Miracle Throne บัลลังก์แห่งปาฏิหาริย์ - บทที่ 307 กองกำลังมังกรสงคราม
คนของตระกูลหนานกงถึงกับเปลี่ยนเป็นหินไปในทันที,ดู
เหมือนว่าจะไม่สามารถยอมรับการโจมตีดังกล่าวได้,ทว่ารา
ชานหนานเซี่ย,จักรพรรดิอู๋อานและเหวินเฉิงพร้อมกับคนอื่นๆ
,ใบหน้าตอนนี้ถึงกับเปลี่ยนเป็นจริงจัง,พวกเขาตระหนักได้ว่า
มันเกิดสิ่งใดขึ้น.
นี่คือวิชาบำเพ็ญอย่างหนึ่ง,ทว่ามันไม่ใช่วิชาลับ!
คนทั้งคู่นั้นใช้พลังในรูปแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
วิชาลับนั้นเป็นส่วนหนึ่งของวิชาบำเพ็ญ,เป็นกระบวนท่าเดียว
ที่แสดงออกมา,ดังนั้นมันจึงไม่สามารถขยายพลังให้เพิ่มขึ้นมา
ได้สูงนัก,ไม่เพียงเท่านั้นพลังของมันยังขึ้นอยู่กับพลังฝึกตน
และระดับของวิชา,วิชาจะแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับพลังฝึกตน,และ
ก่อนที่จะใช้วิชาลับเองก็ต้องรวบรวมพลังวิญญาณเข้ามากัก
เก็บก่อนที่จะใช้ออกไป.
ส่วนวิชาบำเพ็ญหลักนั้นแตกต่างกัน,ด้วยพื้นฐานและการ
ก่อสร้างรากฐานของพลัง,ทำให้วิชาบำเพ็ญหลักนั้นแข็งแกร่ง
กว่า,พื้นฐานของพลังทรงพลังกว่า,และความแข็งแกร่งของ
รากฐานก็แข็งแกร่งกว่า,วิชาบำเพ็ญหลักจึงเหนือกว่า,และยัง
สามารถที่จะเพิ่มพลังขึ้นไม่สิ้นสุด,ไม่มีคอขวดใดๆที่จะฉุดรั้ง
พลังเอาไว้นั่นเอง.
ยิ่งมีวิชาบำเพ็ญชั้นยอดก็จะทำให้พลังฝึกตนเพิ่มขึ้นและ
เติบโตได้ดี,และจะยิ่งมีพลังที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย,ยิ่งมีวิชา
บำเพ็ญที่ยอดเยี่ยม,ศักยภาพในการเติบโตก็จะยิ่งสูง,ดังนั้น
การเลือกวิชาบำเพ็ญนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก,ทว่าวิชาบำเพ็ญ
นั้นมีอยู่มากมายหลากหลายขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ฝึกด้วย,
หากเหมาะสมกับวิชาดังกล่าวแล้วล่ะก็ จะยิ่งกลายเป็นคนที่
แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งขึ้น,หรือหากไม่เหมาะสมล่ะก็จะ
กลายเป็นพวกอ่อนแอและอ่อนแอลงเรื่อยๆ.
หนานกงหยุนนั้นเป็นเพียงผู้ฝึกตนปลุกดวงจิตระดับ 6 เท่านั้น
กลับมีพลังทำลายล้างมากายถึงเพียงนี้เลย.
เช่นนั้นหากว่านางก้าวไปถึงระดับปลุกดวงจิตระดับ 9 หรือ มี
พลังเขตแดนดวงจิตที่แท้จริงแล้ว,นางจะมีพลังมากมาย
เพียงใดกัน?
