Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1186: ยึดตามกฎข้า!
อาณาจักรโป๋หลัว ภายในดินแดนของเผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณ
ฉินเลี่ยปลดปล่อยหลุมศพเลือดเนื้อออกมา แสงสว่างสีแดงเจิดจ้าพุ่งออกจาก
แปดแม่ทัพเทพ
ภายใต้แสงสว่างโลหิต แปดแม่ทัพเทพเร่งยัดชิ้นเนื้อปีศาจหุบเหวขนาดใหญ่
เข้าปาก ไอโลหิตแข็งกล้ามากขึ้น
สิบชั่วโมงต่อมา
เมื่อเห็นพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ในหลุมศพเลือดเนื้อค่อย ๆ ลดลง ฉินเลี่ยหยุดใน
ท้ายที่สุดเพื่อเหลือไว้ให้ตัวเอง
“เป็นอย่างไรบ้าง?” เขาถามผู้นำแม่ทัพเทพ
ไททั่นตนนี้ผู้กำลังยัดแขนของปีศาจหุบเหวเข้าปากกล่าวขณะเคี้ยวเลือดและ
ชิ้นเนื้อว่า “ครั้งนี้ พวกข้าอาจจะสามารถฟื้นคืนสายเลือดระดับที่เก้าได้!”
“ขอบคุณสำหรับความเมตตา นายท่าน!”
เจ็ดแม่ทัพเทพไททั่นที่เหลือคุกเข่าข้างหนึ่งขณะตะโกนเสียงดังสนั่น
“ระดับที่เก้า สายเลือดอมตะ…” จิตใจของฉินเลี่ยสั่นไหวเล็กน้อย
เลือดสมบูรณ์แบบของเขาทำได้เพียงดูดกลืนสายเลือดระดับที่เก้าเท่านั้น
สายเลือดระดับต ่ากว่าล้วนเปล่าประโยชน์
ความสามารถซ่อนเร้นระดับที่เก้าของเผ่าพันธุ์ไททั่นคือ “อมตะ” เป็นของหา
ยากและมีคุณค่ายิ่ง เขาสนใจมันมาก
นอกเหนือจากนี้ ไททั่นระดับที่เก้าจะแข็งแกร่งมาก พวกเขาจะกลายเป็นกอง
กำลังแข็งแกร่งที่สุดเหมือนกับสมาชิกอสูร
ดังนั้น เขาไม่หวงทรัพยากรเพื่อพยายามเพิ่มพละกำลังให้แปดแม่ทัพเทพ
“นายท่าน ตอนนี้พวกข้าสามารถช่วยท่านสู้ได้แล้ว!” ผู้นำแม่ทัพเทพตะโกน
“รอจนกว่าสายเลือดพวกเจ้าจะกลับมาสู่ระดับที่เก้าก่อน” ฉินเลี่ยกล่าว
“ถ้าพวกข้าไปอาณาจักรโป๋หลัว พวกข้าเพียงต้องการเวลาราวเจ็ดวันเพื่อฟื้นฟู
สายเลือดระดับที่เก้า” แม่ทัพเทพกล่าว
“พลังเนื้อที่ต้องการเพื่อไปถึงสายเลือดระดับที่สิบมากแค่ไหน?” เขาถาม
แม่ทัพเทพเงียบสักพักก่อนตอบว่า “ข้าเพียงต้องการพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ของ
สิบใต้เท้าหุบเหวเท่านั้น อีกอย่าง… ข้าอาจจะเลื่อนระดับไม่สำเร็จ ก่อนข้าตาย
คราวที่แล้ว ข้าเพียงมีสายเลือดระดับที่เก้า”
ฉินเลี่ยลอบอ้าปากค้าง
เขาผู้อยากเพิ่มพละกำลังแปดแม่ทัพเทพตัดสินใจหยุดกระบวนการชั่วคราว
หลังจากได้รับคำตอบนี้
ตอนนี้เอง มังกรชั่วร้ายข่าเอ่อร์ฝูเท่อบินมาจากเกาะเจ็ดวิญญาณ
ด้านหลังเขาคือมังกรชั่วร้ายระดับที่แปดเอ่อร์ปั๋วเท่อ
“ฉินเลี่ย ข้าได้ยินว่า… เจ้าติดต่อกับสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนในหุบเหวอีกชั้นงั้น
หรือ?” เมื่อข่าเอ่อร์ฝูเท่อมาถึง เขาถามตามตรงว่า “เจ้ารู้สถานการณ์ของ
เผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้ายในตอนนี้หรือไม่?”
