Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ - ตอนที่ 998 การฝึกฝนภายในนรกแห่งเปลวเพลิง
- Home
- Martial World ศิลาลึกลับกับวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่
- ตอนที่ 998 การฝึกฝนภายในนรกแห่งเปลวเพลิง
“หึ ผู้ใดจะสนว่าเขายั่วยุข้าหรือไม่? ไม่ใช่ว่าข้ากลัวการเดิมพันใดๆ
แต่ข้าไม่ชอบให้คนอื่นใช้ข้าเป็นของเดิมพัน! แม้ว่าข้าจะรู้ว่าจะชนะได้
อย่างแน่นอน แต่ข้าก็จะไม่ตกลงแต่งงานเพราะเงือนไขไร้สาระเช่นนี้!
ดังนั้นข้าจะอนุญาตให้ทุกคนใช้ข้าได้ตามใจชอบได้อย่างไร? แม้แต่ผู้นำ
เผ่าฟีนิกซ์โบราณเองก็ยังไม่สามารถทำได้!
เหยียนเยว่เอ่อร์กล่าวอย่างเย็นชา นางกล่าวด้วยกระแสเสียงปราณ
แท้ แต่ก็ดังออกมาพอที่ทุกคนจะได้ยิน นางมองไปยังหลินหมิงและกล่าว
ว่า “หลินหมิง ข้าจะเดิมพันกับเจ้าด้วยตัวเอง! ถ้าข้าแพ้ ข้าก็จะเป็นทาส
ของเจ้าไปตลอดชีวิต เอาเช่นนี้เป็นอย่างไร?”
ดวงตาของหลินหมิงกระตุก เขาหัวเราะในการตอบสนองและกล่าว
ว่า “ข้าต้องบอกว่าย่อมไม่เห็นด้วยกับเรื่องเช่นนี้ นอกจากนี้ ข้าคิดว่าแม่
นาง เหยียนเข้าใจสถานการณ์ผิดไป แน่นอนข้าจะไม่เอาแม่นางเหยียนมา
เป็นเดิมพัน นั่นเป็นเพียงเรื่องตลกของผู้อาวุโสซุน และที่สำคัญที่สุด… ข้า
มีภรรยาสองคนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พวกนางอยู่ในแดนเบื้องล่าง”
ซุนไป่ซิงส่ายหัวเมื่อได้ยินหลินหมิงพูด หลินหมิงผู้นี้ได้ทำลายเวที
ของตัวเองที่จะได้โดดเด่นเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้หวังว่า
หลินหมิงจะแต่งงานกับเหยียนเยว่เอ่อร์จริงๆ มองไปยังสถานการณ์นี้ที่
ถึงแม้ว่า เหยียนเยว่เอ่อร์จะอ่อนต่อโลกและลงมือเดิมพันจริง ตระกูลเห
ยียนของนางก็ย่อมจะไม่อนุญาตให้นางแต่งงานกับหลินหมิง พรสวรรค์
เช่น เหยียนเยว่เอ่อร์น่าจะแต่งงานกับตัวตนในระดับของบุตรชายของ
ผู้นำเผ่าฟีนิกซ์โบราณ โดยไม่ต้องกล่าวถึงว่าเด็กที่เกิดจากพวกเขาอาจจะ
ยังมีสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ ข้อดีที่พวกเขาจะมีนั้นไกลเกินกว่าที่
หลินหมิงจะสามารถเปรียบเทียบได้
ความเป็นไปได้เดียวก็คือถ้าหลินหมิงประสบความสำเร็จมหาศาลใน
อนาคต ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุ ในเวลานั้น ถ้าเขาสามารถแต่งงาน
กับเหยียนเยว่เอ่อร์และร่วมรักกับนางแล้ว มันจะเป็นโชคอันยิ่งใหญ่
สำหรับเขา สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ของเหยียนเยว่เอ่อร์เหนือกว่า
กระทั่งโลหิตหัวใจฟีนิกซ์หลายหยดหรือสิ่งประดิษฐ์ระดับจิตวิญญาณ
หลายชิ้น และในเมื่อสายเลือดของหลินหมิงนั้นเจือจางอยู่แล้ว
ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับก็จะยิ่งมหาศาล!
