Semantic Error ลอจิกของคุณมีปัญหานะครับ - บทที่ 62 Yellow #4
พอส่งบอลไปให้ ซังอูก็รับไว้ด้วยสองมือ อีกฝ่ายบอกว่าขอซ้อมก่อนแล้วเด้งลูกบาสสองสามครั้งก่อนจะเริ่มเลี้ยงลูก ทุกอย่างเป็นไปตามวิธีมาตรฐานเหมือนตอนที่เจ้าตัวทำเรื่องต่างๆ ซังอูเดินสองก้าวแล้วเด้งลูก สองก้าวแล้วเด้งลูก ไปจนถึงเส้นชู้ตลูกโทษแล้วชู้ตด้วยสองมืออย่างมั่นคง แต่น่าเสียดายที่ไม่ลงห่วง
ซังอูทำอย่างนั้นอีกสี่ครั้ง ล้มเหลวอีกสองครั้ง และสำเร็จสองครั้ง จากนั้นก็ดูเหมือนจะจับทางได้แล้ว ซังอูเก็บลูกขึ้นมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์แล้วเลี้ยงลูกไปกลางสนาม
“เริ่มเลยครับ”
“เอาสิ ฝั่งนี้นะ”
แจยองถอดแว่นเก็บลงในกระเป๋ากางเกงแล้วตั้งท่า ทันใดนั้นซังอูที่เคยยืนนิ่งถือลูกบอลไม่ขยับเขยื้อนก็เลี้ยงลูกเข้ามาใกล้ แจยองรอดูว่าอีกฝ่ายจะมาทางซ้ายหรือทางขวา แต่เจ้าตัวกลับพุ่งเข้ามาตรงหน้า ทำสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘ยังไงก็จะเข้ามาขวางอยู่แล้วนี่ครับ’ ซังอูเตรียมเข้าปะทะด้วยแขนหนึ่งข้าง ดูแล้วคงคิดจะฝ่าไปทางด้านขวา
แล้วก็เป็นทางขวาอย่างที่คิด แต่ในจังหวะที่ต้องขวางไว้ แจยองกลับไม่สามารถแตะต้องตัวอีกฝ่ายได้ ด้วยความต่างทางสรีระ ถ้าเขาอยากจะเล่นสกปรกก็ย่อมได้ แต่ร่างกายกลับไม่กระตือรือร้นที่จะเคลื่อนไหว ซังอูก้มหัวลอดผ่านแขนของแจยองไป และชู้ตลูกแรกได้สำเร็จ
“อะไรเนี่ย เล่นดีๆ สิครับ”
ตึก ตึก ตึก เขารู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงพอๆ กับเสียงลูกบอลที่เด้งบนสนาม
แจยองรับลูกบอลที่ซังอูโยนมา สัมผัสของลูกบอลให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคย ทั้งที่เขาเป็นผู้เล่นในตำแหน่งฟอร์เวิร์ด[1]ที่จับลูกบาสมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนและเป็นเลิศด้านการเล่นแบบทุ่มสุดตัว แต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกอยากเอาชนะเลยสักนิด
เขาไล่ตามลูกบาสอย่างเชื่องช้าราวกับไม่เต็มใจ ซังอูวิ่งเข้ามาขวางหน้า และมองตามลูกบาสว่าจะไปทางไหนด้วยสายตากระตือรือร้น แขนของอีกฝ่ายขยับกลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับจะโอบกอดแจยอง แจยองแสร้งทำเป็นฝ่าไปสองสามครั้งก่อนจะขว้างบอลออกไปไกล แน่นอนว่าการชู้ตลูกจากเส้นกลางไม่มีทางที่มันจะลงห่วง ลูกบาสชนแป้นแล้วเด้งไปไกล ซังอูจึงวิ่งตามลูกบอลไป
‘แบบนี้ได้แพ้แหง’
แจยองหัวเราะแห้งๆ ซังอูวิ่งเลี้ยงลูกเข้ามา คราวนี้เห็นอีกฝ่ายหมุนตัวไปทางซ้าย เขาจึงเข้าเผชิญหน้าด้วยความยินดี ชายหนุ่มพยายามจะแย่งลูกบอลมา แต่ซังอูกลับดึงลูกเข้าหาตัวอย่างไม่ลังเล จากนั้นใช้เทคนิคการโพสต์อัป[2]ที่แข็งแกร่งด้วยการใช้แผ่นหลังดันจนผ่านแจยองไปได้
