Miracle Throne บัลลังก์แห่งปาฏิหาริย์ - บทที่ 154 หงส์มรกต ปะทะ หงส์เพลิง
เซี่ยงหู่,หลินมู่และฟางหาน,พวกเขาต่างก็พ่ายแพ้ไปแล้ว,กลุ่ม
ของเขาตอนนี ยังเหลือฉู่เทียน,เฟิงไฉ่เตี๋ยและเฟิงชิงหยุนรวม
ทั งหมดสามคน,ในเวลาเดียวกันการแข่งขันของฉู่เทียนก็มาถึง
อีกรอบ.
“สนามที่ 3 ,หยุนเซียวปะทะลูเร็น!”
อะไรนะ?
หยุนเซียว?
ฉู่เทียนแทบจะไร้ค่าพูดไปเลย!
หยุนเซียวที่สามารถผ่านมาได้สองรอบสบายๆตอนนี แทบจะ
หมดสติไปกับที่,มารดามันเถอะ,มันจะโชคร้ายอะไรปานนั น
,ขนาดดื่มน ่าเปล่ายังติดคอเลย,ใครมันจะไปสู้อาจารย์ได้ล่ะ.
หยุนเซียวแทบจะไม่คิดสู้เลยแม้แต่น้อยเขายกมือขึ นในทันที.
“ข้า,ข้ายอมแพ้!”
เหล่าผู้ชมรอบๆทันใดนั นต่างส่งเสียงอื ออึ งขึ นมา!
ท่าบ้าอะไรลงไปนั่น?
จะดีจะร้ายหยุนเซียวเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่น้อย,ถึง
เขาจะเพิ่งพัฒนาและมีชื่อเสียงขึ นมาเมื่อเร็วๆนี ก็ตาม,ทว่า
ด้วยทักษะสามมีดบินสายฟ้าของเขาแล้ว,ถึงจะเป็น
ผู้เชี่ยวชาญระดับปลุกดวงจิตระดับสาม,ยังยากที่จะต้านทาน
ได้เลย.
ท้ายที่สุดผลที่ออกมา.
ชายคนนี กลับยังไม่สู้เลยแม้แต่น้อยกลับยอมแพ้อย่างง่ายดาย!
“ไอ้บัดซบ!”
“เจ้าคนขี ขลาด!”
“ข้าเดิมพันเจ้าไปเท่าไหร่ไม่รู้รึไง!”
เหล่าคนที่อยู่รอบๆต่างสาปแช่งและต่าหนิเขาอย่างรุนแรง.
หยุนเซียวที่เผยยิ มออกไปอย่างเหยียดหยัน,เจ้าพวกโง่ไม่เข้าใจ
อะไรซะเลย!
หยุนเทียนเหอที่เห็นเหตุการณ์เองก็ได้แต่ส่ายหน้า,แน่นอนว่า
เขาไม่ได้ต่าหนิอะไรเขาเช่นกัน!
หยุนเซียวที่ก้าวลงเวทีอย่างช้าๆก่อนที่จะหันมาพูดกับฉู่
เทียน”เจ้านาย,ข้าไม่ลังเลยเลยที่จะช่วยท่านซ่อนความ
แข็งแกร่งเอาไว้,ทว่าข้าเองก็เสียหน้าไม่น้อยเลย,ท่านจะต้อง
จ่ายค่าชดเชยให้กับหัวใจน้อยๆของข้าที่เสียไปนะ.”
“เพ่ย,เจ้าเสียหน้าตรงใหนกัน?”ฉู่เทียนที่ ว่ากล่าวออกมา”
ปรกติหน้าของเจ้ามันก็หนากว่าความแข็งแกร่งของเจ้าอยู่
แล้ว?”
หยุนเซียวยังไม่ทันได้กล่าวโต้แย้งก็ได้ยินเสียงประกาศออกมา
ว่า”สนามที่หนึ่ง,เฟิงไฉ่เตี๋ยพบกับหนานกงหยุน!”
เฟิงไฉ่เตี๋ย กับ หนานกงหยุนอย่างงั นรึ?
หยุนเซียวถึงกับดวงตาเป็นประกาย”ต้าเจี๋ยก่าลังจะแข่งแล้ว!
เจ้านาย,พวกเขารีบไปดูเถอะ!”
เฟิงไฉ่เตี๋ยและหนานกงหยุนทั งคู่ต่างก็เป็นสุดยอดพรสวรรค์ที่
ยอดเยี่ยมด้วยกันทั งคู่.
พวกเขาทั งคู่ต่างก็มีพลังฝึกตนปลุกดวงจิตระดับ 2 ขั นปลาย
ด้วยกันทั งคู่,และทั งคู่ต่างก็ขึ นชื่อลือชาในทักษะที่มีพลัง
ท่าลายและเป็นสตรีที่มีเสน่ห์และยังมีอายุ 19 ปีเท่ากันอีก
ต่างหาก,การแข่งขันในครั งนี ต่างก็กระตุ้นความสนใจต่อคน
เป็นจ่านวนมาก.
เฟิงไฉ่เตี๋ยที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเส้นปราณพิการที่ดังกระฉ่อนไป
ทั่วรัฐกลางมานานแล้ว,อย่างไรก็ตาม,ก่อนหน้านี ไม่นาน,เฟิง
ไฉ่เตี๋ยกับเปลี่ยนเป็นคนล่ะคน,พลังฝึกตนเองก็ก้าวกระโดด
อย่างรวดเร็ว,จนมีระดับปลุกดวงจิตระดับ 2 ท่าให้เกิด
เสียงพูดคุยเรื่องดังกล่าวนี ไปทั่วรัฐกลาง.
บิดาของนางก็คือโหวเย่ว์วายุเทพ เฟิงหยุนเทียน!
ทุกคนทั่วทั งรัฐกลางนั นต่างก็รู้ดีว่าเฟิงหยุนเทียนนั นดูแล
บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี ราวกับสมบัติวิเศษ,ตั งแต่แรก
แล้ว ถึงเขาจะรู้ว่าเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นจะมีเส้นปราณพิการมาตั งแต่
ก่าเนิด,ทว่าก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้ยาทิพย์มากมายเพื่อที่จะหล่อ
เลี ยงเส้นปราณของนาง,ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยเพิ่มพลังฝึก
ตนของนางได้ไม่มากนัก,แต่ก็ยังสอนวิชาต่างๆให้นางอย่างดี
ที่สุด.
หลังจากที่ร่างกายของเฟิงไฉ่เตี๋ยกลับมาเหมือนเดิม,ทันใดนั น
ก็สามารถปลุกภูติวิญญาณหงส์มรกตขึ นมาได้ด้วย,พลัง
วิญญาณมากมายที่ถูกสะสมเอาไว้หลายปี,ท่าให้ความ
แข็งแกร่งพลังฝึกตนของนางก้าวกระโดดขึ นมาในทันที,
หลังจากที่ต้องพบกับคืนวันที่มืดมนมานานนับปี,ท้ายที่สุดแล้ว
ดอกไม้ดังกล่าวก็สามารถบานได้ในที่สุด,พร้อมกับเปล่ง
ประกายเฉิดฉายต่อหน้าผู้คนมามายในตอนนี .
นางที่ยังไปไม่ถึงระดับปลุกดวงจิตระดับ 3 หากแต่ทักษะที่
นางมีก็เพียงพอที่จะต่อกรกับลวอจินซีได้อย่างสูสีแน่นอน!
ดังนั นเฟิงไฉ่เตี๋ยจึงเป็นอีกคนหนึ่งที่มีศักยภาพที่สูงล ่าที่จะเข้า
ร่วมการแข่งขันในครั งนี .
ส่วนอีกคนหนานกงหยุนนั นคนไม่ค่อยรู้จักนางมากนัก,รู้เพียง
ว่านางคืออันดับหนึ่งของลานประลองวิหกสีชาด,เป็นคนที่แข่ง
แก่งที่สุดในหมู่นักเรียนใหม่และมีข่าวลือว่านางได้ยืนให้หยุน
เซียวใช้สามใบมีดอสนีฟันลงมาโดยที่ไม่เคลื่อนไหวเลย,เป็น
พลังความแข็งแกร่งสายฟ้าที่รุนแรงที่ทุกคนไม่สามารถที่จะ
ต้านทานได้.หากแต่กับไม่มีผลต่อนาง!
