Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 - ตอนที่ 43 : ในที่สุดพี่สะใภ้ใหญ่ก็ท้องจนได้
- Home
- Mom in the 70's ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70
- ตอนที่ 43 : ในที่สุดพี่สะใภ้ใหญ่ก็ท้องจนได้
เมื่อบ้านสามเซียวทั้งสี่คนเดินมาจนถึงบ้านใหญ่เซียว
แล้ว ก็เป็นหน้าที่เดิมของตูตูกับไคไคที่ตะโกนเรียกอยู่หน้าบ้าน
เรื่องนี้ไม่ต้องบอกเพราะเจ้าหัวผักกาดน้อยทั้งสองชอบตะโกน
เรียกปู่กับย่าเวลามาหาแบบนี้ประจำ
“ปู่ค้าบบบ ปู่ววววว”
“ย่าค้าบบไคไคมาหาแล้วววว”
เสียงเจื้อยแจ้วดังลั่น เสียงดังฟังชัดเจนจนคนในบ้านได้
ยินกันหมดและก็เป็นเซียวฉิงทู่ที่กลับมาก่อนหน้านี้เดินออกมา
เปิดประตูให้ โดยข้างหลังยังมีต้าเป่ากับชิงเหมี่ยวตามมาไม่
ห่างด้วย
“พี่สาม พี่สะใภ้สามพวกพี่มาแล้ว” เซียวฉิงทู่เอ่ยทัก
เมื่อเห็นว่าใครมาหา
“ตูตู ไคไค” ต้าเป่าและชิงเหมี่ยวเอ่ยเรียกขึ้นพร้อมกัน
“ต้าเป่า พี่ฉาวเหมียวเหมี่ยว” ตูตูก็เอ่ยเรียกบ้าง
“เล่นกัน” ต้าเป่าที่มีขนาดตัวผอมกว่าเจ้าแฝดเอ่ยชวน
ไปเล่นด้วยกัน
“ไปหาปู่กับย่าก่อน ค่อยเล่นนะ” ไคไคพูดด้วยหน้านิ่ง
ๆ และจริงจัง เขาก็อยากเล่นแต่ต้องไปหาปู่กับย่าก่อน
“ได้/ได้/ได้” เด็ก ๆ ที่เหลือประสานเสียงตอบรับก่อน
จะพากันวิ่งจู๊ดกันไปเป็นพรวนตามตูดกันไป ส่วนผู้ใหญ่อีก
สามคนที่เหลือก็เดินตามหลังเข้าไปในบ้านเช่นกัน
เมื่อมาถึงเจ้าหัวผักกาดน้อยก็รีบทักทายปู่กับย่า ลุงรอง
ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ใหญ่เรียบร้อยก่อนจะพากันไปวิ่งเล่นต่อที่
ลานหน้าบ้าน ซีอินเห็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันก็กลัวจะเบื่อ เลยเอา
ลูกบอลยางลูกขนาดกลาง ๆ ออกมาให้เตะเล่นกันด้วย โดย
เธอใช้วิธีเดิมคือล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าที่สะพายอยู่แล้วเรียก
ของในมิติออกมาดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็น แล้วเดินไปหา
กลุ่มเด็ก ๆ
“เด็ก ๆ จ๊ะเอาลูกบอลยางไปเตะกันก่อนนะ”
“โห ลูกบอล ๆ” ตูตูโยกหัวไปมาอย่างดีใจ ไคไคเองก็
ตาเป็นประกายเหมือนกัน เล่นลูกบอลสนุกมากเขาชอบ
“ขอบคุณคับอาสะใภ้สาม” ต้าเป่าที่ถูกสั่งสอนมาให้รู้
สิ่งที่ถูกที่ควรมากขึ้นเอ่ยขอบคุณอย่างเขินอายนิดหน่อย
“ขอบคุณค่ะอาสะใภ้สาม” ชิงเหมี่ยวเองก็ขอบคุณ
พร้อมยิ้มอย่างไร้เดียงสาให้เช่นกัน