ทุกคนในตอนนี้ถึงกับหายใจติดขัด,หนานกงหยุนกล่าวว่าวิชา
บำเพ็ญดังกล่าวนั้นนางเพิ่งใช้มันได้เป็นครั้งแรก,นั่นก็
หมายความว่า <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>เป็นเพียงแค่
ระดับทั่วไป กับสามารถที่จัดการกับวิชาสืบทอดของตระกูล
หนานกง <<เพลิงผลาญสวรรค์>> ในระดับสมบูรณ์ขั้นสุดได้
อย่างงั้นเหรอ,ที่จริงแล้วนี้คือวิชาบำเพ็ญของมนุษย์จริงๆรึ?
ราวกับว่ามันเป็นวิชาของเทพอสูรก็ไม่ปาน!
<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>นับเป็นวิชาบำเพ็ญที่ทรงพลัง
ระดับทวีปแห่งนี้เลย,อาจจะนับได้ว่าเป็นวิชาบำเพ็ญที่น่า
หวาดกลัวในระดับต้นๆ,ไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชาของเหล่า
จักรวรรดิขนาดใหญ่ฝึกกันเลย.
ที่จริงแล้วฉู่เทียนเองก็ประหลาดใจไม่น้อย.
ด้วยวิชา<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ซึ่งเป็นหนึ่งในเวลาไม่กี่
อย่างที่เขาได้นำมาจากยุคอนาคต,แม้ว่ามันจะไม่ได้ด้อยไป
กว่าวิชา <<เก้าเทพอสูรเปลี่ยนร่าง >> แต่ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่ง
ในวิชาที่ยอดเยี่ยมที่พัฒนาแล้วในปัจจุบัน,เป็นวิชาบำเพ็ญที่
ฝึกยากเป็นอย่างมาก,ในระยะเวลาอันสั้นๆนั้นยังไม่แม้แต่ที่จะ
เข้าใจพื้นฐานมันได้เลย.
一朝一夕 ความหมายคือ (yì zhāo yì xī)ระยะเวลาอัน
สั้น
ก่อนหน้านี้ฉู่เทียนได้สอนวิชานี้ให้กับหนานกงหยุน,เขาไม่ได้
หวังว่านางจะสามารถเรียนรู้ได้ในทันที,ตามที่ฉู่เทียนคาดการ
นั้น,หนานกงหยุนจำเป็นต้องสร้างพลังฝึกตนให้มากกว่านี้ซะ
ก่อน,อย่างน้อยที่สุดที่จะเรียนรู้มันได้,จะต้องอยู่ในเขตแดน
ดวงจิตที่แท้จริงเท่านั้น,นอกจากนี้มันยังใช้ทรัพยากรที่น่า
สะพรึงกลัว,ถึงแม้จะเป็นหอการค้าปาฏิหาริย์ในเวลานี้ยังไม่
เพียงพอที่จะหามันมาได้เลย.
ก่อนหน้านี้เมื่อนางได้ต่อกรกับตงฟางเห่าเหรียน,หนานกงหยุ
นราวกับว่าตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง,จากนั้นไม่กี่วัน,คาด
ไม่ถึงเลยว่านางจะเข้าใจมันได้อย่างงั้นรึ?
ลึกล้ ายิ่งนัก!
หนานกงหยุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับต่ าเพียงแค่ปลุกดวงจิต
ระดับ 6 เท่านั้น,ไม่คิดเลยว่าจะสามารถที่จะสัมผัสถึงวิชา
ดังกล่าวได้,แม้ว่าจะไม่ได้ไปถึงสำเร็จขั้นต้นดินแดนขนาดเล็กก็
ตาม,ทว่านางก็สามารถที่จะใช้ ทักษะบางอย่างของ<<ศาสตร์
เทพแห่งนิพพาน>>ออกมาได้,ซึ่งสำหรับฉู่เทียนแล้วนับว่าเป็น
เรื่องที่ไม่อยากเชื่ออยู่เช่นกัน.
เพราะว่ามีภูติวิญญาณเปลวเพลิงระดับพระเจ้า,ดังนั้นจึง
สามารถเข้าใจในวิชาบำเพ็ญดังกล่าวได้ง่ายๆอย่างงั้นรึ?
