Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 41 : เริ่มขยับขยาย
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 41 : เริ่มขยับขยาย
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเดินทางไปเจิ้งโจวกันสองคน
ฉิงเฟิ่งจึงกลับบ้านไปที่หมู่บ้านเดิมเพื่อตามให้น้องสี่เซียวฉิงทู่
มาเฝ้าร้านให้ก่อนและจะได้ดูแลเด็ก ๆ ด้วย
“ผมดูแลให้ได้ครับพี่สามไม่ต้องห่วง งั้นเดี๋ยวผมขอ
ออกไปข้างนอกสักเดี๋ยวแล้วจะรีบกลับมาเก็บของไปกับพี่สาม
เลยนะครับ” พูดจบก็รีบวิ่งอย่างรวดเร็วออกจากบ้านไปทันที
ฉิงเฟิ่งได้แต่มองตามร่างสูงโปร่งที่ไม่ต่างจากตนเองของ
น้องชายไปอย่างงง ๆ ว่าจะรีบร้อนไปไหน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายไม่ต้องแปลกใจไปหรอกเจ้าสาม ตอนนี้
เจ้าสี่คงวิ่งไปบอกคนที่คบหาว่าจะไปอยู่ในเมืองอำเภอสัก
พักน่ะ” เป็นพี่รองที่เอ่ยขึ้นมาให้ฟัง
“เจ้าสี่มีคนที่คบหาแล้วหรือครับ” ฉิงเฟิ่งเอ่ยถามขึ้น
อย่างแปลกใจ
“ใช่แล้ว ก็ยุวปัญญาชนเหอหลันซือที่เข้ามาทำงาน
ตำแหน่งแทนน้องสะใภ้สามนั่นแหละ”
“อ้อครับ” ฉิงเฟิ่งไม่ได้พูดอะไรเพียงพยักหน้ารับรู้
เท่านั้น
“แล้วเรื่องให้อาหารไก่กับดูแลแปลงผักของนายก็ไม่
ต้องห่วง เดี๋ยวฉันไปดูให้เองนะ” เซียวฉิงไห่เอ่ยขึ้น เขาไม่มี
ปัญหาอยู่แล้วแค่ไปดูผักให้น้องชายเพราะยังไงเขาก็ต้องไปดู
สวนผักของตัวเองอยู่แล้วทุกวัน
“ได้ครับ แล้วพี่รองปลูกผักทำสวนเป็นยังไงบ้างครับ
ทำไหวไหม”
“ไหวอยู่แล้วไม่ลำบากเลย พ่อก็มาช่วยทำด้วยตอนเจ้า
สี่อยู่ก็ไปช่วยด้วยเหมือนกัน ก็ค่อย ๆ ทำไป”
“ถ้าไม่ไหวพี่ก็หาจ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยทำก็ได้นะ
ครับ”
“เอาไว้ให้ทำได้ดีจนเก็บผลผลิตไม่หวาดไม่ไหวก่อนค่อย
หาจ้างคนมาช่วย ตอนนี้ต้องรัดเข็มขัดกันไปก่อน”
“อย่างนั้นก็ได้ครับ อ้อจริงสินี้เป็นสูตรการทำปุ๋ยแบบ
น้ำไว้ใช้รดผักผลไม้เพื่อป้องกันแมลงและทำให้พืชผักโตได้ดี
ครับ ซีอินฝากให้ผมเอามาให้พี่รองด้วย” ฉิงเฟิ่งนึกขึ้นมาได้ก็
ยื่นกระดาษที่จดสูตรปุ๋ยที่ภรรยาฝากมาให้พี่ชายคนรองทันที
“ดีจริง ๆ ฝากขอบคุณน้องสะใภ้สามด้วยนะ พี่จะลอง
ทำตามนี้ดู” เซียวฉิงไห่ก้มลงอ่านวิธีทำปุ๋ยน้ำแบบธรรมชาติที่
ได้มาอย่างรู้สึกขอบคุณจริง ๆ
“ครับผมจะบอกซีอินให้”
จากนั้นวันต่อมาซีอินและฉิงเฟิ่งก็เตรียมตัวที่จะออก
เดินทางไปเจิ้งโจวกัน
“ตูตูขอไปด้วยไม่ได้หยอคับ” เสียงเอ่ยถามอย่างหงอย
