ชายาเคียงหทัย - ตอนที่ 383-1 จู่โจมยำมค่ ำคืน
ในพริบตาเดียวก็ถึงประเพณีปีใหม่ของต้าฉู่ แม้ว่า ตัวจะอยู่ที่ชายแดน ไม่สามารถกลับไปอยู่พร้อมหน้า พร้อมตากับคนในครอบครัวได้ แต่เหล่าทหารหาญแห่ง กองทัพตระกูลม่อก็ยังเตรียมตัวเชือดไก่ฆ่าแกะมาเป็น อาหารปลอบใจตนเองกันอย่างคึกคัก ทั่วทั้งค่ายทหาร กองทัพตระกูลม่อจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศยินดีปรีดา มากกว่าวันธรรมดาอยู่หลายส่วน
เปรียบเทียบกับกองทัพตระกูลม่อที่มีบรรยากาศ ปลาบปลื้มยินดีแล้ว ภายในค่ายทหารแคว้นเป่ยหรงที่ ตั้งอยู่ไม่ไกลนักกลับหนาวเหน็บและน่าอึดอัด นับตั้งแต่ ราชทูตที่กษัตริย์เป่ยหรงส่งมาถูกเยียหลี่ว์เหยี่ยจัดการจน สิ้นชีพเพราะไม่คุ้นกับดินฟ้าอากาศ แม้ว่าทางราชส านัก แคว้นเป่ยหรงจะไม่มีข่าวคราวมาโดยตลอด เพราะ อย่างไรราชส านักแคว้นเป่ยหรงก็อยู่ไกลจากต้าฉู่มาก
书呆子
เกินไป ทว่าเยียหลี่ว์เหยี่ยกลับรู้สึกได้ชัดเจนว่า สถานการณ์ภายในราชส านักแคว้นเป่ยหรงยามนี้ไม่เป็น ผลดีต่อตนเองเป็นอย่างมาก อีกทั้งในยามนี้หิมะปกคลุม ไปทั่วทุ่งหญ้า ส่งผลให้เสบียงอาหารและเบี้ยหวัดทหาร ของแคว้นเป่ยหรงไร้ซึ่งหนทางขนส่งมายังต้าฉู่ ก่อนหน้า นี้ได้ท าสงครามกับกองทัพตระกูลม่อไปหลายครั้ง ดู เหมือนว่ากองทัพตระกูลม่อจะเล็งเห็นถึงจุดอ่อนของ กองทัพแคว้นเป่ยหรง ดังนั้นจึงตั้งใจโจมตีเสบียงอาหาร ของแคว้นเป่ยหรงโดยเฉพาะ แม้ว่าภายในระยะเวลาอัน สั้นกองทัพแคว้นเป่ยหรงจะไม่ถึงกับขาดแคลนเสบียง อาหาร แต่ก็ผ่านคืนวันไปได้อย่างล าบากยากแค้น เมื่อ เห็นเหล่าทหารกองทัพตระกูลม่อเฉลิมฉลองกันอย่าง ก าเริบเสิบสาน เสียงหัวเราะเบิกบานที่แทบจะดังมาถึง นอกค่ายทหารแคว้นเป่ยหรงที่อยู่ห่างออกมาสิบลี้ ก็ ส่งผลให้พวกเขาหมดอาลัยตายอยากและกังวลใจมาก กว่าเดิมเป็นธรรมดา
书呆子
ภายในกระโจมใหญ่แคว้นเป่ยหรง เยียหลี่ว์ เหยี่ยคิ้วขมวด มองเหล่าแม่ทัพนายกองที่อยู่เบื้องล่าง พร้อมถามด้วยน้ าเสียงเคร่งขรึมว่า “ยามนี้สถานการณ์ ของทั้งสองกองทัพไม่มีความคืบหน้า ขวัญก าลังใจของ กองทัพตกต่ า แม่ทัพนายกองทุกท่านมีความคิดเห็นดีๆ อันใดหรือไม่”
เฮ่อเหลียนเจินลุกขึ้นเอ่ยว่า “องค์ชาย ความจริง แล้วพวกเราไม่จ าเป็นต้องร้อนใจพ่ะย่ะค่ะ”
เยียหลี่ว์เหยี่ยเลิกคิ้ว พลางเอ่ยว่า “ท่านแม่ ทัพเฮ่อเหลียนพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” เฮ่อ เหลียนเจินเอ่ยยิ้มๆ “เพราะกองทัพตระกูลม่อนั้นร้อนใจ ยิ่งกว่าพวกเรา เจิ้นหนานอ๋องแห่งแคว้นซีหลิงก าลังเร่ง โจมตีรุ่ยชังและเวยเฉิง ติ้งอ๋องก าลังรีบร้อนจะกลับไป ช่วยเหลือ ทัพใหญ่ต้าฉู่ของม่อจิ่งหลีก็ใกล้จะมาถึงในไม่ ช้า ถึงตอนนั้นกองทัพตระกูลม่อก็จะตกอยู่ในภาวะวิกฤต