สองหมื่นปีก่อน มังกรชั่วร้ายจากไปพร้อมเผ่าพันธุ์เทพจากอาณาจักร
วิญญาณ
รวมถึงผู้นำของเผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้าย ปู้ลัวเค่อเหอซือเท่อ
ข่าเอ่อร์ฝูเท่อคือลูกชายคนที่เจ็ดของปู้ลัวเค่อเหอซือเท่อ เพราะเขาได้รับ
บาดเจ็บสาหัสในตอนนั้น เขาไม่สามารถออกจากอาณาจักรวิญญาณได้
หลายปีผ่านไป ข่าเอ่อร์ฝูเท่อเพียงมีมังกรชั่วร้ายหลายสิบคนอยู่เคียงข้าง เขา
อยากรู้สถานการณ์ของเผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้ายมาก
เมื่อได้ยินว่าฉินเลี่ยเผชิญหน้ากับสมาชิกของตระกูลเลี่ยเยี่ยนเมื่อไม่นานมานี้
ในหุบเหวอีกชั้น เขารีบบินมา
“เอ่อ ข้าติดต่อกับเผ่าพันธุ์เทพจริง แต่ว่า… ข้าลืมถามเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มังกร
ชั่วร้ายให้ท่าน” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างลำบากใจ
“โปรดถามให้ข้า พ่อข้า พี่น้องข้า ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าพวกเขามีชีวิตอยู่หรือไม่”
ข่าเอ่อร์ฝูเท่อขอร้องอย่างจริงใจ
ฉินเลี่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “อย่าห่วงไปเลย ข้าจะจำเอาไว้แล้วถามตระกูล
เลี่ยเยี่ยนในคราวหน้า”
“ขอบคุณ” ข่าเอ่อร์ฝูเท่อกล่าว
“อย่ากังวลไปเลย”
“อีกอย่าง… ปาเหลยเท่อหวังว่าเจ้าจะสามารถถามตระกูลฉินถึงวิธีไปยังโลกเงา
ทมิฬได้” ข่าเอ่อร์ฝูเท่อกล่าว
“ข้าถามแน่” ฉินเลี่ยตกลง
พ่อของปาเหลยเท่อถูกขังไว้ในโลกเงาทมิฬเมื่อหลายปีก่อน เขาและพี่ชาย
อยากหาพ่อแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
ในอาณาจักรวิญญาณกว้างใหญ่ ยอดฝีมือผู้หลบหนีออกจากโลกเงาทมิฬ
อย่างไร้บาดแผลได้คล้ายกับมีเพียงฉินเฮ่า
ปาเหลยเท่อเต็มใจช่วยเขาเพราะหวังว่าจะสามารถได้รับข่าวเรื่องโลกเงาทมิฬ
เพราะฉินเลี่ยให้สัญญาไว้ในตอนนั้น เขาย่อมต้องเติมเต็ม
“ถ้าเผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้ายยังอยู่กับเผ่าพันธุ์เทพ พวกข้าจะ… ย้ายไปอยู่กับ
เผ่าพันธุ์เทพ พ่อข้าเคยสาบานในฐานะหัวหน้าเผ่าพันธุ์มังกรชั่วร้ายเอาไว้
พวกข้าต้องยึดตาม” ข่าเอ่อร์ฝูเท่อเผยสีหน้าขอโทษและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าเข้า
ร่วมกับเผ่าพันธุ์เทพในอนาคต พวกข้าเต็มใจติดตามเจ้า ไม่เช่นนั้น… พวกเรา
อาจจะกลายเป็นศัตรูกัน”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ ข่าเอ่อร์ฝูเท่อและเอ่อร์ปั๋วเท่อจากไปพร้อมกัน
เอ่อร์ปั๋วเท่อมีสีหน้าสลดตั้งแต่ต้นจนจบ
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วและครุ่นคิดสักพัก เขาพึมพำว่า “มีเผ่าพันธุ์อื่นในอาณาจักร
วิญญาณอย่างข่าเอ่อร์ฝูเท่อที่หวังจะให้เผ่าพันธุ์เทพกลับมาอยู่อีกหรือเปล่า?
