Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1061: มิติบิดเบี้ยว
“นี่คือสถานที่ที่ทางเราเชื่อมต่อทางเข้าอาณาจักรลับที่
อาณาจักรโป๋หลัว”
ซ่งถิงอวี้ชี้ไปที่กำแพงกับพลังต่างมิติไม่มั่นคงภายใน
ตำหนักหินตะวันดำ
“อาณาจักรโป๋หลัว…” ประกายแปลกประหลาดฉาย
ผ่านดวงตาของจีเหยา
“ข้าไม่รู้ว่ามีทางเข้าอาณาจักรลับอีกแห่งในอาณาจักร
วิญญาณที่เชื่อมต่ออาณาจักรโป๋หลัว ดูท่าความพ่าย
แพ้ของวิหารจันทราและตำหนักตะวันที่อาณาจักรโป๋
หลัวคือสิ่งที่เกี่ยวกับเกาะตะวันเพลิงไม่มากก็น้อย” จี
รุ่ยครุ่นคิด “ไม่สงสัยเลยว่ากลุ่มยอดฝีมือเผ่าพันธุ์เงา
ทมิฬปรากฏตัวบนทวีปใต้พิภพจากที่ใดไม่ทราบได้
ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด พวกเขาต้องกลับมาจากอาณาจักร
โป๋หลัวผ่านทางเข้าอาณาจักรลับแน่ ๆ”
“ถูกต้องแล้ว” ซ่งถิงอวี้ตอบ
“วิหารจันทราและตำหนักตะวันส่งยอดฝีมือไป
อาณาจักรโป๋หลัวแล้ว ไม่นานนักก่อนจะไปถึง
อาณาจักรโป๋หลัวและสร้างทางเข้าอาณาจักรลับขึ้นมา
ใหม่” จีเหยาขมวดคิ้ว “ตามประมาณการณ์แล้ว พวก
เขาไปถึงอาณาจักรโป๋หลัวแล้วหรือเปล่านะ”
เขาพลันสังเกตเห็นว่าทางเข้าอาณาจักรลับบนกำแพง
หินตะวันดำไม่สามารถก่อตัวได้ทันทีที่ไปถึง
ด้วยเหตุนี้เขาเชื่อคำอธิบายของซ่งถิงอวี้
ถ้าทางเข้าอาณาจักรลับบนฝั่งของอาณาจักรโป๋หลัวถูก
ผนึกจริง ๆ เช่นนั้นอาณาจักรวิญญาณจะตัดสินใจ
อะไรได้?
เขาสงสัยว่าวิหารจันทราและตำหนักตะวันไปถึง
อาณาจักรโป๋หลัวตามเวลาที่กำหนดและเริ่มลงมือ
สังหารหมู่
เขาถึงขั้นคิดว่าทางเข้าอาณาจักรลับของเผ่าพันธุ์สัตว์
ร้ายโบราณตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิหารจันทรา
และตำหนักตะวันแล้ว ด้วยเหตุนี้มันถูกผนึกอยู่
“ตระกูลอวี่… ยังอยู่ที่อาณาจักรโป๋หลัว” จีรุ่ยเตือน
สีหน้าของจีเหยามืดมนเล็กน้อย “ความจริงที่ตำหนัก
ตะวันและวิหารจันทราร่วมมือกันนั้นหมายความว่า
หกกองกำลังใหญ่ตกลงร่วมกันแล้ว พวกเขาจะต้องชะ
ล้างอาณาจักรโป๋หลัวด้วยเลือดทันทีที่ไปถึง”
“นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำเสมอ” จีรุ่ยพ่นลมออกจมูก
“ตระกูลอวี่คือกองกำลังของตระกูลจี พวกเขาทำเรื่อง
ไม่ดีในอาณาจักรโป๋หลัวเช่นกัน” จีเหยาเสริม
“บางทีอาณาจักรโป๋หลัวอาจจะถูกละเลงไปด้วยเลือด
แล้ว” จีเหยาขมวดคิ้วแน่น “ฉินเลี่ยคนนั้น… อาจจะ
ตกอยู่ในอันตรายที่อาณาจักรโป๋หลัว”
“เขาคือฉินเลี่ยจากตระกูลฉินจริงหรือ?” จีรุ่ยดู
สับสนขณะถามเรื่องนี้
ถึงวันนี้ พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าจ้าวเกาะของ
เกาะตะวันเพลิงคือฉินเลี่ยจากตระกูลฉินหรือเปล่า