แต่ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะสามารถเพิ่มพลังธาตุเปลวเพลิง
ได้มากมายถึงเพียงนี้!
ถึงจะเป็นภูติวิญญาณระดับพระเจ้า,แต่ <<ศาสตร์เทพแห่ง
นิพพาน>>ก็ยังเป็นเพียงแค่ระดับตระหนักรู้เท่านั้น,พลังของ
ภูติวิญญาณระดับพระเจ้าเองก็ยังไม่ตื่นเต็มทีด้วยซ้ า,ความ
เข้มข้นของพลังวิญญาณนั้นไม่น่าจะสูง,ถึงจะครอบครองภูติ
วิญญาณระดับพระเจ้าอย่างไร,การจะฝึกฝนวิชาบำเพ็ญก็ยาก
ที่จะบอกได้ว่าจะรวดเร็วได้ขนาดนั้น.
ดูเหมือนว่าเรื่องดังกล่าวนี้จะเกี่ยวกับสายโลหิตของตระกูล
หนานกงอย่างแน่นอน.
ตระกูลของนางคือผู้สืบทอดแห่งหงส์เพลิง,เพราะว่าบรรพชน
ของพวกเขานั้นเป็นสุดยอดผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่น,ดังนั้น
สายโลหิตของพวกเขาจึงมีพลังแฝงที่ทรงพลังอย่างงันรึ?ดู
เหมือนว่าหนานกงหยุนจะโชคดีที่สามารถกระตุ้นพลังของ
สายเลือดออกมาได้,ดังนั้นนางจึงสามารถที่จะฝึกฝน
<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>> โชคดีที่แสดงพลังที่แท้จริง
ออกมาได้รึอย่างไร?
พรสวรรค์ของหนานกงหยุนช่างสูงเหนือกว่าที่จะจินตนาการ
จริงๆ!
ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร,หนานกงหยุนก็
สามารถตระหนักรู้ได้ในระดับต้นอย่างราบรื่น,เป็นความจริงที่
ไม่สามารถเปลี่ยนได้,ฉู่เทียนรับรู้ถึงความร้ายกาจของ
<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ดี,หลังจากที่นางฝึกวิชาชุดนี้
แล้วล่ะก็,นางจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในคุณสมบัติธาตุเปลวเพลิงที่
ร้ายกาจที่สุดในปฐพีทีเดียว.
ตอนนี้หนานกงหยุนที่อยู่ในระดับปลุกดวงจิต,กับสามารถ
สร้างภูติคุ้มกันเปลวเพลิงได้แล้ว.
พลังของหนานกงเจี้ยนที่แสดงออกมานั้น,เป็นไปไม่ได้เลยที่จะ
สร้างบาดแผลให้กับนางได้,ซ้ ายังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ
หนานกงหยุนด้วยซ้ า.
นี่ก็เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น.
หากว่านางฝึกฝนวิชาบำเพ็ญดังกล่าวไปถึงสำเร็จไปถึงระดับ
สามประสบผลเป็นเอกลักษณ์แล้วล่ะก็.
เช่นนั้นก็จะทำให้นางสามารถต้านทานเปลวเพลิงทุกอย่างได้
อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นเพลิงที่มีความร้อนขนาดใหนก็ตาม
,ไม่ต้องเอ่ยเลยว่าจะเป็นเพลิงทีแข็งแกร่งขนาดใหน,ไม่มีทางที่
จะสามารถสังหารหนานกงหยุนด้วยพลังเปลวเพลิงได้,และยิ่ง
หากว่าฝึกฝนวิชา <<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>ไปถึงขั้นสุด
แล้วล่ะก็,ตราบเท่าที่นางยังมีพลังวิญญาณเหลือ,ร่างกายของ
หนานกงหยุนก็จะไม่มีวันตายหรือถูกทำลายได้เลย.
แน่นอนว่านี้คือเหตุผลหนึ่งที่ฉู่เทียนได้มอบวิชาดังกล่าวนี้
ให้กับหนานกงหยุน!