书呆子
ถ้าหากว่าตอนนี้องค์ชายร้อนใจ ก็จะเป็นฝ่ายที่ตก หลุมพรางของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ”
เยียหลี่ว์เหยี่ยเอ่ยด้วยน้ าเสียงเคร่งขรึม “ความหมายของแม่ทัพใหญ่เฮ่อเหลียนก็คือให้ยื้อต่อไป เช่นนี้หรือ”
เฮ่อเหลียนเจินผงกศีรษะ พลางเอ่ย “ถูกต้องแล้ว ขอเพียงแค่พวกเรารอจนถึงยามที่ทหารม้าของม่อจิ่งหลี มาถึง ยามนั้นทั้งสามฝ่ายลงมือพร้อมกันแล้ว ยังต้องกลัว ว่าจะสู้กองทัพตระกูลม่อไม่ได้อีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” เยียหลี่ว์ เหยี่ยหัวเราะเสียงเย็น “ท่านแม่ทัพเฮ่อเหลียนคิดว่าพวก เรามีเวลามากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” สิ่งที่เฮ่อเหลียนเจิน กล่าว เยียหลี่ว์เหยี่ยจะไม่รู้ได้เช่นไร แต่ผู้อื่นสามารถรอ ได้ เขา เยียหลี่ว์เหยี่ยกลับรอไม่ได้ ถ้าหากว่าเรื่องการศึก สงครามยังยื้อต่อไปเช่นนี้ แม้ว่าสุดท้ายเขาจะเป็นฝ่าย ชนะ ก็เกรงว่าทางราชส านักแคว้นเป่ยหรงคงถูกเยียหลี่ว์
书呆子
หงควบคุมเอาไว้ทั้งหมดแล้ว ถึงตอนนั้นตนเองก็จะเป็น เพียงแค่คนที่ล าบากท าแทนเขาเท่านั้นเอง
“เรื่องนี้…” ในฐานะที่เฮ่อเหลียนเจินเป็นบุคคลที่ เยียหลี่ว์เหยี่ยไว้วางใจมากที่สุด จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะ ทราบข่าวคราวทางราชส านักเช่นกัน สถานการณ์ในยาม นี้ช่างน่าอึดอัดเสียจริง หากฝืนสู้รบจะต้องสู้กองทัพ ตระกูลม่อไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่ายังยื้อต่อไป เช่นนี้ ให้องค์รัชทายาทเยียหลี่ว์หงเป็นฝ่ายชิงโอกาสตัด หน้าไป การท าสงครามอย่างยากล าบากของตนเองและ องค์ชายเจ็ดก็ล้วนเสียเปล่าเช่นกัน สุดท้ายไม่แน่ว่า กระทั่งชีวิตก็อาจจะรักษาเอาไว้ไม่ได้
รอจนเยียหลี่ว์เหยี่ยออกค าสั่งให้แม่ทัพนายกองทุก คนถอยออกไปแล้ว เหลือเพียงแค่สองพ่อลูกเฮ่อเหลียน เฮ่อเหลียนเจินถึงได้เอ่ยถามเสียงเบาว่า “ความหมาย ขององค์ชายเจ็ดคืออะไร” เยียหลี่ว์เหยี่ยกลับยิ้มเจื่อน
书呆子
จงหยวนเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร เป็น สถานที่ที่แคว้นเป่ยหรงของพวกเขาคิดอยากจะ ครอบครองมาโดยตลอด และในยามนี้ตนเองก็ได้ ครอบครองสถานที่แห่งนี้แล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะอาลัย อาวรณ์ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป แต่การที่ต้องละทิ้ง แคว้นเป่ยหรงทั้งหมดเพื่อสถานที่แห่งนี้นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าหากว่าเขาสามารถบุกโจมตี เข้าครอบครองทั้งต้าฉู่ได้ อย่างราบรื่น การละทิ้งผืนดินแห้งแล้ง เพาะปลูกไม่ขึ้น อย่างแคว้นเป่ยหรงนั้นย่อมคุ้มค่าเป็นธรรมดา แต่ยามนี้ สถานการณ์ในจงหยวนกลับไม่เอื้ออ านวยให้เขาคาดหวัง เช่นนั้น