และที่ส่าคัญที่สุดที่พวกเขารู้.
หนานกงหยุนมีภูติวิญญาณหงส์เพลิง,เป็นภูติวิญญาณระดับ
พระเจ้า,เป็นภูติวิญญาณทีทรงพลัง,และสถานะของนางเองก็
ไม่ต่าเลย.
นางที่เป็นคนจากตระกูลหนานกง หนึ่งในสามตระกูลใหญ่
ระดับอาณาจักรแห่งนี ,และวิชา <<เพลิงผลาญสวรรค์>>ของ
ตระกูลหนานกงก็เป็นหนึ่งในวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของ
อาณาจักรหนานเซียแห่งนี อีกด้วย.
ด้วยสิ่งที่พวกเขารุ้มาแม้จะไม่มากนัก,แน่นอนว่าไม่มีใครกล้า
ประเมินหนานกงหยุนต่าอย่างแน่นอน!
การแข่งขันในครั งนี จึงเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจที่สุดของการ
แข่งขันหนึ่งเลยทีเดียว!
พวกนางทั งคู่ต่างก็เหินขึ นมาบนเวทีแล้ว.
หนานกงหยุนที่มาในอาภรณ์สีแดงเพลิง,เสื อผ้าที่รัดติ ววาบ
หวิว,ท่าให้นางดูร้อนแรงเป็นอย่างมาก,ท่อนขายาวลายตาข่าย
เผยให้เห็นต้นขาวเนียนงามราวหยกสลัก,แขนที่เพรียวบาง
ประณีต,ราวกับ ใยสีขาวอันบริสุทธิ์ที่อยู่ข้างในรากบัว,หน้าอก
ที่ถูกรัดแน่นให้ชี เด่ออกมา,ขนาดมหึมาแทบจะไม่สมส่วนกับ
ร่างกายของนางเลย,ใหญ่โตมโหฬารล้นเสื อผ้าจนสามารถ
มองเห็นข้างในเลือนลาง,ผมตรงยาวสีแดงถักเปียและบางส่วน
ที่ก่าลังโบกสะบัดร่ายร่าไปมากับสายลมที่โกรกเข้ามาปัดป่าย
ใบหน้าของนางเล็กน้อย,ร่างกายที่สมส่วนร้อนแรงดั่งเพลิง
บรรลัยกรร,เป็นหญิงสาวที่สวยดุเป็นอย่างมาก.
ส่วนเฟิงไฉ่เตี๋ยที่ดูสวยสง่าที่สวมชุดผ้าแพรคลุมยาว,รัดรูปร่าง
ของนางเข้ากันให้กระชับ,เสื อผ้าของนางนั นเป็นผ้าไหมปักมี
ลวดลายที่ประณีตท่าให้ความงามของนางราวกับองค์หญิงผู้สูง
ศักดิ์,ผมที่ยาวสลวยปะบ่าทิ งสลวยไปด้านหลังราวกับน ่าตกที่
งดงาม,ทรวดทรงองเอวที่เพรียวสมส่วน,ใบหน้าที่งดงามเต็ม
ไปด้วยรอยยิ มไม่มีความเย็นชาแฝงอยู่เลยเต็มไปด้วยความ
อบอุ่นราวกับแสงแดงที่สาดส่องลงมาในฤดูหนาว,ดู่อ่อนโยน
น่าทนุถนอม,ดูเป็นมิตรต่อทุกคนเหมือนองค์หญิงที่สูงศักดิ์.
งดงามยิ่งนัก!
เป็นความงามที่ไม่สามารถวางตาได้เลย!
หญิงงามระดับต้นๆทั งสองและสุดยอดผู้เข้าแข่งขันระดับสุด
ยอด!
เฟิงไฉ่เตี๋ยนั นตระหนักได้ดีว่าหนานกงหยุนนั นน่าเกรงขามเป็น
อย่างมาก,ดังนั นนางไม่สามารถที่จะประมาทได้เลยแม้แต่น้อย
,กระบี่วิเศษที่อยู่ที่เอวด้านขวาของนาง,มันส่องประกายแสง
ออกมาทุกครั งที่นางก่าลังชักออกมาจากฝัก.
ทันทีที่กระบี่ถูกชักออกมาทั งหมด.
เกิดพายุหมุน ที่ก่าลังหมุนวนกระจายไปทั่วทั งสนามการ
แข่งขัน.
“กระบี่วิเศษ,เทพวายุ!”
“นี่คือกระบี่เทพวายุ อาวุธประจ่าตัวของโหวเย่ววายุเทพ”
“นี่คือศาสตราวิญญาณชั นยอดอีกครึ่งก้าวก็จะมีเชาว์ปัญญา
เป็นของตัวเองแล้ว!”
ประมุขสี่ตระกูลใหญ่ถึงกับตื่นตะลึงรวมทั งท่านเจ้าเมืองด้วย
,เมื่อเห็นกระบี่ดังกล่าว ซึ่งนั่นคืออาวุธของโหวเย่วเฟิงหยุน
เทียนที่เคยใช้เมื่อตอนหนุ่มๆ,มันเป็นอาวุธที่มีชื่อเสียงขจร
ขจายไปทั่วทั งอาณาจักรแห่งนี ทีเดียว,สามารถที่จะสังหารสัตว์
อสูรวิญญาณระดับหัวหน้าได้เลย.
โหวเย่ว์วายุเทพถึงกับส่งมอบอาวุธประจ่ากายให้กับบุตรสาว
ของตนเอง!
ฉู่เทียนที่จับจ้องไปยังกระบี่เทพวายุ,แอบที่จะตกใจไม่น้อย,นี่
คืออาวุธระดับปฐพี,กระบี่อเวจีเองก็สามารถเทียบได้รับกระบี่
เทพวายุพวกมันเป็นศาสตราวิญญาณระดับสูงที่สามารถสื่อ
ดวงจิตได้,อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยกระบี่อเวจีของเขาตอนนี ถูก
เก็บเอาไว้นานจนเกินไป,ดังนั นจิตวิญญาณของมันจึงได้
อ่อนแอ,ถึงแม้ว่าจะได้รับพลังจากศิลาธาตุแห่งชีวิตมาบ้างแล้ว
,หากแต่ก็ไม่สามารถที่จะคืนชีพให้มันก้าวไปยังระดับสุดยอด
ได้,ดังนั นมันจึงไม่ได้ไร้เทียมทานเหมือนเมื่อครั งแรก.
กระบี่เทพวายุเล่มนี ต้องไม่ด้อยไปกว่ากระบี่อเวจีของเขา
แน่นอน!
ขณะที่เฟิงไฉ่เตี๋ยมีพลังอยู่ในระดับปรุงร่างนั น,นางได้ใช้
ศาสตราวิญญาณระดับสูงกระบี่วารีหลั่งไหล่,ในเวลานั นไม่ใช่
ว่าโห่วเย่ว์วายุเทพไม่ได้ต้องการให้นางใช้อาวุธดีๆ,ทว่าด้วย
ความแข็งแกร่งของเฟิงไฉ่เตี๋ยในตอนนั น,ถึงแม้ว่าจะมีศาสตรา
วิญญาณชั นยอด,ก็ไม่สามารถที่จะแสดงพลังที่แข็งแกร่ง
ออกมาได้.
ตอนนี เขาสามารถที่จะมอบศาสตราวิญญาณชั นยอดกระบี่
เทพวายุให้นาง,เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นมี
ความส่าคัญเป็นอย่างมาก.
โหวเย่ว์คงหวังว่าบุตรสาวตนเองคงจะสามารถสืบทอดพลัง
ทั งหมดของเขาไปได้!
“!ผู้หญิงนางนี ช่างน่าไม่อายเลย!”หยุนเซียวที่อดรนทนไม่ได้
กล่าวออกมา”ใช้กระบี่วิเศษหาได้ใช้ฝีมือตัวเอง!เช่นนี มันก็ไม่
ยุติธรรมก็ต้าเจี๋ยนะสิ!”
“เหลวไหลน่า!”ฉู่เทียนที่เคาะไปที่หัวของหยุนเซียว,”อาวุธก็
ถือเป็นความแข็งแกร่งอย่างหนึ่ง!เจ้าคงจะไม่กล่าวว่าข้าใช้
กระบี่อเวจีรังแกเจ้า,แล้วบอกว่าไม่สามารถยอมรับความพ่าย
แพ้ได้เหมือนกันใช่ใหม?”
