Miracle Throne บัลลังก์แห่งปาฏิหาริย์ - บทที่ 421 โลกใต้พิภพ
จะไม่ทำให้ฉู่เทียนไม่มีความสุขได้อย่างไร?
โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเผ่าโนมที่มีมาหลายร้อยปี,
เรื่องนี้ทำให้ฉู่เทียนประหยัดแรงไปเยอะมาก? เหมือนกับว่าได้
ทำการซื้อบ้านมาหลังหนึ่งอุปกรณ์ครบชุด,มีทั้งรถม้าที่หรูหรา
หลายคัน,องค์รักษ์และคนใช้อีกมากมาย,แม้แต่สาวงามที่
อบอุ่นคอยช่วยเหลือเขา,และยังมีวัตถุดิบอีกมากมายให้เขาหา
กำไร.
หากกล่าวว่าสถาบันวิจัยของโนมในยุคนี้ด้อยไปล่ะก็,เหล่า
จักรวรรดิขนาดใหญ่ของทวีปแห่งนี้คงจะแค่ทั่วไป,อย่างไรก็
ตามในเมื่อมีโครงสร้างที่ดีเช่นนี้,ฉู่เทียนสามารถที่จะนำ
เทคโนโลยีและคนของเขาเข้ามาเพิ่มได้,ในอนาคตข้างหน้าจะ
มีมูลค่ามากมายเหนือล้ า เกินกว่าจะจินตนาการถึงได้.
ฉู่เทียนคาดหวังกับฐานการวิจัยสถานที่แห่งนี้ไม่น้อยเลย.
ในความคิดของเผ่าโนมนั้นคิดว่าเผ่ามนุษย์คงไม่ชอบเรื่อง
ซับซ้อนเช่นนี้,ทว่าโนมหลายคนในเวลานี้เพิ่งรู้สึกว่าด้วยคำพูด
ของมนุษย์ผู้นี้ดูสนใจในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของพวกเขา
ไม่น้อย,การได้บุคคลเช่นนี้มาเป็นเจ้าเมืองนับว่าเป็นประโยชน์
ต่อโนม.
เผ่าเอลฟ์ไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่ง,ทว่าพวกเขา
กลับไม่สนใจสิ่งเหล่านี้เลย,ทว่าหากฉุ่เทียนสนับสนุนงานวิจัย
ของพวกเขาเต็มทีแล้วล่ะก็,แน่นอนว่าจะต้องได้รับการยอมรับ
จากเผ่าโนมแน่.
ฐานวิจัยสิ่งมีชีวิตใต้พิภพนั้นได้ทำการจับสิ่งมีชีวิตแห่งความ
มืดระดับต้นมาหลายสิบชนิด,ยกตัวอย่าง ดวงตาปิศาจและ
แมงมุมใต้พิภพ,รวมๆแล้วหลายร้อยตัว,ทุกๆวันจำเป็นต้องใช้
ค่าใช้จ่าย,จำนวนไม่น้อยเลย.
ฉู่เทียนสงสัยเป็นอย่างมาก.
โนมจับสิ่งมีชีวิตดังกล่าวนี้มาทำสิ่งใด?
เพื่อสกัดสารบางอย่างจากร่างพวกมันอย่างงั้นรึ? การสกัดสาร
สังเคราะห์ออกมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตนั้น,เป็นเทคนิคที่มี
ระดับสูงมากๆ,คาดว่าเหล่าโนมคงไม่สามารถทำได้.
เคอลาเคอกล่าวตอบ”ในโลกใต้พิภพนี้,มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ
มากมาย,บ่อยครั้งที่มันคุกคามสร้างปัญหาให้พวกเรา,
จุดประสงค์ที่นำมาศึกษานั้น,ก็เพื่อหาจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิต
เหล่านี้,และค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการพวกมัน.”
ฉู่เทียนจ้องมองไปยังแมงมุมใต้พิภพขนาดมหึมา,คิดใคร่ครวญ
อยู่ชั่วขณะก่อนที่จะกล่าวออกไปว่า”ท่านบอกว่าสิ่งมีชีวิต
จำพวกนี้,ยังมีอยู่อีกอย่างงั้นรึ?”
