั่นอาจเป็นเพราะฮั่วหยางกวงโง่เขลาเกินไป ใน
เมื่อท่านน้าโปรดปรานเขา ข้าจะดูว่าเขาเก่งเพียงใดในด้านอื่นๆให้ก็แล้ว
กัน แต่ตอนนี้ ข้าจะไม่ติดตามเขา คนเหล่านี้ช้าจนดูเหมือนหอยทาก ข้า
จะมุ่งหน้าลงไปก่อน”
เมื่อเหยียนเยว่เอ่อร์กล่าว นางก็ไม่ใส่ใจกับหลินหมิงอีกต่อไป นาง
รวบรวมปราณแท้และกลายเป็นลำแสงสีแดงพุ่งไปยังระดับที่สามของนรก
แห่งเปลวเพลิง!
ความเร็วของนางไม่สามารถเทียบกับศิษย์ขั้นผันแปรศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็
ยังน่าสะพรึงกลัว ขณะที่ศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานเห็นสิ่งนี้ พวกเขา
ทั้งหมดก็ถูกทิ้งไว้ด้วยความตกตะลึง!
“นี่… นางเป็นใครกัน?”
“ถ้าข้าไม่ผิดแล้ว มิใช่ว่านางอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 เองหรือ?”
“สวรรค์! ข้าอยู่ขั้นเทพสมุทรแต่ข้าก็พบว่ามันยากที่จะไปต่อได้แล้ว
ถ้าข้าบินลงไปด้วยความเร็วสูง ข้าก็น่าจะตาย แต่นางกลับทำได้อย่าง
ง่ายดาย นาง… นางยังมนุษย์อยู่หรือไม่?”
เหยียนเยว่เอ่อร์เป็นอัจฉริยะที่เพิ่งปรากฏขึ้นในตำหนักฟีนิกซ์เสน่หา
คนของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานจึงไม่รู้จักนาง ตอนนี้ พวกเขาเห็นความกล้า
หาญของนางแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงตกใจ
และเมื่อซุนไป่ซิงเห็นเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นข้ามจังหวะ
เขาปลดปล่อยสัมผัสและติดตามเหยียนเยว่เอ่อร์ จากนั้นเขาก็ได้ค้นพบสิ่ง
ที่น่าตกใจ ในระยะเวลาเพียง 2 ลมหายใจ เหยียนเยว่เอ่อร์ได้พุ่งไปไกล
พันไมล์ลงไปถึงระดับความลึก 12,000 ไมล์แล้ว
จากนั้น…
13,000 ไมล์, 14,000 ไมล์, 15,000 ไมล์…
นอกจากนี้ ที่ระดับความลึกมากแล้ว แต่ความเร็วของนางก็ยังคงไม่
ลดลง!
ที่ความลึก 18,000 ไมล์ความเร็วของเหยียนเยว่เอ่อร์จึงเริ่มลดลง
เมื่อถึง 19,000 ไมล์ นางเริ่มชะลอตัวลงราวกับว่านางถึงขีดจำกัดแล้ว
แต่ระยะ 19,000 ไมล์ก็ใกล้ระดับที่สามของนรกแห่งเปลวเพลิงแล้ว!
นี่มันเป็นไปได้อย่างไร!?
นักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 สามารถเข้าใกล้ระดับที่สามของนรก
แห่งเปลวเพลิง!
ซุนไป่ซิงเงยหน้าขึ้นมองฉู่หงอวิ๋นและเสียงของเขาเปลี่ยนไป “นาง
มี…”
ฉู่หงอวิ๋นยิ้มตอบสนอง นางกล่าวอย่างช้าๆว่า “สายเลือดฟีนิกซ์
โบราณสมบูรณ์”
“สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์!?!?” มันจะเป็นไปได้อย่างไร!? ผู้ที่มี
สายเลือดฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์จะถือกำเกิดภายในสามตระกูลใหญ่
เท่านั้นและพวกเขาจะอาศัยอยู่กองบัญชาการ ดังนั้นแล้วเหตุใดหนึ่งใน
นั้นจึงมาอยู่ในตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาของเจ้าได้!?”