Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 1 : เรื่องราวที่ฝันถึง
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 1 : เรื่องราวที่ฝันถึง
เซียวฉิงเฟิ่งถูกหลินซีอินหญิงสาวผู้แสนโง่งมในหมู่บ้าน
กระโดดเข้ากอดล้มทับเพื่อสร้างสถานการณ์ให้รับผิดชอบ
กลางลานหมู่บ้านที่มีชาวบ้านอยู่มากมาย ทำให้เป็นเรื่อง
อื้อฉาวเสียหายจนต้องแต่งเธอเป็นภรรยา ตัวหลินซีอินเองก็
ชื่นชอบในความหล่อเหลาคมคายของเซียวฉิงเฟิ่งอยู่แล้ว
ประกอบกับขี้เกียจทำงานหนักในแปลงนาและอาหารที่มีใน
บ้านก็กินไม่ค่อยอิ่มเพราะมีคนอยู่เยอะ จึงคิดว่าถ้าได้แต่งงาน
กับเซียวฉิงเฟิ่งที่เป็นนายทหารไปแล้วตนเองจะสบายขึ้น มีเงิน
ทองจากสามีทหารให้ใช้อย่างสบาย ๆ
มันก็คงเป็นเช่นเธอหวังหากสามีที่เธอไปกระโดดทับเอา
มาได้จะไม่บาดเจ็บสาหัสจนต้องออกจากการเป็นทหาร
เสียก่อน เมื่อเป็นเช่นนั้นหลินซีอินจึงเริ่มแสดงนิสัยและตัวตน
ร้าย ๆ ออกมา ทั้งเสียงดังขี้โวยวาย ทั้งขี้เกียจตัวเป็นขน ทั้ง
เห็นแก่กินจนตัวอวบอ้วนกว่าทุกคนในบ้านเลยก็ว่าได้ ทั้งโมโห
ร้ายชอบดุด่าเสียงดังใส่ลูกชายฝาแฝดทั้งสองเพื่อระบายความ
โกรธอยู่เป็นประจำ แถมยังโง่งมอีกต่างหากเธอมักขู่สามีอยู่
เสมอว่าถ้าไม่ไปทำงานแลกแต้มมาให้ได้เยอะๆ หรือไม่หาของ
กินดีๆ มาให้เธอ เธอจะทุบตีลูกชายฝาแฝดแรง ๆ ทุกวัน ๆ
แต่ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นเธอก็ได้แต่ขู่เท่านั้นยังไม่เคยลงมือจริง
ๆ สักครั้ง
ซีอินเป็นที่รังเกียจของคนในครอบครัวสามีอย่างยิ่งไม่ใช่
เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่อวบอ้วนสกปรกเท่านั้น แต่หลัก ๆ
เป็นเพราะนิสัยเสีย ๆ ของเธอต่างหากที่ทำให้ถูกรังเกลียดเป็น
อย่างยิ่ง อีกทั้งชาวบ้านยังมองเธอด้วยสายตาขยะแขยง แต่
หลินซีอินเป็นประเภทหน้าหนาใครด่าว่านินทาก็ไม่รู้สึกสะทก
สะท้านอะไร จึงเชิดหน้าเชิดพุงอวบ ๆ เดินไปเดินมาใน
หมู่บ้านได้ทุกวัน
ส่วนเซียวฉิงเฟิ่งที่กลัวว่าลูก ๆ จะถูกภรรยาทารุณทุบตี
จริง ๆ จึงต้องกัดฟันทนไปทำงานทั้งที่บาดแผลที่ได้รับตอนทำ
ภารกิจของค่ายทหารยังไม่หายดีและเรื้อรังขึ้นจนทำให้สุขภาพ
ย่ำแย่ อีกทั้งไม่ได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองดี ๆ เพราะ
เงินชดเชยที่ได้มาหลังจากลาออกนั้นถูกหลินซีอินค้นเจอแล้ว
ยึดไว้คนเดียวจนหมด เพียงไม่นานเขาก็เสียชีวิตลงในหน้า
หนาวที่มีหิมะตกจนหนาที่เนินเขาท้ายหมู่บ้านเพราะหลินซีอิน
ไล่ให้เขาออกมาหาฟืนเพิ่มนั้นเอง
