Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1225: เลือดผสมอีกคน
การเปลี่ยนใจของชาเลี่ยทำให้สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกผู้กำลังจะไปคิดใหม่
กลุ่มเริ่มสนทนาด้วยภาษาพวกเขาอย่างเงียบงัน
ขณะมองกลุ่ม กล่าวได้ว่าพี่น้องที่ฉินเลี่ยช่วยไว้นั้นมีสถานะท่ามกลางสมาชิก
เมื่อหญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกงดงามอุทานอย่างตื่นเต้น สมาชิกอีกตนเงียบ
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาล้วนพยักหน้าและคล้ายกับยอมรับข้อตกลงของ
หญิงสาว
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนหนึ่งเดินออกจากกลุ่มขณะมาหาเผ่าพันธุ์เทพ เขา
กล่าวว่า “พวกข้ายอมรอให้เจ้ารวบรวมสมาชิกได้มากขึ้นเหมือนกับเผ่าพันธุ์
กระดูก จากนั้นจะร่วมมือจัดการปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด”
เขาเพียงมองฉินเลี่
ฉินเลี่ยนิ่ง จากนั้นพยักหน้าและกล่าวว่า “ขอบคุณ”
“เจ้าช่วยหลินต๋าเอาไว้ พวกข้าซาบซึ้งมาก ฉะนั้นจึงยอมร่วมมือกับเจ้า”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้มองหนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นอย่างมืดมน “ถ้าไม่ใช่
เพราะเจ้า พวกข้าไม่ยอมร่วมมือกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนหรอก พวกข้าจะนับพวก
เขาเป็นศัตรูร้าย!”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เขาพ่นลมออกจมูกและจากไป ไม่รอคำตอบของหนานฉี
และลี่เหวย
หนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นรอบเขาเงียบและมีสีหน้าน่าเกลียด
หากชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกดูถูกพวกเขาคงไม่เป็นไรเพราะเผ่าพันธุ์กระดูก
ทรงพลังและชาเลี่ยเคยเอาชนะพวกเขามาได้
แต่เผ่าพันธุ์มีปีกกล้าดูถูกพวกเขาได้อย่างไร?
หนานฉีและคนอื่นลอบผิดหวัง
ในสายตาพวกเขา เผ่าพันธุ์มีปีกมีขีดจำกัดในพลังการต่อสู้ ต่อให้พวกเขาเข้า
ร่วม พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อปีศาจหุบเหวเลย
จากก้นบึ้งจิตใจ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์มีปีก
ถึงอย่างนั้นในครั้งนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนหนึ่งมาเย้ยหยันพวกเขาราวกับ
ไม่ได้พิเศษอะไร
“บัดซบ! โชคไม่ดีเอาเสียเลย…” ลี่เหวยพึมพำ
สีหน้าของหนานฉีมืดมนขณะมองสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่กำลังจากไป เขา
กล่าวว่า “เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เผ่าพันธุ์มีปีกกล้าอวดเก่งต่อหน้าพวกเรา
ได้อย่างไร?”
น ้าเสียงของเขาไม่ดัง แต่ก็ไม่เบาเช่นกัน นั่นทำให้สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกได้ยิน
ชัดเจน
อีกฝ่ายพลันนิ่ง
ในบรรดาตระกูลเลี่ยเยี่ยน ฉินเลี่ยให้ความสนใจจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่
กำลังจากไป เขาได้ยินบทสนทนาของหนานฉีและลี่เหวย
คิ้วของเขาค่อย ๆ ขมวด
กานชิงยิ้มและกำลังกล่าวชมฉินเลี่ย เขานิ่ง
“เจ้าจะตายหรือไงถ้าไม่ได้พูดมากขนาดนี้?” อู้ชาชำเลืองมองหนานฉีและลี่
เหวย
สีหน้าของหนานฉีมืดมนขณะกล่าวว่า “ไม่ว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะตกต ่าแค่ไหนก็
ไม่มีวันจะให้เผ่าพันธุ์มีปีกมาเยาะเย้ยได้หรอก!”
ลี่เหวยและสหายของเขาล้วนมีสีหน้าเกรี้ยวกราดเช่นกัน
กานชิงเดิมอยากรักษาสันติ เมื่อเห็นหนานฉีหยิบยกชื่อเสียงตระกูลขึ้นมา สี
หน้าของเขาเปลี่ยนไปและเงียบ
ครั้งนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนั้นหันมาและเดินกลับ เขากล่าวว่า “งั้นเจ้าก็
น่าจะรู้ดีว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้แข็งแกร่งเท่าแต่ก่อนใช่หรือไม่?”