เมื่อเขาตัดสินใจที่จะสอนวิชาดังกล่าวนี้ให้กับหนานกงหยุน,
แน่นอนว่าเขาจะต้องให้ความสำคัญกับนางอย่างแน่นอน,ด้วย
วิชาดังกล่าวนี้,เพียงพอที่จะกลายเป็นสุดยอดผู้เชี่ยวชาญ
ระดับสูงของทวีปแห่งนี้ได้เลย.
หนานกงหยุนที่ล้มหนานกงเจี้ยนอย่างสบายๆ,ทำให้นางใจชื้น
ขึ้นมาในทันที”ผู้เยาว์ที่เป็นอนาคตของตระกูลเราก็เพียงแค่
คนธรรมดา!หากเอาวิชาเหล่านั้นมาเทียบกับ วิชากายานิรันดร์
โอบแสงดารา และศาสตร์เทพแห่งนิพาน ที่ร้ายกาจแล้ว,ยังมี
ใครที่จะห้ามข้าให้ไปฝึกฝนจากภายนอกอีกรึ?”
คนตระกูลหนากงในตอนนี้ถึงกับรู้สึกหมดกำลังใจราวกับถูก
ค้อนทุบมึนงงไปทันที
หดหู่,หดหู่อย่างลึกล้ าที่สุด.
วิชาสืบทอดจากโบราณของตระกูลหนานกงที่สืบทอดมาหลาย
ร้อยปี,พวกเขาที่ภาคภูมิใจในวิชาลับของพวกเขาเป็นอย่าง
มาก,ท้ายที่สุดตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงแค่ขยะ!”
สายตาของจักรพรรดิสุริยันต์แผดเผาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง,
ใบหน้าที่จริงจังได้กล่าวออกมาอย่างขึงขัง”นี่คือวิชา
<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>> ที่เพิ่งตระหนักรู้ได้จริงๆรึ?”
“ข้าขอบอกกับจักรพรรดิสุริยันต์แผดเผาถึงท่านจะสนใจวิชา
ชุดนี้ก็ตาม.”ฉู่เทียนที่เดินมาด้านหน้ากล่าวต่อจักรพรรดิ
สุริยันต์แผดเผา”ถึงข้าสามารถที่จะมอบวิชา<<ศาสตร์เทพ
แห่งนิพพาน>>นี้ให้ท่านก็ได้,ทว่าถึงท่านต้องการจะฝึกก็ตาม
ที,เงื่อนไขของมันที่จะฝึกได้นั้นจะต้องมีภูติวิญญาณหงเพลิง
เท่านั้น,ถึงท่านได้วิชาชุดนี้ไปมันก็ไร้ประโยชน์? ความ
แข็งแกร่งของวิชาชุดนี้นั้น,หากตกมาอยู่ในอาณาจักรเล็กๆ
ตระกูลเล็กๆนั้น,มีแต่จะนำภัยพิบัติมาให้กับท่าน!”
เป็นความจริงดังที่ฉู่เทียนกล่าว.
จักรพรรดิสุริยันต์แผดเผาก็เห็นกับตาตัวเองแล้ว.
ขณะที่หนานกงหยุนใช้วิชา<<ศาสตร์เทพแห่งนิพพาน>>นั้น
นางสามารถรวมร่างเข้ากับหงส์เพลิงได้กลายเป็นร่างเดียวกัน,
สามารถบอกได้ว่าหากไม่ใช่ภูติวิญญาณระดับพระเจ้านั้นไม่
สามารถที่จะฝึกฝนได้เลย,และต้องเป็นภูติวิญญาณระดับเพระ
เจ้าของหงส์เพลิงเท่านั้นถึงจะดีที่สุด,หนานกงหยุนที่เป็น
เหมือนกับสวรรค์ประทานมา,ไม่แปลกใจเลยว่าฉู่เทียนถึงให้
ความสำคัญกับนางมากเลยทีเดียว.