ๆ พร้อมเงยหน้ากลม ๆ มามองเพื่ออ้อนขอตามไปด้วย
ท่าทางแบบนั้นทำเอาซีอินเกือบใจอ่อนแล้วเชียว แต่เพราะ
การไปครั้งนี้ต้องไปทำธุระ ต้องหาอาคารหลายที่ ไม่เหมาะจะ
พาลูก ๆ ไปด้วย และคิดว่าจะรีบไปรีบกลับไม่ได้อยู่นาน
“ไคไคก็หยักไป แต่ก็ต้องไปโรงเรียนด้วย” ไคไคเองก็
อยากไป แต่เขาก็ห่วงว่าต้องไปโรงเรียนด้วยเหมือนกัน
“ไว้คราวนี้ให้แม่กับพ่อไปทำธุระก่อน คราวหน้าแม่
สัญญาว่าจะพาตูตูกับไคไคไปด้วยนะ พ่อกับแม่ไม่อยู่ตูตูกับไค
ไคต้องช่วยพี่ ๆ รดน้ำผักกับโรยข้าวเปลือกให้ไก่ด้วยนะ แล้วก็
อย่าซนกับอาสี่มากนักเข้าใจไหม” ซีอินนั่งย่อกายลงเพื่อ
พูดคุยกับเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสอง
“เข้าใจแย้วคับ งั้น งั้นแม่ต้องซื้อของจินอร่อย ๆ มา
ฝากตูตูด้วยนะ” เด็กชอบกินยังไม่วายเอ่ยขอข้อฝาก
“จ้า ๆ ห่วงแต่ของกินนะเจ้าลูกหมู อยู่กับอาสี่กับพี่เห
วินเหวินพี่เชาเชาสักสองสามวัน เดี๋ยวแม่กับพ่อจะรีบกลับมา”
“คับ/คับ”
“เจ้าสี่พี่ไม่ได้เอารถมอเตอร์ไซค์ไปนายเอาไว้ใช้ดูแลเด็ก
ๆ ให้ดี ส่วนพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่อยู่ที่ร้านซาลาเปาที่เคยพา
ไปหา มีอะไรก็ไปหาพี่ใหญ่ได้ ส่วนเรื่องการค้าขายนายเข้าใจ
แล้วใช่ไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง
“เข้าใจทุกอย่างแล้วครับพี่สาม พี่ไม่ต้องห่วงนะเชื่อใจ
ผมได้เลยครับ อีกอย่างมีอี้เหวินอยู่ด้วยพี่ไม่ต้องห่วงเลย”
วันที่พวกเขาออกเดินทางเป็นหยุดของเด็ก ๆ ไม่ต้องไป
โรงเรียน อี้เหวินจึงสามารถอยู่ช่วยงานได้อย่างเต็มที่ ฉิงเฟิ่ง
เองมีความคิดว่าคงต้องหาคนมาช่วยงานเพิ่มแล้วเผื่อกรณีที่
เขากับภรรยาออกไปธุระที่อื่นแบบนี้จะได้มีคนทำงานที่ร้าน
ส่วนทางด้านอี้เหวินเองก็มีความคิดว่าอยากสอบเทียบจะได้
เรียนจบเร็ว ๆ จะได้ออกมาทำงานเต็มตัวไม่ต้องไปโรงเรียนทุก
วันแบบนี้ เรื่องนี้เขาคงต้องลองไปถามครูที่โรงเรียนดูก่อนว่า
จะสามารถสอบเทียบอย่างที่คิดได้หรือไม่
ทั้งสองสามีภรรยาเดินทางโดยรถไฟ ส่วนรถยนต์ในมิติ
นั้นซีอินคิดว่าจะเอาออกมาขับตอนขากลับแล้วจะให้สามีเอา
ไปจัดการเรื่องป้ายทะเบียนเมื่อกลับมาถึง เดินทางเพียงวัน
เดียวก็มาถึงเจิ้งโจวแล้ว ทั้งสองตรงเข้าพักโรงแรมของรัฐพร้อม
ยื่นหนังสือทะเบียนสมรสให้เจ้าหน้าที่โรงแรมเพราะตอนนี้ยัง
ต้องพกทะเบียนสมรสเวลาเดินทางลำพังชายหญิงอยู่ด้วย
“วันนี้เย็นมากแล้วพักผ่อนก่อนเถอะครับไว้พรุ่งนี้เรา