สิ่งที่ส าคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เหล่าทหารกล้าที่เป็น ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองล้วนเป็นชาวเป่ยหรงที่เติบโต ในผืนแผ่นดินเป่ยหรง แม้นว่าตนเองกับราชส านักแคว้น
书呆子
เป่ยหรงจะแตกแยกกัน ก็ไม่แน่ว่าผู้คนเหล่านี้จะยินยอม ระเหเร่ร่อนติดตามตนเองมาอยู่ที่จงหยวนตลอดไป
อีกด้านหนึ่ง ถ้าหากว่าตนเองถอยทัพกลับแคว้น เป่ยหรงในยามนี้ ก็สามารถกล่าวได้ว่าการยกทัพจับศึก ในหลายปีที่ผ่านมาจะล้มเหลวเพราะขาดความพยายาม ในครั้งสุดท้ายไป ความดีความชอบในการรบตลอดหลาย ปีมานี้ทั้งหมดก็จะกลายเป็นความว่างเปล่า ยิ่งกว่านั้น การกลับไปอย่างหมดสภาพ ในยามที่เสด็จพ่อไม่พอ พระทัยตนเองอย่างเห็นได้ชัด ก็จะไม่เป็นผลดีต่อตนเอง เช่นกัน
เยียหลี่ว์เหยี่ยส่ายหน้า ฝืนยิ้ม พลางเอ่ยว่า “ใน ยามนี้ข้าจะหมายความว่าอันใดได้เล่า ตอนนี้อยู่ใน สถานการณ์ที่ขี่หลังเสือแล้วยากจะลงเสียแล้ว ม่อซิว เหยา…ม่อซิวเหยานั้นเป็นดาวข่มข้าจริงๆ!” ถ้าหากไม่ มีม่อซิวเหยา ตอนนี้เขาคงได้ครอบครองพื้นที่ต้าฉู่ไปครึ่ง
书呆子
ค่อนแคว้นแล้ว แม้ว่าเสด็จพ่อจะไม่พอใจในตัวเขา แต่ ด้วยศักยภาพของตนเองก็มากพอที่จะยืนหยันด้วยขา ตนเองได้ ทว่าในยามนี้ นับตั้งแต่ม่อซิวเหยาเข้าร่วมรบใน แนวหน้า กองทัพแคว้นเป่ยหรงก็สามารถกล่าวได้ว่าพ่าย แพ้สงครามติดต่อกันหลายครั้ง ขวัญก าลังใจของทหาร แย่ลง จิตใจของทหารในค่ายก็ขึ้นๆ ลงๆ เหล่าทหารกล้า จ านวนมากเริ่มคิดถึงทุ่งหญ้าแห่งแคว้นเป่ยหรงแล้ว
ความจริงแล้วม่อซิวเหยาเป็นเพียงแค่ดาวข่มของ เยียหลี่ว์เหยี่ยผู้เดียวเสียที่เมื่อไร ม่อซิวเหยาปรากฏตัว ขึ้นในใต้หล้าไม่ถึงสิบปี เดิมต้าฉู่ที่เข้มแข็งเกรียงไกร เจริญรุ่งเรืองนั้นสามารถรักษาความสงบได้เพียงแค่ทาง ใต้เท่านั้น แคว้นซีหลิงย้ายเมืองหลวง เขตพระราชฐาน ถูกครอบครอง เหรินฉีหนิงแห่งแคว้นเป่ยจิ้งก่อร่างสร้าง แคว้นขึ้นมาด้วยความยากล าบาก ไม่ถึงสิบปีแคว้นก็ล่ม สลาย ผู้คนล้มตาย สาเหตุที่ราชส านักแคว้นเป่ยหรงไม่ได้
书呆子
รับผลกระทบจากม่อซิวเหยานั่นเป็นเพราะระยะทางของ ราชส านักแคว้นเป่ยหรงอยู่ห่างจากจงหยวนมากเกินไป ภายในระยะเวลาอันสั้นม่อซิวเหยาจึงไม่มีเวลาและกะจิต กะใจจะยื่นมือออกไปไกลขนาดนั้น แต่การต่อสู้ระหว่าง เยียหลี่ว์เหยี่ยและเยียหลี่ว์หงในเวลานี้ ก็มีเงาร่างของม่อ ซิวเหยาปรากฏอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน
เฮ่อเหลียนเจินถอนหายใจ พลางเอ่ยว่า “สถานการณ์ในยามนี้กลับไม่ส่งผลดีต่อพวกเรา เกรงว่า องค์ชายคงต้องวางแผนให้เรียบร้อยแต่เนิ่นๆ พ่ะย่ะค่ะ” ความจริงแล้ว กล่าวให้ชัดเจนโดยใช้ค าค าเดียวก็คือ… ต้องเดิมพัน การเดิมพันแรกคือ กองทัพทั้งสามแคว้น ร่วมมือกันก าจัดต าหนักติ้งอ๋องให้ถึงที่สุด กองทัพแคว้น เป่ยหรงสามารถครอบครองพื้นที่กว่าครึ่งค่อนแคว้นต้าฉู่ ถึงตอนนั้นแม้นว่าเยียหลี่ว์เหยี่ยจะแตกหักกับราชส านัก แคว้นเป่ยหรง ก็ยังมีกองทัพเป็นของตนเอง การเดิมพันที่
书呆子
สองแคว้นเป่ยหรงเฝ้ารอโอกาสที่จะถอยทัพ เยียหลี่ว์เห ยี่ยอาศัยอ านาจทางการทหารที่อยู่ในมือมากกว่าครึ่ง กลับไปยังราชส านักต่อสู้กับเยียหลี่ว์หงอย่างเอาเป็นเอา ตาย นี่เป็นเดิมพันที่ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ล้วนยากที่แก่ การปฏิบัติให้ส าเร็จทั้งสิ้น
เฮ่อเหลียนเผิงที่อยู่ด้านข้างเอ่ยเสียงเคร่งขรึมว่า “องค์ชาย ท่านพ่อ แม้นว่ายามนี้พวกเรามีเจตนาจะถอย ทัพ ก็ไม่แน่ว่ากองทัพตระกูลม่อจะยอมให้เราท าเช่นนั้น นะพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสองคนหันหน้าไปมองเฮ่อเหลียนเผิง พร้อมกัน เฮ่อเหลียนเผิงกล่าวต่อว่า “องค์ชายกับท่าน พ่อลืมไปแล้วหรือว่า แคว้นเป่ยหรงและต าหนักติ้งอ๋อง… มีความแค้นต่อกันอย่างลึกซึ้ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสองคนก็ตกตะลึง สงครามสิบ ปีก่อนหน้านี้ ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายไม่ได้มีเพียงแต่ กองทัพตระกูลม่อ แคว้นเป่ยหรงก็เสียหายยับเยินเช่นกัน
书呆子
แต่ความโกรธแค้นที่กองทัพตระกูลม่อมีต่อแคว้นเป่ยหรง นั้น ก็ไม่ได้ถูกกลบฝังเพียงเพราะแคว้นเป่ยหรงได้รับ ความเสียหาย ม่อซิวเหยานั้นด าเนินทุกอย่างด้วยความ รวดเร็วและเฉียบขาดมาโดยตลอด สามเดือนโจมตีเมือง หลวงแห่งซีหลิง หนึ่งเดือนก็ได้ฉู่จิงมาไว้ในครอบครอง มาคราวนี้กลับตั้งค่ายทหารต่อสู้กับแคว้นเป่ยหรงด้วย จิตใจที่สงบเยือกเย็น ช่างไม่เหมือนกับนิสัยเขาเลยแม้แต่ น้อย เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฮ่อเหลียนเจินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก จิตใจหนักอึ้ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ขณะเอ่ยว่า “ม่อ ซิวเหยาคิดจะจัดการกองทัพแคว้นเป่ยหรงของพวกเรา โดยไม่ให้เหลือรอดไปได้แม้แต่ผู้เดียว!”