หลังจากฟังคำอธิบายของหลินหมิง เหยียนเยว่เอ่อร์เพียงเค้นเสียง
เย็นชาแล้วกล่าวว่า “เจ้ามีภรรยาสองคนอยู่แล้วและยังอนุญาตให้เข้าใจ
ผิดต่อไปได้ ดูเหมือนว่าเจ้าไม่ใช่คนดีเลยสักนิด ถ้าเจ้าต้องการที่จะ
เอาชนะข้าแล้ว เช่นนั้นก็ตามข้าไปยังระดับที่ 3 ขอให้ข้าลองดูหน่อยว่า
อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานเป็นอย่างไร”
หลังกล่าวจบ เหยียนเยว่เอ่อร์กลายเป็นลำแสงสีแดงพุ่งไปยังนรก
แห่งเปลวเพลิงในระดับที่ 3 ในเวลานี้ ความเร็วของนางมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
มันสามารถอธิบายได้ว่าพุ่งผ่านไปเป็นพันไมล์ในพริบตา!
15,000 ไมล์…
16,000 ไมล์…
17,000 ไมล์…
เหยียนเยว่เอ่อร์ได้พุ่งไปถึงระยะทาง 19,000 ไมล์และกำลังใกล้ถึง
ระดับที่ 3 ของนรกแห่งเปลวเพลิงแล้ว ในที่สุดนางก็เริ่มชะลอตัว แต่นาง
ก็ยังคงลงไปต่อได้เรื่อยๆ
500 ไมล์…
700 ไมล์…
900 ไมล์…
ปัง
เหยียนเยว่เอ่อร์ทะลวงผ่านท่านพลังระดับที่สองและเข้าสู่ระดับที่ 3!
ในเวลานี้ ไม่ใช่แค่ซุนไป่ซิงที่ติดตามตำแหน่งของนาง แต่ศิษย์หลาย
คนของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานก็เช่นกัน ขณะที่พวกเขาเห็นนางผ่านไปถึง
ระดับที่ 3 ทุกคนก็ต้องตกใจอย่างมาก
ระดับที่ 3 ! เหยียนเยว่เอ่อร์สามารถผ่านเข้าสู่ระดับที่ 3 ได้ตั้งแต่
เริ่มต้น!
เหตุผลเดียวที่เหยียนเยว่เอ่อร์หยุดลงที่ระดับ 19,000 ไมล์ในระดับที่
สองก็เพราะนางรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฝึกฝน แต่ไม่ได้
หมายความว่านางไม่สามารถไปต่อได้ แต่ตอนนี้ นางได้รับความเดือดร้อน
โดยซุนไป่ซิง และทำให้นางต้องแสดงพลังเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มี
ใครสามารถทำอะไรกับนางได้!
หลังจากเหยียนเยว่เอ่อร์ เข้าสู่ระดับที่ 3 เหล่าศิษย์ของตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานก็ไม่สามารถติดตามนางด้วยสัมผัสรับรู้ได้อีก บางทีระดับที่
3 ก็ยังไม่ใช่ขีดจำกัดของเหยียนเยว่เอ่อร์ นางอาจจะสามารถลงไปได้อีก
หลายพันไมล์ด้วยซ้ำ นั่นคือความลึกที่พวกเขาไม่มีใครสามารถไปได้!
จากกลุ่มศิษย์ที่เหลือของตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน มีเพียงเหล่านักสู้เก้า
วิบัติช่วงกลางหรือเทพสมุทรช่วงปลายที่มีโอกาสไปถึงชั้นสามได้ มัน
เป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวสำหรับนักสู้เก้าวิบัติขั้นเทพสมุทรช่วงต้น
จะสามารถไปได้!
นี่ไม่ได้หมายความว่านักสู้เก้าวิบัติขั้นเทพสมุทรช่วงต้นมีพลังต่อสู้
ด้อยกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ แต่มันเป็นความเข้าใจและการควบคุมกฎแห่ง
เพลิงของพวกเขาด้อยกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ 18 นรกแห่งเปลวเพลิงไม่ได้
ทดสอบความแข็งแกร่ง แต่เป็นความเข้าใจของนักสู้ในกฎแห่งเพลิง
เหยียนเยว่เอ่อร์มีสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ เหล่าศิษย์ตำหนัก
ฟีนิกซ์กู่กังวานจึงไม่สามารถแข่งขันกับนางได้ในเรื่องนี้
“ฮ่าๆ ศิษย์หลานชายหลิน ข้าจะมุ่งหน้าไปก่อนแล้วกัน”
ฉู่หงอวิ๋นยิ้มให้หลินหมิงและพาศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หาไปยัง
ระดับที่ 3เหล่าศิษย์ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานไม่สามารถแข่งขันกับพวกนาง
ได้ในเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกของเหยียนเยว่เอ่อร์ที่มายังด่านทดสอบหล่อ
หลอมฟีนิกซ์โบราณ แต่ก็ยังง่ายสำหรับนางที่จะจัดการกับมัน!
