ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 377-4 บัลลังก์และสำยเลือด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ม่อจิ่งหลีก็สะบัดศีรษะ เขายอมรับ สิ่งที่เยี่ยอิ๋งพูดโดยไม่รู้ตัว “ทหาร พาไทเฮามาหาข้าที่ ต าหนักหลีอ๋อง!”
องครักษ์ข้างนอกสะดุ้งเล็กน้อย ไทเฮาที่พูดถึงย่อม หมายถึงหลี่ซื่อมารดาของฮ่องเต้น้อย แม้หลี่ซื่อจะ อ่อนแอไร้ความสามารถ แต่ก็ยังเป็นไทเฮาผู้เป็นมารดา ผู้ให้ก าเนิดของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ท่านอ๋องให้คนพานาง ออกจากวังมายังต าหนักหลีอ๋องท าตามอ าเภอใจเช่นนี้ มี แต่จะล าบากพวกเขาจริงๆ…
“ยังไม่รีบไปอีก!” ม่อจิ่งหลีตะคอก
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!”
พระราชวังอยู่ใกล้กับต าหนักหลีอ๋องมาก ผ่านไป เพียงครู่หนึ่งหลี่ซื่อก็ถูกคนพาเดินเข้ามา ทว่าไม่ได้มี
书呆子
เพียงหลี่ซื่อคนเดียว ยังมีไทฮองไทเฮาที่ถูกกักบริเวณ ตามมาด้วย ถึงแม้ม่อจิ่งหลีจะโมโหที่ไทฮองไทเฮาขัดขืน บัญชาของตนออกจากวัง แต่เขาก็รู้ว่าไทฮองไทเฮา สามารถออกจากวังได้อย่างง่ายดายภายใต้การดูแล ควบคุมของคนที่ตนส่งไป คนในวังที่อยู่ในฝ่ายของไทฮอง ไทเฮานั้นมีไม่น้อย แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์มาสนใจนาง เขาเอาแต่ท าหน้านิ่งจ้องเขม็งไปที่หลี่ซื่อที่ตอนนี้ หวาดกลัวจนตัวสั่นเทาเล็กน้อย
“เสียนเจาไท่เฟยเสด็จ” ยังไม่ทันได้เริ่มพูด เสียง ของขันทีก็ดังขึ้นจากข้างนอก ม่อจิ่งหลีชะงัก ลุกขึ้นแล้ว เดินไปต้อนรับ เขามองเสียนเจาไท่เฟยพูดว่า “เสด็จแม่ มาแล้วหรือ” ก่อนหน้านี้เสียนเจาไท่เฟยล้มป่วยเพราะตง ฟางโยว นางรักษาตัวมาระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็ยังไม่หายดี ตอนนี้จึงต้องมีคนประคองเดินเข้ามา อีกทั้งหน้าตายังดู ซูบผอมเล็กน้อย เมื่อเห็นไทฮองไทเฮานั่งอยู่ในห้อง
书呆子
หนังสือ นางก็ชะงักแล้วยิ้มพูดเสียงราบเรียบว่า “เสด็จพี่ ก็อยู่ที่นี่หรือ”
เมื่อไทฮองไทเฮาเห็นความเอาใจใส่ที่ลูกของตนมี ต่อเสียนเจาไทเฟย แต่กลับกักบริเวณมารดาผู้ให้ก าเนิด อย่างนาง นางย่อมไม่พอใจ นางจึงมองเสียนเจาไท่เฟย ด้วยสายตาเย็นชา มิได้พูดอะไร เสียนเจาไท่เฟยชะงัก เล็กน้อย นางยิ้มอย่างคนใจกว้างแล้วนั่งลงตรงข้ามไทฮ องไทเฮา
ทุกคนนั่งลงแล้ว มีเพียงหลี่ซื่อผู้เป็นไทเฮายืนที่ท า ตัวไม่ถูกอยู่กลางห้องหนังสือ ตั้งแต่ที่ม่อซู่อวิ๋นขึ้น ครองราชย์ หลี่ซื่อได้เป็นไทเฮา นางก็อยู่แต่ในวังของตน อย่างสงบเสงี่ยม อย่าว่าแต่เรื่องในวังที่มีไทฮองไทเฮา คอยก ากับดูแลเลย แม้แต่เรื่องที่ลูกชายของตนถูกม่อจิ่ง หลีรังแก นางยังไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดสักค า ตอนนี้ เมื่อจู่ๆ ถูกองครักษ์ของม่อจิ่งหลีพามาที่ต าหนักหลีอ๋อง
书呆子
ใบหน้าหลี่ซื่อจึงเต็มไปด้วยความงงงวย มิรู้ว่าตนกระท า อะไรขัดใจหลีอ๋องไป