“จ้า เล่นกันดี ๆ นะ”
“ค่า/ค้าบบบ กรี๊ดดด ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตอบรับคำเสร็จก็
รีบวิ่งไปเล่นลูกบอลกัน และไม่นานเสียงหัวเราะอย่าง
สนุกสนานที่นาน ๆ ครั้งจะได้ยิน ก็พลอยทำให้ผู้ใหญ่ในบ้านมี
รอยยิ้มตามไปด้วย
“วันนี้ผมอยากจะคุยเรื่องที่จะให้เจ้าสี่ไปทำงานที่ร้านใน
เมืองอำเภอน่ะครับ เลยอยากจะขอให้พี่รองช่วยดูบ้านและ
สวนผักให้ด้วย” เมื่อนั่งลงที่แคร่หน้าบ้านซึ่งมีคุณพ่อเซียวที่
กำลังนั่งมวนยาสูบอยู่ ส่วนคุณแม่เซียวก็เด็ดผักป่าเพื่อเตรียม
ทำอาหารเย็นอยู่ข้าง ๆ
“ได้สิไม่มีปัญหาหรอก ยังไงก็ต้องเข้าไปดูสวนของบ้าน
ใหญ่เราอยู่แล้ว ที่ดินไม่ได้ไกลกันด้วย” เซียวฉิงไห่รับปาก
น้องชายเพราะไม่ได้ยุ่งยากอะไร ที่ดินของบ้านใหญ่ที่ได้รับการ
จัดสรรนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่ดินของบ้านสามเลย เดินไปแค่นิด
เดียวก็ถึงกันแล้ว
“เดี๋ยวพ่อกับแม่แกจะช่วยดูด้วยแล้วกัน” คุณพ่อเซียว
เอ่ยขึ้นเรื่องนี้ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอยู่แล้ว
“ขอบคุณครับแต่ยังไงผมกับซีอินจะให้เงินพ่อกับพี่รอง
เป็นค่าดูแลสวนและบ้านให้ด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องหรอกที่ดินของแกก็ไม่ได้มาก แค่ดูแลนิดหน่อย
เท่านั้น” เซียวฉิงไห่ปฏิเสธทันที
“ไม่ได้หรอกครับพี่รอง การดูแลสวนผักอาจจะไม่ได้ใช้
เงินก็จริงแต่ก็ต้องลงแรงทั้งให้ปุ๋ยให้น้ำไหนจะยังถอนหญ้าอีก
หากพ่อกับพี่รองไม่รับเงินไว้ผมคงไม่สบายใจและไม่กล้าขอให้
ช่วยอีก คงต้องไปจ้างคนอื่นมาดูแลแทน”
“คุณพ่อกับพี่รองรับไว้เถอะนะคะ ยังไงฉันก็อยากให้คน
ที่เป็นญาติที่ไว้ใจได้ดูแลให้กันมากกว่า” ซีอินก็ช่วยสามีพูด
ด้วย
“ได้งั้นก็ตามใจพวกนายแล้วกัน” และในที่สุดพี่รองก็
ตอบรับโดยดี
“เจ้าสี่ยังบอกว่าแกซื้อรถยนต์แล้ว แม่ยังได้ยินคนมาพูด
ให้ได้ยินที่หน้าบ้านว่าแกขับรถยนต์กลับมาด้วย เป็นเรื่องจริง
หรือเปล่าเจ้าสาม” คุณแม่เซียวเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“จริงครับแม่ ผมให้เพื่อนที่เป็นทหารช่วยดูให้น่ะครับ”
“รถยนต์ต้องราคาแพงมากแน่ ๆ เจ้าสามแกต้องเก็บ
เงินไว้บ้างนะ เจ้าแฝดน้อยกำลังโตยังต้องใช้เงินอีกเยอะ ไหน
จะยังมีเด็กบ้านอี้ที่แกเอาไปอยู่ด้วยอีก มีแต่เรื่องต้องใช้
จ่ายเงินทั้งนั้น” คุณแม่เซียวแม้ไม่เห็นด้วยนักที่อยู่ ๆ บ้านสาม
