Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1238: วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่!
ภายใต้แสงสว่างสีเหลืองหม่นของหินแสงมืด สมาชิกจากสามตระกูลเผ่าพันธุ์
เทพกำลังฝึกฝนอย่างเงียบงัน
หลิวยั่งนั่งไขว่ห้างข้างฉินเลี่ย บางครั้งชำเลืองมองเขาด้วยความคาดหวัง
“วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่…”
นาง กานชิงและหนานฉีประหลาดใจกับวิชาลับที่สามารถเพิ่มพละกำลังของ
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนได้ไม่ต่างกัน
ภายใต้คำสั่งของกานชิง นางปกป้องฉินเลี่ยจนไม่ได้ยินสิ่งที่ชางเยี่ยกล่าวกับ
กานชิงและคนอื่น
นางไม่ได้เข้าใจตัวตนของฉินเลี่ยเป็นพิเศษ
นางรู้สึกว่ามีชั้นนอกลึกลับบนฉินเลี่ยที่ดึงดูดนาง
“เลือดผสมสามารถเข้าอาณาจักรโลหิตโกลาหลได้ สามารถได้รับวิชา
สายเลือดลับทรงพลัง คนคนนี้แข็งแกร่งมาก” นางคิด
“หวือ!”
วงเปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนอย่างเงียบงันโดยมีฉินเลี่ยอยู่ใจกลาง
เพียงไม่กี่วินาที โลกเปลวเพลิงสดใสก่อตัวขึ้นรอบฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยลืมตาช้า ๆ
คล้ายกับมีสายโลหิตกำลังวูบไหวในดวงตาของเขา ถ้าหากมองใกล้ ๆ พวกเขา
จะพบว่ามันก่อตัวเป็นอักขระลึกลับของเผ่าพันธุ์เทพ
“เป็นอย่างไรบ้าง?” หลิวยั่งถามอย่างสงสัย
ฉินเลี่ยยิ้มกว้างและกล่าวว่า “เข้ามาใกล้ข้าสิ มาดูว่าสายเลือดเจ้าเปลี่ยนแปลง
ไหม”
เขาพยายามเรียนรู้กลของวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ เพราะผู้นำของสามตระกูล
กำลังรวมตัวกัน เขาต้องส่งวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลกับ
เข้าไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาต้องเชี่ยวชาญวิชาก่อนใช้ในการต่อสู้
ในช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้นี้ เขาคุ้นชินกับวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ช้า ๆ แต่เขา
ไม่มั่นใจว่าจะส่งผลในการลองครั้งแรกหรือไม่
เพราะเหตุนี้ เขาให้หลิวยั่งเข้าโลกเปลวเพลิง
“เข้ามาใกล้…” ดวงตาของหลิวยั่งขยับ นางหัวเราะคิกคัก “ไม่มีปัญหา”
นางไม่ได้อยู่ไกลจากฉินเลี่ยตั้งแต่ต้น ครั้งนี้ นางขยับและเข้าหาอย่างเย้ายวน
นางนั่งลงจนเกือบไหล่ชนไหล่กับฉินเลี่ย
“ฟู่…” นางหายใจรดใบหน้าของฉินเลี่ยอย่างซุกซน เปลวไฟวูบไหวในดวงตา
ขณะกล่าวเสียงเบาว่า “แค่นี้ใกล้พอยัง? ถ้าไม่ใกล้พอ… ให้ข้านั่งตักเจ้าดี
หรือไม่?”
