Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1191: มาพร้อมข่าวดี
“อะไรนะ ท่านอยากให้พวกข้าไปหุบเหวทมิฬงั้นหรือ?”
กานชิงมองเลี่ยเยี่ยนหว่างด้วยความประหลาดใจหลังจากมาหาพวกเขาอย่าง
ฉับพลัน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เยี่ยนเฟิง อู้ชาและหลิวยั่งสับสน
ข้างพวกเขา ปีศาจหุบเหวระดับสูงอาฝูหลี่คล้ายกับใกล้ถึงความตาย เหตุผลที่
เขาดูเหมือนหมากำลังตายเพราะพวกเขาเพิ่งดึงโลหิตออกมาสองในสามส่วน
ไม่กี่วันก่อน กลุ่มระดับที่เจ็ดกลุ่มนี้ดื่มเลือดของอาฝูหลี่ไปถึงทรวง ความจริง
พวกเขาตั้งใจจนไม่สนเรื่องล่าปีศาจหุบเหวมากไปกว่านี้
ด้วยเหตุนี้การมาถึงของเลี่ยเยี่ยนหว่างและคำขอย่อยให้พวกเขามุ่งหน้าไปหุบ
เหวทมิฬทำให้ประหลาดใจเล็กน้อย
พวกเขาล้วนไม่สนใจคำขอดังกล่าว
“เจ้าเด็กโง่! นี่เป็นโอกาสที่ดีนะ!” เลี่ยเยี่ยนหว่างดุ เขาพ่นลมออกจมูกครั้งหนึ่ง
ก่อนตะโกนว่า “ตระกูลเฮยอันพบอาณาจักรลับที่คงอยู่เกือบหนึ่งล้านปีในหุบ
เหวทมิฬ! แม้แต่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวทมิฬยังไม่ทราบเรื่องนี้! ตระกูลเฮยอัน
ยอมให้พวกเราส่งหน่วยไปเพราะติดหนี้อยู่ คนอื่น ตระกูลกวงหมิง ตระกูลชี่
เสวี้ยและตระกูลเสวียนปิงต้องจ่ายอย่างหนักถ้าอยากเข้า!”
“อาณาจักรลับ?”
“คงอยู่เกือบหนึ่งล้านปี?”
“สามตระกูลอื่นเต็มใจจ่ายเพื่อให้ส่งคนไปได้?”
กานชิง หลิวยั่งและคนอื่นเข้าใจในที่สุดถึงสิ่งที่เลี่ยเยี่ยนหว่างกำลังพูดและเผย
ความสนใจขึ้นมา
“น่าจะมี… ความลับจำนวนมากอยู่ที่นั่น อาจจะถึงขั้นเชื่อมโยงกับต้นกำเนิดหุบ
เหวทมิฬ ด้วยเหตุนี้มันถึงดึงดูดความสนใจของตระกูลอื่น”
เลี่ยเยี่ยนหว่างครุ่นคิดสักพักก่อนมองทั้งสี่ “ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าสี่คนควรมุ่ง
หน้าไปด้วยกันเพราะเคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา แต่ว่า สมาชิกหกคนที่เหลือ
ในหน่วยพวกเจ้ามีสายเลือดระดับที่หกเท่านั้น นั่นทำให้พวกเจ้าอ่อนแอ
เล็กน้อยใช่หรือไม่? ข้าขอแนะนำว่าพวกเจ้าทุกคนหาสหายอีกหกคนที่คุ้นเคย
กันเพื่อสร้างหน่วยสิบคนขึ้นมาใหม่”
“พวกข้าต้องหาอีกหกคนงั้นหรือ?” กานชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มีปัญหางั้นหรือ?” เลี่ยเยี่ยนหว่างถาม
“ข้าเกรงว่าพวกข้าจะไม่สามารถร่วมมือกับคนอื่นได้” กานชิงเผยน ้าเสียงกังวล
ออกมา
“ด้วยเหตุนี้ข้าจึงให้พวกเจ้าหาคนที่คุ้นเคยกันแทนที่จะเลือกคนที่ให้ความ
ร่วมมือ” เลี่ยเยี่ยนหว่างกล่าวอย่างเฉยชา
“อีกนานแค่ไหนกว่าจะออกเดินทาง?” เยี่ยนเฟิงถาม
“เวลากระชับเล็กน้อย ดังนั้นข้าจะคุ้มกันพวกเจ้าระหว่างไปเส้นทางหุบเหวเป็น
เวลาห้าวัน” เลี่ยเยี่ยนหว่างกล่าว
“ห้าวันเพื่อหานักรบระดับที่เจ็ดทรงพลังที่พวกข้าคุ้นเคย…” กานชิงครุ่นคิดสัก
พักขณะลูบคาง ฉับพลัน เขาถามว่า “ท่านอา เป็นไปได้ไหมที่จะให้ฉินเลี่ย
เลือดผสม เข้าร่วมหน่วยพวกข้า?”