ก็รับเด็กบ้านอี้มาดูแล แต่ก็ไม่กล้าพูดขัดอะไรเพราะสำหรับ
คุณแม่เซียวนั้นเกรงใจลูกชายคนที่สามเป็นที่สุดแล้ว
“แม่ไม่ต้องห่วงผมรู้แล้วครับ ส่วนเด็ก ๆ บ้านอี้ทั้งสอง
คนขยันช่วยงานดีมากครับ มีพวกเขาอยู่ผมกับซีอินทำงานง่าย
ขึ้นมากและไม่ต้องห่วงตูตูกับไคไคเวลาไปโรงเรียนด้วยเพราะมี
อี้เหวินกับอี้เชาคอยดูแลอยู่ตลอด”
ฉิงเฟิ่งพูดขึ้นเขาเข้าใจนิสัยของแม่ตัวเองดี ยิ่งช่วงข้าว
ยากหมากแพงแบบนี้แม่ของเขาย่อมต้องอยากให้ประหยัดให้
มาก เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเอาแต่ครอบครัวตัวเองให้รอดก่อน
ทั้งนั้นแต่การพาเด็ก ๆ บ้านอี้ไปอยู่ด้วยนั้นสำหรับเขาและ
ภรรยาแล้วไม่ถือว่าเป็นภาระอะไรจริง ๆ ทั้งยังเป็นการ
ตัดสินใจที่ดีที่สุดอีกด้วยเพราะเด็กทั้งสองกตัญญูและขยัน
ช่วยงานดีมาก
เมื่อได้ฟังดังนั้นคุณแม่เซียวจึงไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก
ส่วนซีอินยังอยู่ข้าง ๆ พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยกันดูของที่จะเตรียม
ทำอาหารเย็นวันนี้
“พี่สะใภ้ใหญ่ทำไมหน้าซีดขนาดนั้นค่ะ ไม่สบายหรือ
เปล่า” เสียงเอ่ยทักของซีอินทำให้พี่ใหญ่เซียวฉิงโจวต้องรีบเข้า
มาดูภรรยาอย่างรวดเร็ว
“ซูหงคุณเป็นอะไรครับ” ร่างสูงก้าวขาเข้ามาพร้อมจับ
บ่าภรรยาไว้ทั้งสองข้าง
“ฉันรู้สึกเวียนหัวเท่านั้นเองค่ะเป็นตั้งแต่เช้าแล้ว คิดว่า
นอนพักสักหน่อยก็หาย”
“งั้นคุณไม่ต้องทำงานนะครับนั่งพักก่อน”
“พี่สะใภ้ใหญ่เป็นแบบนี้มาหลายวันหรือยังคะ” ซีอิน
มองร่างกายที่ดูจะอวบอิ่มขึ้นของพี่สะใภ้ใหญ่ไม่วางตา
“เป็นมาสองสามวันแล้วล่ะน้องสะใภ้สาม”
“ถ้ายังไงไปตรวจที่โรงพยาบาลสักหน่อยเถอะค่ะ”
“แต่พี่ว่า..”
“ไปเถอะสะใภ้ใหญ่ ให้หมอตรวจสักหน่อยจะได้วางใจ”
คุณแม่เซียวเห็นว่าลูกสะใภ้ใหญ่หน้าซีดมากทีเดียวจึงเอ่ยปาก
ขึ้น
“ค่ะคุณแม่” เมื่อได้ยินแม่สามีเอ่ยแบบนั้น ซูหงจึง
ยอมรับปากจะไปตรวจที่โรงพยาบาล
“ฉิงเฟิ่งค่ะ คุณช่วยขับรถยนต์พาพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่
ไปโรงพยาบาลหน่อยเถอะค่ะ แต่ขับเบา ๆ นะคะฉันคิดว่าเรา
อาจจะมีข่าวดีแล้วก็ได้” ซีอินกระซิบบอกสามีเบา ๆ เธอยังไม่
มั่นใจนักจึงไม่อยากพูดออกมาก่อน เพราะถ้าไม่ใช่คนที่
คาดหวังและเฝ้ารออยู่อาจจะผิดหวังได้
“ได้ครับ” ฉิงเฟิ่งรับคำในใจก็รู้สึกยินดีมากหากว่าพี่
ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่จะมีลูกแล้วจริง ๆ ขายาว ๆ รีบก้าว
ออกไปที่บ้านเพื่อไปเอารถยนต์มาทันที
เพียงไม่นานเสียงรถยนต์ก็มาจอดที่หน้าบ้านใหญ่เซียว
ต้าเป่ากับชิงเหมี่ยววิ่งตามหลังตูตูและไคไคออกไปดูรถ
“รถของตูตู”
“รถของไคไคด้วย”
“ใหญ่มากเลย” ชิงเหมี่ยวพูดไปเดินวนดูไป
“สวยด้วย” ต้าเป่าเองก็เดิมตามพี่สาวเหมือนกัน
เด็ก ๆ สี่คนเดินวนรอบ ๆ รถขณะที่พวกผู้ใหญ่พูดคุย
กันต่อ คุณพ่อและคุณแม่เซียวก็ตื่นเต้นมากเมื่อได้เห็นรถยนต์
จึงเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ และเริ่มเดินวนรอบรถเหมือนหลาน ๆ
ทันที แต่ไม่ได้เดินวนตลอดเวลาเหมือนเด็ก ๆ เดินดูเพียงรอบ
สองรอบก็กลับมานั่งเหมือนเดิม
“เจ้าสามเดี๋ยวฉันปั่นจักรยานไปได้ ไม่ต้องใช้รถยนต์
นายหรอกมันจะรบกวนเกินไป” พี่ใหญ่พูดขึ้นอย่างเกรงใจ
น้องชายและน้องสะใภ้จริง ๆ
“ไม่เป็นไรครับอีกอย่างตอนนี้เย็นมากแล้วกว่าพี่จะไป
ถึงแล้วกว่าจะกลับมาก็มืดพอดี ไปเถอะจะได้ไปถึงเร็ว ๆ ผม
จะค่อย ๆ ขับไปให้ครับ”
“ไปเถอะ ๆ รีบไปกันจะได้กลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน”
คุณแม่เซียวพูดขึ้นพร้อมดันหลังลูกชายคนโตให้เดินไปที่รถสัก
ที
“ครับ ๆ” เซียวฉิงโจวรับคำแม่ก่อนจะรีบไปเอาเอกสาร
ที่ต้องใช้ต่าง ๆ ของเขาและภรรยามาจากในห้อง แล้วเดินตรง
มาประคองภรรยาไปที่รถทันที
จากนั้นฉิงเฟิ่งก็ขึ้นนั่งประจำที่คนขับโดยมีพี่ชายและ
พี่สะใภ้นั่งไปด้านหลัง ส่วนซีอินอยู่ดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านและ
ทำอาหารกับคุณแม่เซียวรอทุกคนกลับมา
“ไม่รู้สะใภ้ใหญ่จะเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ เฮ้อ” คุณ
แม่เซียวพูดพร้อมถอนหายใจมองตามหลังรถยนต์ที่ค่อยขับ
ออกไป
“คงต้องรอผลก่อนนะ” คุณพ่อเซียวเองที่ยืนข้าง ๆ คุณ
แม่เซียวก็พูดขึ้นสายตามองตามท้ายรถไปเช่นกัน ส่วนหนึ่งก็
เพราะเป็นกังวลเรื่องลูกสะใภ้ใหญ่ อีกส่วนก็เพราะตื่นเต้นกับ
รถยนต์ของลูกชายคนที่สามด้วยนั้นเอง
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้นรถยนต์คันโตก็ขับ
กลับมาพร้อมใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้มของทุก ๆ คนเมื่อลงจากรถ
“พ่อ แม่ ภรรยาผมท้องแล้ว ซูหงท้องแล้วครับ” เมื่อลง
จากรถได้เซียวฉิงโจวก็เอ่ยบอกทุกคนในบ้านด้วยน้ำเสียงดีใจ