หญิงสาวเผ่าพันธุ์เทพส่วนใหญ่กล้าแสดงความรักและความเกลียดชัง พวกเขา
มักองอาจหาญกล้า หลิวยั่งก็เหมือนกัน
ขณะนางเรียนรู้เกี่ยวกับฉินเลี่ย นางรู้สึกบวกต่อเขา นางมักไม่ปกปิดเรื่องนี้
กานชิง เยี่ยนเฟิงและหนานฉีล้วนเห็นสิ่งนี้
อาจจะเพราะเหตุนี้ เยี่ยนเฟิงรู้สึกแปลก ๆ กับฉินเลี่ย จากนั้นจึงหยุดไล่ตามนาง
กานชิงรู้เรื่องนี้เช่นกันและจงใจตระเตรียมให้นางปกป้องฉินเลี่ยเพื่อมอบโอกาส
ให้อยู่กันสองต่อสอง
หลิวยั่งคิดว่านางเปิดเผยชัดเจนขณะรอให้ฉินเลี่ยเชื้อเชิญ แต่ฉินเลี่ย… ไม่
คล้ายกับเข้าใจความตั้งใจของนาง
นางรีบร้อน ครั้งนี้… นางรุกมากขึ้น
“เอ่อ ไม่จำเป็น ระยะนี้พอแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าวติดขัด
จิตใจของเขาพลันปั่นป่วน
โลกเปลวเพลิงสีแดงเข้มสั่นไหวบ้าคลั่งคล้ายบอลลูนสีแดงที่ถูกพัดโดยสายลม
รุนแรง
เขาหยุดใช้วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่
หลิวยั่งนิ่ง จากนั้นหันมามอง “เจ้ายังปกปิดอะไรอีก?”
ฉินเลี่ยเงียบสักพักขณะลูบจมูก เขากล่าวว่า “ข้าเคยบอกเจ้าก่อนหน้านี้ว่าข้า
ต้องตามหาคนสนิทที่มาที่นี่ พวกเขาคือปีศาจหุบเหว”
“ใช่ ข้ารู้” หลิวยั่งมีสีหน้าสับสน นางไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขากล่าวถึงเรื่องนี้
“ในบรรดาพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ… คู่หมั้นข้า” ฉินเลี่ยกล่าว
“คู่หมั้น?” หลิวยั่งตกตะลึง
ฉินเลี่ยพยักหน้าและครุ่นคิดสักพัก เขาเบ้ปากและกล่าวว่า “นั่นแหละ ข้ามี
ผู้หญิงคนอื่นในอาณาจักรวิญญาณแล้ว…”
หลิวยั่งมองเขาแปลกประหลาด “ทำไมถึงพูดแบบนี้กับข้า?”
เมื่อนางถามเช่นนี้ ฉินเลี่ยนิ่ง “ข้ามีปัญหามากมาย ข้าไม่คิดว่าเจ้า…”
แต่ว่า ก่อนเขาจะทันได้กล่าวจบ หลิวยั่งขัดและหัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่าข้า
อยากอยู่กับเจ้าไปตลอดงั้นหรือ?”
ฉินเลี่ยตกตะลึง
“เผ่าพันธุ์เทพเพียงหาความสัมพันธ์ในปัจจุบันเท่านั้น” หลิวยั่งหัวเราะและกล่าว
ว่า “บางที หลังการเดินทางอาณาจักรลับนี้สิ้นสุดลง พวกเราจะไม่ได้ทำอะไร
กันอีก บางทีข้าอาจจะพบใครบางคนในภารกิจต่อไป เจ้าไม่รู้หรือว่าพวกเรา
ผ่อนคลายในพื้นที่นี้?”
“อ้อ!” ฉินเลี่ยอุทาน
“ดังนั้น ข้าไม่ต้องทำความเข้าใจในอดีตและอนาคตเจ้า ข้าไม่สน” หลิวยั่งกล่าว
อย่างง่ายดาย
ฉินเลี่ยจนคำพูด
เขาและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้ติดต่อกันนานถึงขนาดนั้น ความเข้าใจ
เผ่าพันธุ์เทพของเขาไม่มากพออย่างเห็นได้ชัด
ความทรงจำที่เขาได้จากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไม่แตะต้องถึง
ความสัมพันธ์ในเผ่าพันธุ์เทพ
ดังนั้นเขาคิดตามหลักความจริงว่าเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์มนุษย์เหมือนกัน
“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?” ผ่านไปสักพัก เขาถามอย่างแปลกประหลาด
รอยยิ้มของหลิวยั่งดูขมขื่นเล็กน้อย “พวกข้าไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์มนุษย์
ความสามารถสืบพันธุ์พวกข้าอ่อนเกินไป พวกข้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ง่าย”
ฉินเลี่ยประหลาดใจมากขึ้น
หลิวยั่งหน้าแดงและกล่าวอย่างเขินอายว่า “หรือก็คือ พวกข้าอาจจะประสบกับ
ชายหนุ่มจำนวนมากในเผ่าพันธุ์ก่อนตั้งครรภ์ พวกข้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
หากสองคนไม่อยู่ด้วยกัน ดังนั้นพวกข้าต้อง… พยายามอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะ
ทำสำเร็จ”
ฉินเลี่ยสับสน เขาคล้ายกับเข้าใจเล็กน้อยและกล่าวว่า “เจ้าพยายามกี่ครั้ง
แล้ว?”