ค่อยเริ่มเดินในเมืองกัน” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยบอกภรรยา
หลังจากเดินเข้าห้องพักกันแล้ว
“ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวฉันจะไปโทรศัพท์หาตานผิงก่อนนะคะ”
“ได้ครับงั้นผมไปกับคุณด้วย”
“ก็ได้ค่ะ” ซีเอ่ยตอบรับพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ เพราะเธอรู้
ดีว่าสามีชอบตัวติดเธอมากแค่ไหน เขาแทบไม่ยอมให้เธอออก
ห่างจากสายตาเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเธอก็ชอบตัวติดกับเขาเช่นกัน
ซีอินลงมาขอใช้โทรศัพท์ข้างล่างและไม่นานก็ได้คุยกับ
ตานผิงพร้อมนัดแนะเวลาที่จะเจอกันเรียบร้อย ก่อนจะพากัน
ไปหาอะไรกินอีกนิดหน่อยแล้วเข้าห้องไปพักผ่อนกันตาม
ประสาสามีภรรยา
ตอนเช้าซีอินและฉิงเฟิ่งไปพบตานผิงยังที่นัดหมาย
ก่อนจะไปหาคนที่ตานผิงบอกว่าสามารถช่วยพาดูสถานที่ได้
เขาคือเฉิงเส้าฉีเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่ดูแลเรื่อง
การซื้อขายอาคารและที่ดินของคนที่มีฝากขายไว้กับสำนักงาน
ตั้งแต่เก้าโมงเช้าทั้งสี่คนเดินดูอาคารและที่ดินอสังหาริมทรัพย์
ต่าง ๆ ที่ฝากขายในเมืองเจิ้งโจว รวมถึงไปดูใกล้ ๆ พื้นที่ที่จะ
ถูกสร้างเป็นห้างสรรพสินค้าด้วย
เพียงวันเดียวซีอินได้บ้านเดี่ยวมาสองหลัง อาคาร
พาณิชย์อีกสามหลังอยู่ในตลาดสองที่ และใกล้ ๆ ห้างที่กำลัง
จะถูกสร้างอีกหนึ่งที่
“คุณเฉิงคะที่ตรงนั้นคืออะไรหรือคะ” ซีอินเอ่ยถามเฉิง
เส้าฉีที่เดินนำอยู่ด้านหน้า
“อ้อ ที่ตรงนั้นมีข่าวว่าจะถูกสร้างเป็นโรงหนังครับ แต่
ว่าต้องรอการอนุมัติก่อนครับเพราะการเปลี่ยนแปลงของ
ประเทศที่รวดเร็วมากจึงทำให้หลาย ๆ อย่างติดขัดอยู่ครับ
เลยต้องรอการอนุมัติอีกหลายขั้นตอนเลย” ที่เขาพูดได้เพราะ
เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แม้ตำแหน่งเขาจะเล็ก ๆ แต่เรื่องนี้พวก
เจ้าหน้าที่รัฐต่างก็รับรู้กันดีอยู่แล้ว
“น่าสนใจมากเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นพื้นที่รอบ ๆ นี้มีที่ไหน
บอกขายหรือเช่าบ้างไหมคะ”
“มีนะครับ ที่จริงแล้วก็มีคนสนใจหลายคนแต่พวกเขา
ยังไม่ตัดสินซื้อ เพราะจะรอดูท่าทีก่อนว่าจะถูกสร้างโรงหนัง
จริงหรือเปล่า อีกอย่างคนก็ยังคิดต่อต้านกันอยู่ครับเพราะคิด
ว่าสร้างไปก็ไม่มีคนมาดูหนังในโรงน่ะครับ”
“แต่ฉันคิดว่าหากมีโรงหนังจริงแถวนี้น่าจะคึกคักมาก
เลยนะคะ ถ้ายังไงฉันสนใจอยากดูพื้นที่ที่บอกขายแถวนี้หน่อย
ค่ะ” ซีอินยังยืนยันว่าสนใจอยู่เหมือนเดิม ส่วนฉิงเฟิ่งไม่ได้พูด
