Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1130: ยุติการต่อสู้
ดอกบัวอัคคีที่กานชิงสร้างขึ้นโดยใช้พลังสายเลือด
เริ่มดูดซึมเปลวเพลิงจากโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยอย่าง
บ้าคลั่ง
โลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยเริ่มหดลงอย่างเห็นได้ชัด
ตรงกันข้าม โลกเปลวเพลิงของกานชิงเริ่มโตขึ้น
อย่างบ้าคลั่งขณะหลอมรวมพลังที่ดอกบัวอัคคีดูดซึม
เข้ามา
โลกเปลวเพลิงของกานชิงเหนือกว่าของฉินเลี่ยใน
ด้านขนาดอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสักพัก ดอกบัวอัคคียังคงดูดซึมเปลวเพลิง
จากโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยมากขึ้น
ฉินเลี่ยสามารถสัมผัสได้ว่าพลังอัคคีที่สร้างโลก
เปลวเพลิงขึ้นมาไหลออกไปอย่างรวดเร็วภายใต้แรง
ดึงดูดของดอกบัวอัคคี
“นี่คือความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดเช่นกันหรือ?”
ฉินเลี่ยถามอย่างตกตะลึง
กานชิงยิ้มเจื่อนและกล่าวอย่างมีนัยว่า “ลองเดาสิ”
ฉินเลี่ยมองผลึกดอกบัวอัคคีขณะคิ้วขมวด “น่าจะ
เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง”
กานชิงหัวเราะคิกคักและไม่ตอบอะไร
“ยี่ยี่ย่าย่า…”
ตอนนี้เอง วิญญาณอัคคีที่ซ่อนในไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณของฉินเลี่ยพลันตื่นเต้นยิ่ง
วิญญาณอัคคีคล้ายกับได้กลิ่นของอร่อยบางอย่าง
ฉินเลี่ยติดต่อทางจิตกับวิญญาณอัคคีขณะถามว่า
ทำไมถึงตื่นเต้น มันตอบกลับอย่างรวดเร็ว
หลังจากได้รับคำตอบทางจิตของวิญญาณอัคคี
ฉินเลี่ยมีสีหน้าประหลาดใจ เขามองดอกบัวอัคคีในโลก
เปลวเพลิง ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดพวกมัน
ก่อตัวขึ้น
พวกมันคือวัตถุที่สลักจากแท่นบูชาจิตวิญญาณธาตุ
อัคคี
ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์เช่นถังเป่ยโต่วที่เพียงฝึกฝนพลัง
อัคคีจะเริ่มสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณเปลวเพลิงขึ้นมา
เมื่อเลื่อนขั้นสู่พลังระดับอมตะ
พวกเขาจะใช้วัตถุดิบวิญญาณธาตุอัคคีบริสุทธิ์เพื่อ
สร้างพวกมัน
แท่นบูชาจิตวิญญาณคือรากฐานของเผ่าพันธุ์ทรง
ปัญญาจำนวนมาก มันคือแหล่งกำเนิดพลัง ความลึกลับ
และความยอดเยี่ยม
มนุษย์จะสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณเมื่อไปถึงพลัง
ระดับอมตะเท่านั้น เผ่าพันธุ์แข็งแกร่งอื่นสามารถสร้าง
แท่นบูชาจิตวิญญาณบริสุทธิ์เมื่อไปถึงพลังระดับหนึ่ง
ได้
ดอกบัวอัคคีที่กานชิงได้รับถูกสร้างด้วยวิชาลับของ
เผ่าพันธุ์เทพโดยแท่นบูชาจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่พวกเขา
สร้างขึ้นมา
กล่าวคือ ดอกบัวอัคคีคือแท่นบูชาจิตวิญญาณที่ถูก
ขัดเกลาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้พวกมันล่อตาล่อใจวิญญาณ
อัคคี
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลมี
ชื่อเสียงในฐานะผู้กลืนกินแท่นบูชาจิตวิญญาณ พวกมัน
ปรารถนาวัตถุเช่นนี้ที่สร้างจากวัตถุดิบวิญญาณธาตุ
อัคคีบริสุทธิ์ตามสัญชาตญาณ
“ใช่ ดอกบัวไม่ใช่ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด
แต่เป็นอุปกรณ์ทรงพลัง” กานชิงมองออกว่าฉินเลี่ย
ตรวจสอบต้นกำเนิดมาแล้วจึงไม่ปกปิดอีก เขากล่าว
พร้อมรอยยิ้มว่า “ในการต่อสู้ นอกเหนือจาก
ความสามารถซ่อนเร้น พลังกายภาพ และวิชาลับแล้ว
พวกข้ามีอุปกรณ์วิญญาณด้วย”
“อุปกรณ์วิญญาณ…” ดวงตาของฉินเลี่ยทอประกาย
เขารู้ว่าแนวคิดของ “อุปกรณ์วิญญาณ” เริ่มที่
เผ่าพันธุ์เทพ หลังจากเผ่าพันธุ์เทพพิชิตอาณาจักร
วิญญาณ พวกเขาเริ่มเรียกอุปกรณ์ที่เผ่าพันธุ์พื้นเมือง
จากอาณาจักรวิญญาณใช้ว่า “อุปกรณ์วิญญาณ”
ตามที่เผ่าพันธุ์เทพว่ามา เผ่าพันธุ์ระดับสูงทรงพลัง
ล้วนเรียกวัตถุเหล่านี้ว่าแบบนั้นเช่นกัน
ในทางช้างเผือกกว้างใหญ่ ชื่อของอุปกรณ์วิญญาณ
เป็นชื่อเรียกทั่วไป
“อุปกรณ์วิญญาณของเจ้าดีทีเดียว” ฉินเลี่ยยิ้มกว้าง
แต่แปลกประหลาดเล็กน้อย “แต่มันทำอันตรายข้าไม่ได้
หรอก”
“โห?” กานชิงไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด “ทำร้ายเจ้า
ไม่ได้? โลกเปลวเพลิงของเจ้า… ไม่ได้กำลังหดลงช้า ๆ
หรอกหรือ?”