เฟิงไฉ่เตี่ยที่กุมกระบี่วิเศษ,พร้อมกับยกมือคารวะผสานมือไป
ข้างหน้าต่อหนานกงหยุนด้วยกิริยาเรียบร้อย”แม่นางหนานกง
,ชี แนะด้วย!”
หนานกงหยุนเม้มริมฝีปาก,ก่อนที่จะกล่าวออกมาราวกับเป็น
อันธพาล”เจ้าเข้ามาได้เลย!ข้าเกรงว่าจะลงมือหนักไปหน่อย
,จนท่าให้บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของโหวเย่ว์วายุเทพ
บาดเจ็บ!”
เฟิงไฉ่เตี๋ยยังคงแสดงกริยางาม,เผยยิ มออกมาอย่างนุ่มนวล
ไม่ได้โกรธแต่อย่างใด”งั นข้าไม่เกรงใจ,แม่นางหนานกงระวัง
ตัวด้วย!”
เสียงวิหกค่าราม!
ผืนปฐพีถึงกับสั่นสะเทือน!
หงส์มรกตที่ถูกปลดปล่อยออกมา,ก่อให้เกิดแรงพายุลมกรดที่
รุนแรงเกิดขึ น!
การแข่งขันในครั งนี เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ทรงพลังและหนัก
หน่วง.
หงส์มรกตนั นเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสร้างลมได้,ดังนั นไฉ่
เตี๋ยที่มีพลังวิญญาณธาตุลม,นั่นก็เป็นเพราะว่าสืบสายโลหิตมา
จากโหวเย่ว์วายุเทพ,เพราะว่าภูติวิญญาณคุณสมบัติธาตุวายุ
ท่าให้นางมีทักษะลอยอยู่บนอากาศได้,นางที่โผขึ นไปบน
อากาศรวมร่างเข้ากับภูติวิญญาณหงส์มรกต.
กระบี่เทพวายุที่ตวัดไปมา.
กระบี่ที่ส่องประกายสีเขียวส่องแสงลุกโชตช่วง,พร้อมกับควบ
รวมพลังก่อให้เกิดพายุใหญ่ขึ นมา,เสียงกระบี่ที่ขับขานเสียงวิ
หกค่ารามออกมาเสียงดังสนั่น,ท่าให้ดูอลังการน่าเกรงขามเป็น
อย่างมาก.
“นี่คือ <<เพลงกระบี่วายุสลายมวลเมฆา >>!”
“นี่เป็นทักษะต่อสู้เฉพาะของโหวเย่ว์วายุเทพเลย!”
ตระกูลฉู่ทุกคนล้วนแล้วแต่ฝึกเพลงกระบี่,เมื่อเห็นเพลงกระบี่
ที่ไม่เคยเห็น,แน่นอนว่าพวกเขานั นอดไม่ได้เลยที่จะจับจ้อง
มองไม่วางตาด้วยความสนใจ,แม้แต่ฉู่ซิงเหอถึงกับขมวดคิ วไป
มา,เห็นได้อย่างชัดเจนนี คือวิชากระบี่ที่มีคุณสมบัติพลังธาตุ
แบบพิเศษ.
“งดงามน่าสนใจแต่ไร้แก่นสาร!”
หนานกงหยุนที่ไม่เร่งไม่รีบ,นางยังคงมีความมั่นใจในตัวเอง
เป็นอย่างมาก,เมื่อเห็นวิชาของเฟิงไฉ่เตี๋ยที่รวบรวมพลังจนไป
ถึงขีดสุด,ในที่สุดนางก็เริ่มแสดงฝีมือเช่นกัน.
พลังวิญญาณสีแดงที่ลุกเป็นไฟถูกยิ่งขึ นไปบนท้องฟ้า.
ราวกับเปลวเพลิงที่โหมกระหน่าพวยพุ่งทะลวงขึ นไปบน
ท้องฟ้า!
เสียงค่ารามของหงส์เพลิงที่สั่นสะท้านก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้า
,เปลวเพลิงที่รุนแรงหนักหน่วงก่าลังเผาใหม้อยู่กลางอากาศทั่ว
ทั งสนามตอนนี ถูกแสงสีแดงจากการเผาไหม้ปกคลุมไปจนทั่ว
,ความร้อนมหาศาลจนท่าให้หมู่มวลเมฆาถึงกับระเหย
กลายเป็นอากาศ!
“เป็นพลังวิญญาณที่หนักหน่วงน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!”
“พลังวิญญาณของหนานกงหยุน,อย่างน้อยน่าจะทรงพลังยิ่ง
กว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า!”
“นี่เป็นความน่ากลัวของพลังผู้ครอบครองภูติวิญญาณหงส์
เพลิงอย่างงั นรึ?
ใบหน้าของประมุขของสี่ตระกูลใหญ่ถึงกับเปลี่ยนเป็นจริงจัง.
สีหน้าของเฟิงหยุนเทียนถึงกับแสดงท่าทางสนใจเลยทีเดียว.
พลังฝึกตนของเฟิงไฉ่เตี๋ยและหนานกงหยุนนั นแทบจะไม่
ต่างกันเลย,ความหนาแน่นและศักยภาพของภูติวิญญาณดู
เหมือนว่าเฟิงไฉ่เตี๋ยจะด้อยกว่าหนานกงหยุน.
ต้องไม่ลืมว่าหงส์มรกตนั นไม่สามารถเทียบกับหงส์เพลิงได้.
พลังวิญญาณของหงส์มรกตนั นไม่ได้มีความหนาแน่มากมาย
นัก.
ประกายแสงสีเขียวที่หงส์มรกตเปล่งแสงออกมา,เป็นประกาย
แสงที่เพิ่งตื่นขึ นมายังไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ ่า,แน่นอนว่านี คือสัตว์
อสูรเทพโบราณ,อย่างไรก็ตามถึงหงส์มรกตและหงส์เพลิงจะ
เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั งสองตน,หากแต่ก็มีความแตกต่างกันเป็น
อย่างมาก.
ภูติวิญญาณหงส์มรกตของเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นไม่ได้ด้อยไปกว่าภูติ
กระบี่มังกรวารีสีทองของฉู่ซิงเหอเลย!
หากแต่หงส์เพลิงคือภูติวิญญาณที่ยอดเยี่ยมกว่าก็เท่านั นเอง!
แม้ว่าภูติวิญญาณตอนนี จะมีความแข็งแกร่งเพียงแค่ครึ่งเดียว
,ทว่าเพียงเท่านี ก็เพิ่มพลังความแข็งแกร่งและความหนาแน่น
ทางพลังวิญญาณขึ นมาได้อย่างมหาศาล,หนานกงหยุนที่มีภูติ
วิญญาณที่ทรงพลังเช่นนี ,ก็ยิ่งท่าให้นางแข็งแกร่ง,อย่างไรก็
ตามถึงแม้ว่านางจะไม่มีภูติวิญญาณ,นางตอนนี ก็หาได้อ่อนแอ
แต่อย่างใด!
หงส์มรกต,หงส์เพลิง,พลังวิญญาณที่รุนแรงหนักหน่วงก่าลัง
แบ่งครึ่งสนามการแข่งขันแยกออกเป็นสองส่วน.
นับตั งแต่กระบวนท่าแรกแล้วนางก็เตรียมพร้อม,ด้วยศาสตรา
วิญญาณชั นยอด,แน่นอนว่าย่อมท่าให้นางได้เปรียบอยู่ไม่น้อย.
“ลิ มลองหมัดของข้าดูหน่อยเป็นไง!”
ผมสีแดงของหนานกงหยุนที่ร่ายร่าไปกับสายลมที่โกรกหน้า
นางเข้ามาก,หมัดของนางนั นราวกับฆ้อนขนาดมหึมาที่ฟาดอก
ไปอย่างรุนแรง,คลื่นกระแทกที่หนักหน่วงรุนแรงถึงกับท่าให้โล่
พลังวิญญาณของเฟิงไฉ่เตี๋ยแตกกระจายออกเป็นไปหลายส่วน
ก่อนที่เฟิงไฉ่เตี่ยจะสร้างมันขึ นมาใหม่ในทันที.
ลานประลองถึงกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง.
