Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1171: ฮัวอันหยาง
โลกศูนย์กลาง ตระกูลจี ค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตา
ที่เก้า
ในหอโบราณหมองหม่น จีเหยา จีรุ่ย จีเยวี่ยนและ
สมาชิกรุ่นสองคนอื่นจากตระกูลจีรออย่างเงียบ
งัน
สายตาพวกเขาจับจ้องค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตาใน
ใจกลาง
ไม่ช้า ผู้ฝึกยุทธ์ตำหนักผู้ซ่อมนภาจำนวนมากเดิน
ออกจากค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตาที่นำโดยฮัว
อันหยาง
ฮัวยวี่ฉือผู้เคยติดอยู่ในอาณาจักรโป๋หลัวปรากฏ
ตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มไล่หลังฮัวอันหยาง
“พี่ฮัว”
เมื่อเห็นกลุ่มนี้มา จีเหยาเดินไปข้างหน้าและ
ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“เขาจะมาเมื่อไหร่?” ฮัวอันหยางถามอย่าง
จริงจัง
“เขาน่าจะมาในอีกสักพัก” จีเหยาตอบพร้อม
รอยยิ้ม
“ข้าได้ยินว่าคนเหล่านั้นไปดินแดนแห่งความ
โกลาหลใช่หรือไม่? เขาจะได้รับผลกระทบหรือ
เปล่า?” ฮัวอันหยางถามอย่างกังวล
“ไม่” จีเหยาส่ายหน้า
ฮัวอันหยางมองจีเหยาด้วยสายตาแปลกประหลาด
จากนั้นมองสมาชิกจากตระกูลจี เขาพลันถามว่า
“พวกเจ้า… ตัดสินใจแล้วจริงหรือ?”
เมื่อคำพูดถูกกล่าวออกมา สมาชิกจากตระกูลจี
และคนจากตำหนักผู้ซ่อมนภาล้วนมีสีหน้าจริงจัง
รอยยิ้มของจีเหยาหายไป เขาคิดสักพัก จากนั้น
พยักหน้า
ฮัวอันหยางตกตะลึง
เขาคือพ่อของฮัวยวี่ฉือ ผู้นำรุ่นสองของตำหนักผู้
ซ่อมนภา เหมือนกับเผยเทียนและซีเป่ยไห่ เขาคือ
คนที่ดูแลกองกำลังนี้
หลังได้รับสารจากจีเหยา เขารีบมายืนยันเรื่องที่ว่า
ตระกูลจีจะอยู่ข้างตระกูลฉินจริงหรือเปล่า
สำหรับเรื่องนี้ เขามาดูว่าจีเหยาจะยอมรับด้วย
คำพูดตัวเองหรือไม่
เมื่อเห็นจีเหยาพยักหน้า ฮัวอันหยางสับสนมึนงง
กับการตอบรับอันแคล่วคล่อง
“เจ้าไม่ควรติดต่อกับตระกูลฉินใกล้ชิดเกินไป
ไม่ใช่หรือ? ทำไมเจ้าตัดสินใจเรื่องนี้เร็วนัก?”
ฮัวอันหยางถามอย่างสับสน
ในฐานะผู้นำคนปัจจุบันของตำหนักผู้ซ่อมนภา
เขามีความสัมพันธ์กับตระกูลฉินและรู้เกี่ยวกับ
การเคลื่อนไหวของตระกูลฉินมาก รวมถึง
พละกำลังด้วย
แต่เขารู้ว่าตระกูลฉินและตระกูลจีไม่ได้ติดต่อกัน
มากนัก
ฉับพลัน จีเหยาเชิญเขามาและกล่าวว่าอยากสนิท
กับตำหนักผู้ซ่อมนภาและตระกูลฉิน เขา
ประหลาดใจกับเรื่องนี้มาก
“ฉินเลี่ยนับเป็นสมาชิกของตระกูลฉินหรือ
เปล่า?” จีเหยาถามพร้อมรอยยิ้ม
ฮัวอันหยางนิ่ง จากนั้นเขากล่าวว่า “แน่นอน”
จีเหยายิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้นพวกข้าและตระกูล
ฉินก็ติดต่อกันมาตลอด”
ฮัวอันหยางตอบสนอง “เจ้าลอบติดต่อกับฉินเลี่ย
งั้นหรือ?”
จีเหยายักไหล่และกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ใช่”
“ตระกูลจีเตรียมจะอยู่ข้างพวกเขา… เพราะ
ฉินเลี่ยงั้นหรือ?” ฮัวอันหยางถามอย่างตกตะลึง
จีเหยาไม่ปฏิเสธเรื่องนี้และพยักหน้า “ใช่”
ฮัวอันหยางพลันนิ่ง
ในอดีต เขาและฉินเฮ่าเหมือนพี่น้อง ลูกชายของ
เขาและฉินเลี่ยเป็นสหายที่ดีต่อกัน แน่นอนว่าเขา
รู้จักฉินเลี่ย
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสามร้อยปีก่อนฉินเลี่ยเป็น
คนแบบไหน?