ถ้าหลินหมิงต้องการเอาชนะนาง มันก็จะยากเกินไป
“หลินหมิง เจ้าคิดอย่างไรเกี่ยวกับโอกาสที่จะชนะ?” ซุนไป่ซิงถาม
หลินหมิงด้วยกระแสเสียงปราณแท้ แม้ว่าเขาจะตระหนักว่ามันเป็นไป
ไม่ได้ที่หลินหมิงจะชนะ แต่เขามีความเข้าใจค่อนข้างดีเกี่ยวกับหลินหมิง
ในเมื่อหลินหมิงกล้าที่จะรับภาระและทนต่อความกดดันดังกล่าวแล้ว เขา
ก็จะต้องมั่นใจในตัวเองอยู่บ้าง มิเช่นนั้น มันก็จะไม่มีใครให้ตำหนิ
นอกจากตัวเขาเอง
“ศิษย์ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์
ดังนั้นจึงไม่สามารถรับประกันได้ เหตุผลที่ข้าเปลี่ยนกฎของการเดิมพัน
คือการที่ข้าเชื่อในพลังของตัวเองมากกว่าพลังของคนอื่นที่นี่”
“อืม… ข้าเข้าใจ… ไม่ว่ากรณีใดๆ ข้าก็เป็นคนที่ตกลงเดิมพันนี้เอง
ตราบเท่าที่เจ้าพยายามอย่างดีที่สุดแล้วมันก็ไม่เป็นไร อย่ารู้สึกหนักใจไป
เลย” ซุนไป่ซิงพยักหน้าและกล่าวต่อว่า “หลินหมิง การเดิมพันกับเหยียน
เยว่เอ่อร์เป็นเพียงแค่การล้อเล่นของข้า แต่ถ้าเจ้าสามารถครอบครองเห
ยียนเยว่เอ่อร์ได้จริงๆ นั่นจะเป็นทางลัดที่ยอดเยี่ยมสำหรับเจ้าที่จะ
กลายเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์หมายถึง
การมีสายเลือดฟีนิกซ์ครึ่งหนึ่งและสายเลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่ง ผู้ที่มี
สายเลือดดังกล่าวจะสามารถสืบทอดร่างกายที่มีประสิทธิภาพและ
ความสามารถของสัตว์อสูรเทวะ รวมทั้งฝึกฝนและความเข้าใจของมนุษย์
ถ้าสายเลือดของเจ้ามีระดับต่ำ นั่นหมายความว่าเจ้าจะขาดสิ่งเหล่านั้นไป
แต่ถ้ามีสายเลือดของสัตว์อสูรเทวะสูงเกินไป เช่นนั้นเจ้าจะกลายเป็นสัตว์
ประหลาด ถ้าเจ้ากลายเป็นสัตว์ประหลาด เจ้าจะไม่สามารถฝึกฝนเคล็ด
บ่มเพาะของมนุษย์ได้
ร่างกายของคนเรามีโลหิตทั้งหมด 150,000-200,000 หยด คนที่มี
สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ก็หมายความว่าพวกเขาจะมีโลหิตฟีนิกซ์
โบราณในร่างเกือบ 90,000 หยด นั่นคือมากกว่าที่เจ้ามีอยู่ถึงพันเท่า พัน
เท่าดูเหมือนจะไม่มากเท่าไร เจ้าอาจคิดว่าถ้าเจ้าจ่ายในราคาที่สูงพอก็จะ
สามารถบรรลุสภาวะเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม ความจริงไม่ง่ายนัก ยิ่ง
สายเลือดเจ้าบริสุทธิ์เพียงใด มันก็จะยิ่งเข้มข้นและยิ่งใกล้กับสายโลหิต
ฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ การเพิ่มพูนสายเลือดก็จะยิ่งยากขึ้นด้วย ในเวลา
นั้น แม้ว่าเจ้าจะดูดซับ 100 หยดของโลหิตฟีนิกซ์โบราณเข้าสู่ร่างกาย แต่
ก็ยังคงจะไม่มีผลแม้แต่หยดเดียว! เจ้าต้องรู้ด้วยว่าเหตุผลที่เหยียนเยว่
เอ่อร์สามารถทำได้ก็คือการที่นางพบกับบ่อโลหิตของฟีนิกซ์โบราณที่ไหน
สักแห่งเจ้ารู้หรือไม่ว่าโลหิตฟีนิกซ์โบราณจะต้องมีอยู่ที่นั่น? มันเป็นไป
ไม่ได้ที่จะจินตนาการ! ดังนั้นในเผ่าฟีนิกซ์โบราณ สายโลหิตฟีนิกซ์โบราณ
สมบูรณ์จะสามารถได้รับผ่านจังหวะของโชคชะตาเท่านั้น!”