ร่างของเฟิงไฉ่เตี๋ยถึงกับสั่นสะท้านทีเดียว,นางประมาทพลัง
โจมตีที่ทรงพลังของหนานกงหยุนไปจริงๆ,หากว่าหนานกง
หยุนเข้ามาใกล้นางกว่านี ล่ะก็,นางคงไม่มีความสามารถที่จะ
ป้องกันได้แน่!
“เทพวายุเก้าสวรรค์,ขอยืมพลังของเจ้า,จงสถิตที่กระบี่,
ปลดปล่อยพลังที่สั่นสะเทือนสวรรค์ด้วย!”
นี่คือการสื่อสารกับกระบี่เทพวายุอย่างหนึ่ง
พลังวิญญาณสีเขียวที่ก่าลังแปรเลี่ยนเป็นปราณกระบี่มากมาย
หลายสาย.
ปราณกระบี่สีเขียวหลายสิบสายที่หมุนวนไปมา,จนสามารถ
มองเห็นเป็นคมมีดที่โก่งโค้งสีเขียวส่องแสงวับวาว,พร้อมกับ
ก่าลังหมุนวนล้อมรอบร่างของเฟิงไฉ่เตี๋ย,ท่าให้ความเร็วของ
นางนั นเพิ่มขึ นมากมายจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
,พร้อมกับเสียงลมที่หวีดหวิวดังระงมแสบแก้วหู.
นี่คือเพลงกระบี่ วายุแหวกมวลเมฆา ในต่านานอย่างงั นรึ?
แม้แต่มือกระบี่ตระกูลฉู่ยังอดตื่นตกใจไม่ได้ในตอนนี ,พวกเขา
ไม่เคยเห็นเพลงกระบี่เช่นนี มาก่อนเลย,สามารถที่จะสร้าง
ปราณกระบี่ขึ นมามากมายพร้อมกับยังรวบรวมและควบคุม
มันได้อย่างสมบูรณ์เช่นนี ได้อีก,หากว่าต้องการสังหารศัตรูล่ะ
ก็,แน่นอนว่าคงจะแค่เพียงลมหายใจเดียวเท่านั น.
สามารถที่จะโจมตีและป้องกันร่างกายตัวเองไปพร้อมกัน!
นี่คือเพลงกระบี่ท่าลายล้างอย่างเห็นได้ชัดเจน!
เฟิงไฉ่เตี๋ยที่ประเมินหนานกงหยุนต่าเกินไป,ทว่าหนานกงหยุน
เองก็มั่นใจจนเกินไป!
นางไม่ควรที่จะปล่อยให้เฟิงไฉ่เตี๋ยแสดงเพลงกระบี่ <<เพลง
กระบี่วายุสลายมวลเมฆา >> จนมันทรงพลังและสมบูรณ์,ด้วย
ปราณกระบี่ที่ทรงพลังและกระบี่เทพวายุที่ช่วยเพิ่มการ
เคลื่อนไหวท่าให้นางทรงพลังขึ นมาอีกหลายเท่า.
กระบวนท่าที่ทรงพลังโจมตีลอยข้ามท้องฟ้าตัดผ่านเข้ามา,
หนานกงหยุนจะสามารถต้านทานได้หรือไม่?
ตอนนี ทุกคนเริ่มเป็นกังวลแทนหนานกงหยุนแล้ว.
หนานกงหยุนที่หลับตาแน่น,ไม่คิดที่จะหยุดการโจมตี,ยังคง
ลอยออกไปราวกับลูกธนู,พุ่งตรงไปยังพายุปราณกระบี่ของเฟิง
ไฉ่เตี๋ย,ประกายแสงดวงดาราที่ปรากฏล้อมรอบตัวนางพร้อม
กับเข้าปะทะกับพายุปราณกระบี่,เกราะป้องกันประกายแสง
ดวงดาราที่เหมือนจะร้าว,ทว่าก็ไม่แตกออก.
“เอ๊ะ?”
“นี่มันวิชาบ่าเพ็ญป้องกันของน้องลู่นี่นา!”
เฟิงไฉ่เตี๋ยที่ใช้วิชาป้องกันที่เหมือนกับของลูเร็น,เป็นไปได้ว่า
หนานกงหยุนและลูเร็นจะมาจากสถานที่เดียวกัน,ไม่เช่นนั น
แล้วพวกเขาจะมีวิชาบ่าเพ็ญที่เหมือนกันได้อย่างไร?
วิชาบ่าเพ็ญสายป้องกันวิชานี ทรงพลังและแข็งแกร่งเป็นอย่าง
มาก!
ก่อนหน้านี ที่ลูเร็นสามารถสังหารผู้ฝึกตนระดับปลุกดวงจิตได้
ด้วยพลังปรุงร่างระดับ 9 เท่านั น,นั่นก็เพราะอาศัยพลังป้องกัน
ที่ร้ายกายของวิชาดังกล่าวนี นั่นเอง!
เฟิงไฉ่เตี๋ยก่อนหน้านี นางเองก็เป็นกังวลว่า <<เพลงกระบี่วายุ
สลายมวลเมฆา >>ของนางนั นจะทรงพลังเกินไปจนท่าให้
หนานกงหยุนบาดเจ็บถึงชีวิตได้,ตอนนี นางไม่จ่าเป็นต้องกังวล
อีกต่อไปแล้ว.
นางสามารถที่จะปล่อยพลังเต็มที่ได้!
ปราณกระบี่สีเขียวที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพิ่มหมุนวนร่างกาย
ของนางกลายเป็นพายุหมุนที่รุนแรงกว่าเดิมอีก.
หนานกงหยุนปลดปล่อยพลังวิญญาณของนางออกมา
ทันทีทันใด,ราวกับเปลวเพลิงที่ก่าลังระเบิดออกมา,คลุมไปทั่ว
ร่าง”หมัดเพลิงผลาญสวรรค์!”
พลังที่รุนแรงทั งสองเข้าปะทะกัน.
หนานกงหยุนที่เร่งพลังของนางก่อนที่จะต่อยออกไปยังปราณ
กระบี่เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
เหล่าคนที่จ้องมองต่างเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง!
สตรีทั งสองช่างร้ายกาจกันจริงๆ!
คาดไม่ถึงเลยว่านางจะสามารถต้านทานปราณกระบี่เทพวายุ
ด้วยพลังหมัดอย่างเดียว,เป็นการโจมตีที่บ้าคลั่งรุนแรงจนน่า
สะพรึงกลัว,แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญปลุกดวงจิตระดับ 3 ยังไม่กล้าที่
จะปล่อยหมัดเปล่าๆเขาโจมตีปราณกระบี่เช่นนี เลย.
เพียงแต่ว่า!
ปราณกระบี่ดังกล่าวนี ได้ถูกปล่อยออกมาเป็นจ่านวนมาก!
พลังโจมตีของนางไม่มีทางที่จะท่าลายปราณกระบี่ทั งหมดได้!
หมัดของหนานกงหยุนเองท่าลายปราณกระบี่ไปเป็นจ่านวน
มากทีเดียว,แต่ก็ยังมีอีกไม่น้อยที่โจมตีฟาดมายังร่างของหนาน
กงหยุน,ส่งผลให้ความเร็วของนางลดลงไปไม่น้อย,พลังกายา
นิรันดรโอบแสงดาราเองก็เริ่มที่จะเป็นรอยร้าวมากขึ นและก็
มากขึ น,แม้ความเร็วในการฟื้นฟูจะมีมากหากแต่ความเร็วใน
การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามกลับมีมากกว่า.
ด้วยความเฉลียวฉลาดของเฟิงไฉ่เตี๋ย,ท่าให้นางถอยห่าง
ออกไปเป็นระยะก่อนที่จะโจมตีเข้ามาอย่างรวดเร็วเป็น
จังหวะๆ.
ด้วยผู้ฝึกตนที่มีคุณสมบัติธาตุวายุท่าให้นางมีความรวดเร็วเป็น
อย่างมาก,หนานกงหยุนที่ต้องการเผด็จศึกย่อมไม่เป็นเรื่องที่
ง่ายดายนัก,ล่าพัง <<เพลงกระบี่วายุสลายมวลเมฆา >>ยัง
ช่วยเพิ่มความเร็วในการโต้ตอบของนางไม่ใช่วิชาที่อ่อนด้อย
เลย.
ทุกคนตอนนี ต่างจับจ้องมองไม่ว่างตา.