ม่อจิ่งหลีจ้องหลี่ซื่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม จนหลี่ซื่อมี สีหน้าซีดเผือก ล าตัวก็โคลงเคลงคล้ายจะล้มลง
ไทฮองไทเฮาขมวดคิ้ว กระแอมไอขึ้นครั้งหนึ่งก่อน จะพูดว่า “หลีอ๋อง เจ้าให้คนพาหลี่ซื่อมาที่ต าหนักหลี อ๋องท าไมกันแน่ ถึงอย่างไรหลี่ซื่อก็เป็นหญิงม่ายของ เสด็จพี่ของเจ้า หากต้องอยู่ในต าหนักเจ้านานเกินไป ย่อมมิใช่เรื่องดี”
ม่อจิ่งหลีร้อง ฮึ เบาๆ จ้องหลี่ซื่อเขม็งพูดว่า “ข้ามี ค าถามจะถามเจ้า เจ้าจงตอบมาตามความจริง”
หลี่ซื่อหวาดกลัว พยักหน้าหงึกๆ ม่อจิ่งหลีถามด้วย น้ าเสียงราบเรียบว่า “ฮ่องเต้ประสูติวันใด”
书呆子
หลี่ซื่อชะงัก นางไม่คิดว่าม่อจิ่งหลีจะถามค าถาม แปลกประหลาดเช่นนี้ ม่อจิ่งหลีพูดเสียงเย็นชาว่า “เจ้า จงคิดให้ดีก่อนตอบข้า” ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาท าเอาห ลี่ซื่อก้าวถอยหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ พูดเสียงสั่นเครือว่า “เรียน เรียนท่านอ๋อง ฮ่องเต้ ฮ่องเต้เกิดปีสิบสอง… เดือนเก้าวันที่สองตามปฏิทินจันทรคติเพคะ เรื่องนี้ ท่าน อ๋องก็ทราบมิใช่หรือ” วันประสูติของฮ่องเต้ต้องถูกบันทึก ไว้ในหนังสือเชื้อราชวงศ์ หากหลีอ๋องอยากรู้ ให้คนไป เปิดดูหนังสือล าดับวงศ์ตระกูลก็ย่อมได้
ม่อจิ่งหลีร้อง ฮึ ม่อซู่อวิ๋นเกิดวันที่สองเดือนเก้า ส่วนลูกของเยี่ยอิ๋งเกิดวันที่สามสิบเดือนแปด ห่างกัน เพียงสามวันเท่านั้น
ไทฮองไทเฮาชะงักเล็กน้อย เหมือนคิดอะไรได้ นาง มองม่อจิ่งหลี พูดว่า “หลีอ๋องมาถามวันประสูติของ ฮ่องเต้เอาตอนนี้ท าไมหรือ” ม่อจิ่งหลียังคงจ้องเขม็งไป
书呆子
ที่หลี่ซื่อ ราวกับไม่ได้ยินค าพูดของไทฮองไทเฮา เขาถาม ต่อว่า “หลังจากม่อซู่อวิ๋นคลอดแล้ว เจ้าได้เห็นเขา หรือไม่”
หลี่ซื่อพยักหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ข้า… ข้า แข็งแรงดี ไม่ได้… ไม่ได้สลบไป หลังจากฮ่องเต้คลอดออก มาแล้ว นางในก็อุ้มมาให้ข้าดู”
“ดีมาก” ม่อจิ่งหลีพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ตามที่ ข้ารู้ ฮ่องเต้คลอดตามก าหนดเวลา เหตุใดตอนนี้หมอ หลวงจึงบอกข้าว่า ฮ่องเต้ทรงไม่แข็งแรง เพราะประสูติ ก่อนก าหนด” อันที่จริงหมอหลวงไม่ได้บอกว่าม่อซู่อวิ๋น เกิดก่อนก าหนด เขาเพียงพูดว่าม่อซู่อวิ๋นไม่แข็งแรงมาแต่ ก าเนิด ซึ่งอาจเป็นเพราะเกิดก่อนก าหนด เดิมทีหลี่ซื่อ ไม่ได้เป็นที่โปรดปราน หากไม่ใช่เพราะคลอดองค์ชาย และได้รับการสืบต่อบัลลังก์จากม่อจิ่งฉี เกรงว่าทั้งในและ
书呆子
นอกวังคงลืมแม่ลูกคู่นี้ไปนานแล้ว คงไม่มีใครใส่ใจว่าม่อ ซู่อวิ๋นเกิดก่อนก าหนดหรือไม่
หลี่ซื่อหน้าซีดเผือก ปิดปากเงียบไม่กล้าพูดอะไร
สายตาม่อจิ่งหลีส่อแววชั่วร้าย เขาตบมือลงบนที่ เท้าแขนฉาดใหญ่ เสียงกระทบกับที่เท้าแขนไม้จันทร์แดง ดัง เพี๊ยะ “ยังไม่พูดความจริงอีก!”