“สิ่งมีชีวิตใต้พิภพนั้นไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน,พวกมัน
มีความทนทานในการเอาชีวิตรอดได้มากกว่า,และยังกินพืช
ทุกอย่างใต้พื้นดินแห่งนี้,หรือแม้แต่กินศิลาคลิสตัลเพื่อให้มี
ชีวิตอยู่,ยกตัวอย่างดวงตาปิศาจและดวงตาอสูรและอีกหลาย
จำพวกที่กินแร่โลหะ,พวกมันสามารถเคี้ยวแร่โลหะได้โดยตง
,และยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก,ไม่ว่าจะสังหาร
ไปมากเท่าไหร่กลับมีจำนวนมากมายขยายพันธ์ออกมาไม่รู้จบ
,ข้าคาดว่าในดินแดนของพวกเราในเวลานี้อย่างน้อยที่สุดก็มี
จำนวนหลายหมื่นตัวอาศัยอยู่,นับว่าสร้างปัญหาให้กับพวกเรา
เป็นอย่างมาก.”
“มากมายขนาดนั้นเลยรึ?”ดวงตาของฉู่เทียนเป็นประกาย,”
เยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก!”
เหล่าโนมที่จ้องมองหน้ากันอย่างอักอ่วน,รักษาการเจ้าเมือง
ชื่นชมออกมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร.
การที่มีเหล่าสัตว์อสูรมากมายขนาดนี้ซ่อนอยู่เป็นเรื่องยอด
เยี่ยมอย่างงั้นรึ?
“มีแผนที่ใหม?”
“แผนที่?มีขอรับ!”
แผนที่ดังกล่าวนั้นเป็นแผนที่ของฐานวิจัยใต้ดินนั่นเอง,มี
ตำแหน่งของปราสาทต่างๆและเส้นทางรถราง,เหมืองแร่และ
พื้นที่ขุดตลอดจนเขตแดนที่สำรวจแล้ว,ส่วนดินแดนที่มี
สิ่งมีชีวิตใต้พิภพปรากฏตัวขึ้นอยู่เป็นประจำนั้น,กองกำลังของ
เผ่าโนมที่ได้เตรียมกำลังปกป้องเอาไวแล้ว,เป็นการป้องกัน
ไม่ให้พวกมันเข้ามาทำลายสถาบันวิจัยของพวกเขาและ
ป้องกันไม่ให้มันคุกคามเมืองลวีตีนั่นเอง.
โลกใต้พิภพนั้นซับซ้อนเป็นอย่างมาก,ราวกับเขาวงกตขนาด
ยักษ์ก็ไม่ปาน.
เกี่ยวกับความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างธรรมชาติของป่าแห่งนี้,
ดินแดนด้านบนนั้นจะได้รับพลังงานแห่งแสง,ส่วนดินแดนใต้
พิภพนั้นจะได้รับพลังงานแห่งความมืด,ซึ่งลึกลงมาในดินแดน
ใต้พิภพแห่งนี้เท่าไหร่,ก็จะมีพลังงานความมืดที่แข็งแกร่งมาก
ขึ้นเท่านั้น,และความลึกของดินแดนในป่าแห่งความวุ่นวาย
แห่งนี้ยังไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันลึกลงไปเท่าไหร่,แต่สิ่งที่
สามารถยืนยันได้,ยิ่งลึกลงไปเทาไหร่ก็ยิ่งมีสิ่งมีชีวิตแห่งความ
มืดที่น่าเกรงขามมากขึ้นเท่านั้น.
เผ่าโนมนั้นไม่กล้าที่จะสำรวจลึกเข้าไป,ยิ่งลึกลงไปเท่าไหร่ก็ยิ่ง
อันตรายเท่านั้น,เพียงเท่านี้พวกเขาก็หวั่นเกรงต่อเหล่าสัตว์
อสูรที่น่าพรั่นพรึงจะเข้ามาทำร้ายอย่างระมัดระวัง,ซ้ าด้วย
ความลึกเพียงเท่านี้ยังมีสัตว์ประหลาดอาศัยอยู่มากมายจน
แทบจะไม่สามารถรับมือได้แล้ว..
“ไปกัน,พวกเราไปดูดินแดนดังกล่าวกัน.”
สถานที่ฉู่เทียนกล่าวนั้นเป็นถ้ าลึกแห่งหนึ่ง.