หนานกงหยุนที่ทรงพลังทั งโจมตีและป้องกัน,ทว่าเมื่อร่างของ
หนานกงหยุนขยับเข้าใกล้,ร่างของเฟิงไฉ่เตี๋ยก็หายไปไกลแล้ว.
ความเร็วของเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นรวดเร็วจนเกินไป,ความเร็วของนาง
นั นเหนือกว่าหนานกงหยุนอยู่ไม่น้อย,นอกจากนี <<เพลง
กระบี่วายุสลายมวลเมฆา >>ยังสามารถโจมตีระยะไกลได้อีก
ด้วย,ด้วยสนามแข่งที่มีจ่ากัด,ไม่ว่าหนานกงหยุนอยู่ต่าแหน่ง
ใหน,ก็อยู่ในระยะโจมตีของเฟิงไฉ่เตี๋ยทั งหมด.
หนานกงหยุนตอนนี ไม่สามารถที่จะกดดันเฟิงไฉ่เตี๋ยได้เลย.
ดังนั นจึงกลายเป็นนางรับการโจมตีอยู่เพียงฝ่ายเดียว!
“หากว่ากายานิรันดร์โอบแสงดาราของนางถูกท่าลายจน
หมด!”ฉู่เทียนขมวดคิ วเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวออกไปว่า”
หนานกงหยุนก็จะแพ้!”
“!แล้วจะท่าอย่างไรดีล่ะ!”
หยุนเซียวที่กระวนกระวายใจเกาศีรษะไปมา,เพราะเขาไม่เคย
สงสัยในสายตาของฉู่เทียนเลย,ซึ่งตอนนี ดูเหมือนขนาดฉู่เทียน
เองก็รู้สึกว่าหนานกงอาจจะแพ้,นั่นเป็นเพราะพี่ใหญ่ของเขา
โชคร้ายมากกว่าโชคดีนั่นเอง.
เฟิงชิงหยุนที่แค่นเสียงอยู่ในล่าคอ.
สายตาของเขานั นเต็มไปด้วยความมืดมนและเย็นชา.
เหล่าประมุขทั งสี่ตระกูลต่างก็พูดคุยกระซิบกันไปมา,ศักยภาพ
ของเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นทรงพลังยิ่งนัก,ในอีกไม่ช้า,สี่ต้าซือแห่งรัฐ
กลางแห่งนี จะต้องกลายเป็นห้าต้าซือแห่งรัฐกลางอย่าง
แน่นอน.
สีหน้าของเจ้าเมืองเองรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย,กล่าวต่อเฟิง
หยุนเทียนออกไปว่า”ท่านพี่,ไฉ่เตี๋ยพัฒนาก้าวกระโดดจนน่า
พึงพอใจจริงๆ.”ถึงเขาจะคิดเช่นนั นหากแต่ก็มีแววตากังวลอยู่
เหมือนกัน.
สีหน้าของเฟิงหยุนเทียนนั นเต็มไปด้วยท่าทางมีความสุขเป็น
อย่างมาก.
ทั งหมดนี ต้องยกความดีความชอบให้กับเจ้าเด็กหนุ่มนั่นจริงๆ!
ตอนนี แทบทุกคนต่างก็เชื่อว่าหนานกงหยุนจะต้องพ่ายแพ้ใน
ไม่ช้า.
หนานกงหยุนรุ้สึกล่าคาญใจอยู่ไม่น้อย,มารดาเถอะ,ไม่คิดมา
ก่อนเลยว่าหญิงสาวคุณหนูจะจัดการยากถึงเพียงนี ,หากรู้มา
ก่อนว่าจะเป็นเช่นนี ตั งแต่เริ่มต้น,นางควรที่จะเร่งรีบปิดบัญชี
จัดการนางให้จบๆไปซะ.
ตอนนี .
หญิงสาวคนนี รวดเร็วหลบหนีราวกับปิศาจ,นางจะไม่สามารถ
จับตัวคู่ต่อสู้คนนี ได้จริงๆรึ?
หากว่าเป็นพื นที่ปรกติล่ะก็นางคงจะโชคดีกว่านี ทว่าตอนนี อยู่
บนเวที,พื นที่มีจ่ากัด,หนานกงหยุนจึงไม่สามารถที่จะหลบหลีก
ระยะโจมตีของเฟิงไฉ่เตี๋ยได้เลย,ซ ่าการโจมตีของนางรวดเร็ว
และรุนแรงไม่น้อย.
ถึงจะเป็นวิชากายานิรันดร์โอบแสงดารายังไม่สามารถฟื้นฟู
พลังป้องกันได้ทันพลังท่าลายของนางเลย.
นี่นางจะพ่ายแพ้จริงๆรึ?
เจ้านายของนางก่าลังจ้องมองอยู่ด้านล่าง!
หากว่านางแพ้ล่ะก็,ไม่ต้องท่าให้นางต้องขายหน้าเลยเหรอ!
ด้วยนิสัยที่แข็งกร้าวรุนแรงของหนานกงหยุน,นางไม่ยินยอมที่
จะยอมแพ้กับคนเช่นนี ,นางต้องพ่ายแพ้ให้กับเฟิงไฉ่เตี๋ยที่ใช้
แผนการได้อย่างไร.
ไม่
นางจะไม่ยอมแพ้,ถึงปลายสุดของภูเขาและแม้น ่าข้างหน้าจะ
ไม่มีทางไปได้อีกแล้วก็ตาม.
ขอเพียงแค่กระบวนท่าเดียว!
แม้ว่าตอนนี จะยังไม่มีโอกาส,หากแต่เมื่อไหร่ที่นางมองเห็นล่ะ
ก็นางจะต้องคว้ามันเอาไว้ให้ได้.
山穷水尽 ความหมายคือ (shān qión shǔi jìn)ถึง
ปลายสุดของภูเขาและแม่น ่าซึ่งข้างหน้าจะไม่มีทางไปได้อีก
แล้ว
ที่มาจากhttps://lnmtl.com/novel/miracle-throne
หนานกงหยุนที่ถูก <<เพลงกระบี่วายุสลายมวลเมฆา >>
ก่าราบลงอย่างสิ นเชิง,ทุกคนต่างก็คิดว่าผู้ชนะในครั งนี จะต้อง
เป็นเฟิงไฉ่เตี๋ยอย่างแน่นอน.
แน่นอนว่าหนานกงหยุนไม่สามารถท่าใจยอมรับได้แน่!
นางไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้!
นางนึกขึ นมาได้ว่าก่อนที่นางจะออกมาจากเมืองเทียนหนาน,ฉู่
เทียนได้มอบวิชาบ่าเพ็ญ <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ให้กับ
นาง,ในเวลานั น นางเองก็คิดว่าวิชา <<ศาสตร์เทพแห่ง
นิพพาน>>คงจะร้ายกาจเหมือนกับวิชา <<กายานิรันดรโอบ
แสงดารา>>อย่างแน่นอน.
เมื่อนางสงบใจพยายามที่จะศึกษา <<ศาสตร์เทพแห่ง
นิพพาน>>อย่างละเอียดแล้ว นางก็พบว่านางได้คิดผิด.
กลับกลายเป็นว่าวิชา <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>> กลับเป็น
วิชาที่แข็งแกร่งโดดเด่นอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน,มันมีพลังที่น่า
หวั่นเกรงยิ่งกว่า <<กายานิรันดรโอบแสงดารา>>ซะอีก,
หากแต่ความยากของมันก็มากกว่า <<กายานิรันดรโอบแสง
ดารา>>สิบเท่าด้วยเช่นกัน,จ่าเป็นต้องใช้วัตถุดิบมากมายที่
นางแทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อน,เป็นไปไม่ได้เลยจะสามารถ
ฝึกฝนวิชานี จนผ่านทุกขั น!
ในคราแรกฉู่เทียนที่มอบ <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ให้กับ
นาง,ก็ไม่คิดว่านางจะสามารถฝึกฝนได้แต่อย่างใด.
ฉู่เทียนไม่ได้น่าสุดยอดวิชากลับมาในยุคนี มากนัก,ส่วนวิชา
<<กายานิรันดรโอบแสงดารา>>นั นที่เขาจ่าได้เนื่องจากว่ามัน
เป็นวิชาที่ร้ายกาจที่เขาสนใจและสามารถปรับแต่งร่างกาย
ได้,และมันเป็นแค่วิชาที่อยู่ระดับกลางที่ฝึกฝนได้ไม่ยากนัก
,ส่วนวิชา <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>เป็นวิชาที่เหนือกว่า
นั นขึ นมาอีก.