บทสนทนาระหว่างทั้งสองไปถึงหูของอู้ชาและคน
อื่นเช่นกัน พวกเขามีสีหน้ายินดีขึ้นมา
พวกเขาคิดเช่นกันว่าฉินเลี่ยกำลังคุยโว
“เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?” ฉินเลี่ยยักคิ้ว
กานชิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าไม่เชื่อ”
“เช่นนั้นข้าจะไม่ใจดีอีกแล้ว”
จิตใจของฉินเลี่ยขยับ หอกสีแดงโลหิตพุ่งออกจาก
ร่างกายขณะปลดปล่อยแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าออกมา
ท่ามกลางแสงสว่าง วิญญาณอัคคีลอบพุ่งออกมา
ขณะมุดเข้าไปในดอกบัวอัคคี
เมื่อวิญญาณอัคคีพุ่งออกมา เยี่ยนเฟิง อู้ชา และผู้ฝึก
ยุทธ์เผ่าพันธุ์เทพคนอื่นผู้มีจิตวิญญาณอัคคีในร่างกาย
รู้สึกหวาดกลัวและวิตกอยู่ภายใน
พวกเขารู้ทันทีว่าฉินเลี่ยปลดปล่อยสิ่งที่ทำให้จิต
วิญญาณอัคคีหวาดกลัว
แทบจะในเวลาเดียวกัน กานชิงผู้รู้สึกว่าตัวเอง
เหนือกว่าฉินเลี่ยเริ่มตะโกน
“หยุด! หยุด!”
กานชิงตะโกน สีหน้าหวาดกลัวเผยบนใบหน้าหล่อ
เหลา
เส้นด้ายจิตวิญญาณของเขาประทับบนดอกบัวอัคคี
เมื่อวิญญาณอัคคีพุ่งเข้าไปท่ามกลางดอกบัวอัคคีและ
เริ่มกินวัตถุดิบวิญญาณบริสุทธิ์ที่สร้างพวกมันขึ้นมา
เขาเข้าใจทันทีว่าบางสิ่งผิดคาดจนน่าหวาดกลัว
ดอกบัวอัคคีเหล่านั้นคืออุปกรณ์วิญญาณที่ตระกูลผู้
อาวุโสสร้างให้เขา พวกมันส่วนใหญ่สร้างมาจากแท่น
บูชาจิตวิญญาณเปลวเพลิง
เขาหวงแหนพวกมัน!