“ว่าไงนะ?” หนานฉีหัวเราะแปลกประหลาด “ต่อให้ตระกูลเลี่ยเยี่ยนเสียหลุมศพ
เลือดเนื้อ เสียหัวหน้าตระกูลคนล่าสุด พวกข้ายังเป็นหนึ่งในห้าตระกูลของ
เผ่าพันธุ์เทพ! เผ่าพันธุ์กระดูกไม่ใช่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูง แต่พลังต่อสู้พวก
เขายิ่งใหญ่ อีกอย่าง ข้าเคยแพ้ชาเลี่ย ข้าสามารถรับคำพูดของเขาได้”
ขณะนิ่งไป หนานฉีมีสีหน้าเหยียดหยัน “แต่เจ้าล่ะเป็นใคร? เจ้ากล้าหยามข้าได้
อย่างไร?”
“ข้าคือซือถ่านข่า” สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนั้นกล่าว
“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน!” หนานฉีเย้ยหยัน
กานชิงพลันเปลี่ยนสีหน้าและรีบกล่าวว่า “เอาละ หยุดทะเลาะได้แล้ว!”
ชาเลี่ยที่อยู่กับเผ่าพันธุ์กระดูกได้ยินชื่อและคล้ายกับตอบสนอง เขาถามอย่าง
สงสัยว่า “เจ้าคือซือถ่านข่างั้นหรือ?”
“ใช่” สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตอบอย่างภาคภูมิใจ
ฉินเลี่ยนิ่ง จากนั้นตรวจสอบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้อย่างจริงจัง เขาพบว่า
คนคนนี้ไม่ได้ต่างจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนอื่นนอกเหนือจากรูปลักษณ์หล่อ
เหลา
แต่เมื่อกานชิงและชาเลี่ยได้ยินชื่อของเขา สีหน้าพวกเขาเปลี่ยนไป
นี่ทำให้ฉินเลี่ยสับสน
“ซือถ่านข่าคนนี้… โด่งดังงั้นหรือ?” เขาคิดอย่างเงียบงัน
“เป็นเจ้านี่เอง ไม่สงสัยเลยว่าหยิ่งทะนงได้ขนาดนี้” น่าแปลก ชาเลี่ยจาก
เผ่าพันธุ์กระดูกพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเขายอมรับพละกำลังของซือถ่านข่า
“หนานฉี! พอได้แล้ว!” กานชิงตะโกน
ความผิดปกติของทั้งสองทำให้หนานฉีเข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้ไม่
ธรรมดา
หนานฉีมองกลับมาอย่างสับสน
กานชิงส่ายหน้าเบา ๆ
หนานฉีไม่โต้เถียงกับซือถ่านข่าต่อขณะนั่งลงด้วยความไม่พอใจ
ซือถ่านข่าเมินหนานฉีขณะพยักหน้าให้กานชิง จากนั้นกลับกลุ่มสมาชิก
เผ่าพันธุ์มีปีก
“เขาคือใครหรือ?” อู้ชาอดที่จะถามไม่ได้
หนานฉีมองกานชิงอย่างเกรี้ยวกราดเช่นกัน
“ซือถ่านข่าไม่ใช่สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกธรรมดา เขาคือเลือดผสมของเผ่าพันธุ์มี
ปีกและเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหว พ่อของเขาคือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวทำลายล้าง
เขาน่าจะครอบครองปีกสีดำหนึ่งคู่ที่สยายได้ไกลจนสามารถปกคลุมท้องฟ้าได้
เขายังทรงพลังยิ่งอีกด้วย”
“สุดยอดใต้เท้าหุบเหวทำลายล้างนั่นสังหารกลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่ออกล่า
ในดินแดนของเขาและไปพบแม่ของซือถ่านข่าเข้า จากนั้น… ก็มีซือถ่านข่า”
กานชิงอธิบายสายเลือดและต้นกำเนิดของซือถ่านข่าให้ทุกคนฟังเสียงเบา
อย่างระมัดระวัง
“แต่เมื่อซือถ่านข่าเกิดมา เขาดูเป็นเผ่าพันธุ์มีปีกหล่อเหลาที่ไม่มีคุณลักษณะ