หลังจากที่เซียวฉิงเฟิ่งตายไป หลินซีอินก็หอบเงินของ
สามีที่เก็บไว้ทั้งหมดหนีไปอยู่ในเมืองคนเดียว ทิ้งลูกชายฝา
แฝดวัย4 ขวบไว้ให้พ่อแม่สามีเลี้ยง เธอคิดง่าย ๆ ว่าถึงยังไง
เด็กชายฝาแฝดก็เป็นหลานชายแท้ ๆ ยังไงพ่อแม่สามีก็ต้อง
เอาเด็กสองคนนั้นมาดูแลอยู่แล้ว
หลังจากนั้นเด็กชายฝาแฝดทั้งสองก็ถูกปู่กับย่านำไป
เลี้ยงดูจริง แต่ก็เป็นแบบตามมีตามเกิดไม่ได้รับความใส่ใจอะไร
มากมายนัก เพราะฐานะของบ้านเซียวก็ไม่ใช่ว่าจะดี อีกทั้งปู่
กับย่าก็โกรธเกลียดแม่ของเด็ก ๆ มาก เพราะเป็นสาเหตุที่ทำ
ให้ลูกชายคนเล็กอย่างเซียวฉิงเฟิ่งต้องตายจึงพลอยทำให้ไม่ใส่
ใจเด็กแฝดทั้งสองเท่าที่ควร
เมื่อเติบโตขึ้นอย่างยากลำบากเพราะต้องทำงานในบ้าน
และในทุ่งนาอดมื้อกินมื้อ เรียนก็น้อยเมื่อเติบโตขึ้นแฝดคนพี่
ไปอยู่แก๊งอันธพาลในเมืองได้เป็นหัวหน้าคอยเก็บเงินค่า
คุ้มครองและเป็นนักเลงคุมบ่อนพนัน ตายอย่างอนาถเพราะ
ถูกทหารยิงตายตอนเข้าจับกุม
แฝดคนน้องเป็นนักฆ่าทำงานลอบฆ่าคนมากมาย แต่
เพราะเก่งเกินไปรู้ความลับมากเกินไป องค์กรจึงเริ่ม
หวาดระแวงสุดท้ายก็ถูกสั่งเก็บอย่างโหดเหี้ยม
ส่วนหลินซีอินหลังสามีตายก็ทิ้งลูก ๆ แล้วหนีมาใช้ชีวิต
เสวยสุขในเมืองด้วยเงินชดเชยของสามี จนได้มารู้จักกับคู่รัก
ชายหญิงที่เป็นยุวปัญญาชนจอมหลอกลวงคู่หนึ่งเข้า คู่รักคู่นี้
เข้ามาทำความสนิทสนมและหลอกเธอว่ากำลังหาลู่ทางให้ได้
กลับไปอยู่เมืองหลวงและอยากจะพาเธอไปด้วยกันเพราะว่า
รู้สึกถูกชะตานับถือเธอเหมือนเป็นพี่สาว
หลินซีอินที่แสนโง่งมหลงเชื่อสนิทใจด้วยภาพลักษณ์
ของคนทั้งคู่ดูอ่อนน้อมเป็นปัญญาชนมีการศึกษาและเป็นคนดี
จึงวาดฝันถึงชีวิตหรูหราสุขสบายในเมืองใหญ่จึงทุ่มเท
ช่วยเหลือทุกอย่าง อีกทั้งเธอยังออกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้คนทั้งคู่อีกด้วย แต่เมื่อสอบติดคู่รัก
คู่นี้ที่เรียกเธอว่าพี่สาว ๆ อยู่เสมอก็ทิ้งเธอไว้แล้วหนีหายไปกัน
ทั้งคู่ไม่กลับมาอีกเลย
สุดท้ายเมื่อถูกหรอกเอาเงินไปจนหมดเธอแทบเสียสติ
ก่อนจะมาสำนึกเสียใจได้ทีหลังว่าเป็นผลจากการที่เธอทำไม่ดี
กับสามีและทิ้งลูก ๆ ไว้ลำพังจึงได้รับผลเช่นนี้ จึงคิดจะกลับไป
หาลูก ๆ ทั้งสองคนของตนเองอีกครั้ง แต่ก็สายไปแล้วที่มา
สำนึกได้ภายหลัง
วันที่คิดจะเดินทางกลับบ้านที่ชนบทนั้นกลับต้องมา
นอนตายอยู่ในตรอกซอกซอยที่เหม็นอับเพราะถูกโจรปล้น
เธอยื้อแย่งไม่ยอมให้เงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของตนเองไป จึง