ทางเข้าถ้ าแห่งนี้นั้นดูเหมือนปากของอสูรยักษ์ตนหนึ่ง,เป็นถ้ า
ที่มีศิลาสีแดงชาดอยู่เต็มไปหมด,และยังได้ยินเสียงคำรามของ
อสูรดังออกมาตลอด สถานที่แห่งนี้จึงถูกเรียกว่า โอษฐ์ปิศาจ.
กล่าวอีกอย่างหนึ่งจำนวนของปิศาจใต้พิภพที่เหล่าโนมพบนั้น
มีอยู่ในโอษฐ์ปิศาจเป็นจำนวนมาก,ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็น
สถานที่น่าหวาดกลัวที่สุด,ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีสิ่งมีชิวิตใด
มากอยู่ข้างในนั้น,ดังนั้นโอษฐ์ปิศาจจึงไม่อนุญาตให้เข้าไป
สำรวจนั่นเอง.
“อาวุโส!”
มีผู้คุ้มกันหลายคนทีประจำการอยู่ที่นี่,เหล่าโนมที่เห็นรถราง
มาหยุดที่สถานีโอษฐ์ปิศาจ,พวกเขาเร่งรีบวิ่งเข้าไปสอบถาม
ด้วยความอยากรู้.
“รักษาการเจ้าเมือง.”เคอลาเคอจ้องมองไปยังฉู่เทียนและ
สอบถามว่า”ท่านต้องการจะเข้าไปข้างในจริงๆรึ? แม้แต่เผ่า
โนมยังไม่ง่ายที่จะสำรวจ,พวกเราไม่กล้าเข้าไปลึกเลยแม้แต่
น้อย,ไม่สามารถใช้เพียงแค่ความกล้าหาญเพื่อเผชิญอันตราย
ข้างในนั้นได้,ข้างในนั้นมีอันตรายมากมายซ่อนอยู่,บางที…”
“ไม่เป็นไร,ข้าไม่ใช่คนโง่,หากว่าสถานการณ์ไม่ดี ข้าต้องถอย
กลับมาแน่นอน.”
“ตกลง.”
ฉู่เทียนที่ชักกระบี่ออกมาพร้อมกับเดินเข้าไป.
เตอลวอลีซือเดินตามไปไร้ซึ่งลังเล.
เคอลาเคอที่ไม่สามารถโนมน้าวฉู่เทียนได้,จึงทำได้แค่เรียกกอง
กำลังโนมมาเพื่อป้องกัน,พร้อมกับตำเหล่าจี่ซือาวุโสตามไป,ใน
เวลาเดียวกันนั้นฉู่เทียนได้เคลื่อนที่ออกไปห่างแล้ว.
เตอลวอลีซือที่สังเกตุเห็นกำแพงหิน,ขณะนางได้เดินตามไป
ก่อนที่จะกล่าวออกไปว่า”สถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายแห่งความ
มืดหนาแน่นมาก,สามารถทำให้ทุกคนรู้สึกไม่ปลอดภัยได้
เลย.”
ภายในโอษฐ์ปิศาจแห่งนี้มีเถาวัลย์และเห็ดหลากหลายพันธ์ขึ้น
เต็มไปหมด,ส่วนใหญ่แล้วจะมีสีม่วงเข็มหรือไม่ก็เป็นสีน้ าเงิน
เข้ม,ศิลารอบๆเป็นสีแดงชาด,พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยความ
มืดมิด,อุโมงค์แห่งนี้นั้นมีทางแยกออกไปมากมายหลากหลาย
ทิศทาง,ยิ่งเข้าไปลึกดูเหมือนว่าจะยิ่งเป็นโพรงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
,แต่บางแห่งก็หดลีบลงด้วยเหมือนกัน,บางแห่งก็เป็นทางลาด
ชันขึ้นไปเหมือนขึ้นภูเขา,บางแห่งก็มีลำธารที่ตัดผ่าน,และยัง
ได้ยินเสียงและพลังงานที่แปลกประหลาดออกมาเป็นระยะ,
ทุกหนทุกแห่งนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่คลุมเคลือ.
ฉู่เทียนที่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากอากาศ”มีฝูงสัตว์
อสูรกำลังมา.”