ดูจากการรักษาลูกบอลอย่างแน่วแน่แล้ว อีกฝ่ายน่าจะเคยเป็นพอยต์การ์ด[3]มาก่อน ต่างจากแจยองที่มักจะเล่นในตำแหน่งฟอร์เวิร์ดเสมอ ดีลเลอร์[4]กับแทงก์ ดีไซเนอร์กับนักพัฒนา พวกเขาแตกต่างกันถึงขนาดนั้นเลยทีเดียว
ซังอูเข้าไปใกล้เส้นชู้ตลูกโทษ ย่อตัวลง และคราวนี้ก็ชู้ตสองมือเหมือนเคย ลูกบาสลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งและลงห่วงไปอย่างสวยงาม
แจยองไม่มีสมาธิเอาเสียเลย ระหว่างที่เขาได้แต่ขยับตัวอย่างไม่มีแรงเหมือนหุ่นเชิด รู้ตัวอีกทีสกอร์ก็กลายเป็น 8:0 ไปแล้ว
“ถ้าชนะแล้วจะได้อะไรครับ”
“นั่นสิ”
“ทำตามที่อีกคนขอ ดีไหมครับ”
“ได้สิ”
นี่เป็นการเดิมพันที่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ แจยองก็ไม่ขาดทุน เขาลองคิดว่าถ้าชนะจะขออะไร แต่สุดท้ายก็เลิกคิดไป ถ้าเป็นสิ่งที่ง่ายเกินไป แค่ขอตรงๆ ไปเลยก็ได้ และถ้าขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้โดยใช้การเดิมพันเป็นข้ออ้าง สุดท้ายอาจได้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามมาแทน
ทันใดนั้นลูกบอลก็ลอยมา แจยองใช้สองมือรับลูกบอลโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะต้องแสดงความสามารถให้อีกฝ่ายได้เห็นสักครั้ง เขาย่อตัวลงเลี้ยงลูกบาส และโชว์ฝีมือด้วยการเปลี่ยนมือโดยไม่จำเป็น แต่ซังอูกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตาด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่สาระสำคัญ ซังอูมักจะไม่ให้ความสนใจ ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่ามันไม่เท่เอาเสียเลย แต่ตอนนี้…
‘ฉันชอบนายที่สนใจแต่สาระสำคัญ’
เขาใช้การหลอกล่อทำทีจะฝ่าไปทางขวา แล้วหมุนตัวไปทางซ้าย ซังอูถูกหลอกเข้าอย่างจัง ครั้งหนึ่งเขาเคยอึดอัดกับอีกฝ่ายที่เป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้…
‘ฉันชอบนายที่ซื่อตรง ไม่เสแสร้ง’
ซังอูตามมาประกบอีกครั้ง และพยายามจะปัดลูกขณะเอื้อมแขนโอบรอบเอวของแจยอง แจยองส่งลูกไปด้านหลังแล้วคว้าไว้ด้วยมืออีกข้าง ก่อกวนอีกฝ่ายด้วยการเลี้ยงลูกแบบครอสโอเวอร์[5]แล้วฝ่าไปอย่างง่ายดายอีกครั้ง ซังอูไม่ยอมแพ้และขยับตามหลังมา ครั้งเขาเคยคิดว่าอีกฝ่ายที่เป็นเช่นนั้นช่างดูโง่เขลา แต่ตอนนี้…
‘ฉันชอบนายที่ทำทุกอย่างอย่างเต็มที่เสมอ’
สายลมบางเบาแยกหน้าม้าออกจากกันขณะที่เขาเลี้ยงลูกและวิ่งไปบนสนาม หัวใจเต้นตึกตัก แจยองวิ่งรวดเดียวไปถึงแป้นบาส และชู้ตลูกเลย์อัป[6]ที่ไม่มีวันพลาด ลูกบาสหล่นลงห่วงอย่างสวยงาม เขารับลูกบาสมาไว้ในมืออีกครั้ง และเด้งลูกไปมาสองสามครั้งก่อนจะโยนไปให้ซังอู
“8 ต่อ 2 ครับ”