เหตุผลที่พวกเขาวิตกกับการพบเขาก็เพื่อยืนยันตัวตน
แท้จริง ถึงตอนนั้นพวกเขาสามารถคิดถึงเส้นทางการ
ลงมือครั้งต่อไปได้
“พวกเราไม่มั่นใจ พวกเจ้าทุกคน… น่าจะรู้ว่าฉินเลี่ย
ในตอนนั้นเป็นเช่นไร” มีความเหยียดหยันและความดู
หมิ่นในสายตาของจีเหยาเด่นชัด “เท่าที่พวกเราได้ยิน
มา ฉินเลี่ยจากดินแดนแห่งความโกลาหลฟังดูน่า
ประทับใจกว่าฉินเลี่ยของพวกเรา ถ้าเขาคือฉินเลี่ยที่
กลับชาติมาเกิด ทำไมพวกเราไม่เห็นสมาชิกตระกูล
ฉินอยู่ที่นี่ล่ะ? ถ้าพวกเจ้าถามข้า ข้าคิดว่าฉินเลี่ยคนนี้
เป็นแค่ตัวปลอม เขาใช้น ้าหนักที่อยู่เบื้องหลังตระกูล
ฉินมาขับเคลื่อนเป้าหมายของตัวเอง”
ขณะนิ่งไป จีเหยาเย้ยหยันว่า “แต่ว่า เขาคล้ายกับเสีย
การควบคุม บางทีเขาอาจจะติดอยู่ในอาณาจักรโป๋
หลัวและตอนนี้ถูกไล่ล่าโดยวิหารจันทรากับตำหนัก
ตะวันทั่วทุกหนแห่ง”
“ตัดสินจากทางเข้าอาณาจักรลับที่ถูกผนึก วิหาร
จันทราและตำหนักตะวันจะต้องควบคุมอาณาจักรโป๋
หลัวไปแล้ว” จีรุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย
ยอดฝีมือตระกูลจีสามคนวิเคราะห์สถานการณ์ของ
อาณาจักรโป๋หลัวอย่างจริงจัง พวกเขาไม่สนความรู้สึก
ของซ่งถิงอวี้แม้แต่นิดเดียว
ดวงตาเจิดจ้าของซ่งถิงอวี้หมองลงช้า ๆ แม้กระทั่งสี
หน้าของนางเปลี่ยนเป็นจริงจัง
การวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้ของอาณาจักรโป๋หลัว
จากทั้งสามทำให้นางเป็นห่วงฉินเลี่ย นางเกรงว่าทั้ง
สามจะพูดถูก
ก่อนฉินเลี่ยไปอาณาจักรโป๋หลัว เขาเคยบอกนาง
เกี่ยวกับสถานการณ์ที่นั่น นางรู้ว่าวิหารจันทราและ
ตำหนักตะวันใกล้จะสร้างทางเข้าอาณาจักรลับที่
อาณาจักรโป๋หลัวแล้ว
เหตุผลที่ฉินเลี่ยวิ่งไปอาณาจักรโป่หลัวอย่างร้อนรนก็
เพื่อหาทางคลี่คลายเรื่องนี้
แน่นอน ไม่มีทางที่นางจะรู้ว่าสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ทมิฬที่ควบคุมสังกัดเผ่าพันธุ์อสูรคือสาเหตุของการ
เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งหมดนี้ได้
นางคิดว่าการวิเคราะห์ของทั้งสามมีเหตุผลยิ่ง นางคิด
ว่ายอดฝีมือของวิหารจันทราและตำหนักตะวันไปถึง
อาณาจักรโป๋หลัวตามเวลาที่กำหนดและควบคุม
ทางเข้าอาณาจักรลับของเผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณได้
สำเร็จ พวกเขาต้องห้ามไม่ให้ออกจากที่นั่นแน่
“พวกเราจะทำอย่างไรดี? พวกเราควรจะทำอย่างไร
ดี?” ซ่งถิงอวี้พลันแตกตื่น
“ข้าคิดว่าพวกเราควรไปดู” จีรุ่ยพลันกล่าวขึ้น
จีเหยาครุ่นคิดสักพักก่อนหันมาเผชิญหน้ากับซ่งถิงอวี้
“แม่นางซ่ง เจ้าอยากยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโป๋
หลัวด้วยสองตาตัวเองหรือไม่?”