“ไม่ ยังเลย เดิมข้าอยากไปหาเยี่ยนเฟิง แต่ข้าเปลี่ยนใจและอยากลองกับเจ้า
ก่อน” หลิวยั่งเขินอายเล็กน้อย
ฉินเลี่ยลังเลและกล่าวว่า “พวกเรา… ลองวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ก่อนไหม?”
“ได้” หลิวยั่งยิ้ม
บรรยากาศพลันอึดอัดน้อยลง
ฉินเลี่ยผ่อนคลายมากเมื่อเผชิญหน้ากับหลิวยั่งหลังจากเข้าใจท่าทีเรียบง่ายที่
เผ่าพันธุ์เทพสร้างความสัมพันธ์ เขาสามารถเล่นตลกกับนางได้ง่าย ๆ “ครั้งนี้
อย่านั่งบนขาข้า ไม่อย่างนั้น ข้าไม่สามารถรักษาโลกเปลวเพลิงได้ แต่เจ้า
สามารถลองหลังจากข้าเชี่ยวชาญสิ่งนี้แล้ว”
“เจ้าคนลามก! พอเห็นว่าเจ้าไม่ต้องรับผิดชอบ เจ้าก็กลายเป็นพวกไร้ศีลธรรม
ทันทีงั้นหรือ?” หลิวยั่งกลอกตามองเขา
ฉินเลี่ยหัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า “ตั้งใจหน่อย ข้าจะกระตุ้นพลังสายเลือดและ
ปลดปล่อยวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ออกมา!”
“ได้เลย!” หลิวยั่งมีชีวิตชีวามากขึ้น
โลกเปลวเพลิงที่กำลังสั่นไหวพลันหยุดขยับ กลุ่มรูนลึกลับขนาดใหญ่ปรากฏ
บนพื้นผิวของโลกเปลวเพลิง
รูนลึกลับเหล่านั้นลอยบนพื้นผิวของโลกเปลวเพลิงคล้ายหมู่เมฆสีแดง มันเต็ม
ไปด้วยพลังที่จะทำให้สายเลือดของผู้คนเดือดพล่าน
ข้างฉินเลี่ย หลิวยั่งเงยหน้าขึ้นและเห็นกลุ่มรูนลึกลับสีแดงขนาดใหญ่เหล่านั้น
ผมสีแดงยาวของนางคล้ายกับเกิดประกายไฟ
สายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนภายในตัวนางคล้ายกับถูกจุดชนวนโดยรูนลึกลับ
เหล่านั้นขณะปะทุขึ้นมาคล้ายภูเขาไฟ
ในเวลาเดียวกัน นางสังเกตเห็นว่าขณะสายเลือดเปลี่ยนไป พลังเปลวเพลิง
เข้มข้นในโลกเปลวเพลิงถูกดึงดูดโดยนางขณะถาโถมเข้าสู่ร่างกาย
เพียงพริบตา ดวงตาของนางพลันเป็นสีแดงชาดคล้ายแมกม่า
กลุ่มเปลวเพลิงปกคลุมเกราะศึกสีแดงชาดทันที
เกราะเริ่มเผาไหม้ จากนั้นเปลวเพลิงกระจายไปทั่วร่างกายนางอย่างรวดเร็ว
นางรู้สึกว่าโลหิตกำลังเผาไหม้
การปะทุของพลังที่เป็นของสายเลือดนางและของโลกเปลวเพลิงกระจายไปยัง
แขนขาและหัวใจ!