จักรพรรดิสุริยันแผดเผารับรู้ได้แล้วว่าในอดีตนั้นเขาได้ทำ
ผิดพลาดทำให้ตระกูลหนานกงได้สูญเสียสุดยอดพรสวรรค์ไป.
เพราะว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตทำให้พรสวรรค์ที่หา
ยากที่สุดในปฐพีที่ไม่เคยมีมาก่อน,นางที่จะสามารถกลายเป็น
ผู้เชี่ยวชาญระดับต้นๆของทวีปได้,อนาคตวันข้างหน้านั้นช่าง
เจิดจรัสส่องประกายแสงหลายหมื่นเท่า,ตอนนี้ได้ไกลเกินกว่า
ที่จักรพรรดิสุริยันแผดเผาจะทำอะไรได้แล้ว.
สวรรค์.
สายโลหิตหงส์เพลิงที่มีความแข็งแกร่งไร้ที่สิ้นสุดนั้นกลับมาตื่น
ขึ้นในร่างของนางนี้เอง!
ลีฮวอโหวนั้นมีความคิดที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง,เขาที่
เต็มไปด้วยความคับแค้นใจและโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด”
จักรพรรดิ,ผู้สืบทอดรุ่นที่สามที่โดดเด่นที่สุดถูกทำลายไปแล้ว
,พวกเจ้าทุกคนกลับยินยอมกลืนคำดูถูกได้อย่างงั้นรึ?”
“หุบปาก! แพ้ก็คือแพ้! คนของตระกูลหนานกงแพ้ไม่เป็นหรือ
อย่างไร!”จักรพรรดิสุริยันต์แผดเผาที่ตำหนิออกไปด้วยความ
โกรธเกรี้ยว,ราวกับคนแก่ที่เหนื่อยหน่ายใจ,ต้องไม่ลืมว่าหนาน
กงเจี้ยนเองก็เป็นหลานชายที่เขารักเช่นกัน,เขาจ้องมองไปยัง
หนานกงหยุน”หวังว่าเจ้าจะจำคำพูดของตัวเองที่ได้กล่าว
ออกมา!”
หนานกงหยุนพยักหน้า,”ข้าคือผู้สืบทอดของหงส์เพลิง
ตลอดไป!”
ลีฮวอโหวที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว,แน่นอนว่าเขาเข้าใจได้
ในทันทีในความคิดของจักรพรรดิสุริยันต์แผดเผา,หนานกงหยุ
นคงจะมีอนาคตที่ไม่ธรรมดาแน่นอนในอนาคต,จักรพรรดิ
สุริยันต์แผดเผาไม่สามารถที่จะไม่สนคนที่มีพรสวรรค์เช่นนั้น
ได้แน่.
“ชิ,งั้นข้าขอลาล่ะ!”
หลีฮวอโหวสะบัดแขนเสื้อ,ก่อนที่จะนำหนานกงเจี้ยนกลับไป
ในทันที.
เหวินเฉิงที่จ้องมองไปยังท่าทางของจักรพรรดิสุริยันต์แผดเผา
,ได้แต่ทอดถอนใจ เหล่าโถวหนานกงที่อายุแก่เกินไปแล้วแล้ว
,เขาที่กำลังจับจ้องมองไปที่ฉู่เทียนอีกคน,ภายในใจกำลังคิด
เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน,เขาที่เต็มไปด้วยความสงสัย,คนผู้นี้ยัง
มีความลับอีกมากมายเท่าไหร่ที่ซ่อนเอาไว้?
ใบหน้าของราชาหนานเซี่ยเองก็เปลี่ยนเป็นจริงจังและซับซ้อน
เป็นอย่างมาก.
แม้ว่าเขาจะครองอำนาจมากว่า 20 ปีแล้ว,ทว่าเรื่องเช่นนี้ไม่
เคยเห็นมาก่อนเลย,ฉู่เทียน,หนานกงหยุนและหอการค้า
ปาฏิหาริย์,เป็นตัวแปรที่ยากที่เขาจะสามารถควบคุมได้,จนทำ
ให้ราชาหนานเซี่ยในตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจเลยทีเดียว.