ขณะข่าวลือล้วนแพร่กระจายว่าฉินเลี่ยในตอนนี้
ต่างออกไปและลูกชายของเขาฮัวยวี่ฉือชื่นชม
ฉินเลี่ยบ่อยครั้ง ทว่าเขายังหลงเหลือความไม่
มั่นใจอยู่ดี
ความประทับใจแรกมันยากที่จะเปลี่ยนได้
เขาสับสนกับตระกูลจีที่ตีสนิทตำหนักผู้ซ่อมนภา
และตระกูลฉินมากขึ้น
เมื่อสามร้อยปีก่อน เขาเคยบอกตระกูลจีมากกว่า
หนึ่งครั้งว่าตระกูลจีสามารถเข้าร่วมกับตำหนักผู้
ซ่อมนภาและตระกูลฉินได้
แต่ตระกูลจีไม่เคยตอบรับ
แม้กระทั่งเรื่องผลประโยชน์ของตระกูลจีและ
ตำหนักผู้ซ่อมนภายังถูกหกกองกำลังช่วงชิงไป
ตระกูลจียังคงเงียบ
ฮัวอันหยางคิดเสมอว่าตระกูลจีและหกกองกำลัง
ลอบตกลงกันแล้ว
ฉับพลัน ตระกูลจีเปลี่ยนท่าที พวกเขาเชิญเขามา
เปิดเผยว่าสนใจจะเป็นพันธมิตรกับตระกูลฉิน
และตำหนักผู้ซ่อมนภา เขาประหลาดใจมาก
ที่เกินคาดว่าคือจีเหยาบอกว่าการเปลี่ยนท่าทีเป็น
เพราะฉินเลี่ย!
ฮัวอันหยางพลันรู้สึกว่าไม่อาจมองเห็น
สถานการณ์ได้อย่างชัดเจนได้
“ท่านพ่อ พี่ใหญ่ฉินในตอนนี้ต่างออกไปจริง ๆ!
จริง ๆ นะ ท่านต้องเชื่อข้า!” ฮัวยวี่ฉือกล่าวอย่าง
ไม่พอใจ
“เชื่อเจ้าก็แย่แล้ว! ข้าจะเชื่อในสิ่งที่เห็นด้วยตา
เท่านั้น!” ฮันอันหยางสบถและสั่งสอนว่า “เจ้า
สร้างปัญหาให้ข้ามากแค่ไหนเมื่อสามร้อยปี
ก่อน? เทียบกับเจ้าแล้ว ฉินเลี่ยแย่ยิ่งกว่า ข้าจะ
เชื่อเด็กสารเลวสองคนอย่างพวกเจ้าได้อย่างไร?”
ฮัวยวี่ฉือก้มศีรษะลง เขายิ้มประหม่าและไม่กล้า
พูด
เขาเข้าใจผู้เป็นพ่อ เขารู้ว่าถ้ากล้าโต้เถียง ฮัว
อันหยางจะอัดเขาต่อหน้าทุกคนที่นี่
“พี่ฮัว ในเมื่อเจ้าติดต่อกับตระกูลฉินมาตลอด เจ้า
น่าจะรู้เรื่องระเบิดตำหนักตะวันว่าไม่ใช่การล้าง
แค้นของตระกูลฉิน” จีเหยาพลันกล่าวขึ้น
ฮัวอันหยางเงียบสักพักก่อนกล่าวว่า “ตระกูลฉิน
ไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ฉินเลี่ยเป็นคนทำ” ตอนนี้เอง จีเยวี่ยนเสริมอย่าง
สงบว่า “ข้าสืบมาแล้ว กองกำลังของฉินเลี่ย
รุกรานตำหนักตะวันและฆ่าเจี้ยนเทียนเย่ากับหลิว
เซียนเจ๋อ”
“กองกำลังของฉินเลี่ยเองงั้นหรือ?” ฮันอันหยา
งยิ้มเยาะ “เจ้าเด็กนั่นอาจจะสร้างการ
เปลี่ยนแปลงในดินแดนแห่งความโกลาหลได้ แต่
กองกำลังทั้งหมดในดินแดนแห่งความโกลาหล
ไม่สามารถย้ายไปตำหนักตะวันได้ พวกเราล้วนรู้
สถานะของดินแดนแห่งความโกลาหล สถานที่ที่
ไม่มีแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับว่างเปล่าจะสามารถ
เล่นงานตำหนักตะวันได้อย่างไร?”