อีกฝ่ายรับลูกไปแล้วพูดขึ้น พอไปถึงเส้นกลาง ซังอูก็วิ่งช้าๆ เลี้ยงลูกบอลเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางที่ถูกต้องตามมาตรฐานและดูแข็งกระด้าง แต่เป็นท่าทางที่มีประสิทธิภาพ เสื้อยืดชื้นเหงื่อแนบสนิทกับลำตัวเกิดเป็นภาพซิลลูเอทที่ปราดเปรียว บนใบหน้าเผยสีหน้ามั่นใจ
ขณะที่นึกชื่นชมว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอีกฝ่ายช่างน่าเอ็นดู แจยองก็ตระหนักได้ทันทีว่าตนหลงรักชูซังอูเข้าแล้ว มันเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายพิเศษอย่างไรและแตกต่างจากคนอื่นตรงไหนเสียอีก ภาพของซังอูที่กำลังวิ่งเข้ามาหาตน ไม่สิ ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายกำลังวิ่งเข้ามาหาตนช่างน่าหลงใหลเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนจนแจยองรู้สึกกลัว
มันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองตกหลุมรักคนที่ไร้เล่ห์เหลี่ยมและโง่เขลา คนที่ไม่สร้างภาพและไม่ยืดหยุ่นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะมันดำเนินไปอย่างช้าๆ เหมือนเสื้อผ้าที่ค่อยๆ เปียกฝน รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว ที่เคยคิดว่านอนด้วยกันสักครั้งก็คงเบื่อไปเองนั้นเป็นการคิดไปเองที่เหลวไหลสิ้นดี เพราะหลังจากที่ได้ใช้เวลากับชูซังอูในคืนนั้น แจยองกลับยิ่งต้องการอีกฝ่ายอย่างแรงกล้า
ซังอูเหลือบตาขึ้นมองพลางเลี้ยงลูกมาข้างหน้าด้วยความกระตือรือร้น แจยองที่เคยยืนใจลอยกางแขนออกเพื่อขัดขวาง ก่อนจะตะครุบกอดทั้งอย่างนั้นอย่างทนไม่ไหว
“…ฟาวล์ครับ”
เขาดื่มด่ำกับบรรยากาศจนไม่ได้หัวเราะให้กับคำพูดไร้สาระของซังอู เขานึกขำตัวเองที่ตกหลุมรักคนจืดชืดที่ยังคงไม่ยอมปล่อยลูกบอลแม้กระทั่งในเวลาแบบนี้ แจยองลูบท้ายทอยของซังอูเบาๆ พลางรู้สึกวูบวาบในอก
ซังอูยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับออก
“ผมจะชู้ตลูกโทษนะครับ”
แจยองยืนมองซังอูชู้ตลูกโทษลงสองครั้งอย่างไร้ความสนใจ ท่าชู้ตของฝ่ายดูเหมือนกันเป๊ะราวกับก็อปวางเฟรมต่อเฟรม ซังอูเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง
“สิบแต้มครับ”
“เก่งนี่ ให้ฉันทำอะไรให้ดี”
ซังอูหอบหายใจ เขาก้มหน้ามองพื้นอยู่สักพักแล้วเงยหน้าขึ้นมาตอนที่แจยองทำท่าจะถามซ้ำ นัยน์ตาสีดำที่ดูแน่วแน่ในเป้าหมายประสานกับดวงตาของแจยอง
“จูบผมหน่อยครับ”
แจยองอยากจะถามว่า ‘แค่นี้เองเหรอ?’ แต่กลับไม่มีโอกาสได้ถาม เขาขยับเข้าไปใกล้ ใช้ฝ่ามือประคองแก้มแล้วเริ่มดูดดึงริมฝีปากตรงหน้า
ตึก ตึก ตึก เสียงลูกบาสค่อยๆ กระเด็นไกลออกไปเรื่อยๆ
ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติกและสายตาถูกบดบังด้วยความรู้สึก ช่างเป็นค่ำคืนที่งดงามและดีจริงๆ
⌘W
“ผลงานของที่นั่นโอเคเลยนะ จะว่าไงดีล่ะ ทั้งเป็นที่นิยมแล้วก็มีคุณภาพล่ะมั้ง”