“แต่ทางเข้าอาณาจักรลับที่อาณาจักรโป๋หลัวถูกผนึก
ในตอนนี้ไม่ใช่หรือ?” ซ่งถิงอวี้ดูประหลาดใจ
จีเหยายิ้มมีเลศนัย “ข้ามีทาง”
ซ่งถิงอวี้ดูสับสนและลังเลเล็กน้อย
“ถ้าวิหารจันทราและตำหนักตะวันควบคุมทางเข้า
อาณาจักรลับของเผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณจริง พวกเรา
อาจจะสามารถมอบเศษเสี้ยวความหวังให้ฉินเลี่ยได้
หลังจากผ่านผนึกและเข้าอาณาจักรโป๋หลัว” จีเหยา
ครุ่นคิดสักพักก่อนกล่าวต่อว่า “อีกอย่าง ตระกูลจีและ
ตระกูลฉินไม่เคยสู้กันมาก่อน ถ้าเขาคือฉินเลี่ยจาก
ตระกูลฉินจริง ๆ การมาถึงของพวกเรา… ไม่ใช่เรื่อง
เลวร้ายสำหรับเขา ไม่ว่าพวกเราจะไม่พอใจเขามากแค่
ไหน พวกเราจะไม่ล่าเขาทั่วทุกหนแห่งเหมือนหกกอง
กำลังใหญ่หรอก เจ้าคิดว่าไงล่ะ?”
“ข้า…” ซ่งถิงอวี้ไม่สามารถตัดสินใจในทันทีได้
ตอนนี้เองลาผู่จากเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีบินมาและ
ตัดสินใจให้นาง “ถ้ามีหนทางเข้าอาณาจักรโป๋หลัว
จริง เช่นนั้นก็ลองดู”
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอาณาจักรโป๋หลัว แต่เขา
อยากไป
เขารู้ว่าฉินเลี่ยคือใคร เขายังรู้ว่าตระกูลจีและตระกูล
ฉินไม่มีความขัดแย้งกันมาก่อน
เขาถึงขั้นรู้ว่าจีฉีไม่ได้ถูกสังหารโดยฉินเลี่ย…
“ก็ย่อมได้” จีเหยาพยักหน้าและหยิบกระจกยวิ๋นเทียน
ออกมาต่อหน้าซ่งถิงอวี้และลาผู่
กระจกยวิ๋นเทียนที่สามารถฟื้นกระแสมิติโกลาหลได้
ใช้พลังบนกำแพงของตำหนักหินตะวันดำช้า ๆ
ทางเข้าอาณาจักรลับที่ไม่สามารถก่อกำแพงมาโดย
ตลอดได้ถึงกับเริ่มก่อตัวขึ้นหลังจากได้รับผลจากพลัง
ลึกลับของกระจกยวิ๋นเทียน
จีเหยาไม่เก็บกระจกยวิ๋นเทียน กลับกัน เขาพยักหน้า
ครั้งหนึ่งให้ลาผู่และซ่งถิงอวี้ก่อนกล่าวว่า “ไปกัน
เถอะ”
เขาและยอดฝีมือตระกูลจีสองคนก้าวผ่านทางเข้า
อาณาจักรลับก่อน
ลาผู่และซ่งถิงอวี้สบตากันก่อนเดินผ่านทางเข้า
อาณาจักรลับเช่นกัน
นอกเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณ
ไขหลี่พลันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงผิดปกติในมิติ
เมื่อกำลังออกจากที่นั่น ดวงตาของเขาพลันทอประกาย
หลี่มู่กำลังลอยเหนือเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณมาโดย
ตลอด ดังนั้นเขาทราบบทสนทนาระหว่างจีเหยา ซ่งถิ
งอวี้ และลาผู่
เขารู้ว่าจีเหยาใช้กระจกยวิ๋นเทียนและบังคับให้ทางเข้า
อาณาจักรลับของอาณาจักรโป๋หลัวทำงาน จากนั้น เขา
พาซ่งถิงอวี้และลาผู่เข้าอาณาจักรโป๋หลัว
“พี่หลี่ หรือนั่น…”
เหลยเหยียนจากสำนักสังหารกลับมาจากไกล ๆ และ
มาถึงรอบนอกเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณ
หลี่มู่รู้ว่าเขาจะถามอะไร ดังนั้นเขาพยักหน้าและตอบ
ว่า “ยอดฝีมือตระกูลจีใช้อุปกรณ์วิญญาณต่างมิติ
บังคับเปิดทางเข้าอาณาจักรลับที่อาณาจักรโป๋หลัว”
“พี่หลี่ สมาชิกอสูรของอาณาจักรซู่ลั่วไม่มีที่ไป”
เหลยเหยียนคำนับและถามอย่างจริงจังว่า “ศัตรูของ
พวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ดินแดนแห่งความโกลาหล
ไม่เพียงแค่พวกเขาจะถูกฆ่าหากอยู่ที่นี่นานเกินไป
สำนักสังหารอาจจะถูกลากให้ต่อสู้เช่นกัน พี่หลี่
สำนักสังหารและเกาะตะวันเพลิงเป็นมิตรกันเสมอ
โปรดให้โอกาสพวกเขามีชีวิตด้วย! ได้โปรด!”