ในวิชาบ่าเพ็ญที่มีอยู่หลายวิชานั น,บอกได้เลยว่ามันมีความ
ยากเป็นอย่างมาก,มีระดับขั นแต่ละขั นที่สูงเป็นอย่างมาก,
วัตถุดิบที่ใช้ในการฝึกฝนก็ยากที่จะสามารถหาได้,บางทีแม้แต่
ระดับต้นยังยากที่จะสามารถฝึกให้ส่าเร็จได้เลย.
เหตุผลที่ฉู่เทียนมอบ <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ให้กับ
หนานกงหยุนนั น,เนื่องจากเขาหวังว่านางจะสามารถเข้าใจใน
ความลึกล ่าในวิชาดังกล่าวได้ในภายหลัง,และสามารถที่จะ
สร้างเป็นพื นฐานให้กับตัวเองได้,และสามารถช่วยยกระดับ
วิชา <<เพลิงผลาญสวรรค์>>ของนาง.
หนานกงหยุนยังคงค่ารามลั่นชกออกไปท่าลายปราณกระบี่ที่
พุ่งมามากมายไม่หยุดหย่อน.
เฟิงไฉ่เตี๋ยยังคงใช้กระบี่เทพวายุโจมตีจากระยะไกล.
7-8 ปราณกระบี่ที่ถูกปล่อยออกมา,ราวกับว่าก่าลังกลายเป็น
กงขังที่จะผนึกหนานกงหยุนเอาไว้,เป็นพลังกดดันวิญญาณที่
หนักหน่วงทรงพลังเป็นอย่างมาก.
ตูมมมม!
พลังอ่านาจแห่งดวงดาราเกราะโปล่งแสงที่ขาดสะบั นออกเป็น
เสี่ยงๆ!
วิชากายานิรันดรโอบแสงดาราถูกท่าลายแล้ว,กลายเป็นฝุ่น
ดาวส่องประกายระยิบระยับมากมาย!
ถูกท่าลายแล้ว!ในที่สุดก็ท่าลายได้แล้ว!วิชาป้องกันที่ร้ายกาจ
,ในที่สุดเฟิงไฉ่เตี๋ยก็ท่าได้ส่าเร็จ!
เฟิงไฉ่เตี๋ยโจมตีด้วยความถี่สูงติดต่อกันไปมา,ด้วยการโจมตีไป
ที่จุดเดียวไม่หยุดแม้แต่พลังกายานิรันดรโอบแสงดาราก็ไม่
สามารถต้านทานได้,นับจากนี ไป,ราวกับว่าชัยชนะและแพ้
เหมือนจะตัดสินแล้ว.
พลังวิญญาณของเฟิงไฉ่เตี๋ยนั นใช้ไป 60-70เปอรเซ็นต์,ส่วน
หนานกงหยุนนั นใช้ไปเพียงแค่ 30 เปอรเซ็นต์เท่านั น,
เหมือนว่าเฟิงไฉ่เตี๋ยจะใช้พลังวิญญาณไปมหาศาลเลยทีเดียว
,เป็นการแลกเปลี่ยนโอกาสได้เปรียบที่จะชนะของนางนั่นเอง.
“พอได้แล้ว!”
“ไม่งั นเจ้าจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่!”
เฟิงไฉ่เตี๋ยนั นรู้ดีว่าหนานกงหยุนนั นจะต้องเกี่ยวข้องกับลูเร็น
แน่,ตอนนี พลังป้องกันของนางถูกท่าลายไปแล้ว,แน่นอนว่า
เฟิงไฉ่เตี๋ยไม่ต้องการที่จะท่าให้หนานกงหยุนได้รับบาดเจ็บ.
“หยุดพล่ามได้แล้ว!”
“คิดว่าขุ่นแม่จะยอมแพ้เหรอ!”
จะให้หนานกงหยุนยอมแพ้ได้อย่างไร?
นางตอนนี ได้รวบรวมพลังวิญญาณขนาดมหึมา,เตรียมที่จะ
ตอบโต้เต็มก่าลัง,เฟิงไฉ่เตี๋ยที่เห็นดังนั น,นางจึงไม่มีทางเลือก,
หากว่านางลังเลและยอมให้หนานกงหยุนฟื้นฟูเกราะป้องกัน
แสงดาราได้อีกล่ะก็,นางคงไม่มีพลังวิญญาณเหลือพอที่จะต่อสู้
ได้อีกแน่!
กระบี่เทพวายุที่กวัดแกว่งไปมา.
ปราณกระบี่มากมายที่ปรากฏขึ นมาหมุนวนก่อนที่จะถูก
เหวี่ยงออกไปยังร่างของหนานกงหยุน.
ความแข็งแกร่งของหนานกงหยุนนั นถึงแม้จะทรงพลัง,แต่ก็
เป็นไปไม่ได้ที่จะท่าลายปราณกระบี่มากมายที่โจมตีมาจากทุก
ทิศทุกทางได้.
แพ้ชนะตัดสินกันเพียงแค่พริบตาเดียว!
ในช่วงเวลาวิกฤติ!
หนานกงหยุนที่ตะโกนออกมาเสียงดังก่อนที่จะปลดพลัง
ออกมาในทันที,หงส์เพลิงที่ราวกับว่าถูกราดไปด้วยน ่ามัน,มัน
ปกคลุมไปทั่วเปลวเพลิงก่อนที่จะเปลี่ยนสีแดงเป็นสีทองปน
แดง,มีกลิ่นอายของพลังศักดิ์สิทธิ์ก่าลังไหลบ่าเอ่อล้นขึ นมา
ในทันที!
“นี่มัน….”
“เกิดอะไรขึ น?”
โหวเย่ว์วายุเทพ,เจ้าเมือง,ประมุขทั งสี่ตระกูลใหญ่และคนอื่นๆ
,ต่างก็ลุกขึ นมายืนจ้องมองออกไปด้วยท่าทางตื่นตะลึง,สายตา
ของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก,นี่มันไม่ใช่เพลิง
ผลาญสวรรค์ของตระกูลหนานกง.
ร่างของหนานกงหยุนหายไปในทันที,ก่อนที่จะปรากฏอยู่บน
อากาศรวมร่างกับหงส์เพลิงสีทอง,ปราณกระบี่สีเขียวที่
กระแทกไปยังหงส์เพลิง,ไม่เพียงแต่ไม่สามารถตัดผ่านเข้าไป
ได้,ซ ่ายังกลายเป็นเพิ่มพลังความแข็งแกร่งให้กับหงส์เพลิงซะ
อีก.
วายุช่วยให้เปลวเพลิงลุกโชนขึ น!
เสียงค่ารามของหงส์เพลิงดังกึกก้องกังวานหวีดร้องยาว,ก่อนที่
เปลวเพลิงจะพุ่งตรงไปยังเฟิงไฉ่เตี๋ยเป็นความเร็วที่มากมายที่
เพิ่มขึ นอีกหลายเท่าจากเดิม!
เฟิงไฉ่เตี๋ยถึงกับตื่นตะลึงเมื่ออยู่ต่อหน้าของเปลวเพลิงที่ทรง
พลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า,นางไม่เคยคิดเลยว่านี จะเป็นกับดัก
ของหนานกงหยุน,และถูกนางถูกตีโต้กลับมาด้วยพลังที่
แข็งแกร่งอย่างไม่คาดคิดเช่นนี !
ร่างของหนานกงหยุนราวกับว่าได้ผสานร่างเขากับหงส์เพลิง
อย่างสมบูรณ์พร้อมกับพุ่งตรงมาต่อยหมัดออกไปยังเฟิงไฉ่เตี๋ย
เสียงดังสนั่น.
หมัดของนางยังไม่ถึงร่างของเฟิงไฉ่เตี๋ยด้วยซ ่า.
คลื่นพลังที่รุนแรงราวกับได้ฉีกกระชากพลังวิญญาณป้องกัน
ร่างของนางออก,เฟิงไฉ่เตี๋ยที่แค่นเสียง,พร้อมกับพ่นโลหิต
ออกมา,ก่อนที่จะลอยละล่องหล่นลงมาจากเวทีการแข่งขันลง
มาอยู่ด้านล่าง.