“ผมเองก็อยากรวบรวมพอร์ตโฟลิโอแน่นๆ ให้เสร็จภายในปีนี้ แล้วยื่นที่เอ็นโคอยู่พอดีเลยครับ ในบรรดาสตูดิโอดังๆ ที่นั่นรับคนเยอะที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องไปหาเงินที่บริษัทใหญ่ๆ อยู่แล้ว”
แจยองดื่มโซจูไปเงียบๆ เย็นวันเสาร์เขาได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนรุ่นเดียวกันเรียกให้ออกมากินข้าว ก่อนจะมาจบที่ร้านเหล้าโดยปริยาย เดิมทีมีพี่ที่รู้จักกันแบบผิวเผินมาด้วยสองคน แต่คนหนึ่งแฟนโทรตามกลับไปกลางคันจึงเหลือกันอยู่สามคน พวกเขาทั้งหมดกำลังจะเรียนจบจากเอกดีไซน์ในปีนี้ ดังนั้นการหางานจึงกลายเป็นหัวข้อหลักในการสนทนา
“ปีนี้เด็กซ์ก็คงจะรับแค่คนเดียวไหมครับ”
“ที่นั่นน่ะเหรอ ก็… ไม่น่ามีหวังหรอก ขนาดพวกมีประสบการณ์ยังเข้ายากเลย คิดว่าเด็กจบใหม่จะได้เหรอ”
“พี่ดรอปเรียนไปก็เลยไม่รู้สินะ ปีที่แล้วประธานของเด็กซ์มางานแสดงผลงานจบการศึกษาด้วยนะครับ”
“ดีไซเนอร์คิมซูฮันอะนะ? พูดจริง?”
“ครับ ดูดีมีสไตล์สุดยอดเลยครับ ตอนนั้นคนฮือฮากันอย่างกับมีดารามาแน่ะ แถมพอเดินดูงานแล้วยังบอกว่ามีงานที่ถูกใจเลยขอเบอร์เจ้าของงานไปด้วยนะครับ”
“โห เชี่ย… ใครคือผู้โชคดีคนนั้นวะ งั้นตอนนี้ก็น่าจะทำงานอยู่ที่นั่นสินะ น่าอิจฉาฉิบหาย”
“จะใครอีกล่ะครับ ก็ไอ้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าพี่นี่แหละ”
แจยองที่นั่งดื่มอยู่เงียบๆ ตกเป็นเป้าสายตาของทั้งสองคน รุ่นพี่ที่เขารู้จักแค่ผิวเผินขมวดคิ้วยุ่งแล้วถามว่าเขามาทำอะไรอยู่ที่นี่ พอเห็นแจยองเอาแต่หัวเราะโดยไม่ตอบอะไร เพื่อนร่วมรุ่นจึงอธิบายแทน
“มันเทเด็กซ์เพราะจะไปเรียนต่อต่างประเทศครับ”
“งั้นทำไมไม่ไปล่ะ”
“พี่นี่ตกข่าวเกินไปแล้วนะ ไอ้นี่มันโดนจับได้ว่าให้คนเช็กชื่อแทนก็เลยเรียนไม่จบไงล่ะครับ”
จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะชอบใจ แจยองยอมตกเป็นหัวข้อนินทาในวงเหล้าแล้วปล่อยให้พวกเขาสนุกสนานกันไป ใช่ว่าเขาเพิ่งเจออะไรแบบนี้ครั้งแรก ถึงแม้การหยอกล้อพวกนั้นจะแฝงไว้ด้วยความอิจฉาริษยาอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ว่ามันไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร
“งั้นแจยอง ไอ้นี่นิ เรียนแค่ตัวเดียว ไม่ยอมติดต่อมาบ้างวะ ทำไมช่วงนี้ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย”
“นั่นสินะครับ ช่วงนี้ผมยุ่งมากเลย”
งงว่าไปรู้จักกันตั้งแต่ชาติปางไหนถึงได้มาทำตัวสนิทสนมขนาดนี้ แจยองยิ้มเยาะอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไร
“เหมือนมันจะมีสาวนะครับ”
เพื่อนร่วมรุ่นว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนไป
“หน้าก็ไม่โผล่มาให้เห็น โทรไปก็ไม่รับ ตอนเดินผ่านยังเห็นรถจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้วยนี่?”