“หนานกงหยุนแสดงฝีมือออกมาสุดยอดเลย,ทำให้ทุกคนต้อง
ยกย่องเจ้าจริงๆ!”ราชาหนานเซี่ยที่เก็บท่าทางร้อนใจ
เอาไว้,พยายามทำจิตใจให้สงบ,ทำตัวให้เป็นปรกติ,”นับว่าเป็น
พรสวรรค์ที่หายาก,จะเป็นการเสียประโยชน์ไปเปล่า?หากว่า
ให้คนเช่นนี้ไมได้รับการสนับสนุน,ข้าจะประทานรางวัลให้กับ
หนานกงหยุน,ให้กลายเป็นอัศวินที่ทรงเกียรติของอาณาจักร,
มอบยาศักดิ์สิทธิ์สิบเม็ด,ยาทิพย์จิตวิญญาณอีกสิบหีบ,หวังว่า
จะช่วยสนับสนุนเจ้าได้,และกลายเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพา
อาณาจักรหนานเซี่ยแห่งนี้ไปสู่ความรุ่งโรจน์!”
“องค์ราชาฉลาดยิ่งนัก!”
คนมากมายต่างส่งเสียงดังสนับสนุน.
ไม่ปล่อยโอกาสที่มีต้องสูญปล่าวไป.
หนานกงหยุนที่ขอบคุณความกรุณาขององค์ราชา.
เมิ่งหยิงหยิงที่นำผ้าคลุมไปสวมให้กับหนานกงหยุน,หลังจากที่
นางได้เผยพลังวิญญาณมหาศาลออกมาทำให้เสื้อผ้าหลาย
ส่วนถูกเผาไหม้ไป,จนทำให้เผยเห็นแผ่นหลังที่งดงามของนาง
เลยทีเดียว.
“พี่หนานกงท่านช่างร้ายกาจจริงๆ!”เมิ่งหยิงหยิงที่เต็มไปด้วย
ความชื่นชมจ้องมองไปยังนาง”ตอนนี้ท่านร้ายกาจกว่าฉู่เทียน
แล้ว!”
“แค๊กๆ!”ฉู่เทียนที่ไอไปหนึ่งครั้ง”แม่นางน้อย,กล่าวอะไร
ออกมา!”
เมิ่งหยิงหยิงที่เด๊าะลิ้นหนึ่งครั้ง”แล้วไงล่ะ!”
ในตอนนี้นั้นฉู่เทียนเองก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะชนะ
หนานกงหยุนได้จริงๆ.
ขณะที่เรื่องวุ่นวายต่างๆกำลังจะจบแล้ว,ทุกคนที่กำลังรู้สึก
ผ่อนคลาย,ทันใดนั้นก็มีเสียงที่ดังกึกก้องดังผ่านเข้ามา,กอง
กำลังมังกรบินที่มีเสียงดังคำราม,พร้อมกับฝุ่นควันมากมายที่
กำลังฟุ้งกระจายพัดปลิวม้วนไปมา.
“มาแล้วรึ?”สายตาของราชาหนานเซี่ยที่เป็นประกาย,ทันใด
นั้นก็โบกมือไปมา,”เตรียมต้อนรับ!”
เหล่าองค์รักษ์วังหลวงที่ตั้งแถวเกียรติยศและพร้อมกับนัก
ดนตรีที่บรรเลงเพลิง.
เสียงดังกระหึ่ม,ดังก้องกังวานสนั่นวังหลวงทีเดียว.
ทุกคนคนที่รับรู้ได้ถึงพื้นดินที่สั่นสะเทือนราวกับกำลังถูกทุบ
ด้วยค้อน,สัมผัสได้ถึงพลังที่น่าเกรงขาม,ทำให้ทุกคนถึงกับสั่น
ไหวไปมาทีเดียว,คนหลายคนที่จ้องมองออกไปด้วยความสงสัย
,กองกำลังในชุดสีดำที่ปรากฏขึ้นมาด้านหน้า,เป็นกองกำลังที่
น่าเกรงขามเป็นอย่างมาก,ทว่าพาหนะของพวกเขานั้นไม่
ธรรมดาเลย,แตกต่างจากอาวาวายุสายฟ้าอย่างสิ้นเชิง.