เมื่อวาจานี้ถูกกล่าวออกมา เยียหลี่ว์เหยี่ยก็ตก ตะลึงเช่นกัน เอ่ยเสียงเข้มว่า “ม่อซิวเหยาจะโลภมาก เกินไปแล้ว!”
书呆子
เฮ่อเหลียนเจินกล่าว “ในปีนั้นที่ม่อซิวเหยามีอายุ เพียงแค่สิบกว่าปีก็ประสบความส าเร็จเรื่องการใช้ต ารา พิชัยยุทธ์ในการท าสงครามเป็นอย่างมาก กลยุทธ์ทาง การทหารยิ่งเก่งกาจสามารถจนยากจะคาดเดา ความสามารถซ่อนเร้นที่ผ่านการขัดเกลามาสิบกว่าปี เกรงว่าจะไม่ธรรมดามากกว่าเดิม องค์ชายควรจะ ระมัดระวังในส่วนปีกทั้งสองด้านของกองทัพ หากว่าม่อ ซิวเหยาต้องการจัดการกองทัพของพวกเราให้ราบคาบ จริงๆ จะต้องส่งทหารอ้อมมาขนาบปีกทั้งสองด้านของ กองทัพพวกเราจากทางด้านหลังเพื่อปิดกั้นเส้นทางถอย ทัพแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เยียหลี่ว์เหยี่ยที่รู้ว่า ตนเองสู้เฮ่อเหลียนเจินที่ เก่งกาจในด้านกลยุทธ์ทางการทหารไม่ได้ พยักหน้าเอ่ย ว่า “ข้ารู้แล้ว ขอบคุณท่านลุงที่กล่าวเตือน เพียงแต่ใน
书呆子
ยามนี้ จะบุกก็ยาก จะถอยก็ถอยไม่ได้ ทั้งสองท่านเห็นว่า ควรจะท าเช่นไรถึงจะดี”
เฮ่อเหลียนเผิงตอบ “กระหม่อมคิดว่า ในเมื่อไม่ สามารถถอยทัพได้ ก็ควรจะบุกตะลุยเข้าไปอย่างห้าว หาญ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสภาพภูมิอากาศของแคว้นเป่ย หรงในยามนี้ จะให้ทั้งกองทัพถอยทัพออกไปนอกด่านได้ อย่างปลอดภัย คิดจะย้อนกลับไปยังแคว้นเป่ยหรง ก็ เกรงว่าต้องใช้ระยะเวลาสองสามเดือนหลังจากนี้ที่หิมะ น้ าแข็งในทุ่งหญ้าละลายแล้วถึงจะสามารถเดินทางได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่บุกเข้าไปด้านหน้า ต าหนักติ้ง อ๋องกับแคว้นเป่ยหรงนั้นกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจต่อกัน แล้ว หากว่าผิดสัญญากลางคัน เกรงว่าแคว้นซีหลิงก็คง จะไม่ยอมรามือจากแคว้นเป่ยหรงเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” แม้ว่ายามนี้แคว้นซีหลิงจะไม่ได้มีเขตแดนติดต่อกันกับ แคว้นเป่ยหรง แต่แคว้นซีหลิงก็ยังคงเป็นแคว้นที่
书呆子
แข็งแกร่ง อีกทั้งแคว้นเป่ยหรงก็ขาดแคลนสิ่งของจ าเป็น ในการด ารงชีพ มีสิ่งของมากมายที่น าเข้าจากแคว้นซีหลิง ถ้าหากว่าล่วงเกินศัตรูที่แข็งแกร่งทั้งสองด้านในเวลา เดียวกันแล้วล่ะก็ สถานการณ์ของแคว้นเป่ยหรงคงน่า เป็นห่วงแล้วจริงๆ