อะไรเพราะเขารู้ดีว่าภรรยารู้ว่าอะไรจะเกิดในอนาคตอยู่แล้ว
“มีอาคารที่บอกขายอยู่ห้าที่รอบ ๆ นี้ครับ” เฉิงเส้าฉี
เงยหน้าขึ้นมาบอกหลังจากก้มหน้าดูเอกสารรายชื่ออาคารใน
มือแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณพาผมกับภรรยาไปดูเถอะครับ”
เซียวฉิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นเพราะถ้าที่ตรงนี้ถูกทำเป็นโรงหนังจริง ๆ ก็
น่าซื้อที่ดินหรืออาคารที่อยู่ใกล้เคียงไว้ยังไงก็มีประโยชน์แน่ ๆ
อาจจะปล่อยเช่าหรือไม่ก็เปิดร้านขายได้
“ได้เลยครับ” เฉิงเส้าฉียินดีมากอยู่แล้ว ถ้าขายได้ก็
นับเป็นผลงานของเขาด้วย ต้องขอบคุณสหายตานผิงที่แนะนำ
เขาให้คุณเซียวได้รู้จักจริง ๆ
และแล้วซีอินก็ได้ร้านค้าแถว ๆ ยานที่จะสร้างโรงหนัง
มาอีกสองร้านด้วยกัน ใช้เวลาอยู่ที่เจิ้งโจวแค่สามวันก็เดินทาง
กลับเมืองอำเภอ ก่อนกลับเธอนัดเจอตานผิงอีกครั้งเพื่อล่ำลา
ด้วย
“กลับไปแล้วเราเอารถยนต์คนนี้ไปทำป้ายทะเบียนใหม่
กันเถอะค่ะฉิงเฟิ่ง” ซีอินเอ่ยขึ้นกับสามีขณะนั่งอยู่ในรถที่เบาะ
ข้างคนขับ
“ได้ครับ ผมจะรีบเอาไปทำให้เอง”
ขากลับซีอินและฉิงเฟิ่งเลือกที่จะเอารถยนต์ออกมาขับ
กลับเป็นรถจิ๊ปสีดำคันโต ฉิงเฟิ่งสามารถขับรถได้สบายๆ อยู่
แล้วทั้งเขายังใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ได้อยู่ด้วยจึงไม่มีปัญหา
อะไร ขับรถยนต์กลับมาถึงบ้านในเมืองอำเภอเร็วกว่านั่งรถไฟ
มาก…
ทางบ้านในเมืองอำเภอที่เด็ก ๆ ที่อยู่กับอาสี่
“อาฉี่คับ อาฉี่” ร่างกลม ๆ ขาว ๆ วิ่งเข้ามาหาอาสี่ของ
ตัวเองที่กำลังทำงานอยู่
“หืมว่าไงตูตู”
“ตูตูคิดตึ๋งพ่อกับแม่แล้ว ทำไงดีคับ” หน้ากลมเงย
ขึ้นมาบอก มือน้อยยื่นไปกำขากางเกงของอาสี่ไว้ด้วย
“ตูตูเป็นอะไร” เซียวฉิงทู่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรไป ไคไค
ก็เดินเข้ามาหาพร้อมถามพี่ชาย
“คิดตึ๋งพ่อกับแม่แล้ว” ตูตูหันไปตอบน้องชายก่อนจะ
หันกลับมามองอาสี่ของตัวเอง
“อ้อ ไคไคก็คิดถึงนะ”
“เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็กลับมาแล้ว อาสี่ว่าต้องเป็นวันนี้
หรือไม่ก็พรุ่งนี้แน่นอน แต่ตอนนี้เราไปดูลูกเจี๊ยบกันก่อนดี
ไหม” เซียวฉิงทู่พยายามพาหลาน ๆ ทำนั้นทำนี้อยู่ตลอดจะได้
ดึงความสนใจไปได้บ้าง
“ไปคับ”
“ไป ๆ”
“ลูกเจี๊ยกกกก ๆ ๆ ตูตูมาหาแล้ว” ร่างเล็ก ๆ ของตูตู
นั่งยอง ๆ กำมือสองข้างไว้ สายตาจ้องมองลูกเจี๊ยบตัวเล็ก ๆ
ด้วยตาเป็นประกาย