ผู้นำกองกำลังดูมีสง่าราศีดูยิ่งใหญ่,สัตว์ขี่ของเขาเป็นสัตว์อสูร
ที่สวมหมวกเหล็กและชุดเกราะเต็มยศสีดำ.
ใบหน้าเล็กๆของเมิ่งหยิงหยิงรู้สึกตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย”นั่นไม่ใช่
มังกรดินหรอกรึ? มีมังกรดินมากมายเลย!”
เมิ่งชิงอู๋ที่รู้สึกไม่อยากเชื่อเช่นกัน,มังกรดินเหล่านี้มีเป็นสัตว์
อสูรระดับ 2 ,ความจริงแล้วนับว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีสายโลหิต
ของเผ่ามังกร,ยิ่งมีโลหิตที่บริสุทธิ์ขนาดใหน,ก็จะยิ่งมีพลังที่น่า
พรั่นพรึงมากเท่านั้น,และยังสามารถที่จะพัฒนากลายเป็นสัตว์
อสูรระดับ 3 ได้อย่างสบายๆเลย.
สายโลหิตของมังกรดินเหล่านี้ไม่ได้สูงนัก,ทว่าอย่างน้อยที่สุด
น่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้น,เทียบกับมนุษย์แล้วเป็น
ผู้เชี่ยวชาญระดับดวงจิตเสมือน,ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องปรกติไม่มี
อะไรต้องประหลาดใจ.
不足为奇 bù-zú-wéi-qí ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตอนนี้นักรบทั้งหมดที่ได้ขี่มังกรดินเข้ามา!
กองกำลังมังกรดินจำนวนมากที่น่าเกรงขามนี้ไม่เคยได้ยินมา
ก่อนเลย!
ในช่วงหลังๆมานี้,มังกรบินจะถูกจับมาฝึกฝนให้กลายเป็นสัตว์
ขี่,ด้วยพลังป้องกันที่สูงเป็นอย่างมาก,และมีนิสัยที่กล้าหาญ,
นอกจากนี้ยังมีความทนทานเป็นอย่างมาก,สามารถที่จะ
เดินทางไปได้ทุกที,ไม่ว่าจะเป็นสนามรบแบบใหน,ก็สามารถที่
จะเคลื่อนทัพและบุกเข้าไปได้,มังกรดินจึงนับว่าเป็นสัตว์ขี่ที่มี
สมรรถนะเป็นอย่างมาก.
กองกำลังของอาณาจักรหนานเซี่ยแห่งนี้มีกองกำลังมังกรดินที่
แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วรึ?
กองกำลังวายุของอาณาจักรหนานเซี่ยยังเทียบไม่ได้เลย,
นอกจากนี้ยังมีกองกำลังซีจิวที่มีความแข็งแกร่งอีกหนึ่งกอง
,แต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตนัก,ทำให้เรื่องจำนวนนั้นไม่สามารถ
เทียบได้กับกองกำลังมังกรดินที่มีขนาดใหญ่มากกว่า.
ก่อนหน้านี้กองกำลังซีจิวที่อยู่ใต้บัญชาขององค์ราชา,มีหน้าที่
ในการลาดตะเวนและปกป้องตำหนักจักรพรรดิโดยเฉพาะ.
แล้วกองกำลังกองนี้มีมีเรื่องอะไรกัน?
ฉู่เทียนที่รุ้สึกถึงกลิ่นคาวโลหิตที่โชยมาเลยก็ว่าได้,กองกำลัง
มังกรดินนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ากองกำลังซีจิวเลย,และยังสามารถที่
จะตะเวนไปได้ทุกที่ในสนามรบ,เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีความ
แข็งแกร่งที่จะเป็นแนวหน้าต่อสู้รับกับกองกำลังของเผ่า
เฉวียนหยงได้อย่างสบายๆ.