ถูกพวกมันที่เป็นชายฉกรรจ์ลงมือทุบตีและทำร้ายอย่างรุนแรง
จนซี่โครงหัก และโดนเหวี่ยงร่างจนหัวไปกระแทกกับผนัง
อย่างแรงเลือดที่หัวไหลออกมาเยอะมากและไม่มีใครเห็นจึง
เสียชีวิตลงในที่สุด……
และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดที่ซีอินฝันเห็น ร่างบางผวาลุก
ขึ้นนั่งบนเตียงหนานุ่มในคอนโดหรูของตนเอง หางตายังมีหยด
น้ำตาไหลรินออกมาเป็นสาย มีความรู้สึกมากมายท่วมท้น
เกิดขึ้น ทั้งเศร้า ทั้งอึดอัด ทั้งโกรธในการกระทำของหลินซีอิน
ในฝันจนแทบอยากจะฆ่าผู้หญิงสารเลวคนนี้ให้ตายให้สาสม
กับความโง่งมนัก…
ได้แต่คิดไปว่าทำไมถึงฝันเหมือนจริงขนาดนี้ แล้วก็ได้
แต่สงสัยว่าทำไมเธอถึงต้องมีความรู้สึกร่วมในเหตุการณ์ต่าง ๆ
มากมายขนาดนี้ด้วย ตอนเช้าเธอจึงตัดสินใจไปทำบุญไหว้พระ
ที่ศาลเจ้าเพื่อให้จิตใจสงบขึ้นบ้าง เมื่อไปไหว้พระแล้วเธอก็นำ
ด้ายมงคลมาผูกที่ข้อมือของตนเองเพื่อเป็นสิริมงคลและให้พบ
เจอแต่ความโชคดีอีกด้วย
ซีอินอายุได้35 ปีแล้วแต่เพราะดูแลตัวเองดีออกกำลัง
กายสม่ำเสมอจึงทำให้เธอดูเด็กกว่าอายุจริงของเธอมาก แม่
ของซีอินเป็นคนไทยแท้ ๆ ส่วนพ่อของเธอเป็นคนจีน ซีอินจึง
เป็นลูกครึ่งไทยจีน แต่ตอนนี้เธออยู่ตัวคนเดียวเพราะพ่อกับ
แม่เธอเสียไปตั้งแต่เธอพึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยอุบัติเหตุ
และไม่มีญาติพี่น้องที่สนิทที่ไหนอีก
เธอเก่งเรื่องภาษาต่างประเทศเลยรับงานแปลเอกสาร
และหนังสือต่าง ๆ นับว่าเงินดีทีเดียว อีกทั้งยังมีงานอดิเรกคือ
การทำอาหารและขนมชนิดต่างๆ ทั้งไทยและจีนอีกด้วย
นับว่าฝีมือปลายจวักของเธออร่อยล้ำเลยทีเดียว
ซีอินเริ่มฝันเห็นเรื่องราวของหลินซีอินเมื่อปีที่แล้วจน
เธอรู้สึกว่านั้นอาจเป็นเรื่องราวของเธอในชาติก่อนหรือเปล่า
เพราะชื่อเหมือนกัน หน้าตาก็เหมือนกันเพียงแต่หลินซีอินใน
ฝันตัวอวบอ้วนแม้ไม่อ้วนมากแต่ก็ถือว่ามีเนื้อมีหนังมากกว่า
ทุกคนในบ้านแล้ว แต่หลินซีอินในฝันนั้นไม่ชอบดูแลตัวเอง
เสื้อผ้าผมเผ้ากระเซอะกระเซิงดูน่าเกลียดและสกปรก เธอ
คิดถึงหลินซีอินในฝันก็ได้แต่ขนลุก…บึ้ยย คนอะไรไม่ชอบ
อาบน้ำ
คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ หากเป็นเรื่องในอดีตชาติของ
เธอจริง ๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกแย่มาก ๆ เพราะไม่คิดว่าตัวเองในชาติ
ก่อนจะทั้งโง่งม คิดน้อยทั้งที่เรียบจบมัธยมต้นแล้ว และนิสัย
ยังน่ารังเกียจน่าขยะแขยงเห็นแก่ตัวได้ถึงขนาดนั้นอีก..