มากจนน้ำตาคลอเลยทีเดียว
“จริงหรือเจ้าใหญ่!! โอ๊ยย!! แบบนี้ฉันต้องฉลองเสียแล้ว
ล่ะในที่สุดเจ้าใหญ่ก็จะมีลูกเสียที” คุณแม่เซียวได้สติกลับมา
หลังจากหายตกใจที่ได้ฟังข่าวดีที่รอมานาน ก็คิดว่าคงต้อง
ฉลองเสียหน่อยแล้ว
“นั้นน่ะสิรอมานานในที่สุดหลานอีกคนก็มาเสียที” คุณ
พ่อเซียวที่กำลังนั่งที่แคร่ในมือก็มวนยาเส้นไปด้วย มีแววปีติ
พาดผ่านดวงตาไปด้วย
“พี่ใหญ่ยินดีด้วยจริง ๆ ครับ” เซียวฉิงไห่เข้ามาพูดด้วย
ความดีใจด้วยจริง ๆ
“ต่อไปต้องดูแลพี่สะใภ้ใหญ่ดี ๆ จริงสิแล้วแบบนี้พวกพี่
ยังไปขายซาลาเปาได้อีกหรือเปล่าครับ” เซียวฉิงทู่เอ่ยถามขึ้น
“ได้จ้ะพี่ยังทำได้อยู่ หมอบอกแล้วว่ายังทำงานได้แต่
อย่าหักโหมหรือยกของหนัก ๆ” ซูหงเป็นคนตอบ
“ไม่ได้ ๆ แม่จะไปช่วยพวกแกเองก็แล้วกัน ทั้งนวดแป้ง
ทั้งทำไส้ซาลาเปาใช้แรงทั้งนั้น เด็กคนนี้กว่าจะมาเกิดได้รอมา
ตั้งหลายปีต้องดูแลให้ดี ๆ”
จากนั้นสรุปได้ว่าคุณแม่เซียวจะเข้าไปช่วยพี่ใหญ่กับ
พี่สะใภ้ใหญ่ขายซาลาเปา ส่วนคุณพ่อเซียวจะอยู่บ้านช่วยพี่
รองทำสวนผักผลไม้เอง ส่วนน้องสี่จะไปทำงานกับพี่สามที่ร้าน
เมื่อตกลงกันได้แล้วทุกคนก็สบายใจขึ้นทันที
ตอนนี้ก็คงเหลือเพียงครอบครัวหลินที่เป็นบ้านเดิมของ
เธอแล้วที่เธออยากจะช่วยให้การเป็นอยู่ดีขึ้นกว่านี้อีก ตอนนี้
การค้าอยู่ตัวแล้วเธอคิดว่าจะเข้าไปคุยกับพี่ชายคนรองเรื่อง
ค้าขายในวันพรุ่งนี้เลย
เข้าวันต่อมาประมาณตีห้า ซีอินออกกำลังกายอยู่ที่ลาน
บ้านส่วนฉิงเฟิ่งวันนี้บอกว่าอยากทำอาหารให้เธอและลูกทาน
เองก็กำลังง่วนอยู่ในครัว ส่วนตูตูกับไคไคเธอแอบไปดูยังนอน
คลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มอยู่เลย
“ซีอิน”
เสียงเรียกนั้นทำให้ซีอินที่เดินออกกำลังกายอยู่ที่หน้า
บ้านต้องหันไปมองตามเสียงเรียกนั้น ก็เห็นเป็นพี่ชายคนรอง
จากบ้านหลินของเธอนั้นเอง
“หื้มพี่รองมาได้ยังไงคะเข้ามาในบ้านก่อนค่ะแล้วนี่ขน
อะไรมาเยอะแยะเชียวค่ะ”
“ของที่จะเอาไปขายน่ะ แล้วนี่กลับมาเมื่อไหร่” หลินซี
ไป๋พี่ชายคนรองบ้านหลินเอ่ยถามเพราะเขากำลังจะเดิน
ออกไปนอกหมู่บ้านและต้องผ่านบ้านน้องสาว พอเห็นประตู
รั้วเปิดอยู่และยังมีแสงไฟลอดผ่านออกมาด้วย จึงคิดว่า
น้องสาวน่าจะกลับมาบ้านที่ชนบทแน่ ๆ เลยแวะเข้ามาทัก
ก่อน
“ฉันพึ่งมาถึงเมื่อวานนี้ตอนเย็น ๆ น่ะค่ะ พี่รองจะไป
ไหนคะ”
“พี่จะเอาของที่รับซื้อจากชาวบ้านไปขายนะ”