“ยอดฝีมือในอาณาจักรโป๋หลัวจำนวนมากเคารพ
เขา!” ฮัวยวี่ฉือเสริม
“อาณาจักรโป๋หลัว?” ฮัวอันหยางขมวดคิ้ว “ต่อ
ให้สายเลือดเขาตื่นขึ้น ข้าก็ไม่เชื่อว่ายอดฝีมือ
เผ่าพันธุ์ต่างแดนระดับที่เก้าจะยอมตอบรับคำ
เรียกของเขา”
“เป็นความจริงที่ตำหนักตะวันถูกทำลาย” จีเหยา
กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“อาจจะมาจากสาเหตุอื่น หกกองกำลังอยาก
กำจัดตระกูลฉินเสมอเลยอ้างการกระทำของเขา
เป้าหมายพวกเขาคือหาข้ออ้างรุกรานดินแดนแห่ง
ความโกลาหล!” ฮัวอันหยางพ่นลมออกจมูกและ
ชำเลืองมองฮัวยวี่ฉือ เขาสบถว่า “เจ้าเด็กสารเลว
ฉินเลี่ยทำเจ้าหลงผิดเสมอ! ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าเด็ก
นั่นเปลี่ยนไปจริง ๆ หรือเปล่า! ถ้าเขาเหมือนก่อน
หน้านี้ ข้าจะกระทืบเจ้าและไม่ยอมให้ติดต่อกับ
เขาอีก!”
เขาไม่เชื่อฮัวยวี่ฉือในท้ายที่สุด
ยิ่งฮัวยวี่ฉือชมฉินเลี่ยมากเท่าไหน ความไม่เชื่อยิ่ง
มากขึ้นเท่านั้น
สามร้อยปีก่อน เขาและฉินเฮ่าสู้รบเพราะมิตรภาพ
ของลูกชายมาหลายครั้ง
ในฐานะคนเป็นพ่อ เขาและฉินเฮ่าคิดว่า
พฤติกรรมของลูกชายคือสาเหตุที่ทำให้ทั้งสอง
ฝ่ายเป็นเช่นนี้และปฏิเสธที่จะยอมรับความ
ผิดพลาดของฝั่งตนเอง
ฉินเฮ่ารู้สึกว่าฉินเลี่ยนำตัวเองไปสู่ความสิ้นหวัง
และความตกต ่าเพราะฮัวยวี่ฉือ
อีกด้าน ฮัวอันหยางคิดว่าฉินเลี่ยมีนิสัยย ่าแย่และ
นำฮัวยวี่ฉือหลงผิด เขาตามฉินเลี่ยไปทุกหนแห่ง
และเกียจคร้านการฝึกฝน
ฮัวยวี่ฉือติดอยู่ในอาณาจักรโป๋หลัวมาหลายปี เขา
ค้นหาทั่วอาณาจักรวิญญาณและอาณาจักรอื่นโดย
ไม่ทราบข่าวใด ๆ
เขาคิดว่าฮัวยวี่ฉือตายเพราะงานอดิเรกแย่ ๆ ของ
ฉินเลี่ย
ฮัวอันหยางและฉินเฮ่าเคยเป็นเพื่อนกันมาหลายปี
และไม่เคยโต้เถียงกันมาก่อน แต่พวกเขาเกือบสู้
กันในที่แจ้งหลายครั้งเพราะลูกชาย
แม้แต่ตอนนี้ เขาคิดว่าฉินเลี่ยนำลูกชายหลงผิด
ฉินเฮ่าคิดเหมือนกัน
จีเยวี่ยนมีสีหน้าแปลกประหลาดราวกับอยาก
หัวเราะแต่ก็ต้องควบคุมตัวเองเอาไว้
นางพลันเห็นค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตากลางหอ
โบราณกำลังแผ่ลำแสงออกมาและกล่าวว่า “เขา
มาแล้ว…”
สมาชิกจากตระกูลจีล้วนยิ้ม พวกเขามองฮัว
อันหยางและลูกชาย จากนั้นมองค่ายกล
เคลื่อนย้ายพริบตากำลังแผ่ระลอกคลื่นออกมา
ภายในม่านแสงสว่าง ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้น
ฉินเลี่ยเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน
สายตาทิ่มแทงเขาจนทำให้สายเลือดเดือดพล่าน
เขามองไปทางสายตานั้นทันที
เมื่อมองไป ฉินเลี่ยยิ้มอย่างสำนึกผิด จากนั้นก้ม
หัวให้อย่างเคารพ “อาฮัว…”
“เจ้าถึงขั้นเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปด้วย” สายตาเร่า
ร้อนของฮัวอันหยางหันมามอง จากนั้นจับจ้อง
ใบหน้า “การตื่นขึ้นของสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพ
เปลี่ยนรูปลักษณ์เจ้างั้นหรือ? ขนาดใบหน้ายังเริ่ม
คล้ายกับผู้เป็นพ่อด้วย”
ฉินเลี่ยก้มหัวและขอความเมตตา “อาฮัว ในอดีต
ข้าจิตใจไม่หนักแน่นพอจนถูกเสี่ยวฉือดึงไป
ในทางผิด ข้าถึงขั้นสูญเสียตัวเองและทำผิดหลาย
ครั้ง แต่อย่ากังวลไปเลย ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าเสี่ยว
ฉือจะล่อข้าอย่างไร ข้าจะไม่ทำผิดพลาดอีก!”