แพ้แล้ว!
ในที่สุดเฟิงไฉ่เตี๋ยก็แพ้แล้ว!
หนานกงหยุนที่เหินอยู่บนอากาศก่อนที่จะร่อนลงบนกลางเวที
ช้าๆ,ใบหน้าของนางที่ซีดขาวราวกับกระดาษ,ด้วยการระเบิด
พลังออกมาจนพลังวิญญาณแห้งเหือด,แทบจะท่าให้นางทรง
ตัวไม่อยู่.
เฟิงไฉ่เตี๋ยที่ลุกขึ นยืนช้าๆ,ก่อนที่จะปัดรอยไหม้บนเสื อผ้าของ
นางออก,จ้องมองออกไปด้วยท่าทางเจ็บใจอยู่เหมือนกัน,ทว่า
นางเองก็รู้ว่าหนานกงหยุนนั นได้ปราณีนางอยู่ไม่น้อย,
ไม่เช่นนั นนางคงจะไม่ไร้บาดจนต้องนอนแปลไปแล้ว.
นางได้เดินไปเก็บกระบี่เทพวายุ,ก่อนที่จะยกมือคารวะไป
ด้านหน้าต่อหนานกงหยุน,”แม่นางหนานกงช่างแข็งแกร่งนัก
,ไฉ่เตี๋ยยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว!”
“เจ้าเองก็โชคดีไม่น้อย!”หนานกงหยุนที่กล่าวออกไป ว่านาง
นั นไม่ได้เมตตานางแต่อย่างใด”ขุ่นแม่คนนี เหลือพลังวิญญาณ
ไม่มากพอ,ไม่เช่นนั นแล้วหมัดของข้า,อาจจะท่าให้เจ้าต้อง
นอนบนเตียงอีกครึ่งปีแน่นอน!”
สตรีคนนี ที่จริงแล้วก่าลังจะแสดงว่าตัวเองแข็งแกร่งมากมาย
กว่านี หรืออย่างไร!
เจ้าเมืองที่ถอนหายใจ”ช่างน่าเศร้าแทนไฉ่เตี๋ยที่ประมาทไป
หน่อย,ไม่เช่นนั นแล้วด้วยความแข็งแกร่งของนางอาจจะได้รับ
ต่าแหน่งชนะเลิศก็เป็นได้.”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า,แพ้ก็คือแพ้,ความจริงแล้วไฉ่เตี๋ยนั นไม่สามารถ
ที่จะสู้กับแม่นางน้อยตระกูลหนานกงนั นได้อยู่แล้ว.”โหวเย่ว์
วายุเทพที่หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างพึงพอใจ,”ส่วนต่าแหน่ง
ชนะเลิศ..จะเป็นได้ได้อย่างงั นรึ?ถึงแม้ว่าจะไม่แพ้แม่นางน้อย
ตระกูลหนานกงนี่,นางคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุตรชายท่าน,ยังไง
ก็เหมือนกัน,เหมือนๆกันนั่นล่ะ!”
ประกายแสงของเจ้าเมืองที่ลุกวาว,เผยยิ มออกมาแต่ก็ไม่ได้
กล่าวอะไรออกมา.
ในการแข่งขันในครั งนี เขาได้ท่าการเตรียมการอย่างเอาจริง
เอาจังทุ่มทุนไปมากทีเดียว.
ต่าแหน่งชนะเลิศนั นถ้าไม่ใช่ ลวอจินซี,ไม่ใช่เย่เหิน,ไม่ใช่ฉู่อู๋
เฟิง,หรือไม่ใช่หนานกงหยุนแล้วล่ะก็,คนอื่นๆตอนนี คงไม่
สามารถคิดได้แล้ว.
“เจ้านาย,เป็นอย่างไร,ข้าร้ายกาจเป็นอย่างมากใช่ใหม!”หนาน
กงหยุนที่กระโดดลงมาจากเวที,ใบหน้าของนางที่เผยยิ ม
ออกมาอย่างเฉิดฉายต่อหน้าฉู่เทียน”ข้ารู้สึกว่าข้าจะสามารถ
ชนะท่านได้ด้วยล่ะ,เจ้านาย,อย่าได้ต่าหนิข้าละหากว่าข้านั น
หักหน้าท่าน,ข้าจะจัดการท่านอย่างนุ่มนวลแล้วกัน.ฮึ ฮึ.”
ฉู่เทียนที่กล่าวออกไปอย่างดูแคลนจ้องมองไปยังนาง”หากเจ้า
ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงวิชา<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ที่
สามารถผสานเข้ากับ<<เพลิงผลาญสวรรค์>>ในนาทีสุดท้าย
ล่ะก็,เจ้าคงจะไม่มีโชคชนะมาได้หรอกนะ,ล่าพังมีแค่ทักษะ
เช่นนี ยังกล้ามาคุยว่าจะชนะข้าได้รึ?”
หนานกงหยุนที่แค่นเสียงขึ นจมูก,”ไว้ไปถึงรอบสุดท้ายเมื่อไหร่
แล้วก็จะรู้เองล่ะ!”
เป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ.
แต่ถึงกระนั นหลังจากที่เฟิงไฉ่เตี๋ยและหนานกงหยุนที่ได้ต่อสู้
อย่างน่าดูจบไป,ก็ไม่มีการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นอีกเลย,เหล่า
สนามแข่งขันทั งหกตอนนี ต่างก็ได้ผู้ชนะเข้ารอบมาทั งหมด
แล้ว.
คนทั งหกนั นประกอบไปด้วย,ฉู่อู๋เฟิง,ลวอจินซี,เย่เหิน,หนานกง
หยุน,ลูเร็นและเฟิงชิงหยุน.
เหล่าคนทั งสี่ที่เข้ารอบมานั นทุกคนต่างก็ประจักษ์ในความ
แข็งแกร่งได้ดี,มีเพียงแค่ฉู่เทียนและเฟิงชิงหยุนเท่านั นที่ต่อสู้
มาอย่างไม่น่าตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย,ฉู่เทียนที่ไม่ได้ชักระบี่ของ
ตัวเองออกมาเลยจนมาถึงรอบสุดท้าย,เฟิงชิงหยุนเองก็ใช้พลัง
เพียงพลังเล็กน้อยเท่านั นก็จัดการศัตรูได้,ดังนั นแล้วความ
แข็งแกร่งของพวกเขาทั งสองนั นแข็งแกร่งขนาดใหนไม่มีใครรู้
เลย.
อันดังหนึ่งจะอยู่ในหกคนนี แล้ว.
“ทุกคนมีสิทธิ์ทั งหมด!”
“นี่คือการจัดล่าดับการแข่งขัน!”
“จะเป็นการคัดเลือกคนที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันในครั ง
นี ”
ภายใต้การจับจ้องของประชาชนเป็นจ่านวนมาก,สนามการ
แข่งขันทั งหกที่ใช้ในการแข่งขันได้ถูกรวมเข้ารวมเป็นสนาม
เดียว,นี่คือการจัดล่าดับการแข่งขันที่ส่าคัญ,เป็นไปตามกฏการ
แข่งขันใหญ่,อันดับหนึ่งถึงหกนั นจะมีสิทธิ์เข้าร่วมทดสอบ
หอคอยโบราณแห่งรัฐกลาง.
คนทั งหกที่ชนะเลิศทั งหกสนามนี ยังไม่สามารถที่จะสรุปได้.
เกี่ยวกับกฏการแข่งขันนั น,เมื่อมีการจัดล่าดับการแข่งขันเสร็จ
แล้ว,จะเปิดโอกาสให้ท้าทายกันได้
เหล่าคนที่จะสามารถเป็นหนึ่งในหกนั นไม่จ่าเป็นต้องเป็นหนึ่ง
ในหกคนที่เหลือรอบสุดท้ายนี ก็ได้.
เหล่าคนทั งหกนี จะท่าการต่อสู้กัน,เพื่อที่จะให้กรรมการตัดสิน
ความสามารถ,หลังจากที่ได้อันดับออกมาแล้ว,หากว่ามีคนใด
ไม่พอใจผลตัดสินล่ะก็,จากนั นก็จะเปิดการท้าท้าย,ตราบเท่าที่
สามารถชนะอีกฝ่ายได้ก็จะได้อันดับของคนนั นไป,จากนั นก็จะ
มีการจัดล่าดับใหม่.