ในขณะที่หลินหมิงฟังซุนไป่ซิงพูด เขาก็ได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ในเรื่องสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ เผ่าฟีนิกซ์โบราณสามารถสร้าง
บุคคลที่มีสายโลหิตฟีนิกซ์โบราณสมบูรณ์ได้ แต่พวกเขาจะไม่สามารถทำ
สิ่งนั้นได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการทำเช่นนั้นมหาศาลเกินไป
ขณะที่พวกเขาสนทนากัน ศิษย์ส่วนใหญ่ก็ได้ฝึกฝนอย่างขยันขันแข็ง
ในระดับที่สอง และเหยียนเยว่เอ่อร์ก็ได้ลงลึกเข้าไปในนรกแห่งเปลวเพลิง
23,000 ไมล์แล้ว ที่นี่ หลินหมิงรู้สึกว่าความเข้าใจในกฎแห่งเพลิงไม่
ปล่อยให้เขาไปต่อได้ วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือใช้อำนาจของต้นอ่อนเทพ
ทรราช
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เกือบจะเหมือนกับการโกงและมันก็ไม่มี
ความหมายมากนักสำหรับการฝึกฝน เขาต้องการผลของด่านทดสอบ
หล่อหลอมนี้ด้วยตนเอง
ดังนั้น ระยะทาง 13,000 ไมล์จึงเป็นข้อจำกัดของหลินหมิง
“หืม? เจ้าหยุดที่นี่?”
ขณะที่ซุนไป่ซิงเห็นหลินหมิงหยุดอยู่ที่นี่เขาก็ตกตะลึง ฮั่วหยางกวง
ยังมีพลังงานเหลือเฟือ แต่หลินหมิงกลับถึงขีดจำกัดแล้ว
อย่างไรก็ตาม นี่ก็สมเหตุสมผล ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่ง
เพลิงของหลินหมิงนั้นด้อยกว่าฮั่วหยางกวงตั้งแต่เริ่มต้น และ18 นรกแห่ง
เปลวเพลิงไม่ใช่การทดสอบความสามารถในการต่อสู้ แต่เป็นการทำความ
เข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งเพลิง
ในความเป็นจริง เหตุผลที่หลินหมิงสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ก็เพราะ
ปราณแท้และรากฐานที่แข็งแกร่งนักสู้ขั้นทำลายชีวิตระดับ 6 คนอื่นย่อม
ไม่สามารถเข้ามาลึกเพียงนี้ได้
สำหรับเหยียนเยว่เอ่อร์นางกลับไปยังระดับที่ 3 ได้แล้ว นี่เป็นครั้ง
แรกของเหยียนเยว่เอ่อร์ที่เข้าสู่นรกแห่งเปลวเพลิงด้วยซ้ำ และนางอยู่ลึก
ลงไปในระยะ 6000 ไมล์แล้ว ความแตกต่างระหว่างพวกเขามีมากเกินไป
ถ้ามิใช่เพราะซุนไป่ซิงรู้ว่าหลินหมิงได้รับหอกโลหิตฟีนิกซ์และ
เอาชนะฮั่วหยางกวงได้แล้วนั้น เขาก็คงคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระเช่นกัน
“ดี เจ้าฝึกฝนอยู่ที่นี่ ด่านทดสอบหล่อหลอมฟีนิกซ์โบราณจะดำเนิน
ต่อไปอีกสองปี เจ้ายังมีเวลาเหลือเฟือ แต่ความเร็วในการฝึกฝนของเห
ยียนเยว่เอ่อร์เร็วกว่าของเจ้า นางอายุน้อยกว่าเจ้าสองปี แต่การบ่มเพาะ
ของนางอยู่ในขั้นทำลายชีวิตระดับ 7 สูงกว่าเจ้า 1 ระดับ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลินหมิงรู้ดีว่าความเร็วในการบ่มเพาะของเขาไม่
สามารถนับได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวาน จึงเป็นเรื่อง