“โอ้ เหมือนจะเป็นคนในมอนะ ใครวะ ไหนเอามาดูหน้าหน่อย ไม่มีรูปเหรอ”
สองคนนั้นตื่นเต้นจนต้องร่ายชื่อบรรดานักศึกษาผู้หญิงที่เขาเคยสนิทด้วยเมื่อเทอมที่แล้วออกมา
“ซอรินหรือเปล่า”
“เฮ้ย รายนั้นเรียบร้อยเกินไป น่าจะเป็นโจมินจองมากกว่ามั้ง คนที่อยู่เอกเต้นน่ะ”
“ฉันรู้แล้ว ยูนาแน่เลย! ยูนาไง ที่ดูน่ากลัวๆ”
“โอ๊ย… บ้าแล้วพี่ ทำไมพี่ไม่มีเซนส์ขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่โจมินจองก็ต้องเป็นจองโซยูนเอกไวโอลินคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้แน่ๆ ผมมั่นใจ ฟีลมันมา”
บลาๆๆ มีแม้กระทั่งชื่อของคนที่เขาเคยเกือบจะคบด้วยหลุดออกมา แต่ตอนนี้มันไม่มีความหมายอะไรแล้ว แจยองดื่มเหล้าเงียบๆ ปล่อยให้พวกเขาทายสิ่งที่ไม่มีวันบังเอิญถูกกันไป
[1] ฟอร์เวิร์ด (Forward) แบ่งออกเป็น สมอลฟอร์เวิร์ด (Small forward) มีหน้าที่ทำแต้มให้ทีม และพาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด (Power forward) มีหน้าที่ป้องกันอยู่ใต้แป้น คล้ายเซ็นเตอร์ แต่มีหน้าที่หลักคือการรีบาวด์ หรือการจับลูกหลังการชู้ตลูกพลาด
[2] โพสต์อัป (Post up) การเข้าไปในแดนฝั่งตรงข้ามเพื่อหาตำแหน่งที่จะทำแต้มได้ซึ่งมีด้วยกัน 2 แบบ คือ Low Post (การยืนหาตำแหน่งบริเวณใต้แป้นบาส) และ High Post (การยืนหาตำแหน่งบริเวณเส้นจุดโทษ)
[3] พอยต์การ์ด (Point Guard) มีหน้าที่ดูแลการบุกของทีมโดยควบคุมลูกและส่งลูกไปยังผู้เล่นที่เหมาะสม
[4] ดีลเลอร์ หรือ Damage dealer หรือ DPS (Damage per second) ตำแหน่งตัวบุกในเกม ทำหน้าที่สร้างความเสียหายให้กับฝ่ายตรงข้าม
[5] ครอสโอเวอร์ เทคนิคการเลี้ยงบาสเกตบอลเพื่อสร้างพื้นที่ระหว่างผู้เล่นฝ่ายรุก กับผู้เล่นฝ่ายรับ
[6] เลย์อัป (Lay-Up) การก้าวเท้ายิงประตูแบบหงายมือ