สิ้นเสียงของเขา.
คลื่นเสี่ยงที่แหวกอากาศเสียงหวีดหวิวดังกระหึ่มมาจากทุกทิศ
ทุกทาง,รูปร่างที่ใหญ่โตร่างหนึ่งพุ่งตรงมาด้วยความเร็ว,เป็น
ความเร็วที่เกินบรรยาย,แม้แต่สภาพแวดล้อมที่ดูไม่เอื้ออำนวย
ยังสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้.
หากเทียบกับดินแดนด้านบนล่ะก็,จะต้องมีพลังภูติแท้อย่างไม่
ต้องสงสัย.
เตอลวอลวีซือที่เตรียมเข้าป้องกัน,ทว่านางที่เป็นจี่ซือเทพ
สรรพสัตว์ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอัญเชิญอสูรออกมาได้ทัน
,ทว่าในเวลานั้นนางรู้สึกว่าสมองของนางที่ราวกับว่ากำลังจะ
ระเบิด,คาดไม่ถึงเลยว่าจะหน้ามืดขึ้นมาทันที,ไม่สามารถที่จะ
พยุงร่างกายอยู่ได้,ร่างที่อ่อนนุ่มของนางทรุดลงข้างๆฉู่เทียน.
ฉู่เทียนที่เข้าประครองเตอลวอลีซือเอาไว้.
ที่ด้านหน้านั้นมีร่างที่น่าเกรงขามพุ่งตรงมาเช่นกัน,ประกาย
แสงของกงเล็บที่คมกริบกวาดผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว,ราวกับ
ว่าต้องการฉีกฉู่เทียนและเตอลวอลีซือให้แหลกสลายออกเป็น
เสียงๆ.
“มารดาเถอะ,แส่หาความตาย!”
กระบี่ของฉู่เทียนที่เปล่งแสงโชติช่วงก่อนที่จะปรากฏเพลิงสี
น้ าเงินเข้มหลั่งไหลออกมา,พร้อมกับปราณกระบี่ขนาดใหญ่พุ่ง
ออกไปพร้อมๆกัน,สัตว์อสูรดังกล่าวร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวดทรมาน,ขยับปีกอย่างรวดเร็วเตรียมที่จะหนี,อย่างไรก็
ตามแม้ว่าปราณกระบี่จะยังไม่ทรงพลังพอที่จะผ่ามันออกเป็น
สองท่อน,ทว่าเพลิงอเวจีกลับน่าหวาดกลัวและน่าเกรงขาม
เป็นอย่างมาก,ไม่มีเวลาให้มันได้ถอยหนีแม้แต่น้อย,ทั่วทั้งร่าง
ปรากฏเพลิงสีขาวน้ าเงินลุกพรึบขึ้นทันที,เสียงร้องเจ็บปวด
โหยหวนก่อนที่จะกลายเป็นกลุ่มของเถ้าถ่านไป.
เหล่าโนมต่างเต็มไปด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก.
กระบี่ของฉู่เทียนนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!
นี่ไม่ใช่พลังโจมตีขอบเขตผู้เชี่ยวชาญปลุกดวงจิตแล้ว,บางที
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนภูติแท้ยังยากที่จะป้องกันได้โดยง่าย
,มนุษย์ผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ.
“พวกท่านโปรดระวังตัวด้วย!”เคอลาเคอที่กลับมามีสติ
หลังจากที่รู้สึกงุนงงก่อนหน้านี้,พร้อมกับเร่งรีบตะโกน
ออกมา”นั่นคือค้างคาวอสูร,พวกมันสามารถโจมตีจิตวิญญาณ
ได้,เป็นศัตรูที่ยากจะต้านทานได้.!”
ความจริงแล้วพลังจิตวิญญาณนั้นมีผลกับเขาน้อยมากๆ,ทว่า
การจู่โจมทางจิตวิญญาณนั้น,ก็ใช่ว่าคนปรกติทั่วไปจะรับมือได้
ง่ายดายนัก,และด้วยความเร็วที่เข้าจู่โจมในทันที,เป็นการ
โจมตีที่น่าประทับใจไม่น้อย,มีความเร็วเทียบเท่ากับวานร
วิญญาณก่อนหน้าที่เข้าได้เจอมา,ทว่าอสูรเหล่านี้สามารถบิน
ได้,แม้มีรูปร่างที่ใหญ่โตมาก,แต่ละตัวอย่างน้อยคงจะมีน้ าหนัก
ถึง 200 กิโลกรัมทีเดียว.