ปกติที่เขาจะด้อยกว่าเหยียนเยว่เอ่อร์ในเรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร 15 ปีแรก
ของชีวิตเขาเกือบจะเป็นขยะโดยสมบูรณ์ในแง่ของการบ่มเพาะ สำหรับ
ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ในแดนเทวะ ตั้งแต่แรกเกิดร่างกายของพวกเขาก็ถูก
อาบด้วยวัสดุสวรรค์ทุกชนิด และพวกเขาก็รับประทานโอสถจิตวิญญาณ
และอาหารจิตวิญญาณอันหรูหราต่างๆ
หลินหมิงหยุดที่นี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ศิษย์บางส่วนของ
ตำหนักฟีนิกซ์กู่กังวานและศิษย์ของตำหนักฟีนิกซ์เสน่หามองมายังเขา
ด้วยความประหลาดใจ อย่างไรก็ตามเขาไม่สนใจเลย เขาออกจากกลุ่ม
และมองหาสถานที่เงียบสงบของตนเองเพื่อฝึกฝน 18 นรกแห่งเปลวเพลิง
มีรัศมีหลายหมื่นไมล์ ภายในกว้างใหญ่อย่างยิ่ง ผู้หนึ่งสามารถบินไปหลาย
พันไมล์และหาสถานที่ฝึกฝนใดๆที่เงียบสงบที่พวกเขาปรารถนาก็ได้
หลินหมิงได้เข้าสู่สภาวะเจตจำนงแห่งนักสู้จิตบริสุทธิ์ แม้ว่าพลังงาน
เพลิงต้นกำเนิดที่นี่จะรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดเสียงรบกวนใดๆเลย
หลินหมิงรู้สึกราวกับว่าเขาได้เข้าสู่โลกของตัวเองด้วยมิติและเวลาที่
ต่างกัน พลังแห่งเพลิงลุกลามไปทั่วร่างของเขา ถึงแม้เขาจะหักล้างอำนาจ
ของพลังงานเพลิงด้วยปราณแท้ปกป้องร่างได้ แต่ส่วนเล็กๆของพวกมันก็
ไหลเข้าไปในจุดชีพจรและเส้นชีพจรของเขาได้ หากมิใช่นักสู้ธาตุจำเพาะ
อัคคีที่สามารถทนต่อพลังเพลิงภายในร่างกายได้แล้ว พวกเขาก็จะถูกเผา
จนตายไปนานแล้ว
“หืม? นี่คือ…”
หลินหมิงก็ค้นพบว่าทุกเสี้ยวพลังเพลิงที่เข้าไปในร่างของเขาไม่
แข็งแกร่งนัก แต่พวกมันก็มีกฎแห่งเพลิง มันอาจเป็นวิถีแห่งความร้อนเผา
ผลาญ อาจเป็นวิถีแห่งการทำลายล้าง อาจเป็นวิถีแห่งการรังสรรค์ หรือ
แม้แต่วิถีแห่งการประจักษ์… ทุกเสี้ยวของพลังงานเพลิงมีวิถีอย่างน้อย
หนึ่งชนิด
นอกจากนี้ แม้จะมีวิถีเดียวกันแต่ยังมีความแตกต่างที่ลึกซึ้งในหมู่
พวกมันอยู่ด้วย
ตัวอย่างเช่นวิถีแห่งการทำลายล้างอาจเป็นแรงระเบิดเมื่อดาวตก
ยักษ์บุกเข้าสู่โลก หรืออาจเป็นคลื่นของลาวาพลุ่งพล่านที่กลืนกินผืนป่า
ขึ้นและเผามัน
แต่ละวิถีเหล่านี้ต้องได้รับการจัดการโดยหลินหมิงโดยใช้กฎแห่ง
เพลิงที่สอดคล้องกัน ถ้าเขาไม่ได้ใช้กฎแล้ว เขาก็จะสามารถทำได้เพียงใช้
พลังบังคับมัน ถ้าเขาใช้พลังบังคับมัน ก็จะต้องใช้พลังหลายสิบเท่า ถ้าเขา
ทำเช่นนั้นแล้ว เขาก็จะผลาญปราณแท้หมดลงในเวลาเพียงหนึ่งชั่วธูป
“18 นรกแห่งเปลวเพลิงมีรูปแบบค่ายกลลึกลับเช่นนี้ภายในด้วย ผู้
อาวุโสที่สร้างสิ่งนี้ก็ย่อมจะต้องเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง เขาสามารถคิดค้น
วิธีการดังกล่าวเพื่อให้ผู้เข้าร่วมด่านทดสอบสามารถเข้าใจวิถีแห่งเพลิงได้
…”