ของปีศาจหุบเหว และยังไม่ปลุกสายเลือดปีศาจหุบเหว แม้แต่ปีกก็ยังเป็นสีขาว
ราวหิมะ”
“เพราะเหตุนี้ ซือถ่านข่าผู้เกิดในหุบเหวทำลายล้างไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อ
และโดนดูถูกจากพี่น้อง”
“แต่ว่า วันหนึ่ง เมื่อพี่น้องปีศาจของเขาต่อว่าและทำร้ายอีกครั้ง เขาเกิดคลุ้ม
คลั่งและฆ่าพี่น้องคนอื่นทั้งหมด”
“จากนั้นเขาหนีออกจากหุบเหวทำลายล้าง”
“ผ่านไปสักพัก เขาปรากฏตัวกับเผ่าพันธุ์มีปีกอีกครั้ง ครั้งนี้มาในฐานะสมาชิก
พวกเขา”
“เขากลายเป็นดวงดาวเจิดจรัสที่สุดของเผ่าพันธุ์มีปีกในตอนนี้ ในการต่อสู้ของ
เผ่าพันธุ์มีปีกกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ เมื่อใดที่เขาอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ปีกสีขาว
ของเขาจะกลายเป็นสีดำ พละกำลังจะทะยานขึ้น”
“ข้ารู้ว่าเขาฆ่าสมาชิกระดับที่เจ็ดจำนวนมากจากเผ่าพันธุ์วิญญาณในร่างนั้น
รวมถึงเอ้าเต๋อมั่วด้วย!”
กานชิงตะโกน
“อะไรนะ? เขาฆ่าเอ้าเต๋อมั่วงั้นหรือ?” หนานฉีขมวดคิ้ในที่สุด
พลังของเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์มีปีกห่างกันนัก ดังนั้นเผ่าพันธุ์มีปีกและ
เผ่าพันธุ์เทพไม่ได้ติดต่อกันมากมาย เผ่าพันธุ์เทพเพียงรู้ว่าเผ่าพันธุ์มีปีกถูก
รุกรานโดยเผ่าพันธุ์วิญญาณบ่อยครั้ง
เผ่าพันธุ์วิญญาณที่พวกเขาคุ้นเคยมักสู้กับพวกเขาในอาณาจักรอื่นบ่อยครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น หุบเหว
หนานฉีและเอ้าเต๋อมั่วจากเผ่าพันธุ์วิญญาณเคยสู้กันในชั้นหุบเหวและเสมอกัน
เลือดผสมเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้สามารถสังหารเอ้าเต๋อมั่วจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ได้ นี่มากพอจะพิสูจน์แล้วว่าเขาแตกต่างจากเผ่าพันธุ์มีปีกโดยส่วนใหญ่
“พละกำลังแท้จริงของซือถ่านข่าอาจจะเท่าชาเลี่ย ไม่แปลกที่เขาจะภาคภูมิใจ
ขนาดนี้” กานชิงกล่าว
หลังจากได้ยินคำอธิบายของกานชิง หนานฉีเงียบ ดวงตาหมองหม่น
ฉินเลี่ยมีสีหน้าจริงจัง เขามองซือถ่านข่ากับสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยกับ
เผ่าพันธุ์กระดูก เขาเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกที่เข้าสู่
โลกจุดกำเนิดนี้อย่างบุ่มบ่าม
พวกเขาล้วนครอบครองสมาชิกผู้มีพละกำลังยอดเยี่ยม
“ทุกคนต้องตั้งใจ ไม่เช่นนั้น… พวกเราจะตามหลังพวกเขาเช่นกัน” อู้ชากล่าว
พลางเบ้ปาก
กลุ่มพยักหน้า จิตใจพวกเขาขัดแย้ง
หลังจากนั้น ทุกคนตั้งรกรากชั่คราวขณะฟื้นฟูพลังสายเลือดเพื่อรอให้ฉินเลี่ย
หาผู้หลบหนีหรือสมาชิกจากตระกูลเผ่าพันธุ์เทพอื่นพบ
ทะเลจุดกำเนิดอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาเชื่อว่าคนในอาณาจักรลับที่มีพลังจะหาทาง
มาที่นี่
ยอดฝีมือแท้จริงของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและเผ่าพันธุ์เทพ
จะร่วมมือกันที่นี่
ว
สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการและทำได้คือรออย่างอดทน