การจู่โจมด้วยพลังจิตวิญญาณมีผลต่อผู้เชี่ยวชาญเขตแดนภูมิ
แท้อย่างงั้นรึ?
นี่เป็นสัตว์อสูรที่ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง,ฉู่เทียนที่สังเกตเห็น
การโจมตีของค้างคาวอสูรด้วยพลังจิตวิญญาณนั้น,ได้รวมเข้า
กับคลื่นแสงเหนือผสมเข้ามาด้วย ทำให้ได้พลังที่ไม่ธรรมดา,
หากว่ามีสัตว์อสูรเช่นนี้ในสนามรบล่ะก็,นับว่าจะได้เปรียบใน
การต่อสู้เป็นอย่างมาก!
แน่นอนว่าไม่ได้พูดเกินจริงเลย.
เตอลวอลีซือที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนภูติแท้,ไม่เพียงนางได้
เตรียมตัวเข้าต่อกร,แต่เพียงพริบตาเดียวนางถึงกับหมดสติ
และไร้ซึ่งพลังที่จะต่อต้าน,เช่นนั้นหากเป็นผู้เชี่ยวชาญปลุก
ดวงจิตยังจะสามารถต้านพวกมันได้อย่างงั้นรึ?
เยี่ยม,ยอดเยี่ยมมาก,หากว่าสามารถฝึกอสูรเหล่านี้ได้แล้วล่ะ
ก็,และให้เมืองลวีตีใช้,เมืองลวีตีในเวลานั้นก็ไม่จำเป็นต้อง
หวาดกลัวผู้รุกราน?อสูรค้างคาวนั้น,นับเป็นสัตว์ขี่ที่ใช้ในการ
ลอบโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ,ไม่เพียงแต่มีพลังที่น่าเกรง
ขาม,ทว่าสติปัญญาของมันเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ฉลาดนัก,บางที
คงเทียบได้กับเด็กมนุษย์อายุ 6-7 ปีเท่านั้น,หากนำมาฝึกจน
เชื่องแล้ว,แน่นอนว่ามันจะสามารถเข้าใจและรับคำสั่งได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ.
ฉู่เทียนที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ก็ด้วยจุดประสงค์ดังกล่าว
นั่นเอง.
ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยว่าฉู่เทียนมีหลายวิธีในการฝึกฝนพวกมัน,
ตอนนี้เขายังมีจิ้งจอกน้อยและเหล่าจี่ซือลัทธิเทพสรรพสัตว์,ไม่
จำเป็นต้องปวดหัวกับพวกมัน เพียงแค่นำพวกมันมาฝึก
นั่นเอง!
นี่ไม่ใช่ปัญหา.
แต่มันคือความมั่งคั่งต่างหาก!
อสูรเหล่านี้แข็งแกร่งมากแม้แต่จี่ซือของลัทธิลวีตียังยากที่จะ
ต้านคลื่นพลังจิตวิญญาณของพวกมันได้,เคอลาเคอที่พยายาม
กวัดแกว่งไม้เท้าตัวเองไปมา,ทำให้เถาวัลย์ขยายออกไป,เพื่อ
กีดขวางยับยั้งความเร็วของค้างคาวอสูรพร้อมดักจับพวกมัน,
เหล่าค้างเคาวอสูรเหล่านี้เพียงแค่ถูกจับก็ร้องโหยหวน
เจ็บปวดทรมาน,ก่อนที่ร่างกายของมันจะอาบไปด้วยของเหลว
บางอย่าง,ท้ายที่สุดก็กลายเป็นศพตากแห้งตายไป ติดอยู่บน
ผนังถ้ า.
อย่างไรก็ตามจำนวนคนที่สังหารค้างคาวอสูรก็ยังไม่มากพอ
กับจำนวนที่มีมากมายของพวกมัน.
ทันใดนั้นที่ผนังหินด้านซ้าย,ปรากฏลำแสงพลังหลายเส้นที่ยิง
ผ่านมายังทุกคน.