ทั้งดวงตาของอู้ชาและหลิวยั่งทอประกายเมื่อฉินเลี่ยถูกกล่าวถึง
“เขาแข็งแกร่งมาก! พละกำลังรวมของหน่วยพวกข้าจะเพิ่มขึ้นมาหากมีเขาอยู่
ด้วย!” อู้ชาเป็นคนแรกที่สนับสนุนความคิด
หลิวยั่งเสริมเช่นกันว่า “เขาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่พวกข้ามาก่อน ดังนั้นเขาคือคน
ที่พวกข้าคุ้นเคย เขาเชื่อใจได้เช่นกัน!!”
แม้แต่เยี่ยนเฟิงก็พยักหน้าแม้จะเคยมีอคติก็ตาม “เขามีความสามารถซ่อนเร้น
สายเลือดระดับที่เจ็ดทรงพลัง โลกเปลวเพลิงเพียงอย่างเดียวก็เสริมสร้าง
พละกำลังได้มากแล้ว!”
“ห้าตระกูลใหญ่ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่เข้าอาณาจักรลับ ปีศาจหุบเหวระดับสูงจาก
หุบเหวชั้นอื่นอาจจะพยายามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน” เลี่ยเยี่ยนหว่างกล่า
วอย่างมีนัย
“ปีศาจหุบเหวระดับสูงจากหุบเหวชั้นอื่นงั้นหรือ?” เยี่ยนเฟิงดูประหลาดใจ “เป็น
แบบนี้ได้อย่างไร?”
“สุดยอดใต้เท้าหุบเหวไม่เต็มใจนิ่งเฉยและไม่ทำอะไรหลังจากแพ้ตระกูลเฮยอัน
ดังนั้นพวกมันปล่อยข่าวไปหุบเหวชั้นอื่นเพื่อดึงดูดปีศาจหุบเหวระดับสูง”
เลี่ยเยี่ยนหว่างครุ่นคิดสักพักก่อนเสริมว่า “ยังมีเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เผ่าพันธุ์
วิญญาณและเผ่าพันธุ์ทรงพลังอื่นที่กำลังสู้อยู่ในหุบเหวชั้นต่าง ๆ หวังว่าพวก
เขาจะยังไม่ได้รับข่าว ไม่เช่นนั้น… คง ‘สนุก’ แน่”
“ถ้าเช่นนั้น พวกข้าต้องพาคนที่ดีที่สุดเข้าร่วม ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้สิ่งใดจาก
อาณาจักรลับ นั่นคือสิ่งที่ต้องกังวล พวกเราอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตที่นั่น” กานชิง
พลันจริงจัง “ท่านอา โปรดให้พวกข้าเชิญฉินเลี่ยด้วย”
“ข้ารู้ว่าอาจเจอปัญหาเล็กน้อยเพราะเขามาจากอาณาจักรวิญญาณและยังเป็น
ครึ่งมนุษย์ แต่ถ้าเป็นไปได้ โปรดพยายามทำให้ฉินเลี่ยเข้าร่วมด้วย ท่านอา ข้า
จะสั่งให้ฉินเลี่ยรักษาดวงตาและเส้นผมสีแดงไว้ตลอดเพื่อให้รูปลักษณ์ไม่สะดุด
ตาคนอื่น”
เลี่ยเยี่ยนหว่างจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจก่อนถามว่า “เจ้าอยากได้ตัว
ฉินเลี่ยขนาดนั้นหรือ?”