“จริงหรือคะ พี่รองเก่งมากเลยค่ะ” ซีอินเอ่ยชื่นชมจาก
ใจจริง พี่ชายเธอคนนี้พยายามด้วยตัวเองมาตลอด ดวงตากลม
โตมองไปที่ตะกร้าใบใหญ่ที่สะพายหลังพี่ชาย มันมีของอัดแน่น
จนเต็มไปหมดทั้งผักป่าผลไม้ป่า
“ไม่หรอก ๆ เป็นเพราะพี่ชอบค้าขายอยู่แล้วเธอก็รู้นี่
ตอนนี้ที่หมู่บ้านข้างเคียงมีตลาดมาเปิดด้วยนะ พี่เห็นเป็น
โอกาสที่ดีเลยลองรับของจากคนในหมู่บ้านเราไปขายที่นั่นดู
ขายดีมากทีเดียว” ซีอินมองพี่ชายคนรองที่เดินเท้าแบกตะกร้า
เอาของไปขายเอง นับว่าพี่รองเธอสู้มากเลยทีเดียว ตอนนี้
นอกจากบ้านเธอและบ้านใหญ่เซียวแล้ว เห็นจะมีพี่ชายคน
รองของเธอนี่แหละที่หันมาค้าขายด้วย นอกจากนั้นชาวบ้าน
ยังทำงานในแปลงนาของตัวเองเหมือนเดิม ยังไม่มีใครสนใจ
เรื่องการค้าขายแบบพวกเธอหรอก
พูดคุยกันเพียงครู่เดียวซีอินจึงบอกให้พี่รองไปขายของ
ก่อน เธอยังกำชับพี่ชายว่าขากลับให้แวะมาหาเธอก่อนด้วย
ห้ามลืมเด็ดขาด โดยเอารถจักรยานที่มีไฟหน้ามาให้พี่ชายเธอ
ปั่นไปด้วย
ตอนแรกหลินซีไป๋ไม่รับเพราะเดินไปอีกครึ่งชั่วโมงก็ถึง
ตลาดอีกหมู่บ้านแล้ว แต่ซีอินบอกว่าอยากให้พี่ชายกลับมาคุย
กับเธอเร็ว ๆ นั้นแหละหลินซีไป๋ถึงยอมปั่นจักรยานของ
น้องสาวไปแต่โดยดี
จากนั้นเมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นสูง มองดูเป็นเวลาเก้าโมง
กว่าแล้วพี่รองหลินที่ไปขายของเสร็จก็ปั่นจักรยานกลับมาที่
หน้าบ้านของซีอินอีกครั้งพร้อมตะกร้าหลังที่ว่างเปล่า
“พี่รองเข้ามาข้างในบ้านก่อนเถอะค่ะ”
“ได้ ๆ” หลินซีไป๋จูงจักรยานของน้องสาวเดินเข้ามา
ก่อนเอาไปจอดไว้ให้เรียบร้อย
ซีอินพาพี่ชายเข้ามานั่งในครัวก่อนจะหาน้ำดื่มมาให้
พร้อมเดินไปตักโจ๊กหมูนุ่มใส่ไข่มาให้อีกถ้วย
“พี่รองหลินมาแล้วหรือครับ” ฉิงเฟิ่งที่พึ่งจัดการเจ้าหัว
ผักกาดให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยเดินออกมาพอดี
“น้องเขยสบายดีนะ”
“สบายดีครับ พี่รองถอดตะกร้าว่างตรงนี้ก่อนเถอะ
ครับ” ฉิงเฟิ่งเดินเข้าไปรับตะกร้าของพี่ชายภรรยามาวางไว้ที่
มุมห้องก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
“พี่รองกินข้าวก่อนนะคะ ค่อยคุย”
“อื้ม ได้ ๆ” เพราะตอนนี้เขาหิวมากแล้วจริง ๆ จึงไม่
เกรงใจน้องสาวแล้ว
ขณะรอพี่ชายกินข้าวเธอก็ปล่อยให้สามีเธอนั่งเป็นเพื่อน
พูดคุยกันไปก่อน ส่วนเธอก็เข้ามาดูลูก ๆ ทั้งสองคนใน
ห้องนอน…