Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1254: ดึงจิตวิญญาณ
เซ่อหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เสาน ้าแข็งขนาดมหึมารอบนางเต็มไปด้วยปีศาจหุบเหวผู้ถูกแช่แข็งจนตาย
ซากศพยังคงปลดปล่อยพลังเย็นเยือกเข้มข้นที่คล้ายกับไหลซึมเข้าสู่กระดูก
นาง
นางรู้สึกทั้งเย็นเยือกและจนใจ
นางมองเคอตี่ซือโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่มักสดใสและมีเสน่ห์เผยร่องรอยวิงวอน
ออกมา
นางหวังว่าเคอตี่ซือจะให้คำแนะนำและความช่วยเหลือ
สถานการณ์ของตระกูลข่าหลุนในช่วงนี้ไม่สู้ดี พ่อของนางเป็นยอดฝีมือพลัง
ระดับว่างเปล่าเพียงคนเดียวที่เหลือในตระกูลข่าหลุน
หลังออกจากเผ่าพันธุ์อสูร ตระกูลข่าหลุนที่เผ่าพันธุ์อสูรหมายหัวต้องการเพิ่ม
พละกำลังอย่างแรงกล้า
ถึงอย่างนั้นปีศาจหุบเหวทรงพลัง ในหุบเหวร้างเยือกแข็งที่โหดร้ายและโชก
เลือดจัดการได้ไม่ง่าย
พวกเขาเกือบพินาศหลายครั้ง
โชคยังดี สมาชิกเผ่าพันธุ์อสูรคนอื่น ทาสจิตวิญญาณที่นำโดยเคอตี่ซือให้การ
ดูแลตระกูลข่าหลุนมากในช่วงนี้
เคอตี่ซือดึงตระกูลข่าหลุนออกจากหุบเหวความตายสองครั้ง
เพราะเหตุนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ฉินเลี่ยมอบให้ นางมองเคอตี่ซือเพื่อ
ขอความช่วยเหลือ
นางรู้ว่าผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์อสูรเหล่านี้ที่นำโดยเคอตี่ซือล้วนเป็นทาสจิตวิญญาณ
ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ นางรู้ว่าผู้อาวุโสเหล่านี้ทรงพลังแค่ไหนและเคยได้ยิน
เคอตี่ซือพูดถึงพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์กับวิชาจิตวิญญาณลับจำนวนมากที่ได้
ตอนกลายเป็นทาสจิตวิญญาณ
แน่นอน สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนมา… คือการเสียอิสรภาพ
ภายใต้สายตานาง สีหน้าของเคอตี่ซือเฉยชาและไม่มีคำตอบ
เหมียวเฟิงเทียนและทาสจิตวิญญาณคนอื่นล้วนมีสีหน้าเย็นชา
“ข้า ข้า…”
เซ่อหลินกัดริมฝีปากล่าง จากนั้นกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นว่า “ฉินเลี่ยคนนั้น
สาบานว่าจะจงรักภักดีและยังกลายเป็นหนึ่งในทาสจิตวิญญาณของท่านใช่
หรือไม่?”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ เหมียวเฟิงเทียน เคอตี่ซือและคนอื่นผู้รู้ความลับมีสีหน้า
แปลกประหลาด
สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกแผดเสียงหัวเราะแปลกประหลาดออกมาเช่นกัน
“เรื่องนี้สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ?” ฉินเลี่ยถามด้วยเสียงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณดัง
สนั่น
“สำคัญมาก!” เซ่อหลินพยักหน้า “ข้าสังเกตเห็นว่าการฝึกฝนของเขาเพิ่มขึ้น
มาก รวมถึงสายเลือดด้วย อีกอย่าง เขาไม่เสียการเป็นตัวของตัวเอง เขายังช่วย
เกาะตะวันเพลิงและคนเหล่านั้นจากดินแดนแห่งความโกลาหล ถ้าข้ายัง
สามารถเพิ่มการฝึกฝนและสายเลือดได้หลังจากสาบานว่าจะจงรักภักดีกับท่าน
จนสามารถช่วยตระกูลข่าหลุนได้ ข้าจะยอมรับเช่นกัน”
โดยไม่เข้าใจ นางคิดว่าตัวจริงของฉินเลี่ยคือตัวอย่างสำคัญ นางรู้สึกว่าถ้า
สามารถเป็นแบบฉินเลี่ยได้ การเป็นทาสจิตวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
นางถึงกับตรวจพบแรงกดดันของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณจากร่างหลักของฉินเลี่ย
และคาดเดาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ร้ายจิตวิญญาณและฉินเลี่ย
แต่นางไม่คิดว่าฉินเลี่ยและสัตว์ร้ายจิตวิญญาณคือคนเดียวกัน
นางเข้าใจผิดคิดว่าฉินเลี่ยถูกควบคุมโดยสัตว์ร้ายจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์
“ข้าจะไม่ปกปิดเจ้า ฉินเลี่ยไม่ใช่ทาสจิตวิญญาณข้า ต่อให้เจ้ามอบจิต
วิญญาณแท้จริงและกลายเป็นทาสจิตวิญญาณข้า เจ้าไม่สามารถครอบครอง
สถานะและตัวตนอย่างของฉินเลี่ยได้” เขากล่าวอย่างเฉยชา
“เป็นไปไม่ได้! เขามีแรงกดดันจิตวิญญาณของท่าน! เขาและท่านต้องมีการ
เชื่อมโยงใกล้ชิดกันสิ!” เซ่อหลินไม่เชื่อ
“ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับเจ้า” ฉินเลี่ยเริ่มหงุดหงิดและกล่าวว่า “เจ้าต้อง
เข้าใจ ข้าสามารถเอาทุกสิ่งที่ข้าต้องการจากจิตใจเจ้าได้!”