ครั้งนี้ กานชิงไม่ใช่คนเดียวที่พยักหน้า อู้ชา เยี่ยนเฟิงและหลิวยั่งล้วนพยักหน้า
หนักแน่น
เลี่ยเยี่ยนหว่างไม่พูดอะไรอยู่นาน ผ่านไปสักพัก เขากล่าวว่า “เอาล่ะ ข้าจะ
จัดการเรื่องปัญหาตัวตนของเขาเอง”
“ขอบคุณ ท่านอา!” กานชิงหันมามองหลิวยั่งอย่างร้อนรน “โปรดเชิญฉินเลี่ย
เข้าร่วมกับพวกเราในการเดินทางนี้ด้วย ข้าจะไปหาสมาชิกห้าคนสุดท้ายเข้า
หน่วยพวกเรา”
“เข้าใจแล้ว” หลิวยั่งเห็นด้วยพร้อมยิ้มให้
……
ที่อาณาเขตของอาเท่อจินซือ
เสียงคำรามดังสนั่นมาจากภูเขาไฟกำลังปะทุ เสียงคำรามดังจนแม้แต่หมู่เมฆยัง
กระจายออก
ตอนนี้ฉินเลี่ยกำลังนั่งบนปากภูเขาไฟขณะเสริมสร้างร่างกายด้วยพลังร้อนแรง
ที่มากกว่าเดิมถึงสิบเท่า
เขารู้ว่าอาข่าลั่วซือ ปีศาจหุบเหวที่กลายเป็นทาสจิตวิญญาณในตอนนี้กำลัง
วิวัฒนาการเป็นใต้เท้าหุบเหวระดับที่เก้า ณ ใจกลางภูเขาไฟ เขามาที่นี่เพื่อ
สร้างหัวใจร้อนแรงจากภูเขาไฟเพื่อวิวัฒนาการหลังจากกินเนื้อของอาเท่อจิ
นซือไปหนึ่งในสามส่วน
มันไม่สำคัญว่าปีศาจหุบเหวจะเกิดมาระดับต ่าหรือสูง ปีศาจหุบเหวทุกตนที่
เลื่อนขั้นสายเลือดสู่ระดับที่เก้าได้สำเร็จจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
หลังจากไปถึงระดับที่เก้า สายเลือดพวกเขาจะสร้างหยดแก่นโลหิตจำนวนมาก
ที่เต็มไปด้วยพลังและความลับพิเศษเพื่อกักเก็บไว้ในหัวใจ ผลที่ได้
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดใหม่ทรงพลังจะถือกำเนิดขึ้น
พวกเขาอาจจะถึงขั้นประสบกับการเพิ่มปัญญา
ขณะอาข่าลั่วซือเลื่อนขั้นสู่ระดับที่เก้า พลังของเขาทำให้เกิดความผันแปรครั้ง
ใหญ่ภายในภูเขาไฟ มันคือโอกาสอันดีสำหรับฉินเลี่ยที่จะเสริมสร้างสายเลือด
ระดับที่เจ็ดโดยใช้วิชาโลหิตหลอมละลาย
ขณะนั่งบนปากภูเขาไฟ ฉินเลี่ยอดทนต่อแรงปะทะจากลาวาเดือดพล่านขณะ
ชี้นำพลังร้อนแรงเข้าสู่โลหิตโดยใช้พลังสายเลือด
ขณะพลังสายเลือดยิ่งมายิ่งแรงกล้า ความสามารถของร่างกายทั้งด้านพลังและ
โลหิตก็เช่นกัน หัวใจสองดวงของเขาเต้นถี่เร็วขึ้น
“ตึกตัก ตึกตัก! ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!”