“การจุดชนวน! การจุดชนวนแท้จริง!”
นางพลันเห็นเส้นเลือดเหล่านั้นที่ไม่สามารถเข้าใจได้ในโลหิตขยับเป็นลวดลาย
ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
นางพลันเข้าใจว่าพวกมันเป็นตัวแทนของความสามารถซ่อนเร้น “การ
จุดชนวน”
แต่ว่า นางไม่เข้าใจวิชาพิเศษนั่น จึงไม่สามารถกระตุ้นมันด้วยพลังสายเลือดได้
รูนลับที่กำลังลอยรอบโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยถูกดึงดูดเข้าหานางขณะ
เปลี่ยนโลหิตให้ขยับตามความสามารถซ่อนเร้นการจุดชนวนของฉินเลี่ย
นางพลันเข้าใจว่าฉินเลี่ยสามารถได้รับวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ในอาณาจักร
โลหิตโกลาหลได้เพราะฉินเลี่ยครอบครองโลกเปลวเพลิงและยังมีความสามารถ
ซ่อนเร้นสายเลือดการจุดชนวนด้วย
วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ต้องการสองความสามารถซ่อนเร้นนี้เป็นรากฐานอย่าง
เห็นได้ชัด กานชิงผู้เพียงครอบครองโลกเปลวเพลิงไม่สามารถได้รับวิชานี้ได้
“เริ่มแล้ว!”
“ฉินเลี่ยกำลังเริ่มแล้ว!”
ตอนนี้เอง กานชิง หนานฉีและเยี่ยนเฟิงผู้อยู่ไกลออกไปสามารถสัมผัสสิ่งนี้
ขณะที่ไม่อยู่ในโลกเปลวเพลิงได้เช่นกัน
พวกเขาตื่นจากการฝึกฝนและบินเข้าหาฉินเลี่ยทันที ดวงตาพวกเขาเต็มไป
ด้วยความยินดี
พวกเขามองเห็นจากไกล ๆ ว่าหลิวยั่งผู้กำลังยืนข้างฉินเลี่ยมีเส้นผมสีแดงยาวที่
กำลังยาวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
นั่นคือสัญญาณการจุดชนวนเด่นชัด!
“เป็นไปได้จริง ๆ!”
แม้จะอยู่ไกลออกไป ชางเยี่ยยืนขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นางนำสมาชิกตระกูลเฮยอันเข้าใกล้เพื่อดูความลับของ “วิชาจุดชนวนโลหิต
หมู่”
ในเวลาเดียวกัน เสวียนลั่วและหงไข่ถูกดึงดูดเช่นกัน
วินาทีต่อมา สมาชิกจากสามตระกูลมาอยู่ข้างฉินเลี่ยและหลิวยั่ง
ชางเยี่ย เสวียนลั่วและคนอื่นมองจากนอกโลกเปลวเพลิงอย่างเงียบงัน
กานชิงและผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นที่มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่สามารถควบคุมได้
อีกต่อไปเมื่อเห็นหลิวยั่งเริ่มเต้นร่าอย่างมีความสุข
“ฉินเลี่ย! ข้าจะเข้าไปนะ!” อู้ชาพลันตะโกน
ขณะสายตาของฉินเลี่ยขยับมาที่นาง นางเริงร่าขณะเข้าไปคล้ายสายอัคคี
นางผ่านโลกเปลวเพลิงอย่างง่ายดายขณะปรากฏตัวข้างฉินเลี่ยและหลิวยั่ง
วินาทีต่อมา เส้นผมของนางเริ่มเผาไหม้ ร่างกายถูกกลืนกินในเปลวเพลิง
วินาทีต่อมา นางกลายเป็นแบบเดียวกับหลิวยั่งขณะสวมชุดคลุมเปลวเพลิงจน
ทั่วร่างกายเผาไหม้