ทันทีที่วิญญาณอัคคีพุ่งเข้าไปในดอกบัวอัคคี มัน
สร้างความเสียหายกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ถึงข้างใน
เหมือนกับตั๊กแตนปาทังกากำลังกินไม้มีค่า มันกำลัง
ทำลายอุปกรณ์วิญญาณ
เขารู้สึกทั้งตกตะลึงและสงสัย เขาปลดปล่อยการ
โจมตีจิตวิญญาณจำนวนมากแต่ไม่รู้สึกอะไรในดอกบัว
อัคคีเหล่านั้น
แต่เขารู้แน่ชัดว่าบางสิ่งเข้ามา
ดูท่าสิ่งนั้นควบคุมดอกบัวอัคคีที่สร้างจากแท่นบูชา
จิตวิญญาณได้อย่างน่าหวาดกลัวภายในดอกบัวอัคคี เขา
ไม่รู้สึกถึงตัวตนของสิ่งนั้น
การค้นพบนี้ทำให้เขารู้ว่าสิ่งนั้นคือหายนะของแท่น
บูชาจิตวิญญาณ
เมื่อเข้าใจเช่นนี้ เขารู้ว่าไม่สามารถเอาชนะฉินเลี่ย
ด้วยดอกบัวอัคคีได้
เขาต้องยอมจำนน
“ข้าก็ว่างั้น” ฉินเลี่ยหัวเราะคิกคัก เขาไม่โจมตีต่อ
และให้วิญญาณอัคคีกลับเข้าไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
ด้วยคำสั่งทางจิต
เมื่อวิญญาณอัคคีหายไป ดอกบัวอัคคีที่กานชิง
ปลดปล่อยออกมาฟื้นตัวทันที เขาไม่รู้สึกถึงการกัด
กร่อนของดอกบัวอัคคีอีก
จิตวิญญาณอัคคีในเยี่ยนเฟิง อู้ชาและคนอื่นสงบลง
เช่นกัน
“ช่างเถอะ”
กานชิงส่ายหน้าและถอนหายใจอย่างจนใจ เขาดึง
ดอกบัวอัคคีกลับมาพร้อมโลกเปลวเพลิง
“พี่ชางเยี่ยอาจจะพูดถูก ด้วยสายเลือดระดับเดียวกัน
ข้าอาจจะเทียบเจ้าไม่ได้” เขายอมรับความล้มเหลวอย่าง
ใจกว้าง
เมื่อเห็นเขาไม่ปรารถนาจะสู้ จิตใจของฉินเลี่ยขยับ
ขณะเก็บโลกเปลวเพลิงเช่นกัน
เขาดูสนใจกานชิงและกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ถ้าข้า
ไม่หาทางจัดการอุปกรณ์วิญญาณเจ้า เจ้าคงไม่ยอมรับ
ความพ่ายแพ้เร็วขนาดนี้ ให้ข้าเดานะ… เจ้าน่าจะมี
ความสามารถซ่อนเร้นอื่นที่ยังไม่ได้ใช้ใช่หรือไม่?”
เขามองออกว่ากานชิงยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่
ชายหนุ่มเผ่าพันธุ์เทพคนนี้ที่ดูอ่อนกว่าเขายังปกปิด
พลังแท้จริงและไม่สำแดงออกมาจนหมด
กรณีของฉินเลี่ยก็เช่นกัน เขาไม่ได้ใช้วิชาอสนีเยือก
แข็งหรือปฐพีที่ครอบครองอยู่
“ข้ามีความสามารถซ่อนเร้นอื่นและเคล็ดอื่น แต่ข้ารู้
ว่าเจ้าก็ไม่ได้สู้ด้วยพลังเต็มที่เช่นกัน” กานชิงรู้สึกจนใจ
เล็กน้อย “ข้ารู้สึกจริง ๆ ว่าพลังเต็มที่ของเจ้าเหนือกว่า
ข้า”
ฉินเลี่ยไม่พูด เขามองอีกฝ่าย จากนั้นสมาชิก
เผ่าพันธุ์เทพที่ปากภูเขาไฟ
“จัดการซากศพของปีศาจราชสีห์เพลิงทองคำ” กาน
ชิงมองลงไปและสั่งสมาชิกอ่อนแอกว่า จากนั้น เขา
บอกเยี่ยนเฟิง อู้ชาและหลิวยั่งว่า “พวกเจ้าสามคนมานี่”
เยี่ยนเฟิงและคนอื่นบินขึ้นท้องฟ้า
“พวกเราย้ายไปคุยกันที่อื่นดีไหม?” กานชิงถามฉิน
เลี่ย
“ได้สิ”
กานชิงนำฉินเลี่ย เยี่ยนเฟิงและคนอื่นลงจากท้องฟ้า
และเข้าสู่ภูเขาไฟก่อนหยุดที่หินสีชาด
ธารลาวาไหลรอบที่นี่ เปลวเพลิงเดือดพล่านและ
อุณหภูมิสูง
แต่สำหรับพวกเขาผู้มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยน
พวกเขารู้สึกสบายกับที่แบบนี้
“ตระกูลกำลังรุกรานหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์
หน่วยขนาดเล็กสิบคน หน่วยขนาดกลางหนึ่งร้อยคน
และหน่วยขนาดใหญ่มากกว่าหนึ่งพันคนกระจายรอบ
หุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์ขณะสู้กับใต้เท้าและสุดยอดใต้
เท้าของหุบเหว” กานชิงอธิบายฉินเลี่ย “พวกข้าเป็น
เพียงทีมสิบคน ข้าคือหัวหน้า ไม่มีปีศาจหุบเหวทรง
พลังอยู่แถวนี้ พวกข้ากำลังไล่ล่ากลุ่มปีศาจราชสีห์เพลิง
ทองคำนี้เพื่อจะได้แยกออกจากกลุ่มใหญ่กว่าเพื่อมาที่นี่
จากนั้นก็มาเจอเจ้า”
“เจ้ามาจากที่ไหน?” ดวงตาของหลิวยั่งขยับขณะยิ้ม
สดใสและถามฉินเลี่ยอย่างสงสัยใคร่รู้
ฉินเลี่ยชำเลืองมองนาง สายตาของเขาจับจ้องเนิน
อกสูงใหญ่ เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “จากอาณาจักร
วิญญาณ”
หลิวยั่งสังเกตเห็นสายตาของเขาแต่ไม่เขินอาย นาง
จงใจยกอกขึ้น มือขมวดเส้นผมสีแดงขณะกล่าวพร้อม
รอยยิ้มว่า “อาณาจักรวิญญาณมีเส้นทางมาหุบเหว
หรือ?”