หลี่ซื่อตื่นตระหนกพูดว่า “ข้าไม่รู้… ไม่รู้ว่าต้องพูด อะไร… ฮ่องเต้เป็นลูกของข้าจริงๆ”
ม่อจิ่งหลีหัวเราะเลือดเย็น “ใช่หรือ ทหาร จับ ผู้หญิงคนนี้ออกไปฆ่าทิ้งเสีย”
“ฮ่องเต้!” ไทฮองไทเฮาทั้งตกใจและโมโห นาง ถลึงตามองม่อจิ่งหลี ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าม่อจิ่งหลี ต้องการท าอะไร นางพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ถึง อย่างไรหลี่ซื่อก็เป็นมารดาผู้ให้ก าเนิดฮ่องเต้ จะบอกว่า
书呆子
ฆ่าก็ฆ่าหรือ หลีอ๋องเข่นฆ่าไทเฮา เจ้าจะอธิบายแก่เหล่า ขุนนางอย่างไร” ม่อจิ่งหลียิ้มเย็นชา มองไทฮองไทเฮาพูด ว่า “หากม่อซู่อวิ๋นไม่ใช่รัชทายาทของฮ่องเต้องค์ก่อน จริงๆ ข้าต้องอธิบายกับใครหรือ”
“ไม่… ท่านอ๋อง ข้าถูกปรักปร า” หลี่ซื่อสะดุ้งตกใจ คนโง่หรือคนทึ่มทื่อขนาดไหนก็ย่อมรู้ว่าการอุปโลกน์ว่า เป็นสายเลือดราชวงศ์นั้นมีความผิดมหันต์ หลี่ซื่อขาอ่อน ล้มนั่งลงบนพื้นทันที “ท่านอ๋อง ข้าบริสุทธิ์จริงๆ ข้า… ข้า ถูกปรักปร า…” นางอยู่อย่างเสงี่ยมเจียมตัวมาตลอดชีวิต ไม่เคยคิดเคยฝันว่าตนจะเป็นชายาของฮ่องเต้ ไม่เคยคิด ว่าจะให้ก าเนิดฮ่องเต้ได้ และยิ่งคิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งตนจะ ได้เป็นไทเฮา นางไม่คิดเลยว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงที่ พลิกผันไปมาอย่างต่อเนื่องผ่านไปแล้ว ยังต้องมาพบเจอ เรื่องเช่นนี้อีก
书呆子
“ในเมื่อเจ้าไม่พูดความจริง เช่นนั้นก็ไปตายเสีย เถิด” ม่อจิ่งหลีพูดอย่างเลือดเย็น
“ไม่… ข้าไม่ไป… ข้าไม่รู้จริงๆ… ” หลี่ซื่อโอดครวญ “ไม่เกี่ยวกับข้า… ฮ่องเต้… ฮ่องเต้…”
เสียนเจาไท่เฟยที่นั่งเงียบมาตลอดก็ขมวดคิ้ว มองดูหลี่ซื่อที่ตกใจกลัวจนพูดไม่รู้เรื่อง จึงเอ่ยปากพูดขึ้น ว่า “เจ้าแค่พูดออกมาฮ่องเต้ใช่ลูกแท้ๆ ของเจ้าหรือไม่” หลี่ซื่อชะงัก มองทั้งสามคนบนเก้าอี้ แล้วจึงพูดอย่าง หวาดกลัวว่า “ข้า… ข้าไม่รู้… ตอนที่ฮ่องเต้คลอดออกมา ข้าเป็นคนดูแลเขา… จนเมื่อเขาอายุครบหนึ่งเดือน… มี อยู่ครั้งหนึ่งอดีตฮ่องเต้องค์ให้คนมาอุ้มลูกไปให้พระองค์ ทอดพระเนตร หลังจากลูกถูกส่งกลับมา สุขภาพก็ไม่ค่อย ดี… ข้าคิดว่าเด็กยังเล็กจึงป่วยง่าย จึงไม่ได้สนใจนัก…”
“ไร้สาระ!” ไทเฮาตะคอก “เด็กโตหนึ่งเดือนแล้ว เด็กที่อุ้มกลับมาเป็นลูกของเจ้าจริงๆ หรือไม่ เจ้ายัง
书呆子
แยกแยะไม่ออกอีกหรือ” ทารกที่เพิ่งคลอดมาหนึ่งเดือน จะดูออกได้อย่างไรกัน
หลี่ซื่อกัดริมฝีปากขาวซีดของตนไม่กล้าพูดอะไร นัยน์ตาเสียนเจาไท่เฟยพลันมีแสงประกายแวบผ่าน พูด กับม่อจิ่งหลีด้วยน้ าเสียงราบเรียบว่า “ฮ่องเต้ ดูท่านางก็ ไม่ค่อยรู้อะไร ให้นางกลับไปเถิด อย่างไรเสียนางก็เป็นถึง ไทเฮา”