ถ้าเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ในอนาคต… จะต้องยากลำบากกว่าที่ข้าคิดเอาไว้”
ไม่นานหลังจากนั้น
กันเฟยผิง ฮัวอันหยางและคนอื่นผู้ไปหุบเหวร้างเยือกแข็งกลับมา
พวกเขารวมตัวบนเกาะเจ็ดวิญญาณอีกครั้ง
“ภายในหนึ่งเดือน ข้าจะรวบรวมกองกำลังจากตำหนักผู้ซ่อมนภา ตระกูลฉิน
และตระกูลจีมาหุบเหวร้างเยือกแข็ง!”
เมื่อฉินเลี่ยกลับมาถึงเกาะเจ็ดวิญญาณ ฮัวอันหยางกำลังสนทนาด้วยน ้าเสียง
เด็ดขาด
“ตระกูลจี ตำหนักผู้ซ่อมนภาและสิบสองกองกำลังทาสจากตระกูลฉินต้องมอบสี่
ส่วนจากสิ่งได้ในหุบเหวร้างเยือกแข็งให้ข้า” เสียงของฉินเลี่ยสงบขณะกล่าวว่า
“ข้าจะส่งคนไปดูแลพวกท่านให้”
“อะไรนะ” กันเฟยผิงตะโกน “พวกข้าคือกองกำลังทาสของตระกูลฉินไม่ใช่
หรือ? เจ้ากล้าเรียกเก็บจากพวกข้าได้อย่างไร?”
ฟั่นกั้นและปาถัวซือจื่อมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน
“เจ้าเป็นคนหน้าเงินงั้นหรือ?” ฮัวอันหยางสบถ “บัดซบ! เจ้าทำให้ลูกชายข้าถูก
จองจำในอาณาจักรโป๋หลัวถึงสามร้อยปี พวกข้ายังไม่ได้สะสางเรื่องนี้เลย เจ้า
ยังกล้าเรียกเก็บจากข้าอีกงั้นหรือ?”