เวลา22.00น. ร่างบางของซีอินยังคงนั่งปั่นงาน
แปลภาษาอยู่บนโต๊ะทำงานไม่หยุด ตาจับจ้องหน้าจอโน๊ตบุ๊ค
ไปด้วยและบางครั้งก็ใช้ช้อนตักโยเกิร์ตรสโปรดใส่ปากไปด้วย
ทำงานไปเรื่อย ๆ จนเมื่องานเสร็จเรียบร้อยก็เข้าห้องน้ำ
แปรงฟันและทาครีมบำรุงผิวหน้าจนเรียบร้อยจึงเข้านอน
ตามปกติ ในคืนนั้นเธอฝันเห็นคุณตาที่สวมชุดถงจวงคอเสื้อตั้ง
เป็นคอจีนสีขาวและกางเกงสีเดียวกันทั้งชุดในมือถือพัดสีแดง
โบกสะบัดพัดไปมาเบาๆ
“ซีอิน ได้เจอกันเสียทีนะ” เสียงใจดีเอ่ยทักทายเธอ
ขึ้นมา
“รู้จักหนูหรือคะ”
“รู้จักสิ ข้ารู้จักมนุษย์ทุกคนนั้นล่ะ ที่ข้ามาเพื่อบอกให้รู้
ว่าเวลาในมิตินี้ของเจ้าใกล้จะสิ้นสุดแล้ว และข้ามาเสนอ
ทางเลือกให้เจ้าตัดสินใจ” เสียงชราเอ่ยเนิบช้ากล่าวพร้อม
รอยยิ้มอย่างใจดี
“ทางเลือกแบบไหนบ้างคะ” เธอเอ่ยถามอย่างสงบ
เรื่องเกิดแก่เจ็บตายยังไงก็ต้องเกิดกับตัวเองในสักวันอยู่แล้ว
เธอจึงพยายามตั้งสติสงบใจแล้วถามออกไป
“อืม เพราะทำผิดในชาติก่อน ชาตินี้จึงต้องเดียวดายไร้
ญาติขาดมิตรไร้คนเคียงคู่แม้แต่ญาติก็ยังไม่มีเหลือสักคน
อยากกลับไปแก้ไขหรือไม่เล่า หรือไม่เช่นนั้นเจ้าจะได้ไปเกิด
ใหม่อีกชาติภพหนึ่งไปเป็นเด็กทารกที่ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับ
เรื่องราวในอดีตชาติอีก”
“คุณตาพูดแบบนี้งั้นแสดงว่าที่หนูฝันเห็นเรื่องของหลิน
ซีอินนั้นคือตัวหนูในชาติก่อนจริงๆ สินะคะ” ถามออกมาอย่าง
ตกใจ เธอก็พอจะเดาได้แต่ก็ยังแอบหวังว่าจะไม่ใช่เธอรับหลิน
ซีอินที่แสนเลวร้ายและรักความสกปรกประหนึ่งเป็นเพื่อน
สนิทคนนั้นไม่ได้จริงๆ
“เจ้าเข้าใจถูกแล้วล่ะนะ ว่าอย่างไรอยากกลับไป
หรือไม่”
“ถ้าสามารถกลับไปได้จริง ๆ หนูยินดีที่จะกลับไปแก้ไข
ทุก ๆ อย่างค่ะ” เธอคิดไปถึงลูกแฝดเจ้าหัวผักกาดตัวน้อย ๆ
นั้น ไหนจะยังมีสามีที่น่าสงสารของเธอคนนั้นอีกเล่า
“ได้ถือว่าเจ้าเลือกแล้วนะ เมื่อเจ้าเลือกแล้วจะไม่
สามารถเปลี่ยนใจได้อีก เช่นนั้นก็เตรียมตัวเถิดอีกเจ็ดวันข้าจะ
มารับดวงจิตของเจ้า ด้ายมงคลสีแดงเส้นนั้นที่เจ้าสวมเป็นของ
วิเศษมีพื้นที่เก็บของได้ซึ่งมันจะตามติดตัวเจ้าไปด้วย ด้ายเส้น
นี้มันจะไม่มีวันขาด เก็บของที่เจ้าต้องการนำติดตัวไปด้วย
ตามที่เจ้าต้องการเถิดนะ”
“ขอบคุณคุณตาที่บอกค่ะ” ซีอินโค้งคำนับขอบคุณ เธอ
แปลหนังสือวรรณกรรมนิยายหลากหลายเชื้อชาติมาก่อน
โดยเฉพาะนิยายจีนและแนวแฟนตาซีต่าง ๆ ย่อมรับรู้ถึงสิ่งที่
คุณตาต้องการจะบอกเธอ
เมื่อถึงตอนเช้าเธอตื่นขึ้นมารีบอาบน้ำล้างหน้าล้างตา
เรียบร้อยแล้วมานั่งลิสต์รายการของที่ต้องเตรียม เธอมีเวลา
เพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้นเองดังนั้นต้องจัดการทุกอย่างให้
เรียบร้อย….