“กองกำลังมังกรสงคราม!”
“กองกำลังมังกรสงคราม!”
ทุกคนต่างก็อุทานร้องออกมาด้วยเสียงดัง.
สิบปีก่อนหน้ากองกำลังของหลีเหยี่ยนถูกทำลายไป,กองกำลัง
มังกรสงครามที่เป็นกองกำลังแนวหน้าที่ขึ้นมาแทนที่กองกำลัง
ของหลี่เหยี่ยน,สามารถที่จะเป็นแนวหน้าป้องกันศัตรูได้อย่าง
แข็งแกร่ง,ไม่เช่นนั้นแล้วกองกำลังที่บ้าคลั่งของเผ่าเฉวียนหยง
คงจะเข้ามาได้แล้ว,นับว่าเป็นกองกำลังที่ปกป้องเขตแดน
หวังยวีที่ทรงพลังไม่น้อย
สิบปีมานี้,กองกำลังมังกรสงครามที่ทำการกวาดล้างเผ่า
เฉวียนหยง,และเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งโดดเด่น,นำชัยชนะ
มาได้หลายต่อหลายครั้ง,จึงทำให้พวกเขานั้นมีชื่อเสียงใน
อาณาจักรหนานเซี่ยแห่งนี้เป็นอย่างมาก.
กองกำลังมังกรดินที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาช้าๆ.
สายโลหิตของมังกรดินนั้น,หากมีสายเลือดต่ าสุดจะมีเกล็ดเป็น
สีดำและแต่ไปก็จะเป็นมังกรดินเกล็ดสีแดง,จนท้ายที่สุด
สายเลือดเข้มข้นสุดก็จะมีเกล็ดเป็นสีทอง,เหล่าทหารกลุ่มนี้
ส่วนมากแล้วจะเป็นมังกรดินเกล็ดสีดำ,ซึ่งนับว่าเป็นกองกำลัง
มังกรดินที่มีสายโลหิตระดับต่ า,เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถ
เติบโตกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ได้.
แต่ในตอนนี้,มังกรดินที่นำหน้านั้นเป็นมังกรที่มีเกล็ดสีแดง,เริ่ม
มีร่องรอยของสีแดงบ้างแล้ว,ทำให้ดูเป็นพันธ์พิเศษที่น่าเกรง
ขามเป็นอย่างมาก,แสดงว่าเป็นมังกรดินระดับสูงที่มีสายโลหิต
ค่อนข้างบริสุทธิ์,หากว่าฝึกฝนไปอีกหน่อย,ในอนาคตข้างหน้า
อาจจะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ได้เลย.
ชายหนุ่มที่ดูโดดเด่นเป็นอย่างมากบนหลังมังกรดิน,พร้อมกับ
กุมหอกสีทองขนาดใหญ่,สวมชุดเกราะวิเศษสีทองมีประกาย
แสงวับวาว,เสื้อคลุมสีทองที่กำลังปลิวไสว,ราวกับการโบก
สะบัดของริ้วธง,เขาที่ก้าวเหินลงมาจากหลังของมังกรบิน,พุ่ง
ตัวลงมาราวกับอุกกาบาตสีทอง,พร้อมกับเหินลงกระแทกพื้น
เสียงดังสนั่นฝุ่นกระจาย.
“จอมพลหวังเทียนหลงผู้นำกองกำลังมังกรสงคราม,คารวะ
องค์ราชา!”
หลังจากที่จอมพลหลีฮวอโหวก่อนหน้านี้.
ก็เป็นจอมพลหวังเทียนหลงที่นำกองกำลังกลับมาอย่างงั้นรึ?
นับเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยจริงๆ!
ที่มาจากhttps://lnmtl.com/novel/miracle-throne