หัวใจสองดวงเต้นถี่เร็วขึ้นทุกนาทีที่ผ่านไป
ฉินเลี่ยสังเกตเห็นว่าโลหิตไหลเวียนรุนแรงเหมือนกับภูเขาไฟที่เขากำลังนั่งอยู่
เขาให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
โลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือดส่องแสงอักขระหลากสีสันเป็นบางครั้ง
อักขระสีน ้าเงินเข้มเป็นของสายเลือดวิญญาณปีศาจแปดตา อักขระสีม่วงเข้ม
เป็นของสายเลือดอาเท่อจินซือ
ฉับพลัน เขาเริ่มขัดเกลาโลหิตด้วยวิชาชำระโลหิตราวกับใครบางคนมาทำให้รู้
แจ้ง
ร่องรอยแสงสว่างสีน ้าเงินและม่วงเข้มปรากฏอยู่ภายในโลหิตคล้ายแสงอสนี
ขนาดเล็ก
แสงสีน ้าเงินเข้มยังคงหลอมรวมจนกระทั่งกลายเป็นหยดโลหิตคล้ายไพลิน
แสงสีม่วงเข้มหลอมรวมเป็นหยดโลหิตสีม่วงจำนวนมากที่ดูเหมือนผลึกสีม่วง
ขนาดเล็กเช่นกัน
สิ่งเหล่านี้คือสีพิเศษของสายเลือดวิญญาณปีศาจแปดตาและปีศาจหุบเหว
“หือ!”
ขณะประหลาดใจ ฉินเลี่ยควบคุมโลหิตบริสุทธิ์ด้วยจิตใจและพบว่าโลหิต
บริสุทธิ์ส่วนที่สามพลันปรากฏขึ้นภายในร่างกาย
ในเวลาเดียวกัน หยดโลหิตสีน ้าเงินเข้มและหยดโลหิตสีม่วงอ่อนที่เขาเพิ่งขัด
เกลาไหลผ่านร่างกายเช่นกัน
โลหิตบริสุทธิ์สามส่วนนี้ แต่ละส่วนมีสีเฉพาะขณะลอยอยู่เคียงข้าง
“หวือ หวือ หวือ!”
ผ่านไปสักพัก พวกมันกลับคืนสู่ร่างกายคล้ายหยดน ้าฝน
“ข้าไม่สามารถขัดเกลาเลือดของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลกับเลือดของงูสวรรค์แถบเงินได้…”
หลังจากตรวจสอบร่างกายตัวเองอย่างระมัดระวังสักพัก เขาพบว่าสามารถขัด
เกลาโลหิตของวิญญาณปีศาจแปดตาและปีศาจหุบเหวได้เท่านั้น เขาได้รับ
หยดโลหิตบริสุทธิ์เกือบหนึ่งร้อยหยดเพราะเหตุนั้น
สายเลือดอีกสองกลุ่มที่เหลือไม่เผยการตอบสนองแม้แต่นิดเดียว
“นี่หมายความว่าข้าสามารถสร้างเลือดบริสุทธิ์จากสายเลือดระดับสูงมากได้
เท่านั้นหรือ?” เขาถามกับตัวเองอย่างสงสัย
“นายท่าน สมาชิกจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนตามหาท่านอยู่”
ตอนนี้เองเขาได้รับสารจากทาสจิตวิญญาณอสูร
หลังจากลังเลสักพัก เขาหยุดตรวจสอบความผิดปกติในสายเลือดขณะบินออก
จากภูเขาไฟร้าง
หลายสิบวินาทีต่อมา เขาเห็นหลิวยั่งสวมเกราะมีเสน่ห์กำลังยิ้มให้จากหุบเขา
ไกล ๆ
“ข้ามีข่าวดีมาให้เจ้า!” หลิวยั่งกล่าวเสียงดังด้วยน ้าเสียงทรงเสน่ห์