“ลูกเจี๊ยบต่างหาก” ไคไคเองก็ยังทำท่าทางเดียวกับ
พี่ชาย ก่อนจะถือกิ่งไม้เล็ก ๆ มาชี้ไปที่ลูกเจี๊ยบที่กิน
ข้าวเปลือกที่เขาโรยไว้ให้อยู่
“ฮิ ฮิ ลูกเจี๊ยก ๆ”
เจ้าหัวผักกาดน้อยตูตูกับไคไคนั่งดูลูกเจี๊ยบกันอยู่หลัง
บ้านบางครั้งก็วิ่งไปช่วยพี่ชายบ้านอี้ทั้งสองทำงาน อย่างถอน
หญ้าตนเล็ก ๆ กับรดน้ำผักด้วยบัวรดน้ำอันเล็กที่แม่เอา
ออกมาไว้ให้พวกเขาได้ใช้กัน ส่วนอาสี่อย่างเซียวฉิงทู่ก็กำลัง
ทำอาหารอยู่ในครัวให้ทุกคนกิน
เมื่อสองสามวันก่อนที่เขาได้มาเห็นร้านค้าของพี่ชาย
สามและพี่สะใภ้สามเป็นอาคารสามชั้นก็ว่าตกใจมากแล้ว พอ
ได้มาเห็นบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวางมากมายถึงขนาดนี้ก็ยิ่งตกใจ
จนพูดติด ๆ ขัด ๆ เลยทีเดียว ยังไม่รวมถึงร้านที่พี่ใหญ่กับ
พี่สะใภ้ใหญ่เปิดเป็นร้านขายซาลาเปานั้นก็เป็นอาคารสองชั้นมี
พื้นที่กว้างขวาง ที่เขาพึ่งมารู้ว่าก็เป็นของพี่สะใภ้สามด้วย
เหมือนกัน
เซียวฉิงทู่ที่ได้มาทำงานที่ร้านขายของให้พี่สามและ
พี่สะใภ้สามไม่กี่วันก็รู้สึกชอบมาก เขาชอบความรู้สึกตอนยื่น
ของไปแล้วรับเงินมา มันดีมากจริง ๆ
เสียงรถที่มาจอดอยู่หน้าบ้านแม้เครื่องยนต์จะเงียบกว่า
รถทั่วไปที่เคยได้ยิน แต่ก็ทำให้คนในละแวกนั้นรวมถึงคนใน
บ้านก็ได้ยินด้วยเช่นกัน
“เสียงยถ” ตูตูผงกหัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อหูได้ยิน
เสียงรถ
“อืมใช่ ๆ เสียงรถ” ไคไคก็ยืนยันว่าใช่
“ไคไค พี่เหวินเหวิน พี่เซาเซาไปดูยถกันเย็ว ๆ” ตูตูที่
รีบยืนขึ้นก่อนใครเอ่ยชวนทุกคนไปหน้าบ้านทันที
“รอด้วย ๆ”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ พากันวิ่งออกมาถึงลานหน้า
บ้าน ก็เห็นอาสี่กำลังเดินออกไปเปิดประตูรั้วก่อนแล้ว ก่อนที่
รถจิ๊ปคันใหญ่สีดำเงาจะค่อย ๆ ขับแบบคลานช้า ๆ เข้ามา
จอดที่ลานหน้าบ้าน
“พ่อค้าบบบ”
“แม่ค้าบบบ”
“ฮึ้ย ฮึ้ยย กลับมาแล้ว ๆ ฮิ ฮิ” เสียงกรี๊ดกร๊าดดีใจของ
ตูตูและไคไคดังขึ้นดูกระดี๊กระด๊ามากเป็นพิเศษ”
ซีอินรีบลงจากรถก่อนจะย่อกายลงรอรับเจ้าหัวผักกาด
น้อยที่วิ่งจู๊ดพุ่งเข้ามาโถมกายกลม ๆ กอดแม่ไว้แน่น
“ฟอดด ฟอดด คิดถึงรึเปล่า” ซีอินกดจมูกหอมแก้มลูก
ๆ ไปคนละที
“คิดตึ๋งคับ/คิดถึงคับ”
“แม่กับพ่อซื้อขนมมาฝากเยอะเลยนะ” บอกลูก ๆ จบ
ร่างบางก็ลุกขึ้น ก่อนยกมือลูบหัวอี้เชาตัวน้อยที่มายื่นอยู่ข้าง
ๆ ด้วยความเอ็นดู ส่วนอี้เหวินเองซีอินก็ยกมือตบบ่าของเขาไป
เบา ๆ เช่นกัน