“เจ้าเด็กบ้านี่!” ฮัวอันหยางเกรี้ยวกราดและสบถ
“เป็นเพราะเจ้านั่นแหละที่พาลูกข้าหลงผิด!”
“พรืด!”
จีเยวี่ยนป้องปากด้วยมือขณะอดหัวเราะออกมา
ไม่ได้
ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลจีและตำหนักผู้ซ่อมนภายิ้มเยาะ
และรู้สึกว่าความโกรธของฮัวอันหยางน่าขบขัน
พวกเขาล้วนรู้ว่าฮัวอันหยางและฉินเฮ่าเคยสู้กันมา
หลายปีเพราะเรื่องลูกชายใครนำพาไปหลงผิดโดย
ไม่คิดตกลงกันให้ดี
ถ้าทั้งสองกล่าวถึงเรื่องนี้ พวกเขาจะโต้เถียงและ
ไม่ยุติโดยง่าย
ฉินเลี่ยมาและประกาศกับฮัวอันหยางทันทีว่าเขา
จิตใจไม่หนักแน่นในอดีตจนทำให้ฮัวยวี่ฉือพาเขา
หลงผิด
“เป็นความผิดของเสี่ยวฉือจริง ๆ นะ” ฉินเลี่ย
กล่าว
“วาจาที่ไร้สาระ!” ความโกรธของฮัวอันหยาง
ปะทุขึ้นขณะชำเลืองมองฮัวยวี่ฉือ เขาตะโกนว่า
“นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? พูดมา เจ้าคนสารเลวนี่
นำพาเจ้าลงผิดใช่หรือไม่? พูด!”
“ใช่ ใช่ ใช่!” ฮัวยวี่ฉือพยักหน้าซ ้าไปมา
ฮัวอันหยางพ่นลมออกจมูกอย่างพึงพอใจ ก่อน
ฉินเลี่ยจะได้พูดอะไรอีก เขาโบกมือและกล่าว
อย่างหงุดหงิดว่า “อย่าเสียเวลาพูด! บอกข้ามา
ใครฆ่าเจ้าพวกสารเลวจากตำหนักตะวัน?”
“คนของข้า” ฉินเลี่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“คนของเจ้า?” ฮัวอันหยางคำรามพร้อมหัวเราะ
“ต่อให้เจ้าไปถึงสายเลือดระดับที่เจ็ด เจ้าจะมี
ความสามารถแค่ไหนกัน? แม้แต่ตำหนักผู้ซ่อม
นภายังไม่สามารถกำจัดตำหนักตะวันและสาม
จ้าววิหารจันทราโดยไม่ส่งยอดฝีมือพลังระดับต้น
กำเนิดได้เลย! เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าจะสามารถทำ
ได้?”
เขาไม่เชื่อสิ่งที่ฉินเลี่ยพูด
ฉินเลี่ยยิ้มเจื่อนและไม่อธิบาย เขากล่าวว่า “อาฮัว
ข้ามาครั้งนี้ด้วยหวังว่าจะสามารถพาไปพบท่านปู่
ได้”
“ทำไมจู่ ๆ เจ้าถึงรีบอยากไปพบนัก?” ฮัน
อันหยางพ่นลมออกจมูก
“เรื่องด่วนน่ะ” ฉินเลี่ยถอนหายใจ
“หกกองกำลังกำลังเข้าดินแดนแห่งความ
โกลาหลงั้นหรือ?” ฮัวอันหยางขมวดคิ้วและ
กล่าวว่า “เพราะตระกูลจีตกลงแล้ว ตำหนักผู้ซ่อม
นภาก็ด้วย พวกเราไม่ต้องไปกลัวพวกมัน!”
“ไม่” ฉินเลี่ยส่ายหน้าและกล่าวว่า “เรื่องการ
รุกรานของเผ่าพันธุ์เทพ”
ใบหน้าของสมาชิกตระกูลจีและตำหนักผู้ซ่อม
นภาพลนเคร่งเครียดทันที
••••••••••••••••••••