จี่ซือลวีตีผู้หนึ่งที่ใช้ยันต์เวทย์สร้างเกราะโล่แสงขึ้นมาป้องกัน
ในทันที,ลำแสงดังกล่าวกระแทกยังโล่แสงก่อนที่จะแตก
ออกเป็นเสี่ยงๆ,ไม่สามารถที่ป้องกันพลังลำแสงดังกล่าวๆได้
ง่าย.
เตอลวอลีซือที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา.
เกิดสิ่งใดขึ้น?
เตอลวอลีซือที่พบว่าภายในถ้ าแห่งนี้เต็มไปด้วยร่างสีดำทมิฬ
อยู่ทุกทิศทุกทาง,ก่อนที่จะปรากฏดวงไฟเกิดขึ้นมาๆพร้อมกัน
อย่างไม่คาดคิด,ลำแสงดังกล่าวแม้จะอ่อนแอหากแต่เมื่อ
รวมกันหลายๆลำแสง,ท้ายที่สุดก็ให้แสงที่เจิดจ้า,สว่างวาบ,จน
ทำให้ทุกคนแทบจะไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้.
“ดวงตาปิศาจ,สารเลวมีดวงตาปิศาจมากมาย!”
ดวงตาปิศาจนั้นมีความสามารถมองเห็นได้ในความมืด,สายตา
ของมันเองก็แหลมคมแทบไม่ต่างจากเหยี่ยวเวหา,และ
ความสามารถของดวงตายังสามารสร้างภาพลวงตาและปกปิด
ตัวตนเอาไว้ได้ด้วย,ตลอดจนสามารถปล่อยลำแสงกำมันตรังสี,
สามารถตรวจจับแยกแยะสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตได้อย่างชัดเจน
,ดวงตาปิศาจนั้นปากของพวกมันไม่สามารถส่งเสียงออกมา
ได้,แต่พวกมันสามารถทีจะติดต่อกันด้วยพลังจิต,แม้ว่า
สติปัญญาของมันจะไม่สูงนัก,ทว่าก็นับว่ามีสัญชาตญาณที่ยอด
เยี่ยม.
มีดวงตาปิศาจมากมายที่โจมตีออกมาพร้อมกัน.
ด้วยลำแสงเหล่านี้เพียงพอที่จะสังหารผู้เชี่ยวชาญภูติแท้ระดับ
1 -2 ได้อย่างสบายๆ.
เคอลาเคอที่ยกไม้เท้ายาวขึ้นสูง,ประกายแสงสีมรกตถูกกาง
กลายเป็นกำแพงป้องกัน,ลำแสงของเหล่าดวงตาปิศาจที่
กระแทกมายังลำแสง,ถูกดูดซับเอาไว้อย่างไม่คาดคิด,
กลายเป็นเหมือนกับหยุดน้ าที่หยดลงผืนน้ า.ระเพื่อมไปมาเป็น
จุดๆ.
“เทพแห่งพงไพร,โปรดประทาพลังของท่านมาด้วยเถิด!”
เคอลาเคอที่ปลดปล่อยลำแสงสีเขียวมรกตส่องสว่างไปทั่ว.
วินาทีต่อมา.
ร่างของเคอลาเคอก็สลายหายไป.
ไม่สามารถมองเห็นร่างของเขาได้,ตอนนี้มันได้กลายเป็นใบไม้
ขนาดใหญ่สีเขียวมากมายอย่างไม่คาดคิด,ใบไม้สีเขียวที่
สามารถสะบัดร่อนไปมาราวกับผีเสื้อ,มันได้กระจายไปทุกทิศ
ทุกทาง,แผ่ออกเป็นคลื่นเข้าจับทุกสิ่งทุกอย่าง,เพียงเวลา
พริบตาเดียวก็ได้พุ่งออกทุกทิศทุกทางกลายร่างเป็นมีดเทวะที่
คมกริบ,ก่อนที่จะฟันไปยังค้างค้าวอสูร,เหล่าดวงตาปิศาจ
เหล่านั้นระเบิดออกมาเพียงแค่การตัดแค่ครั้งเดียว,สัตว์อสูร
มากมายที่ร่วงหล่นตายไปเป็นใบไม้ร่วง,ร่างกายของมันถูกสับ
ออกเป็นชิ้นๆ.
เตอลวอลีซือถึงกับอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ”ความ
แข็งแกร่งของเคอลาเคอนั้นไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าหม่าเออ
ซือซาแมนเลย!”
ใบไม้มากมายเวลานี้ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งก่อนที่จะฟื้น
คืนผสานกัน กลายเป็นร่างของเคอลาเคออีกครั้ง.
แต่ถึงกระนั้น,พื้นที่รอบๆเหล่าสัตว์อสูรได้หายไปหมดแล้ว
,พวกมันถูกสับกลายเป็นเสี่ยงๆ,ไม่ต่างจากเนื้อบดแม้แต่น้อย.
ฉู่เทียนที่กำลังคิดใคร่ครวญเรื่องดังกล่าว,ที่จึงเขาสัมผัสได้ถึง
พลังงานที่ผันผวน,ร่างของดวงตาปิศาจที่ถูกฟันขาดครึ่งนั้นได้
ค่อยๆกลับมารวมกันอีกครั้ง,ท้ายที่สุดก็ยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง,
ก่อนที่มันจะสะบัดหัวของมันไปมา,ราวกับว่ามันไม่เข้าใจว่า
เกิดสิ่งใดเกิดขึ้น,ในเวลานั้นมันได้เห็นเหล่าพวกพร้องของมันที่
กำลังคืบคลานกระเสือกกระสนไปมา,ทันใดนั้นดวงตาของมัน
ก็ปลดปล่อยแสงสีนำเงินเรืองแสงออกไปช้าๆ.
พรืดดด!
ลำแสงดวงดาราส่องประกายระยิบระยับพุ่งลงไปยังพรรคพวก
ของมันที่กำลังจะตาย,ท้ายที่สุดก็เกิดเรื่องที่ไม่อยากเชื่อ
เกิดขึ้น,ร่างกายของพวกมันที่ถูกสับเป็นเสี่ยงๆนั้น,เวลานี้กลับ
ฟื้นคืนมาในทันที,และกำลังยืนขึ้นสะบัดร่างไปมา.
เคอลาเคอถึงกับขมวดคิ้วแน่น,เขาเตรียมที่จะโจมตีไปยัง
ดวงตาปิศาจที่แปลกประหลาดอีกครั้ง.
“ช้าก่อน,ข้าต้องการจะเห็นอะไรบางอย่าง.”พลังงานของ
ดวงตาปิศาจนั้นขึ้นอยู่กับอาหารที่พวกมันกิน,หากว่าดวงตา
ปิศาจตนใหนกินศิลาคลิสตัลธาตุไฟ,ก็จะปล่อยลำแสงธาตุไฟ
ออกมา,หากว่ามันกินศิลาคลิสตัลธาตุสายฟ้า,ลำแสงโจมตีของ
มันก็จะเป็นธาตุที่มันกินเข้าไป,นั่นก็อธิบายได้ว่าพื้นที่รอบๆ
แห่งนี้มีทรัพยากรแร่ดังกล่าวมากมาย,พวกเราสามารถที่จะ
เก็บเกี่ยวมันได้,หากพบสถานที่ดังกล่าว,บางทีนี้จะเป็น
ประโยชน์กับพวกเราได้.”
ฉู่เทียนนึกขึ้นมาได้ในทันที.
ดวงตาปิศาจตัวก่อนหน้านี้มันได้ปลดปล่อยลำแสงที่เขา
คุ้นเคยเป็นอย่างมาก,เป็นพลังของดวงดาราที่มีพลังในการ
ฟื้นฟู,ดังนั้นมันจึงสามารถรักษาพรรค์พวกที่บาดเจ็บของมัน
ได้,เหล่าดวงตาปิศาจเหล่านี้ส่วนมากแล้วจะกินแร่ที่พิเศษ
มากๆ,ทว่าแร่เหล่านั้นดูเหมือนว่าจะช่วยฉู่เทียนได้เป็นอย่าง
มาก,การตัดสินใจของฉู่เทียนเข้ามายังสถานที่แห่งนี้,ไม่คาดคิด
เลยว่าจะได้ผลกำไรที่ไม่คาดฝันเช่นนี้.
ที่มาจากhttps://lnmtl.com/novel/miracle-throne