“พี่สามพี่ซื้อรถยนต์หรือครับเนี่ย” เซียวฉิงทู่เอ่ยถาม
พี่ชายอย่างอึ้งงันและตื่นเต้นมาก
“อืม ให้เพื่อนที่ค่ายทหารช่วยดูให้น่ะ” นี้คือเหตุผลที่ฉิง
เฟิ่งคุยกับซีอินแล้วว่าถ้ามีใครถามจะตอบไปแบบนี้
“สุดยอดไปเลยพี่สาม พี่สะใภ้สามพวกพี่เก่งสุด ๆ ไป
เลยครับ มันสวยมากเลย” ตอนนี้เซียวฉิงทู่เดินวนดูรถยนต์
โดยมีตูตูกับไคไคที่คึกจัดเดินตามตูดวนรอบ ๆ รถไปด้วย
รวมถึงอี้เชาก็ยังเอากับเขาด้วยเหมือนกัน มีแต่อี้เหวินที่ไม่ได้
ไปเดินกับน้อง ๆ เพียงยืนดูเฉยๆ ด้วยตาเป็นประกายชื่นชม
“พวกพี่เข้าไปพักผ่อนเถอะครับ กับข้าวผมทำไว้แล้ว
เดี๋ยวผมจะเช็ดรถให้เองนะ จะได้ไม่มีฝุ่น”
“โฮ๊ะ! ตูตูช่วย ๆ เดี๋ยวตูตูช่วยเองคับ”
“งั้น..งั้นไคไคช่วยบ้าง”
“เดี๋ยวผมไปเอาผ้าให้ครับ” อี้เชาพูดจบก็รีบวิ่งเข้าบ้าน
ไปหยิบผ้ามาเพื่อเช็ดรถทันที
“งั้นเดี๋ยวผมตักน้ำใส่ถังยกมาให้ครับ” อี้เหวินเองก็
อาสาเช่นกัน
“อ้าวแล้วไม่กินข้าวด้วยกันก่อนหรอ” ฉิงเฟิ่งเอ่ยถาม
ขึ้นมา เมื่อเห็นเด็ก ๆ ดูจะตื่นเต้นกันมากเหลือเกิน
“ยังไม่หิวคับ/ไม่ครับ/ไม่คับ/ไม่คับ/ไม่คับ”
ห้าเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง เด็กสี่ผู้ใหญ่หนึ่ง
ที่ดูจะตื่นเต้นกับรถพากันรุมล้อมเช็ดรถกันอย่างสนุกสนาน ซี
อินกับฉิงเฟิ่งมองแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำ ๆ ปล่อยให้พวกเขาได้ทำ
กันไป
“น้องสี่นี่เหมือนเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กเลยนะคะ”
“ครับ เจ้าสี่ชอบเด็กมากบางครั้งก็ทำตัวเป็นเด็กทั้งที่
อายุตั้งสิบแปดแล้ว”
“ดีแล้วละค่ะดูสดใสและมีพลังชีวิตเหลือล้นดี จริง ๆ
เราให้น้องสี่มาช่วยงานที่ร้านเราดีไหมคะ ส่วนเรื่องดูแลสวนก็
ลองขอให้พี่รองช่วยดูให้ แล้วเราก็ให้เงินค่าดูแลเหมือนที่เคย
ให้น้องสี่”
“แบบนั้นก็น่าจะดีนะครับไว้ผมลองถามเจ้าสี่กับพี่รอง
ดูก่อน”
“ได้ค่ะลองถามความสมัครใจของพวกเขาดูก่อน”
และเมื่อลองคุยกับเซียวฉิงทู่แล้วเขาเต็มใจมาช่วยงานที่
ร้านจริง ๆ และขอนอนเฝ้าร้านที่ชั้นสามเลย ซึ่งข้างบนมีห้อง
แยกเป็นสัดส่วนอยู่สามห้องเลยทีเดียว เมื่อตกลงกันแล้วเซียว
ฉิงทู่ก็กลับบ้านโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของพี่สามขับ
กลับไป ทั้งยังมีพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่กลับไปด้วยกัน เพื่อบอก
คนที่บ้านให้รับรู้ ส่วนฉิงเฟิ่งบอกว่าขอจัดการธุระที่บ้านให้
เรียบร้อยก่อน อีกสองสามวันจะตามไปที่หมู่บ้าน…