นี่คือเวทีที่จะให้พวกเขาได้แสดงความสามารถ.
รอบนี จึงถือเป็นรอบการต่อสู้ที่หนักหน่วงที่สุด.
ในการแข่งขันจัดล่าดับนี เมื่อเริ่มการแข่งขัน,ทุกคนก็จะเข้ามา
ในสนามแข่งขันทั งหมดและต่อสู้จนกว่าอีกฝ่ายจะยอมแพ้หรือ
ต่อสู้ต่อไปไม่ได้,พวกเขาจะได้รับการจัดอันดับจากการแสดง
ฝีมือบนเวทีนั่นเอง.
ในสนามการแข่งขัน.
คนทั งหกต่างก็อยู่มุมสนามที่ต่างกันออกไป.
ฉู่อู๋เฟิงที่เป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างผอม,สวมชุดของตระกูลฉู่,ที่
ด้านหลังมีกระบี่วิเศษเหน็บอยู่,ท่าทางค่อนข้างธรรมดา,
หากแต่กับมีสายตาที่คมกริบ,ราวกับคมกระบี่วิเศษเลยทีเดียว.
ลวอจินซีรูปร่างสูงทรงพลัง,ใบหน้าที่หยาบกร้านดุดันราวกับ
ราชสีห์,ยืนเด่นอยู่ข้างเวที,ท่าทางจริงจังนั นแผ่ออกมาเต็ม
อากาศไปหมด,ยืนเด่นเป็นสง่าราวกับราชสีห์ที่ยืนอย่างผ่าเผย
บนทุ่งหญ้า.
เย่เหินที่รูปร่างทั่วๆไป,ปกปิดกลิ่นอายตัวเองเอาไว้,ดวงตา
มืดมนเย็นชา,แฝงความชั่วร้ายที่แปลกประหลาดเอาไว้,ราวกับ
หมาป่าอสูรที่ก่าลังซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกจับจ้องเหยื่อที่หลงมา.
พวกเขาทั งสามที่ขึ นไปบนเวทีอย่างช้าๆ.
ฝูงชนที่อยู่รอบๆต่างก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ!
พวกเขาทั งสามคนคืออัจฉริยะที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดของ
สถาบันแห่งรัฐกลาง.
เกือบ 90 เปอเซ็น พวกเขาเชื่อว่าการแข่งขันในครั งนี ผู้
ชนะเลิศจะต้องเป็นหนึ่งในสามนี อย่างแน่นอน!
นอกจากพวกเขาทั งสามคนแล้ว,หนานกงหยุนเองก็นับได้ว่า
โดดเด่น,ทว่านางได้ใช้พลังที่มากมายในการต่อสู้กับเฟิงไฉ่เตี๋ย
ไปแล้ว,บอกไม่ได้ว่าตอนนี นางเหลือเรี่ยวแรงเท่าไหร่กัน.
ส่วนเฟิงชิงหยุนและลูเร็นนะรึ?
ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าไปตามๆกัน.
เฟิงชิงหยุนที่มีสกุล เฟิง,บอกได้ว่าเป็นญาติกับเฟิงไฉ่เตี๋ย,และ
เป็นคนของตระกูลเฟิง,เพียงแต่เฟิงชิงหยุนคนนี ไม่มีใครเคยได้
ยินชื่อมาก่อน,ไม่มีใครคิดว่าเขาจะแข็งแกร่ง.
ส่วนชายที่มีนามว่าลูเร็นอีกคน?
ชื่อนี ราวกับยาจกเป็นเพียงคนจร,แม้ว่าจะมีความสามารถอยู่
บ้าง,ทว่าก็ระดับทั่วๆไป,บางทีการเข้ามาถึงรอบสุดท้ายนี ,คง
เป็นเพราะโชคล้วนๆ.
ถึงเฟิงชิงหยุนจะไม่มีชื่อเสียง,ทว่าเบื องหลังก็เป็นตระกูลที่
ยิ่งใหญ่,มีเพียงแค่ลูเร็นเป็นเพียงผู้ฝึกตนเร่ร่อน,จะมี
ความสามารถสักเท่าไหร่กัน?
หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาสงสัย.
ท่าไมคนที่มีความสามารถเช่นหยุนเซียวเห็นได้อย่างชัดเจนว่า
ร้ายกาจ,กลับกลายเป็นว่าขอยอมแพ้ต่อลูเร็น,ไม่ว่าอย่างไรก็
ตามที,ไม่มีใครที่เอาใจช่วยคนผู้นี เลย.
การแข่งขันใหญ่ตอนนี ยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการ.
คนทั งหกต่างก็จ้องมองพิจารณากันและกันอยู่.
ฉู่อู๋เฟิงยืนอย่างสุขุมจ้องมองไปยังฉู่เทียน”เจ้าเองดูเหมือนจะ
พอมีความสามารถอยู่บ้าง,หากไม่ลบหลู่ตระกูลฉู่,ท้ายที่สุดเจ้า
ย่อมได้รับโอกาสที่ดี,หลังจากจบการแข่งขัน,ตระกูลฉู่คงมอบ
โอกาสให้เจ้า,ได้ถวายตัวต่อตระกูลฉู่,หรือหากเจ้ากลับตัว
ตอนนี ล่ะก็,ข้าจะขอให้ท่านประมุข,ยกโทษตายให้กับเจ้าได้!”
“คนตระกูลฉู่มีคนมากเกินไปแล้ว,มีลิ่วล่อมากเกินไปย่อมไม่
สามารถเป็นคนส่าคัญได้.”ในเวลาเดียวกัน,ลวอจินซีก็กล่าว
ออกมาเช่นกัน”เอาเป็นว่าตระกูลลวอจะจ้างเจ้าเป็นไง,ข้าจะ
แนะน่าการฝึกฝนให้เจ้าเป็นการส่วนตัวเลย,เจ้าคิดว่าเป็น
อย่างไร?”
เย่เหินที่ยังคงยืนอยู่อย่างสุขุมแค่นเสียงอย่างเย็นชาราวกับจะ
ชอนไชผ่านเข้าไปในจิตวิญญาณเป็นคลื่นกระแทกอากาศ
ออกไป,”มีเพียงถวายชีวิตให้กับตระกูลเย่เท่านั น,เจ้าไม่มี
ทางเลือกอื่น!ไม่เช่นนั น,ข้าไม่ปล่อยเจ้ามีชีวิตลงไปจากเวทีการ
แข่งขันได้แน่!”
บางทีคนทั่วไปคงจะไม่รู้จักฉู่เทียนเป็นแน่.
ทว่าเหล่าตระกูลใหญ่เอง,ก็ย่อมมีการตรวจสอบเขาเรียบร้อย
แล้ว.
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้สถานะที่แท้จริงของฉู่เทียน,ทว่าก็น่าจะมี
ใครได้ยินข่าวลือมาบ้างว่าเขาเป็นคนที่รอดมาจากการฟันของ
ฉู่ซิงเหอโดยที่ไม่ตาย,และยังมีคนรับรู้ด้วยว่าเขานั นมี
ความสัมพันธ์กับห้องเรียนกิเลนอีกด้วย.
คนผู้นี มีคุณค่าที่จะน่ามาใช้งานนั่นเอง.
“ฮี่ ฮ่า ฮา ฮ่า!”หนานกงหยุนที่หัวเราะท้องแข็ง”ท่านนี ช่าง
เป็นที่นิยมจริงๆ!มันท่าให้รู้สึกอิจฉาจริงๆ!”
“ก็มันไม่มีทางล่ะนะ,ข้าที่โดดเด่นและหล่อเหลา,ไม่ว่าอย่างไร
มันคงจะซ่อนไม่มิด!”
ฉู่เทียนที่หัวเราะและกล่าวออกมาพร้อมกัน.
เหล่านายน้อยทั งสามถึงกับโกรธเกรี ยวขึ นมาทันที.
เจ้าคนบัดซบ!,คาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่เห็นพวกเขาทั งสามอยู่ใน
สายตาเลย!
ในเวลาเดียวกัน.
“เริ่มแข่งได้!”
เสียงของระฆังทองที่ดังก้องกังวาน,สั่นสะท้านไปทั่วสนาม บ่ง
บอกได้ว่าการแข่งขันได้เริ่มขึ นแล้ว.
ที่มาจากhttps://lnmtl.com/novel/miracle-throne