“สี่ส่วนมันไม่มากไปหน่อยหรือ?” ยอดฝีมือตำหนักผู้ซ่อมนภากล่าวพลางขมวด
คิ้ว
หลายชั่วโมงก่อน พวกเขาทะเลาะกันว่าควรเชื่อฉินเลี่ยหรือไม่
แต่หลังจากเข้าหุบเหวร้างเยือกแข็ง ท่าทีของพวกเขาเปลี่ยนไปสิ้น ระหว่าง
กลับมา พวกเขาเริ่มคิดถึงรายละเอียดการรุกรานหุบเหวร้างเยือกแข็ง
เหตุผลหนึ่งคือพวกเขายอมรับพละกำลังของฉินเลี่ยในหุบเหวร้างเยือกแข็ง
เหตุผลที่สองคือคำกล่าวชมและความเชื่อใจที่เผ่าพันธุ์จากอาณาจักรใต้พิภพที่
มีให้ฉินเลี่ยมาก
เหตุผลที่สามคือเหมียวเฟิงเทียนนำปีศาจหุบเหวระดับที่แปดมาขัดเกลาเป็น
ปีศาจซากศพมาให้พวกเขาตรวจสอบ
พลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ที่อยู่ในปีศาจหุบเหวระดับที่แปดมากล้น ผิวหนัง เนื้อ เขา
และกระดูกล้วนเป็นวัตถุดิบวิญญาณระดับสูงทั้งสิ้น
เมื่อเหมียวเฟิงเทียนบอกพวกเขาว่าแก่นโลหิตจากใต้เท้าหุบเหวระดับที่เก้าเต็ม
ไปด้วยบรรทัดฐานจักรวาล พวกเขาตื่นเต้น
อีกอย่าง เหมียวเฟิงเทียนบอกพวกเขาว่าหุบเหวมีสิ่งของพิเศษจำนวนมากที่ไม่
สามารถพบได้ในอาณาจักรวิญญาณ พวกมันทั้งหมดเหมาะสำหรับยอดฝีมือที่
มีแท่นบูชาจิตวิญญาณ
จากนั้นพวกเขาเห็นเคอตี่ซือและคนอื่นจนเข้าใจถึงคุณค่าเนื้อปีศาจหุบเหวว่า
ช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ได้
ผลประโยชน์ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาไม่สนว่าฉินเลี่ยเปลี่ยนไปหรือไม่ พวกเขา
ตัดสินใจเรื่องแผนการรุกรานครั้งใหญ่บนหุบเหว
ฉับพลัน ฉินเลี่ยประกาศว่าเขาจะต้องได้สี่ส่วนจากทุกสิ่งเพื่อเป็นค่าเรียกเข้า
พวกเขาตกตะลึง
“ข้าเป็นคนเปิดหุบเหว ข้าเป็นคนจัดเตรียมทางเข้าอาณาจักร ถ้าพวกท่าน
อยากล่า พวกท่านก็ต้องจ่าย นี่ยุติธรรมแล้ว” ฉินเลี่ยไม่รีบร้อนขณะกล่าวอย่าง
สงบว่า “พวกท่านมีเวลาคิดหลังจากกลับไป”
“ตระกูลจีตกลง!” จีเหยาเป็นคนแรกที่พูด
ฉินเลี่ยมองฮัวอันหยาง ปาถัวซือจื่อและคนอื่นและกล่าวว่า “อีกอย่าง ยอดฝีมือ
พลังระดับต้นกำเนิดห้ามเข้าหุบเหว”
“ทำไมล่ะ?” ฮัวอันหยางถามอย่างสับสน
“ทันทีที่ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับต้นกำเนิดเข้ามา สุดยอดใต้เท้าหุบเหวระดับที่สิบจะ
เข้าใจผิดคิดว่าสงครามครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น” ฉินเลี่ยส่ายหน้าและเบ้ปาก
“เพราะฉะนั้น ทางที่ดีอย่าดึงดูดความสนใจพวกมันจะดีกว่า”
“เจ้าหนู พวกข้าคือกองกำลังจากตระกูลฉิน เจ้ายังขอให้พวกข้าจ่ายอีกหรือ?”
กันเฟยผิงตะโกน
“ถ้าท่านอยากเข้าก็ยึดตามกฎข้า” ฉินเลี่ยไม่หวั่นไหว
กันเฟยผิงดึงเคราและโต้เถียงสักพัก ฉินเลี่ยยังไม่ยอมรับ
“บัดซบ เจ้ารับมือยากกว่าแต่ก่อนอีก!” กันเฟยผิงตะโกน ท้ายที่สุด เขาตะโกน
ว่าจะไปอาณาจักรกู่ซวี่เพื่อขอความเป็นธรรมจากอดีตหัวหน้า
“ข้าไม่สนว่าท่านจะไปพบใคร ถ้าท่านอยากเข้าหุบเหว ท่านต้องยึดตามกฎ
ข้า!” ฉินเลี่ยประกาศอย่างหยิ่งทะนง