หลี่มู่ขมวดคิ้วและครุ่นคิดสักพัก ท้ายที่สุด เขาพยัก
หน้า “บอกให้พวกเขาเข้ามา”
เหลยเหยียนดูยินดี
ไม่นาน ตระกูลขาหลุนมาถึงตำหนักหินตะวันดำขณะ
นำโดยหลี่มู่ พวกเขามาพร้อมกับเฉินขุยและเหลยเห
ยียนเช่นกัน
หลี่มู่มองสมาชิกตระกูลข่าหลุนที่ดูยินดีและกล่าวว่า
“สงครามอาจจะเกิดขึ้นในอาณาจักรโป๋หลัวแล้ว”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ไขหลี่ถามอย่างสงสัย
ใคร่รู้
“กองกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์บางส่วนอาจจะกวาด
ล้างเผ่าพันธุ์ขนาดใหญ่ในอาณาจักรโป๋หลัวอยู่ ด้วย
เหตุนี้ทางเข้าอาณาจักรลับของเผ่าพันธุ์สัตว์ร้าย
โบราณอาจจะถูกผนึก” หลี่มู่อธิบายอย่างเฉยชา “ถ้า
พวกเจ้ามุ่งหน้าไปอาณาจักรโป๋หลัว มีโอกาสสูงที่
พวกเจ้าจะถูกสังหารโดยพวกเขาเช่นกัน ข้าขอแนะนำ
ว่าให้พวกเจ้าคิดดี ๆ ก่อนออกเดินทาง”
สมาชิกตระกูลข่าหลุนทุกตนเปลี่ยนเป็นซีดเผือดยิ่ง
หลังจากได้ยินเช่นนี้
“ข้า ข้า…” ไขหลี่ลังเล
“หัวหน้า ข้าจะไปดู” เฮยซือเท่อกัดฟันและกล่าวว่า
“ถ้าข้าไม่กลับมา โปรดหาเส้นทางหลบหนีอื่นให้คน
ของพวกเราด้วย!”
นักรบอสูรวิ่งเข้าทางเข้าอาณาจักรลับก่อนไขหลี่จะทัน
ได้พูดอะไร
หลี่มู่อยากไปเช่นกัน แต่เกาะอัญเชิญจิตวิญญาณไม่
สามารถทิ้งการคุ้มกันไปได้ ด้วยเหตุนี้เขาเลือกที่จะอยู่
ในท้ายที่สุด
ไขหลี่และคนอื่นรอที่ทางเข้าอาณาจักรลับด้วยสีหน้า
มืดมนและหัวใจที่วิตก
พวกเขารู้ว่าอาณาจักรโป๋หลัวอาจจะคือจุดซ่อนตัวดี
ที่สุดที่พวกเขาสามารถหวังได้ ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นใน
อาณาจักรโป๋หลัว พวกเขาจะไม่มีทางเลือกนอกจาก
ซ่อนในอาณาจักรไร้นามสักแห่ง
อาณาจักรเหล่านั้นเต็มไปด้วยอันตรายเกินจะคาดคิด
ตระกูลข่าหลุนสามารถถูกกวาดล้างเพราะเหตุนั้นได้
อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุนี้พวกเขาไม่อยากเสี่ยงเดินทางไปอาณาจักร
ไร้นามถ้าเป็นไปได้
พวกเขาล้วนฝากความหวังไว้ในการเดินทางไป
อาณาจักรโป๋หลัวของเฮยซือเท่อ
••••••••••••••••••••