“พวกข้าน่าจะทำลายพวกมันก่อนออกมาแล้ว ไม่น่า
มีเหลือนี่…” กานชิงสับสน
“ไม่ใช่อาณาจักรวิญญาณ อาณาจักรใกล้ ๆ ” ฉินเลี่ย
ไม่ปกปิด
“โห” กานชิงพยักหน้าและไม่สืบสาวเรื่องนี้อีก เขา
กล่าวว่า “ข้ามองออกว่าเจ้าไม่อยากเจอสมาชิกผู้อาวุโส
ของตระกูล”
ฉินเลี่ยไม่ปฏิเสธเรื่องนี้และยืนยันว่า “ใช่”
“ทำไมล่ะ?” กานชิงสงสัย
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาจะ
ปฏิบัติกับข้าดี?”
สีหน้าของกานชิงพลันจริงจังและกล่าวว่า “เจ้าคิด
มากเกินไปแล้ว!”
อู้ชาอธิบายว่า “ตราบใดที่เจ้ามีเลือดของตระกูล
ตระกูลจะไม่ปฏิบัติกับเจ้าในฐานะศัตรู! ในตระกูลพวก
ข้า ยังมีเลือดผสมเช่นเจ้าที่มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนอยู่
ส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าอาณาจักรโลหิตโกลาหลได้
และอ่อนแอกว่าเจ้ามาก แต่พวกเขามีสถานะภายใน
ตระกูล ตราบใดที่พวกเขารับใช้เป็นอย่างดีเมื่อตระกูล
ก่อสงคราม พวกเขายังมีสิทธิ์ครอบครองอาณาจักร
ส่วนตัวเช่นกัน!”
“ตราบใดที่เจ้าไม่ร่วมมือกับเผ่าพันธุ์เพื่อต่อต้าน
ตระกูล แค่มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยน ตระกูลจะไม่
ปฏิบัติกับเจ้าในฐานะศัตรู!” กานชิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ไม่นาน พวกเจ้าจะเข้าอาณาจักรวิญญาณและจะ
รุกรานอีกครั้ง ถึงตอนนั้น… ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำ
อย่างไร” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ขณะที่เจ้าแข็งแกร่ง เจ้าเพียงมีสายเลือดระดับที่เจ็ด
เมื่อห้าตระกูลรุกรานอาณาจักรวิญญาณ เจ้าจะทำอะไร
ได้?” หลิวยั่งตกตะลึง “ถ้าเจ้าไม่อยากสู้ข้างตระกูล เจ้า
ยืนดูเฉย ๆและไม่ก้าวก่ายก็ได้ เลือดผสมจำนวนมาก
เลือกดูอยู่ห่าง ๆ ตอนตระกูลโจมตีอาณาจักรพวกเขา
หลังจบเรื่องนั้น ไม่ว่าตระกูลจะพิชิตอาณาจักรนั้นได้
หรือไม่มันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาตระกูลจะไม่โทษพวก
เขาหากล้มเหลว”
“เมื่อเวลามาถึง เจ้าสามารถเลือกทางนี้ได้เช่นกัน
ด้วยวิธีนั้น การรุกรานของตระกูลที่อาณาจักรวิญญาณ
จะไม่เกี่ยวกับเจ้า แต่เพราะเจ้าจะไม่เข้าร่วม พวกเขาจะ
ไม่มอบรางวัลหลังจากนั้นให้ เมื่อตระกูลพิชิตอาณาจักร
อื่น เจ้าสามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้ ตระกูลจะมอบ
รางวัลให้เจ้าตามส่วนแบ่ง นี่คือนโยบายของเลือดผสม
เสมอ” กานชิงกล่าว