“ถ้าข้าไม่ยอมกลายเป็นทาสจิตวิญญาณท่าน ท่านจะ… ฆ่าข้าหรือไม่?” เซ่อ
หลินถามอย่างวิตก
“ไม่” ฉินเลี่ยกล่าว
“เช่นนั้นไม่เป็นไร เอาสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดที่ทำให้จิตใจของข้าสับสนออกเถอะ
ถึงจะแค่ชั่วคราว… แต่ข้าไม่อยากเสียความเป็นตัวของตัวเอง” เซ่อหลิน
ประกาศ
“ได้สิ” ฉินเลี่ยตอบ
เมื่อเขากล่าวจบ สายจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากดวงตาของร่าง
จำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
สายจิตวิญญาณไปถึงดวงตาของเซ่อหลินจากดวงตาของร่างจำแลงสัตว์ร้าย
จิตวิญญาณ
เพียงพริบตา เขารุกรานทะเลความตระหนักรู้ของเซ่อหลินขณะใช้วิชาลับ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเพื่อค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่น่าจะเป็นของเขา
เศษเสี้ยวความทรงจำจำนวนมากที่ทำให้จิตวิญญาณของเซ่อหลินรู้สึกวิตก
อย่างต่อเนื่องและจะปลุกนางจากการหลับใหลทุกคืนปรากฏขึ้นเมื่อฉินเลี่ยใช้
วิชาลับ
ความทรงจำสดใสเจิดจ้าคล้ายกับดวงดาวขนาดเล็กที่หลอมรวมเข้าสู่จิต
วิญญาณที่กำลังรุกรานของฉินเลี่ย
ขณะเผชิญหน้ากับภาพและอักขระที่ไม่สมบูรณ์และไม่มีความหมาย ทันทีที่
พวกมันเข้าสู่จิตวิญญาณย่อยของฉินเลี่ย พวกมันได้รับการจัดระเบียบและ
กลับมามีความหมายทันที
ในสิบห้านาที ฉินเลี่ยดึงสายจิตวิญญาณทั้งหมดที่รุกรานในจิตใจของเซ่อหลิน
ออกจากจิตวิญญาณ
ตอนนี้เอง เซ่อหลินรู้สึกว่าการรับรู้สัตว์ร้ายจิตวิญญาณหายไปในที่สุด
การเชื่อมโยงกับสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของนางคล้ายกับถูกตัดขาดเพราะเหตุนี้
อย่างสมบูรณ์
นางพลันรู้สึกเหมือนกับได้ปลดวางภาระ
นางนั่งลงอย่างเงียบงัน รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตใจ นางผ่อนคลายขณะ
เข้าสู่สภาวะอันพิศวง
“นายท่าน นางต้องเลื่อนขั้น” เคอตี่ซือมีสีหน้าชื่นชมขณะร้องขอว่า “พวกเรา
ยอมให้นางอยู่ที่นี่อีกสักหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้สิ ข้ายังต้องหลอมรวมสิ่งที่ดูดซับมาจากจิตใจนาง” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“ขอบคุณ นายท่าน” เคอตี่ซือกล่าว
เมื่อร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณกำลังหลอมรวมกับเศษเสี้ยวความทรงจำ
จากเซ่อหลิน ร่างหลักของเขาในโลกจุดกำเนิดพลันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของ
วิญญาณอัคคีจากไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาพลันตื่นขึ้น
ในเวลาเดียวกัน วิญญาณอสนีบาตและไม้ที่เขาปล่อยออกมาข้างนอกรีบ
กลับมา
เมื่อวิญญาณอสนีบาตและไม้กลับมา พวกมันติดต่อกับเขาคร่าว ๆ จากนั้นรีบ
กลับไปชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาดูข้างในด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้
ในชั้นที่สี่ วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลหกตนรวมตัวกัน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนถูกล้อมโดยฟองห้า
ฟองที่อยู่ข้างวิญญาณอัคคี
วิญญาณอัคคีในรูปทรงของกิเลนอัคคีคล้ายกับตื่นจากการหลับใหล ฟองที่
ล้อมรอบมันอยู่แตกร้าวคล้ายเปลือกไข่
สายแสงสว่างผลึกกระจายออกจากฟองนั้น
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนเริงร่ายิ่งขณะจับแสง
สว่างวูบไหวเหล่านั้นและคล้ายกับกำลังดูดซับพลังที่หล่อเลี้ยงพวกมันเข้าไป
วิญญาณอัคคีส่องประกายระหว่างจับต้องไม่ได้และจับต้องได้ แสงสว่างลึกลับ
จำนวนมากปรากฏในร่างกายโปร่งแสง
แสงสว่างเหล่านั้นรวมตัวกันใหม่และคล้ายกับสร้างความสามารถซ่อนเร้น
สายเลือดใหม่ขึ้นมา
“โห!”
ฉินเลี่ยพลันตอบสนอง หลังจากวิญญาณอัคคีกลืนกินผลึกเปลวเพลิงจำนวน
มากและกินดวงตาหนึ่งข้างของอาเท่อจินซือ ในที่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นระดับที่
แปดหลังจากหลับใหลยาวนาน
ความก้าวหน้าของวิญญาณอัคคีคล้ายกับเร็วกว่าของสายเลือดตระกูล
เลี่ยเยี่ยน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนคล้ายกับมีความสุข
รอบวิญญาณอัคคีและคล้ายกับกำลังดูดซับสารอาหารผ่านวิธีแปลกประหลาด
เขาสังเกตเห็นว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนคล้าย
กับหลับใหลยาวนานหลังจากดูดซับประกายแสงสว่างเข้าไป
“ดูท่าทั้งห้าตนมีโอกาสจะเลื่อนขั้น!” เขาพลันเข้าใจ